สายลมยังคงพัดโชยมาปะทะกายทั้งสอง ที่นั่งทานอาหารพร้อมกับทอดสายตามองไปยังสระน้ำขนาดใหญ่ตรงหน้า พิมพ์มาดาก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วหันไปเก็บอาหารใส่กล่องไว้ตามเดิม พร้อมนั่งมองอีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ
“กลับกันเลยไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะส่ายศีรษะไปมา
“แต่พิมพ์มีเรียนบ่ายค่ะ ถ้าพี่ทิณณ์ไม่กลับแล้วพิมพ์จะเรียนยังไง”
“ก็พี่ยังไม่อยากกลับ” เขาตอบอย่างคนเอาแต่ใจ ก่อนที่พิมพ์มาดาจะชะงักนิ่งไปไม่ตอบโต้
“จริง ๆ กลับช้าสักชั่วโมงสองชั่วโมงคงไม่เป็ไรหรอก เธอไปเอาความรู้จากเพื่อนก็ได้ ไม่เห็นจำเป็ต้องมาทำลายความสุขของพี่ในตอนนี้” เทวทิณณ์พูดพร้อมกับเอนกายลงนอน สายตาของเขาเลื่อนมองสระน้ำที่กระทบแสงเป็ประกายสวยงาม พร้อมกับนกน้อยบินผ่านไปมาอย่างอิสระ ช่างแตกต่างจากชีวิตเขานับจากเด็กจนโต เทวทิณณ์ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอิสระอย่างนกพวกนั้น ที่นึกจะบินไปไหนก็ทำได้อย่างใจปรารถนา
“คิดอะไรอยู่เหรอคะ” พิมพ์มาดาสังเกตสีหน้าของเทวทิณณ์อยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องมองตรงไปยังธรรมชาติที่สวยงาม
“เธอว่านกพวกนั้น มีความสุขไหม” พิมพ์มาดาหันมองยังนกน้อยที่บินไปมาอยู่ไม่ไกลนัก ก่อนหญิงสาวจะปล่อยยิ้มออกมา แล้วตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ก็ต้องมีความสุขสิคะ ตอนเด็ก ๆ พิมพ์ยังอยากเป็นกเลย” คำตอบของหญิงสาวทำให้เขาหลุดยิ้มออกมา
“ไม่แปลกที่เธอจะอยากเป็นก ใคร ๆ ก็้าชีวิตอิสระทั้งนั้น ไม่มีใครอยากอยู่แต่ในกรงหรอก เธอรู้อะไรไหมว่าชีวิตของพี่ขาดอิสระแค่ไหน” สายตาคมเลื่อนมองหน้าหญิงสาว ก่อนที่เธอจะส่ายศีรษะไปมา
“แต่เท่าที่พิมพ์เห็น ชีวิตของพี่ทิณณ์แสนจะอิสระนะคะ ไม่ต่างจากนกพวกนั้นเลย” สิ้นคำพูดของหญิงสาว เขาก็หลับตาลงพร้อมรอยยิ้ม
“เธอยังไม่รู้อะไร เกี่ยวกับตัวพี่อีกมาก”
“จะหลับเหรอคะ” หญิงสาวทำตาโต เมื่อเห็นท่าทีไม่สนโลกของเขา
“พี่ทิณณ์คะ” เขานิ่งเงียบ ก่อนจะดึงเธอลงนอนด้านข้าง พร้อมกับพิมพ์มาดาอ้าปากค้าง เมื่อตัวของเธอล้มลงตามแรงเหวี่ยงของเขา
“หลับตาสิ” เทวทิณณ์เอ่ยขึ้น
“พิมพ์ไม่ง่วงค่ะ”
“อย่าซื่อบื้อสิ บอกให้หลับตา” เขาพูดกึ่งดุ จนหญิงสาวจำใจต้องหลับตาลงตามคำสั่งของเทวทิณณ์ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“เธอลองฟังเสียงของธรรมชาติ และนกพวกนั้นดูสิ” พิมพ์มาดาค่อย ๆ เอาสมาธิไปจับจ้องกับเสียงของสายลม และเสียงของนกน้อยที่ส่งเสียงอยู่ไม่ไกลนัก เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อรับรู้ได้ถึงเสียงอันไพเราะที่วนอยู่รอบข้าง
“ตอนพี่เด็ก ๆ เวลาทะเลาะกับคุณพ่อ พี่มักจะทำแบบนี้ เพราะไม่ว่าเราจะรู้สึกแย่แค่ไหน แต่พอได้ยินเสียงธรรมชาติ มันก็ทำให้เราลืมเื่ราวต่าง ๆ ไปได้หมด” หญิงสาวค่อย ๆ ทำตามอย่างว่าง่าย และพบว่าสิ่งที่เทวทิณณ์พูดนั้นเป็เื่จริง สิ่งต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ในหัวค่อย ๆ เลือนหายไป และนั่นทำให้พิมพ์มาดาเคลิ้มหลับไปในที่สุด
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน หญิงสาวสะดุ้งตื่นเพราะเสียงบางอย่างดังอยู่ใกล้ ทว่าเพียงลืมตาขึ้นเท่านั้น เธอกลับเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเทวทิณณ์ทอดมองอยู่ก่อนแล้ว
“กี่โมงแล้วคะ” หญิงสาวลนลานลุกขึ้นนั่ง พลางหันมองบรรยากาศรอบ ๆ แล้วก้มมองนาฬิกาข้อมือพร้อมกับเบิกตากว้าง
“สามโมง”
“นี่พิมพ์หลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอคะ” เธอเอ่ยถามชายหนุ่มด้วยความใ ก่อนที่เทวทิณณ์จะชันเข่าขึ้นแล้วถอนหายใจ
“ท่าทางของเธอ เหมือนคนไม่ค่อยได้พักผ่อนมานาน มีเื่เครียดอะไรเหรอ” เขาตีเนียนแอบถาม พร้อมกับหญิงสาวชะงักนิ่งไป ความจริงแล้วในทุกคืนเธอมักจะคิดถึงพ่อกับแม่ พิมพ์มาดายังค้างคาใจหลายอย่าง นับจากวันที่พวกเขามาส่งให้อยู่กับน้าเขย จากนั้นก็ไม่เคยติดต่อมาอีกเลย
“หรือเป็เพราะพี่ ทำให้เธอนอนไม่หลับ อันที่จริง พี่ก็ไม่ได้ใช้งานเธอหนักขนาดนั้นนะ ยังไม่คุ้มกับเงินสามแสนเลยด้วยซ้ำ” เขาพูดพร้อมกับเบี่ยงหน้าไปทางสระน้ำขนาดใหญ่ พร้อมกับหวนนึกถึงเรือนร่างของเธอไปพลาง ๆ ก่อนที่พิมพ์มาดาจะค่อย ๆ ลุกขึ้น
“เรากลับกันเถอะค่ะ” หญิงสาวยืนมองชายหนุ่มที่ยังคงนั่งเฉย
“พี่ทิณณ์คะ ได้ยินไหมคะ” อีกฝ่ายเริ่มขึ้นเสียงเล็กน้อย ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันกลับมา
“จะกลับไปไหน มหาลัยหรือว่าคอนโดฯ”
“มหาลัยสิคะ” ว่าแล้วพิมพ์มาดาก็เตรียมเก็บอาหารให้เข้าที่ เพื่อรอคนของเขามาเก็บไป ก่อนจะสังเกตเสียงบางอย่าง ที่เป็ต้นเหตุทำให้เธอตื่น
“จิ๊บ ๆ ๆ” หญิงสาวชะงัก แล้วเอียงศีรษะฟังเสียงเล็ก ๆ นั้น ด้วยความแปลกใจ
“พี่ทิณณ์คะ ได้ยินอะไรไหมคะ”
“เสียงนกไง” เขาพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ใช่ค่ะ แต่พิมพ์ว่าเสียงมันอยู่ใกล้ไปนะคะ”
“มันอยู่บนต้นไม้นั่นหรือเปล่า” เขายังคงไม่ใส่ใจเหมือนเดิม ก่อนที่พิมพ์มาดาจะหยุดทุกอย่าง แล้วตั้งใจฟังเสียงจิ๊บ ๆ นั้นอีกครั้ง
“เสียงดังขนาดนี้ พิมพ์ว่าไม่ปกติแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาววางมือจากทุกอย่าง แล้วหันไปยังเสียงเล็ก ๆ ที่กำลังร้องลั่นอย่างผิดปกติ ก่อนที่สองเท้าของเธอจะเดินตามนั้นเสียงนั้นไปเรื่อย ๆ
“พิมพ์พอเถอะ มันก็นกแถวนี้แหละ ไม่ต้องสนใจหรอก” เสียงของเทวทิณณ์เอ่ยเรียก ทว่าหญิงสาวยังคงมองหาเสียงนั้นด้วยความตั้งใจ
“จิ๊บ ๆ ๆ ๆ” พิมพ์มาดาชะเง้อคอมองไปรอบ ๆ ต้นไม้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่ง พลางคว้าบางอย่างขึ้นมาแล้วะโเรียกชายหนุ่มในทันที
