เล่มที่ 4 บทที่ 116 ฆ่าปิดปาก
“มานี่สิ” หลังจากจับศิษย์สำนักหลิงติ่งมาได้ ศิษย์สำนักเชียนซานก็คิดว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จึงไม่กลัวว่าผู้บำเพ็ญปริศนาที่าเ็จะมีฝีมือหรือไม่ จากนั้นก็ออกคำสั่งให้ศิษย์ร่วมสำนักบุกเข้าไปจับตัวอีกฝ่ายทันที
“ข้าหรือ?”
“ถูกต้อง เ้านั่นแหละ”
“…”
“เ้าชื่อแซ่อะไร มาจากสำนักไหน เพราะอะไรถึงได้มาคิดร้ายศิษย์สำนักเชียนซานของข้า”
หลินเฟยได้ยินดังนั้นก็ลูบจมูกน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยตอบ
“อ้อ ข้าชื่อหลินเฟย มาจากสำนักเวิ่นเจี้ยน”
“บังอาจ!” เมื่อสิ้นเสียง ศิษย์สำนักเชียนซานก็หน้ามืดคล้ำลงทันที
“ถึงกับกล้าโป้ปดว่ามาจากสำนักเวิ่นเจี้ยน คิดว่าข้าดูไม่ออกหรืออย่างไร เ้าจะต้องเป็ศิษย์จากสำนักหลิงติ่งแน่ๆ พวกเ้าสองคนร่วมมือกันสังหารน้องข้าจนตาย!”
หลินเฟยได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจทันที ดูท่าศิษย์สำนักหลิงติ่งจะได้ของดีบางอย่างไป แต่ดันถูกสำนักเชียนซานเห็นเข้าก่อน ส่วนตัวเขาเองก็ร่วงลงมาขัดจังหวะตอนพวกเขากำลังลงมือพอดี แถมยังหล่นทับคนของสำนักเซียนซายตายอีก จึงถูกป้ายความผิดเสียได้…
สำหรับหลินเฟยนั้น…
แค่อยู่นิ่งๆก็ยังพลอยซวยไปด้วย…
“หึหึ…” พอเข้าใจเื่ทุกอย่าง หลินเฟยก็แค่นหัวเราะน้อยๆออกมา เขาไม่ได้โต้ตอบอะไร เพราะเขาเจอเื่แบบนี้มาไม่น้อยในชาติที่แล้ว ปกติก็ไม่ได้มีนิสัยชอบยุ่งเื่ชาวบ้านอยู่แล้วด้วย ดังนั้นเื่สำนักเชียนซานแย่งของสำนักหลิงติ่งก็ดี หรือสำนักหลิงติ่งแยกของสำนักเชียนซานก็ตาม หลินเฟยล้วนไม่เก็บมาใส่ใจ
‘แต่การลากคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เข้าไปพัวพันแบบนี้ ก็คงไม่ค่อยดีเท่าไรกระมัง?’
“ถ้าเ้ามีอะไรจะแก้ตัว ก็เก็บไว้พูดที่สำนักเชียนซานแล้วกัน!” เมื่อพูดจบ ศิษย์สำนักเชียนซานก็สำแดงกำไลที่มีหมอกควันดำรายล้อมออกมา ดูแล้วเหมือนจะเป็อาวุธขั้นหยางฝู
“ไปจับคนร้ายมาซะ หากขัดขืนก็ฆ่าทิ้งได้เลย!”
ไม่นานก็มีเสียงร้องโหยหวนและใบหน้าปีศาจอัปลักษณ์เก้าตนปรากฏขึ้นมา นี่จะต้องเป็อาวุธที่มีพลังปีศาจแน่ๆ แม้จะเพิ่งโคจรพลังก็เกิดเป็เงาปีศาจทั้งเก้าตนโผล่ออกมาเสียแล้ว แถมยังเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเืคละคลุ้งอีกด้วย และในตอนนี้มันก็กำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางหลินเฟย…
‘สงสัยคงไม่ได้คิดจะจับเป็หรอก ั้แ่ใจจะฆ่าปิดปากมากกว่า…’
“ระวัง นั่นคือกำไลมารจิ่วจื่อ!” ศิษย์พี่หวังที่อยู่ด้านข้างร้องเตือนด้วยความใ อีกฝ่ายแสดงเจตนาอย่างชัดเจนว่า้าฆ่าปิดปาก ต่อให้ศิษย์พี่หวังจะหัวทึบแค่ไหรก็ยังดูออก หากศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนคนนี้ตายไป ก็เท่ากับไร้ซึ่งพยานหลักฐานแล้ว
ถึงตอนนั้นสำนักเชียนซานจะยัดเยียดข้อหาอย่างไรก็ได้
พอเห็นอีกฝ่ายใช้กำไลมารจิ่วจื่อก็ตื่นตระหนกขึ้นทันที
นอกจากนี้ศิษย์สำนักหลิงติ่งทุกคนรวมทั้งศิษย์พี่หวังถูกสำนักเชียนซานจับพันธนาการเอาไว้ ไม่สามารถขัดขืนได้แม้แต่น้อย
ศิษย์พี่หวังจึงได้แต่มองเงาปีศาจเก้าตนพุ่งเข้าไปหาหลินเฟยตาปริบๆ โดยไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี…
และที่น่าเป็ห่วงก็คือ…
ไม่รู้ว่าศิษย์สำนักเวิ่นเจี้ยนผู้นั้นาเ็จนเลอะเลือนหรือเพราะไม่รู้ว่ากำไลมารจิ่วจื่อร้ายแรงแค่ไหน เมื่อเผชิญหน้ากับอาวุธร้ายแรงตรงหน้า กลับตบที่เอวเบาๆ ไม่โคจรพลังปราณเข้าต้านแม้แต่น้อย
ตอนแรกศิษย์พี่หวังคิดว่าอีกฝ่ายจะงัดอาวุธบางอย่างออกมาใช้
แต่ผลก็คืออีกฝ่ายไม่ได้หยิบอาวุธอะไรออกมาเลย
แต่เหมือนกับว่า…
เขากำลังคุยกับบางสิ่งอยู่!
“จบสิ้นแล้ว…” ศิษย์พี่หวังรู้สึกเบื้องหน้าของตนเองกำลังดับวูบลง…
บัดนี้หลินเฟยไม่สามารถอ่านความคิดของศิษย์พี่หวังได้แม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เขากำลังถกเถียงกับปีศาจกระบี่อย่างเอาเป็เอาตาย
“เ้าจงออกไปซะ…”
“อ๋องอย่างข้าไม่เคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต!”
“จะไม่ไปใช่ไหม?” หลินเฟยแค่นเสียงเย็นเยือก ก่อนจะเริ่มโคจรเคล็ดวิชาจูเทียนฝูถู ทันใดนั้นนั้นก็มีเสียงโหยหวนดังขึ้นบริเวณเอวของหลินเฟย ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก ปีศาจกระบี่ก็พุ่งออกจากเอวไป
ทำให้เกิดเป็ลำแสงสีดำพาดผ่าน ชั่วขณะที่ปีศาจทั้งเก้ากำลังจะรุมขย้ำหลินเฟย พวกมันก็ถูกลำแสงสีดำสกัดเอาไว้ก่อน แน่นอนว่าไม่มีสิ่งใดที่จะว่องไวไปกว่าปีศาจกระบี่อีกแล้ว ครู่ต่อมาลำแสงสีดำก็แบ่งออกเป็เก้าสาย แทงทะลุเงาปีศาจทั้งเก้า ก่อนจะตลบตัวม้วนมัดเอาไว้อย่างแ่า…
ชั่วขณะที่ลำแสงสีดำรัดแน่นยิ่งขึ้น หมอกควันดำของกำไลมารจิ่วจื่อก็แตกสลายออกไป หลังจากกำไลมารจิ่วจื่อถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี เ้าลำแสงสีดำก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ มันกลับพุ่งเข้าใส่ศิษย์สำนักเชียนซานผู้บงการกำไลมารจิ่วจื่อด้วยความเร็วดั่งพายุ เมื่อประชิดตัวได้ มันก็วนอยู่สักพัก ก่อนจะลอยหายกลับไปที่เอวหลินเฟยเหมือนเดิม
จากนั้นเ้าปีศาจกระบี่ก็เรออิ่มเสียงดังออกมา
“อ๋องอย่างข้ากินอิ่มแล้ว!”
ทุกอย่างเกิดขึ้นในชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น หลังจากปีศาจกระบี่พูดจบ ศิษย์สำนักเชียนซานผู้นั้นก็หน้าถอดสีไปทันที ทั่วทั้งร่างราวกับถูกบางอย่างโจมตี บัดนี้กำลังหงายหลังล้มลง…
ทุกคนตรงนั้นตกตะลึงจนตาเบิกโพลง
แม้จะเป็แค่ผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวน แต่แค่วนรอบๆ ก็สังหารอีกฝ่ายได้แล้ว
เหล่าศิษย์สำนักเชียนซานใจนหน้าซีดเผือดทันที สายตาที่มองหลินเฟยก็ไม่หลงเหลือความดูแคลนอีกต่อไป เพราะสายตาที่มองตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแทน พวกเขามองหลินเฟยราวกับเป็สัตว์ประหลาดร้ายกาจ ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญที่าเ็คนเดิมแต่อย่างใด …
“เ้า… อย่าเข้ามานะ!” เหล่าศิษย์เชียนซานใจนถอยหนี สายตาที่มองหลินเฟยก็เต็มไปด้วยความกลัวสุดขีด
“เพราะเ้าลงมือฆ่าศิษย์พี่อู๋ สำนักเชียนซานย่อมไม่ปล่อยเ้าไว้แน่…”
“อ้อๆ ข้ารู้แล้วล่ะ”
“รู้ก็ดี ข้าจะบอกให้นะ ศิษย์พี่อู๋น่ะ อีกแค่ก้าวเดียวก็จะบรรลุขั้นมิ่งหุนแล้ว เขาเป็ถึงหนึ่งในตัวเต็งศิษย์สายตรงก็ว่าได้ เป็คนที่เหล่าผู้าุโให้ความสำคัญเลยทีเดียว ในเมื่อเ้าเป็คนลงมือสังหารศิษย์พี่อู๋ ก็อย่าหวังที่จะมีชีวิตรอดออกจากทะเลอูไห่ไปได้เลย…” ศิษย์ผู้นั้นยังคงแกว่งเท้าหาเสี้ยนไม่หยุด คงคิดว่าคำพูดเหล่านี้จะทำให้หลินเฟยหวาดกลัวได้สินะ หารู้ไม่ยิ่งทำให้ตัวเองเข้าใกล้ความตายเร็วกว่าเดิมอีก…
“ขอบคุณที่เตือน” หลินเฟยพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะตบที่เอวเบาๆเพื่อคุยกับปีศาจกระบี่
“ได้ยินหรือยัง?”
“น่ารำคาญจริงๆเลย…” ปีศาจกระบี่บ่นพึมพำก่อนจะพุ่งตัวออกจากเอวหลินเฟยอีกครั้ง
เพียงครู่เดียวลำแสงสีดำก็โฉบผ่านเหล่าศิษย์สำนักเชียนซานไป แม้แต่เสียงร้องสักนิดก็ยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา เพราะถูกลำแสงสีดำสังหารจนหมดสิ้นไปเสียก่อน หลังจากจัดการเื่ทุกอย่างเสร็จสรรพ หลินเฟยก็ยังมีท่าทีดูปกติ เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่พอเห็นซากศพที่อยู่บนพื้น ก็เบ้ปากออกมา
“ก็บอกไปแล้วว่าข้ามาจากสำนักเวิ่นเจี้ยน เื่ฆ่าคนเพื่อปิดปากเนี่ย ถือเป็งานถนัดยิ่งกว่าพวกเ้าเสียอีก…”
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
