หนึ่งร้อยเมตร...เจ็ดสิบเมตร...หกสิบเมตร
ระยะทางค่อยๆ สั้นลงเรื่อยๆ
ยิ่งระยะทางใกล้เข้ามาเท่าไร หัวใจของทุกคนก็ยิ่งกังวลมากขึ้นเท่านั้น
ดวงตาขององค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยเป็ประกายด้วยแรงอาฆาตและเจตนาฆ่าฟัน ใครๆ ก็พอจะนึกออกว่า ด้วยฐานะของาาอาณาจักรแห่งหนึ่ง การที่ถูกสุนัขเห่าใส่จนต้องร่วงจากหลังม้า มันเป็เื่ที่น่าอับอายมากแค่ไหน ยิ่งล้มลงต่อหน้าบรรดาองค์าาอาณาจักรอื่นๆ ด้วยแล้วก็ยิ่งน่าขายหน้ามากเท่านั้น ยิ่งคิด องค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยก็ยิ่งกำดาบในมือแน่น เขาสาบานในใจเลยว่า หลังจากทำลายเมืองแซมบอร์ดแล้ว เขาจะสับเ้าสุนัขตัวนี้เป็ชิ้นๆ ไม่ให้เหลือแม้แต่ซาก องค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยหัวเราะออกมา เมื่อพลโล่หนึ่งร้อยกว่านายของเขากำลังเข้าใกล้กองทัพของฝ่ายตรงข้าม ราวกับว่าตัวเองได้มองเห็นหอก พุ่งเสียบพวกขยะเมืองแซมบอร์ดจนกลายเป็แอ่งเื าาเมืองแซมบอร์ดจะต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต และประเคนสมบัติของราชวงศ์และคู่หมั้นสาวที่ลือกันว่างามนักหนาแทบเท้าของเขา…
“พลธนู...เตรียม!”
ซุนเฟยเห็นเพียงสัญญาณธงสีแดงบนเนินเขาเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปพร้อมๆ กับเสียงะโดังลั่นท่ามกลางกองทัพของเมืองแซมบอร์ด ‘เอี๊ยด’ เสียงดึงสายธนูดังขึ้นเบาๆ พลธนูทั้งห้าสิบนายที่ยืนอยู่ด้านหลังพลโล่ก็ง้างธนูจนกลายเป็รูปพระจันทร์เต็มดวง ลูกศรประกายแสงเย็นะเืเตรียมพุ่งไปหาทหารราบของอาณาจักรชื่อสุ่ยที่วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ท่ามกลางสายตาจำนวนนับไม่ถ้วนที่คอยเฝ้าดูสถานการณ์ ที่ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกใจก็คือ การที่พลธนูเหล่านี้เลือกใช้รูปแบบการยิงด้วยวิถีแนวราบ
“ฮ่าๆๆ สุดท้ายก็เป็แค่พวกอีกาจับกลุ่ม!”
ทันใดนั้นก็มีบางคนในกองทัพพันธมิตรหัวเราะออกมาก่อนจะเริ่มถากถาง ระหว่างการทำา พลธนูไม่ใช่ตัวชูโรง ท่ามกลางสถานการณ์ที่สามารถพลิกผันได้เสมอ ต่อให้เป็นักธนูมือฉมังที่ยิงแม่นมากแค่ไหนก็ยังมีขีดจำกัดอยู่ดี ส่วนที่น่ากลัวที่สุดของพลธนูก็คือ ก่อนการปะทะกันในเสี้ยววินาที เหล่าพลธนูสามารถคร่าชีวิตของทหารฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน เพื่อ้าผลที่น่ากลัวอย่าง ‘ยังไม่ทันได้ปะทะกัน ข้าศึกก็ล้มตายไปกว่าครึ่ง’ แต่ถ้าอยากบรรลุผลแบบนั้น จะต้องเลือกรูปแบบการยิงด้วยวิถีแนวโค้ง เพราะรูปแบบนี้จะสามารถสังหารข้าศึกได้เป็จำนวนมากในสถานการณ์ที่ฝ่ายตรงข้ามถือโล่และวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งแบบนี้
แต่เมืองแซมบอร์ดกลับเลือกใช้รูปแบบการยิงด้วยวิถีแนวราบ!
ที่แท้ก็มือสมัครเล่น!
การเล็งยิงด้วยวิถีแนวราบใช้ได้แค่กับพวกทหารแนวหน้าเท่านั้น ในสถานการณ์การต่อสู้ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกพลธนูได้มีโอกาสง้างธนูเป็ครั้งที่สามอย่างแน่นอน การปล่อยให้โอกาสและเวลาเสียไปอย่างเปล่าประโยชน์ นั่นก็เท่ากับว่าได้ล้อเล่นกับชีวิตของตัวเองแล้ว...เว้นแต่...เว้นแต่ว่าพลธนูพวกนั้นต่างก็เป็นักธนูมือฉมังที่ยิงไม่เคยพลาดเป้าทุกคน แต่ว่า ฮึๆ มันจะเป็ไปได้อย่างไร?
“ฮ่าๆๆ และแล้วชัยชนะก็ตกอยู่ในมือข้า ดูท่าพวกข้าจะประเมินไอ้พวกชาวนาโง่เง่าพวกนี้สูงไป...”
องค์าาแห่งอาณาจักรเซินฮัวพลันหัวเราะออกมาเสียงดัง
แต่วินาทีต่อมา เสียงหัวเราะของเขาก็เหมือนกับแม่ไก่ที่ถูกบีบคอจนสำลักอากาศ ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตื่นใ
“ยิง!”
สิ้นเสียงะโนี้ เสียงสายธนูดีดผึงดังออกมาไม่ขาดสาย ลูกธนูทั้งห้าสิบดอกส่งเสียงร้องแหลมสูงในขณะที่ฝ่าอากาศออกไปประหนึ่งฝูงตั๊กแตนกระหายเื ลูกธนูสีขาวที่ถูกปล่อยออกไปทั้งห้าสิบดอกลอยขนานกับพื้นดิน ทุกดอกต่างพุ่งตรงไปที่เหล่าทหารที่วิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!
เสียงลูกธนูทะลวงผ่านเนื้อดังขึ้นไม่ขาดสาย ทหารราบของอาณาจักรชื่อสุ่ยห้าสิบนายที่วิ่งอยู่ด้านหน้าสุดก็ถูกลูกธนูปักเข้าที่ร่าง ก่อนจะล้มลงกับพื้นดุจใบไม้ร่วง โล่ในมือของพวกเขาไม่ได้ช่วยป้องกันพวกเขาเลยสักนิด ลูกธนูที่ไร้ความปรานีทะลุผ่านช่องตาแมวที่มีลักษณะเป็ครึ่งวงกลมบนโล่ ทะลวงเข้าที่หัวของพวกเขาอย่างแม่นยำและคร่าชีวิตเหล่าทหารทั้งห้าสิบนายในพริบตา ไม่ปล่อยให้พวกเขาได้โอกาสกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
ห้าสิบดอก คร่าดวงิญญาไปได้ห้าสิบดวง!
ทันใดนั้น ทั้งสนามรบก็พลันเงียบกริบขึ้นมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
ตึก!
เหล่าทหารอาณาจักรชื่อสุ่ยอ้าปากค้าง อาวุธที่อยู่ในมือก็พลันตกลงบนพื้นทันที
“พระเ้า...นัก...นักธนูมือฉมัง? ทะ...ทั้งหมดเป็นักธนูมือฉมัง?” บางคนเหมือนกับว่าได้เห็นเทพธิดากำลังเปลื้องผ้าอยู่ต่อหน้า พวกเขาต่างอุทานออกมาอย่างใ
“ไม่!!! จะเป็ไปได้อย่างไร?”
องค์าาและผู้นำฝ่ายพันธมิตรพลันรู้สึกหนาวเย็นั้แ่ก้นขึ้นมายันคอ ร่างของพวกเขาสั่นไม่หยุด แม้แต่ม้าที่พวกเขาขี่ก็เหมือนจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย มันจึงรู้สึกไม่สบายใจก่อนจะก้าวถอยหลังไป มันเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อมากเกินไปแล้ว! ยังมีเื่ที่บ้ากว่านี้อีกไหม? อาณาจักรยาจกเล็กๆ ที่ไม่มีปัญญาซื้อแม้แต่ชุดเกราะให้ทหาร แต่กลับมีนักธนูมือฉมังอยู่ตั้งห้าสิบนาย เป็ไปได้อย่างไร?
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
ไม่มีเวลาให้เหล่าาาพันธมิตรได้ใคร่ครวญ ไม่ช้า เสียงสั่นะเืของลูกธนูระลอกที่สองก็ดังขึ้นมา ทำให้พวกผู้นำพันธมิตรต่างสะดุ้งตื่นจากภวังค์
ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก ฉึก!!!
ไม่แตกต่างจากครั้งแรก ลูกธนูที่แหลมคมยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดี ทะลวงผ่านเืเนื้อได้อย่างแม่นยำ พร้อมๆ กับเสียงแรงสั่นะเืของคันธนูดังก้องไปทั่วสนามรบ ประหนึ่งท่วงทำนองเพลงแห่งความตาย ราวกับว่าจ้าวนรกฮาเดสกำลังแสยะยิ้มกว้างในขณะที่ถือเคียวเกี่ยวิญญาที่มองไม่เห็น ค่อยๆ ไล่เก็บเกี่ยวดวงิญญาของพวกเขาทีละคน
ห้าาสิบเมตร!
ระยะทางนั้น เป็เส้นทางที่ผ่านไปไม่ได้
ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้กองทัพฝ่ายเมืองแซมบอร์ดได้ในรัศมีห้าสิบเมตร
ในรัศมีห้าสิบเมตรจากตำแหน่งของกองทัพเมืองแซมบอร์ดเต็มไปด้วยศพนับร้อยที่นอนเรียงรายอยู่ตรงนั้น
ทหารราบแต่ละคนต่างถูกลูกธนูทะลวงเข้าที่คอ เบ้าตา หัวและส่วนที่เป็อันตรายจนตกตาย ทุกส่วนที่ถูกธนูยิงใส่ต่างเป็ส่วนที่โล่ปากเป็ดไม่สามารถป้องกันได้ เพราะในระหว่างที่พวกเขาวิ่ง พวกเขาจำเป็ที่จะต้องสังเกตการณ์เคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลา แต่ในการต่อสู้หลายครั้งที่ผ่านมา พวกเขาจะเหลือใบหน้าไว้สำหรับมองฝ่ายศัตรูไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ ซึ่งจะทำให้ภัยคุกคามที่เกิดจากพลธนูลดลงไปได้ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ว่าใครก็ไม่คิดว่า การที่เหลือใบหน้าไว้ไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือเล็กๆ นี้ จะเป็จุดที่จบชีวิตของเหล่าทหาร
เมื่อมองเห็นศพนับร้อยนอนเรียงรายอยู่บนพื้น เสียงสูดลมหายใจก็ดังขึ้นจากกองทัพฝ่ายพันธมิตร มีคนนับไม่ถ้วนที่ยกมือมาขยี้ตาตัวเอง เหมือนกับว่าตัวเองได้มองเห็นภาพลวงตา มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน พลธนูทั้งห้าสิบนายยิงแค่สองครั้งก็สามารถดับชีวิตของเหล่าทหารราบได้เป็ร้อยคน ในกองทัพพันธมิตรไม่เคยขาดแคลนทหารผ่านศึกที่มีประสบการณ์มากมาย แต่ในตอนนี้ แม้แต่พวกเขาเองก็อดไม่ได้ที่จะเหงื่อแตกพลั่ก ผลการรบที่ไม่ต่างอะไรกับความฝันแบบนี้ ไม่ใช่แค่น่ากลัว แต่มันน่าหวาดกลัวมากต่างหาก!
และในใจขององค์าาอาณาจักรชื่อสุ่ยเหมือนมีหยดเืไหลออกมา
และหยดเืนี้มันคือหยดเืแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่
เขาไม่มีวิธีที่จะทำให้ตัวเองเ็ปน้อยลงได้เลย ทหารราบไม่ว่าจะโล่หรือหอกทั้งหนึ่งร้อยนาย ต่างก็เป็ทหารชั้นยอด เป็เหมือนหัวใจของเขา เป็กองกำลังรบหลักของเขา เดิมทีเขาเห็นว่าขบวนทัพของเมืองแซมบอร์ดกระจายตัวไม่เป็ระเบียบและมีจำนวนน้อย เพราะแบบนั้น เขาถึงได้วางใจปล่อยให้ทหารราบชั้นยอดวิ่งออกไป นอกจากจะอยากอวดแสนยานุภาพของกองทัพตัวเองให้พวกอาณาจักรพันธมิตรได้ดูชมแล้ว ก็เพื่อที่จะมีสิทธิมีเสียงในการฮุบเมืองแซมบอร์ดและรับของล้ำค่ามากมายหลังจากาจบลง แต่ใครจะไปคิดว่าทหารราบชั้นยอดทั้งหนึ่งร้อยนาย ยังไม่ทันจะได้ต่อสู้หรือแม้แต่ปาหอกออกไป ก็ทอดร่างลงบนพื้นกลายเป็ศพแข็งๆ แบบนี้!?
ความรู้สึกนี้ มันเหมือนกับมีคนกำลังเอามีดคมๆ มาแล่เนื้อเถือหนังเขาอยู่
“อ๊าก...บ้าไปแล้ว!” ร่างขององค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยโงนเงน เหมือนจะหงายหลังเป็ลม เขาเกือบจะตกลงจากหลังของเฟลมมิ่ง บีตส์อีกรอบ
นักธนูมือฉมัง!
นักธนูมือฉมังทั้งห้าสิบนาย
ทำไมเมืองแซมบอร์ดถึงสามารถมีนักธนูมือฉมังถึงห้าาสิบนายได้?
มองไปยังพลธนูปอนๆ ทั้งห้าสิบนายของกองทัพเมืองแซมบอร์ดที่ไม่มีแม้แต่หมวกเหล็กหรือเสื้อเกราะธรรมดาๆ ตอนนี้ไม่มีใครหัวเราะออกมา นี่เป็เื่ที่น่าใจริงๆ นักธนูมือฉมังเป็บุคคลล้ำค่าที่เหล่าราชอาณาจักรใหญ่พากันยื้อแย่งตัว ใครจะไปคิดว่าอาณาจักรบริวารระดับหกจะมีนักธนูมือฉมังตั้งครึ่งร้อย? วินาทีนี้ไม่มีใครกล้าที่จะหัวเราะเยาะพวกเขาอีก พวกเขาต่างนึกกลัวว่า หากส่งเสียงดังออกไปเพียงนิดเดียว จะดึงดูดความสนใจจากพลธนูทั้งห้าสิบนายมาที่ตัวเอง จากนั้นก็กลายเป็เป้ายิงให้พวกเขากระหน่ำยิง
แทบจะในทันทีที่เหล่าพันธมิตรได้ฟื้นคืนสติ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพลธนูมือฉมังทั้งห้าสิบนาย เหล่าทหารม้าทั้งสองพันกว่าคนคงไม่เพียงพอสำหรับพวกเขาแน่ๆ แค่พลธนูยิงธนูยี่สิบสามสิบครั้งก็สามารถลากพวกเขาลงสู่ขุมนรกได้ในทันที โดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะดิ้นรน
ซุนเฟยที่ขี่หลังสุนัขั์สีดำหัวเราะแทบฟันหัก
เขาใช้ 'น้ำยาฮัลค์' ถึงหกขวดในการผสมกับอาหารและเครื่องดื่มของเหล่าพลธนูทั้งห้าสิบคน และคอยควบคุมปริมาณของน้ำยามาตลอดครึ่งเดือน ให้น้ำยาค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโครงสร้างของพลธนูอย่างช้าๆ ทำให้สมรรถภาพทางกายของเหล่าทหารเพิ่มสูงขึ้น ทั้งยังอัญเชิญพวกโร้กสาวออกมาฝึกสอนการยิงธนูให้พวกพลธนูอย่างลับๆ วันนี้จึงสามารถแสดงฝีมือที่ยอดเยี่ยมออกมาได้อย่างงดงาม สร้างความตื่นใให้แก่พวกกองทัพพันธมิตรทั้งเก้าอาณาจักร
“ไอ้พวกโง่ จะมัวยืนตะลึงหาอะไร รีบไปแย่งอุปกรณ์บนตัวศพสิ!”
ซุนเฟยที่ขี่หลังสุนัขั์สีดำพลันะโสั่งออกมา และเป็คนแรกที่วิ่งนำหน้าออกไป เหล่าเทศกิจอีกห้าสิบกว่าคนที่เหลือของเมืองแซมบอร์ดที่ยืนตาค้างกับฝีมือพลธนูของตัวเองก็พลันได้สติขึ้นมา พวกเขาจึงโยนขวานบิ่นๆ และไม้พลองในมือทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนจะโห่ร้องแล้ววิ่งกรูไปที่บรรดาศพที่นอนกองอยู่บนพื้นประหนึ่งหมาป่ามองเห็นกระต่ายน้อย พวกเขาวิ่งเร็วมากตามหลังสุนัขั์สีดำไปติดๆ
“พวกเขาทำอะไร?” มีทหารบางคนที่ถามออกมาอย่างโง่ๆ
“สมควรตาย รีบโจมตีเร็วเข้า รีบหยุดพวกมัน พวกมันกำลังจะปล้น...”องค์าาแห่งอาณาจักรชื่อสุ่ยดิ้นเร่าๆ แทบจะเป็บ้า ในชั่วพริบตาเขาก็เข้าใจความหมายที่าาเมืองแซมบอร์ดพูด กลุ่มยาจกที่น่าสงสารได้ทำการปล้นชิงชุดเกราะและโล่จากบรรดาศพที่นอนบนพื้น ไร้ยางอาย พวกนั้นไร้ยางอายเกินไปแล้ว! ร่างของาาอาณาจักรชื่อสุ่ยสั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนจะแหกปากเสียงดังว่า “อ๊าก...ยิงธนู รีบยิงธนู สังหารพวกมันให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
เสียงแหกปากแหลมๆ นี้ได้ปลุกสติทหารของกองทัพพันธมิตร ก่อนจะรีบสั่งการให้พลธนูยิงธนูทันที
------------------------
