แสงจากแผงข้อมูลค่อย ๆ เลือนหายไปจากสายตา จางเหวินยังคงนอนนิ่งอยู่ข้างกลางถ้ำ ดวงตาจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างไร้อารมณ์ ข้อมูลทุกบรรทัดยังคงชัดเจนอยู่ในหัวของเขา
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกจนหน้าอกยกขึ้นช้า ๆ ก่อนจะดันฝ่ามือกับพื้นหินที่เย็นเฉียบ เขาพยายามยืนขึ้นอย่างยากลำบาก ทันทีที่ร่างขยับ เส้นพลังปราณภายในก็ส่งสัญญาณต่อต้านอย่างรุนแรง เืคั่งไหลย้อนขึ้นคอ
เอื๊อ!!
เสียงพ่นเืดังขึ้นทันที จางเหวินก้มตัวลง ไอเืสีแดงสดกระเซ็นเปื้อนพื้นหิน เขาใช้หลังมือเช็ดมุมปากอย่างลวก ๆ แล้วฝืนยืนขึ้นจนได้ ขาทั้งสองข้างสั่นเล็กน้อย แต่ยังรับน้ำหนักร่างกายไว้ได้ เขาเดินไปรอบๆ พร้อมเปิดแหวนมิติและทำการเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เหลือรอดอยู่มาเก็บไว้ในแหวนทั้งหมด
หลังจากเก็บน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดมาแล้ว เขาก็พยุงตัวเองเดินไปตามทางยาวภายในถ้ำ ก้าวหนึ่ง หนักอึ้ง ก้าวต่อมา ปอดของเขาถูกบีบคั้น ทุกการหายใจคือการฝืนต่อรองกับร่างกายของตนเอง ทางเดินภายในถ้ำคดเคี้ยว แสงสลัวจากคริสตัลธรรมชาติสะท้อนเงาร่างของเขาทอดยาวบนผนังหิน
ไม่นานนัก เสียงซู่ซ่าของสายน้ำก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า กลิ่นอากาศชื้นเย็นพัดเข้ามาปะทะใบหน้า จางเหวินฝืนก้าวต่อไปจนในที่สุดก็เดินออกจากปากถ้ำได้สำเร็จ
น้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูง เสียงกระทบดังสนั่น สายน้ำโปร่งใสราวกับผ้าม่านขาวที่กั้นโลกภายนอกเอาไว้ แสงแดดสว่างจ้าสาดส่องผ่านม่านน้ำ ตกกระทบลงบนร่างของเขาเป็ประกายระยิบระยับ ถ้ำที่เขาพึ่งออกมาเมื่อครู่นั้น ถูกซ่อนเอาไว้อย่างแเีภายใต้น้ำตกขนาดใหญ่
จางเหวินยืนมองแสงสว่างตรงหน้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขายกมือขึ้นแตะผิวน้ำตก ความเย็นเฉียบแทรกซึมเข้ามาทันที และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เืก็พุ่งออกจากปากเขาอีกครั้ง
แต่คราวนี้ ร่างกายของเขาไม่ทรุดลง
ิัเริ่มแปรเปลี่ยนเป็โปร่งใส เืเนื้อสลายตัวกลายเป็กระแสน้ำ ร่างทั้งร่างแตกตัวอย่างเงียบงัน ก่อนจะไหลผสานออกไปพร้อมกับสายน้ำตก
จางเหวินไหลไปตามกระแสน้ำ ปล่อยให้ร่างกายกลายเป็ส่วนหนึ่งของสายน้ำ โลกหมุนเวียนผ่านการรับรู้ที่เลือนราง แต่สติของเขากลับค่อย ๆ สงบลง
โลกที่เขาอยู่ในตอนนี้ มีชื่อว่าโลกชะตาฟ้า มันเป็เพียงโลกใบเล็ก หนึ่งในโลกใบเล็กนับร้อยของของโลกชะตาฟ้าที่ยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่า ความรู้นี้ไม่ใช่ความลับสำหรับตระกูลจางและกองกำลังชั้นนำ ต้นกำเนิดของตระกูลจางเองก็สืบเชื้อสายมาจากโลกใบใหญ่ เพียงแต่พวกเขาได้ส่งสมาชิกของตระกูลที่ไม่มีความสามารถเพียงพอสำหรับตระกูลหลักมาสร้างรากฐานไว้ในโลกใบเล็กแห่งนี้
ขณะร่างกายของเขาไหลไปตามกระแสน้ำ ผ่านปลาและสัตว์อสูรใต้น้ำนานาชนิดไปโดยที่พวกมันไม่สามารถััถึงเขาได้แม้แต่น้อย ความคิดของจางเหวินค่อย ๆ เรียงตัวเป็ลำดับ ที่ที่เขาอยู่ในตอนนี้คือทวีปลมดำ หนึ่งในหลายสิบทวีปของโลกชะตาฟ้า แต่ในบรรดาทวีปทั้งหมด ทวีปลมดำคือทวีปที่แข็งแกร่งที่สุด มีทรัพยากร พลังิญญา และพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุด
ทวีปลมดำ มันคือจุดศูนย์กลางของกองกำลังนับไม่ถ้วน เป็ที่ตั้งของตระกูลใหญ่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ และอำนาจลึกลับมากมาย ตระกูลจางเองก็ตั้งอยู่บนทวีปนี้เช่นกัน แต่ไกลออกไปทางตอนเหนือสุด
ส่วนที่ที่เขาไหลผ่านอยู่ในตอนนี้ คือดินแดนตอนใต้สุดของทวีป มันคือ ป่าแห่งหมอกที่เป็ทางเชื่อมระหว่างทวีปลมดำกับทวีปหยกทอง
กระแสน้ำพัดพาร่างของจางเหวินไหลไปเรื่อย ๆ เขาไม่รู้ว่าผ่านมากี่ชั่วโมงแล้ว เขารู้เพียงแค่ว่าต้องประคองสติของตัวเองไว้ แม้จะเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ว่าร่างกายที่แปรสภาพเป็สายน้ำค่อย ๆ ดูดกลืนความชื้นและสายน้ำรอบข้างอย่างช้า ๆ ไม่ใช่เพื่อเพิ่มพลัง แต่เพื่อไม่ให้การมีอยู่ของเขาจางหายไปกลางกระแสน้ำเชี่ยว
ทุกครั้งที่กระแสน้ำปะทะโขดหินหรือแยกตัวเป็สายย่อย ร่างของเขาก็สั่นไหวเล็กน้อย เสมือนเตือนว่าหากเสียสมาธิเพียงชั่วขณะ การควบคุมนี้อาจพังทลาย และเขาอาจถูกฉีกออกเป็เพียงหยดน้ำธรรมดาที่ไร้ตัวตน
หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่งในที่สุด เสียงของผู้คนก็เริ่มดังแว่วมาจากเบื้องหน้า กลิ่นควันไฟ กลิ่นอาหาร และเสียงล้อเกวียนบดกับพื้นหินค่อย ๆ ชัดขึ้น เมืองหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าการรับรู้ของเขา
มันคือเมืองใบเหลือง เมืองขนาดใหญ่ที่มีแม่น้ำสายใหญ่ตัดผ่านกลางเมือง เป็จุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างทวีปลมดำและทวีปหยกทอง ผู้คนจากหลายทิศทางต้องผ่านที่นี่ไม่ว่าจะเป็พ่อค้า นักเดินทาง หรือผู้บ่มเพาะที่ไม่อยากเสี่ยงอ้อมเส้นทางอันตราย
จางเหวินดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ร่างน้ำจะไหลขึ้นสู่ตลิ่ง เขาควบคุมพลังวารีอย่างระมัดระวัง รวบรวมของเหลวรอบตัวให้ควบแน่นขึ้นเป็รูปทรงของมนุษย์ เสื้อผ้าสีเรียบถูกสร้างขึ้นจากพลังน้ำ ปิดบังเรือนร่างที่ยังไม่อาจแสดงตัวต่อโลกภายนอกได้
ที่สำคัญในตอนนี้เขาอ่อนแอเกินไป อ่อนแอเกินกว่าจะใช้พลังปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตา หรือบิดเบือนการรับรู้ของผู้อื่น ทำได้เพียงซ่อนร่องรอยพื้นฐานเท่านั้น
ขณะที่กำลังตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองอย่างเงียบงัน เขาก็เอ่ยถามขึ้นในใจ
“ระบบ… เ้าซ่อนออร่าของข้าได้ไหม แบบที่คนอื่นไม่สามารถััถึงตัวตนของข้าได้”
แทบจะในทันที เสียงตอบกลับก็ดังขึ้น
[ทำการเปิดระบบอำพรางเป็เวลา 3 วัน ตราบใดที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่มาหาท่านด้วยตนเอง จะไม่มีผู้ใดสามารถััถึงตัวตนของท่านได้ แม้แต่น้องชายแท้ของท่านก็ไม่อาจจดจำได้เลย]
จางเหวินหัวเราะอย่างแ่เบา เสียงนั้นแหบพร่าและสั้นจนแทบไม่เรียกว่าการหัวเราะ
“3 วันงั้นเหรอ… พอได้อยู่”
ในขณะนั้นเอง รถม้าคันหนึ่งก็แล่นผ่านริมแม่น้ำ พ่อค้านั่งอยู่ด้านหน้า พร้อมเสียงแส้ที่ดังขึ้น จางเหวินไม่ลังเล ร่างของเขาแตกสลายกลายเป็หยดน้ำในพริบตา ก่อนจะพุ่งขึ้นไปเกาะอยู่ใต้เพลาของรถม้าอย่างแเี
เมื่อรถม้าเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูเมือง ยามเฝ้าประตูก็เริ่มตรวจรายชื่อและสัมภาระภายในรถอย่างละเอียด บรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อยจากมาตรการรักษาความปลอดภัย แต่สำหรับหยดน้ำที่ซ่อนอยู่ใต้รถม้าแล้ว การที่เขาจะถูกหาเจอนั้นเป็ไปได้ยากมาก
ไม่นานนัก รถม้าก็ผ่านประตูเมืองเข้าไปได้สำเร็จ
จางเหวินค่อย ๆ แยกตัวออกจากเพลารถ ปล่อยให้ร่างน้ำหยดลงสู่พื้นอย่างเงียบงัน ก่อนจะไหลไปตามเงามืดของตรอกแคบ ๆ มุ่งหน้าไปยังทิศเหนือสุดของเมือง
เขามีความรู้เกี่ยวกับเมืองนี้เล็กน้อย ตัวเขาเองเคยเดินทางมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนั้น จางหลินเป็คนพาเขามา เพื่อค้นหาถ้ำที่มีน้ำอมฤตซ่อนอยู่ และในเมืองใบเหลืองนี่เอง เขาได้พบใครบางคนที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และเป็คนที่เขาสามารถเชื่อใจได้ด้วย
จางเหวินหยุดการไหลของร่างน้ำลงตรงหน้าหอการค้าแห่งหนึ่ง สายตาที่สงบนิ่งของเขาจับจ้องไปยังอาคารตรงหน้าอย่างเงียบงัน ความทรงจำเมื่อไม่กี่ปีก่อนค่อย ๆ ผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ครั้งนั้นเขาเคยมาเยือนที่นี่พร้อมกับจางหลิน หอการค้าแห่งนี้ในอดีตไม่ได้ดูทรุดโทรมเช่นนี้ แม้ตัวอาคารจะไม่ได้ใหม่หรือหรูหรา แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิต เสียงต่อรอง เสียงหัวเราะ และพลังของเงินทองที่หมุนเวียนไม่ขาดสาย มันเคยเป็หนึ่งในหอการค้าที่รุ่งเรืองที่สุดของเมืองใบเหลือง เป็สถานที่ที่ใครก็ตามในเส้นทางการค้าต้องแวะผ่าน
แต่ภาพตรงหน้าในตอนนี้กลับทำให้ความรู้สึกบางอย่างในใจของเขาเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ อาคารยังคงตั้งตระหง่าน แต่ความมีชีวิตกลับหายไป ร่องรอยความมั่งคั่งในอดีตถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่ากดดัน ประตูหน้าปิดสนิท ผนังบางส่วนแตกร้าว อาคมป้องกันที่เคยแ่าบัดนี้กลับเลือนรางจนแทบไม่เหลือพลังใดๆ
จางเหวินไม่เร่งรีบ เขาปล่อยให้ร่างกายแปรสภาพเป็สายน้ำไหลซึมผ่านช่องว่างของประตูเข้าไปภายในอย่างใจเย็น สิ่งแรกที่ปรากฏต่อสายตาคือซากปรักหักพัง โถงรับแขกที่เคยมีผู้คนพลุกพล่านบัดนี้เหลือเพียงโต๊ะรับซื้อสินค้าที่พังทลาย เคาน์เตอร์แตกหัก เศษไม้และหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น ร่องรอยเหล่านี้ดูเหมือนจะเกิดจากการต่อสู้รุนแรงพอสมควร
เขาไหลผ่านซากที่พังทลายเ่าั้ไปอย่างเงียบงัน ก่อนจะค่อย ๆ มุ่งหน้าขึ้นไปยังชั้นสอง การควบคุมร่างน้ำในสภาพอ่อนแอทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเชื่องช้า ราวกับต้องฝืนลากตัวเองผ่านแรงต้านที่มองไม่เห็น จนกระทั่งเขามาหยุดอยู่หน้าห้องหนึ่ง ประตูไม้ผุพังเอนเอียง อาคมที่เคยปกป้องห้องนี้แทบไม่หลงเหลือพลังใดอีกต่อไป
จางเหวินไหลผ่านประตูเข้าไปทันที
ภายในห้อง แสงสว่างมีเพียงเล็กน้อยจากช่องหน้าต่างที่แตกร้าว บนเตียงไม้ทรุดโทรม ร่างของชายคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ เขาผอมแห้งจนเห็นโครงกระดูกใต้ิั ร่างกายเหี่ยวเฉาไร้พลังชีวิต การบ่มเพาะสูญสลายจนไม่เหลือแม้เศษเสี้ยว ลมหายใจแ่เบาและพร้อมดับหายไปทุกเมื่อ กลิ่นเน่าอับจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้อง เป็กลิ่นของร่างกายที่กำลังถูกความตายคืบคลานเข้ามากลืนกินอย่างช้า ๆ
จางเหวินค่อย ๆ ควบแน่นร่างกลับเป็มนุษย์ ก่อนจะเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างเตียงนั้นโดยไม่เอ่ยคำใด สายตาของเขานิ่งสงบ
[ชื่อ: ิหยวน]
[ระดับการบ่มเพาะ: พังทลาย]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างกายต้นกำเนิดดวงดาว (ระดับศักดิ์สิทธิ์) (ต้นกำเนิดพังทลาย) ]
[โชค: ดำ]
[ความชื่นชอบ: 95]
