ยามราตรีมีหมอกลงหนา ค่ำคืนอันเงียบสงัดค่อนข้างจะหนาวเหน็บอยู่บ้าง ภายใต้แสงจันทร์นวลสลัวบนท้องฟ้าไม่ปรากฏดาวเลยสักดวง
เยี่ยเฉินเฟิงเดินวนอ้อมเมืองหลวงอยู่รอบใหญ่จนแน่ใจว่าไม่มีใครแอบสะกดรอยตามตนเองมาจึงรีบกลับไปยังบ้านหลังเล็กที่เช่าทิ้งไว้ ชำระล้างร่างกายผลัดเปลี่ยนชุดที่สวมใส่แล้วปรับสภาพร่างกาย
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงปรับท่วงท่าจนร่างกายอยู่ในสภาพพร้อมที่สุดแล้ว ก็ยังไม่ได้รีบร้อนกลืนกินโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีลงไป แต่เลือกจะหยิบม้วนคัมภีร์ที่สมองกลืนเทวะแสดงปฏิกิริยาตอบรับออกมาตรวจดูก่อน
“ไม่รู้เลยว่าม้วนคัมภีร์อันนี้มันมีตรงไหนที่พิเศษกันแน่”
เยี่ยเฉินเฟิงทาบมือลงบนม้วนคัมภีร์ด้วยความสงสัยในใจ ััดูปฏิกิริยาจากในม้วนคัมภีร์อย่างเงียบๆ
“ค่ายกล ในม้วนคัมภีร์นี้มีค่ายกลปิดผนึกอยู่”
ภายใต้พลังตรวจจับอันลึกล้ำของสมองกลืนเทวะ เยี่ยเฉินเฟิงก็พบว่าภายในม้วนคัมภีร์มีค่ายกลลึกลับจำนวนมากแอบซ่อนอยู่ ค่ายกลเ่าั้กำลังปกปิดเนื้อหาที่แท้จริงภายในม้วนคัมภีร์
“ทลาย!”
ด้วยพลังของสมองกลืนเทวะรวมกับความรู้เกี่ยวกับค่ายกลที่ได้รับถ่ายทอดมา เยี่ยเฉินเฟิงจึงใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการปลดผนึกค่ายกลสิบกว่าชั้นที่แฝงตัวอยู่ในม้วนคัมภีร์
เพียงครู่เดียวเท่านั้น ม้วนคัมภีร์หนังแกะสีเหลืองซีดก็ปรากฏลวดลายจำนวนมากรวมตัวกันจนกลายเป็อักขระโบราณเก่าแก่ที่แตกต่างจากปัจจุบันนับร้อยตัว
แม้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงจะไม่รู้จักอักขระโบราณเหล่านี้ แต่สมองกลืนเทวะกลับสามารถแยกแยะออกมาได้ว่าแต่ละอักขระมีความหมายว่าอย่างไร
“วารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ”
“ไม่คิดเลยว่าคัมภีร์ม้วนนี้จะเกี่ยวข้องกับวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับ” เยี่ยเฉินเฟิงพึมพำด้วยความประหลาดใจ
ยึดตามความทรงจำของสมองกลืนเทวะ บนทวีปโต้วหุนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งนี้มีของวิเศษสุดมหัศจรรย์ที่แฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างอยู่อย่างหนึ่ง
ของวิเศษเหล่านี้บางอย่างเป็สิ่งที่ผู้แข็งแกร่งในอดีตกาลหลงเหลือเอาไว้ บางอย่างเป็สิ่งที่ฟ้าดินรังสรรค์ขึ้นมาและบางอย่างก็เกิดขึ้นจากการผันเปลี่ยนของห้วงมิติเวลา
หากสามารถและใช้งานของวิเศษเ่าั้ได้ พวกมันก็จะกลายเป็ตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ของตนเองและยกระดับพลังที่แท้จริงให้สูงขึ้นได้หลายขั้น
ทว่าของวิเศษเ่าั้พบเจอได้ยากยิ่ง อีกทั้งยังกำราบให้เชื่อฟังได้ยากลำบาก มีผู้แข็งแกร่งระดับสูงของทวีปโต้วหุนมากมายที่เสาะแสวงหาของเ่าั้มาทั้งชีวิต แต่ท้ายที่สุดแล้วกลับไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาสักอย่าง
และวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่สลักอยู่ในม้วนคัมภีร์หนังแกะก็คือของวิเศษชนิดหนึ่งที่ถือกำเนิดจากฟ้าดิน มีเพียงสถานที่หนาวเหน็บสุดขีดเท่านั้นถึงจะมีโอกาสอันน้อยนิดให้กำเนิดของวิเศษออกมา อีกทั้งพลังที่แฝงอยู่ในของวิเศษก็ร้ายกาจพอจะแช่แข็งยอดฝีมือระดับจอมพลอสูรโลกาให้ตายได้อย่างง่ายดาย...
“คิดไม่ถึงเลยว่าูเาน้ำแข็งั์ที่อยู่ไม่ไกลจากแคว้นจื่อจิน จะมีวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับที่ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนอิจฉาตาร้อนอยากจะได้มาเก็บซ่อนอยู่ภายใน แต่ด้วยพลังที่แท้จริงของข้าในตอนนี้ ต่อให้ตามหาวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับเจอก็คงไม่มีปัญญากำราบมันให้เชื่อฟังอยู่ดี”
“ทว่าน้ำพุต้นกำเนิดเหมันต์ที่ก่อเกิดจากวารีทิพย์เหมันต์ลึกลับส่งผลดีต่อการหลอมกายาเป็อย่างมาก ถ้าหากข้าได้มันมาจะต้องช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรระดับสามหรือขั้นหลอมอวัยวะได้แน่นอน” เยี่ยเฉินเฟิงบ่นพึมพำกับตัวเอง ควบคุมสมองกลืนเทวะให้จดจำเนื้อหาทั้งหมดภายในม้วนคัมภีร์หนังแกะสีเหลืองซีด ก่อนจะจุดไฟเผาม้วนคัมภีร์จนเหลือเพียงเศษขี้เถ้า
“ได้เวลาลิ้มรสของโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีต้นนี้สักที”
เยี่ยเฉินเฟิงเหลือบมองดูเวลาแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีอันแสนล้ำค่าขึ้นมา
“ไม่รู้ว่าโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีต้นนี้จะช่วยเติมเืลมที่ยังขาดหายในร่างกายของข้าได้สักกี่ส่วนกัน”
เยี่ยเฉินเฟิงฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรระดับสองหรือขั้นหลอมกายาก้าวแรกสำเร็จแล้ว เืลมทั่วร่างจึงขาดแคลนอย่างรุนแรง เขาไม่กลัวว่าสรรพคุณของโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีต้นนี้จะสูญเปล่าเลยแม้แต่น้อย
“หวานชะมัด เ้าโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีต้นนี้กลับมีรสชาติหวานรึนี่”
เยี่ยเฉินเฟิงทดลองกัดโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีเข้าไปคำเล็กๆ และพบว่ารสชาติของมันแตกต่างไปจากโสมทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อกัดเข้าปากและเคี้ยวจะได้รสหวานหอมละมุนละไมกลืนง่ายคล่องคอ
หลังจากกลืนชิ้นส่วนโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีคำเล็กๆ ลงไปแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็รับรู้ถึงพลังเืลมบริสุทธิ์ที่เอ่อล้นอยู่ภายในร่างกาย แทรกซึมเข้าไปในเส้นลมปราณอันสลับซับซ้อน และผสานรวมกับเซลล์กล้ามเนื้อที่เต้นยุบยิบอย่างมีชีวิตชีวา
เมื่อััได้ว่าเืลมทั่วร่างเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างช้าๆ เยี่ยเฉินเฟิงก็กัดโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีเข้าไปอีกหนึ่งคำ กลืนมันลงสู่ท้องและเริ่มฝึกฝนตามเคล็ดวิชาเทพดาราหกชีพจร
ตามการดูดซึมพลังเืลมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของเซลล์ ทั่วร่าง ร่างกายของเขาก็เริ่มร้อนผ่าว ิัทั่วร่างเปลี่ยนเป็สีแดงเืราวกับว่าหากใช้นิ้วกดลงไปก็จะมีเืซึมไหลออกมาทันที
เมื่อรู้สึกว่าพลังเืลมอันเต็มเปี่ยมภายในร่างมีการรั่วซึมออกมาทางรูขุมขนเป็จำนวนมาก เยี่ยเฉินเฟิงก็รีบปิดกั้นรูขุมขนทั่วร่างกายทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เืลมหลุดรอดออกไปภายนอก ซึ่งเป็การสิ้นเปลืองโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีโดยใช่เหตุ
เวลาเคลื่อนผ่านไปทีละเสี้ยวนาที เยี่ยเฉินเฟิงก็ฝึกฝนเทพดาราหกชีพจรควบคู่ไปกับการกัดกินโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีทีละคำ เพียงไม่นาน แสงตะวันยามเช้าอันอบอุ่นก็ค่อยๆ โผล่พ้น ฉายแสงทะลุเมฆหมอกสาดส่องลงบนผืนแผ่นดิน ฟ้าสว่างแล้ว
หลังจากฝึกฝนมาตลอดทั้งคืน เยี่ยเฉินเฟิงก็ดูดซับพลังเืลมของโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีได้เกือบสมบูรณ์แล้ว เืลมทั่วร่างที่ยังขาดหายได้รับการเติมเต็มประมาณหกส่วน
เมื่อเืลมเพิ่มพูนขึ้นมาก พละกำลังในร่างกายของเขาก็ดีดตัวขึ้นสูงตามไปด้วย เพียงแค่คืนเดียวเท่านั้นพลังกายห้าพันห้าร้อยจินของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างน่าตื่นตะลึงถึงเจ็ดพันห้าร้อยจิน
ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเมื่อหลอมรวมโสมโลหิตจักรพรรดิพันปีกับร่างกายแล้ว ระดับพลังของเขาก็อยู่ประชิดกำแพงระหว่างเขตแดน พลังชีวิตภายในร่างกายแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก เรียกได้ว่าเยี่ยเฉินเฟิงยังไม่ทันจะเลื่อนระดับเขตแดน พลังที่แท้จริงก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว
“ไม่รู้ว่าตอนนี้พลังที่แท้จริงของข้าจะสามารถอยู่เหนือกว่าซั่งกวนเผิงได้หรือยัง?”
ในการทดสอบครั้งนี้ซั่งกวนเผิงเป็คู่แข่งเพียงหนึ่งเดียวสำหรับเยี่ยเฉินเฟิง และเขาก็พอจะเดาได้ว่าซั่งกวนเผิงคงไม่ยินดีที่จะถูกเขาข่มอยู่เหนือศีรษะและสูญเสียเม็ดยาเก้าลำนำแสนล้ำค่าไปจากมือ การทดสอบข้ามผ่านเทือกเขาจื่ออวิ๋นที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาจะต้องลงมือจัดการตนเองแน่นอน
“ซั่งกวนเผิง ถ้าเ้ากล้าแตะต้องข้าแม้แต่น้อย ข้าจะสลักความทรงจำที่เ้าไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิตเอาไว้แน่” เยี่ยเฉินเฟิงเผยรอยยิ้มเยี่ยอหยิ่งไม่ยอมใคร เขาชำระล้างร่างกายอย่างเรียบง่าย กินอาหารรองท้องไปเล็กน้อย เดินเท้ามุ่งหน้าไปทางเซิงเซียนถังเพื่อเตรียมตัวเข้าร่วมการทดสอบครั้งสุดท้าย
ใช้เวลาไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เยี่ยเฉินเฟิงก็เดินฝ่าแสงตะวันยามเช้ามาถึงเซิงเซียนถัง ในตอนนั้นเองที่เขาได้รู้ว่านอกจากตนเองแล้ว คนอื่นๆ อีกเก้าคนก็ได้มาถึงกันอย่างพร้อมเพรียง
เพราะบททดสอบข้ามเทือกเขาจื่ออวิ๋นจะเป็ตัวชี้วัดว่าจะได้เข้าเป็ศิษย์ของสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์และใช้ชีวิตเสพสุขกับทรัพยากรสำหรับฝึกฝนจำนวนมากหรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองซั่งกวนเผิง เซินถูเหยี่ยและอีกเจ็ดคนที่เหลือ จึงเลือกที่จะร่วมมือกันแบบไม่ต้องนัดหมาย โดยแบ่งออกเป็กลุ่มเล็กๆ สองสามกลุ่ม ปล่อยให้ผู้ที่มีคะแนนสูงสุดอย่างเยี่ยเฉินเฟิงอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ทว่าเยี่ยเฉินเฟิงก็ไม่ได้ใส่ใจ ด้วยพลังที่แท้จริงของเขาหลังจากเติมเต็มเืลมมาหกส่วนแล้ว เขามั่นใจว่าจะข้ามผ่านเทือกเขาจื่ออวิ๋นไปได้ด้วยคะแนนสูงสุดและผ่านการทดสอบในครั้งนี้ไปได้แน่นอน
ในขณะที่เยี่ยเฉินเฟิงกำลังยืนรอผู้าุโหลิวอยู่ตรงมุมเงียบๆ ประสาทััอันเฉียบไวของเขาก็ััได้ถึงสายตาคับแค้นของใครบางคนจ้องมาทางร่างของตนเอง
ไม่ต้องมองเยี่ยเฉินเฟิงก็พอจะเดาออก ผู้เป็เ้าของสายตาคับแค้นใจนี้ก็คือจีชิงเสวี่ย นางคงยังหงุดหงิดใจไฟสุมทรวงกับเื่เมื่อคืนอยู่
ราวห้านาทีผ่านไป เสียงแผดร้องแสบแก้วหูของนกตัวหนึ่งก็ดังขึ้นบนฟากฟ้าสูง นกเขาเขียวตัวหนึ่งที่มีขนสีเขียวมรกตทั้งตัวกางสยายปีกที่ยาวเกินสิบเมตร บินลอยตัวอยู่เหนือเทือกเขาจื่ออวิ๋นที่กว้างใหญ่หลายลี้
ตามตำนานเล่าว่าภายในตัวของนกเขาปีกเขียวมีสายเืของหงส์ฟ้าไหลเวียนอยู่ หากบินด้วยความเร็วสูงสุดจะสามารถเดินทางได้ไกลถึงหมื่นลี้ เป็ยานพาหนะสัตว์อสูรบินได้ที่บรรดานิกายใหญ่ชอบเลี้ยงไว้ใช้งาน
“ศิษย์ทุกคนจงฟังคำสั่ง รีบขึ้นมาบนปีกของนกเขาเขียวซะ ข้าจะพาพวกเ้าไปยังเทือกเขาจื่ออวิ๋นเพื่อเข้าร่วมการทดสอบรอบสุดท้าย” ผู้าุโหลิวสั่งให้นกเขาเขียวบินต่ำลงแล้วออกคำสั่งเสียงดัง
ได้ยินเสียงคำสั่งของผู้าุโหลิว ซั่งกวนเผิง เซินถูเหยี่ยและคนอื่นๆ ก็ทยอยกันผสานร่างกับจิตอสูรและกระโจนขึ้นไปบนหลังนกเขาปีกเขียวราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคันศร
เนื่องจากซั่งกวนเผิงและเซินถูเหยี่ยมีพลังเหนือล้ำกว่าคนอื่นๆ พวกเขาจึงยึดครองตำแหน่งที่ดีที่สุดบนหลังของนกเขาเขียวอย่างไม่คิดจะละอายใจ
ทว่าเซินถูเหยี่ยยังไม่ทันจะยืนให้มั่นคง พละกำลังอันหนักหน่วงขุมหนึ่งก็กระแทกร่างของเขาจนกระเด็นออกไปทั้งอย่างนั้น
“ขออภัยด้วย ตรงนี้ข้าจองแล้ว”
เยี่ยเฉินเฟิงเหลือบตามองเซินถูเหยี่ยที่แหกปากร้องเสียงดังลั่น ร่างหล่นลงมาจากกลางอากาศ พลางเอ่ยขึ้นอย่างเฉยเมย
