แสงตะเกียงในห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ดสาดส่องเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะไม้ ภายในกรมปราบปรามและป้องกันภัยเหนือธรรมชาติ ชาร์ลส์ยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะ กำลังรายงานสิ่งที่ค้นพบในห้องใต้ดินของสถานพยาบาล
เสียงของเขาเคร่งเครียดขณะเล่าถึงความเชื่อมโยงระหว่างเหตุการณ์ทั้งหมด การทดลองอันน่าสยดสยอง ปรสิตดำ และเหตุการณ์ในงานเลี้ยง
เอ็ดเวิร์ดก้มหน้าอ่านเอกสารที่ชาร์ลส์นำมา ขมวดคิ้วเป็ระยะเมื่อพบข้อมูลที่น่าใ
"และผมขอเสนอให้สืบสวนโรแลนด์ต่อครับ…"
"ผมรู้ว่ามีคำสั่งจากเบื้องบนให้ปล่อยตัวเขากลับไปหาครอบครัว ไม่ให้ยุ่งกับเขาอีก แต่หลังจากสิ่งที่ผมพบในห้องใต้ดินนั่น..."
"มันมีเหตุผลมากพอที่จะต้องสอบสวนเขาอีกครั้ง"
เอ็ดเวิร์ดวางเอกสารลง ถอนหายใจเบาๆ "ฉันจะเก็บไปพิจารณา"
"แต่เธอต้องเข้าใจว่าเื่นี้ต้องรายงานเบื้องบนก่อน เราต้องขออนุญาตถอนคำสั่งเดิม ต้องผ่านการอนุมัติจากคนที่สั่งปล่อยตัวโรแลนด์ในตอนแรก"
"แต่นี่เป็เื่เร่งด่วนนะครับ" ชาร์ลส์ยืนยัน "ถ้าสิ่งที่ผมค้นพบเป็ความจริง โรแลนด์อาจเป็กุญแจสำคัญที่จะไขปริศนาทั้งหมด ทั้งการหายตัวไปของไมเคิล เหตุการณ์ในงานเลี้ยง และการทดลองที่สถานพยาบาล"
เอ็ดเวิร์ดลูบคางครุ่นคิด "ฉันเข้าใจความกังวลของเธอ ชาร์ลส์" เขาพูดช้าๆ "แต่เราต้องทำตามขั้นตอน ไม่งั้นอาจเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้"
"แล้วถ้าในระหว่างที่รอการอนุมัติ มีอะไรเกิดขึ้นล่ะครับ?" ชาร์ลส์ถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวล
"เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรแลนด์กำลังวางแผนอะไร หรือเขาอาจจะหนีหายไปอีกครั้งก็ได้"
เอ็ดเวิร์ดนั่งครุ่นคิด ชั่งน้ำหนักระหว่างการปฏิบัติตามระเบียบกับความเร่งด่วนของสถานการณ์ นิ้วมือเคาะโต๊ะเบาๆ ดวงตาจับจ้องที่แฟ้มเอกสารตรงหน้า ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจ พยักหน้าช้าๆ
"ได้" เขาตัดสินใจ "เธอสามารถเริ่มสืบสวนโรแลนด์ได้ แต่ต้องระวัง-"
จู่ๆ เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังมาจากระเบียง ตามด้วยเสียงเคาะประตูอย่างรัวเร็ว เอ็ดเวิร์ดและชาร์ลส์ต่างหันไปมองที่ต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง
"เข้ามา!" เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้ว
ประตูเปิดผางออก แสงตะเกียงสาดส่องให้เห็นร่างสูงใหญ่ของไซมอนที่ก้าวเข้ามา เหงื่อไหลโซมใบหน้า หายใจหอบ
"โรแลนด์..." เขาหยุดหายใจ "โรแลนด์ตายแล้ว"
ความเงียบตกลงมาปกคลุมห้องราวกับม่านหนัก ทุกคนแข็งค้างด้วยความตะลึง ชาร์ลส์รู้สึกเหมือนเืในกายเย็นะเื หัวใจเต้นรัวในอก
"ตาย… ยังไง?" เขาถามเสียงแหบแห้ง "เมื่อไหร่?"
"ไม่นานมานี้" ไซมอนตอบ "แขวนคอตาย"
"บัดซบ!" ชาร์ลส์สบถ พุ่งตัวออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ฝีเท้าของเขาดังกึกก้องไปตามระเบียงทางเดิน "เื่ห่าเื่เหวอะไรนักหนาวะ!" เขาสบถซ้ำแล้วซ้ำเล่าขณะวิ่ง ความโกรธและความผิดหวังเดือดพล่านในอก
ขณะที่ชายหนุ่มวิ่งมุ่งหน้าไปยังประตูใหญ่เพื่อไปเอาม้า ธีโอดอร์ก็ปรากฏขึ้นขวางทางเดิน ยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ
"หลีกไป" ชาร์ลส์พูดเสียงเข้ม "ตอนนี้ฉันไม่มีเวลามาเสวนาด้วย"
"รีบร้อนอะไรขนาดนั้น ไม่อยากดูข้อมูลที่นาย้าหรือ?" ธีโอดอร์ควักกระดาษปึกหนึ่งออกมา แต่ละแผ่นเต็มไปด้วยตัวอักษรที่เขียนอย่างประณีต
ชาร์ลส์ชะงัก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ "นี่นายหาข้อมูลได้เร็วขนาดนี้เลย?" เขาถามพลางจ้องมองเอกสารในมืออีกฝ่าย "ฉันเพิ่งขอไปเมื่อเช้านี้เอง"
"ฉันบอกแล้วไงว่าฉันมีวิธีของฉัน" ธีโอดอร์ยิ้มมุมปาก ยื่นแฟ้มให้
ชาร์ลส์รับแฟ้มมา ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าอีกฝ่าย แต่ต้องยอมรับว่าความสามารถของธีโอดอร์นั้นน่าทึ่ง "...ขอบใจ" เขาพึมพำเบาๆ
"ไม่ต้องขอบใจหรอก" ธีโอดอร์ตอบ น้ำเสียงเรียบนิ่ง "แค่ทำงานของนายให้เสร็จ อย่าให้เสียแรงฉันเปล่าๆ"
ชาร์ลส์พยักหน้า สอดแฟ้มเข้าในเสื้อคลุม ก่อนจะวิ่งผ่านธีโอดอร์ไป โดยไม่มองหน้าหรือพูดอะไรอีก
นักสืบหนุ่มก็ชะงักกลางทาง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่รู้ที่อยู่ของโรแลนด์ เขาหมุนตัวกลับไปหาธีโอดอร์ที่ยังยืนอยู่ตรงประตู
"นายรู้ที่อยู่ของโรแลนด์ไหม?" เขาถาม น้ำเสียงเร่งร้อน
ธีโอดอร์ส่ายหน้า "ไม่รู้ ในเอกสารที่ฉันหามามีแต่ประวัติเก่า ไม่มีที่อยู่ปัจจุบัน"
"บัดซบ!" ชาร์ลส์สบถ ก่อนจะวิ่งกลับไปที่ห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ด ครั้งนี้เสียงฝีเท้าของเขาดังกึกก้องไปตามระเบียงทางเดินอีกครั้ง แต่ในทิศทางตรงกันข้าม
เมื่อกลับมาถึงห้องทำงานของเอ็ดเวิร์ด ชาร์ลส์พบว่าไซมอนยังอยู่ที่นั่น กำลังรายงานรายละเอียดเพิ่มเติมให้เอ็ดเวิร์ดฟัง
"หัวหน้าครับ!" ชาร์ลส์เรียก เสียงหอบ "โรแลนด์อยู่ที่ไหน?"
เอ็ดเวิร์ดเงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่กำลังอ่าน "เธอนี่เป็คนประเภทที่ใจร้อนแล้วขาดความรอบคอบสินะ"
"บ้านของเขาอยู่เขตชั้นกลางทางทิศใต้ แถวร้านตัดเสื้อผู้หญิงที่ชื่อสตรีงาม เป็บ้านไม้สีน้ำตาลที่มีระเบียงโค้งแกะสลักลายดอกกุหลาบ"
"ขอบคุณครับ" ชาร์ลส์พยักหน้ารับ หันตัวจะวิ่งออกไป
"เดี๋ยวก่อน!" เอ็ดเวิร์ดเรียก "ไซมอนบอกว่าสถานที่เกิดเหตุจริงๆ อยู่ทางทิศเหนือของบ้าน ระยะเวลาประมาณเดินเท้าสิบนาที จะเป็ป่าขนาดย่อมที่ต้นไม้ปกคลุม"
ชาร์ลส์พยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ในหัวเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ทำไมโรแลนด์ถึงฆ่าตัวตาย? หรือจริงๆ แล้วมันอาจไม่ใช่การฆ่าตัวตาย?
ชาร์ลส์ควบม้ามาถึงจุดเกิดเหตุ สถานที่นั้นไม่ยากที่จะหา ด้วยฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์อยู่รอบนอก แสงจากตะเกียงและคบเพลิงในมือผู้คนส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เ้าหน้าที่หลายนายพยายามผลักดันฝูงชนให้ถอยห่างออกไป เพื่อรักษาสถานที่เกิดเหตุ
ขณะมองหาที่ผูกม้า สายตาของเขาสะดุดกับกลุ่มคนที่กำลังร่ำไห้อยู่ด้านข้าง มีเ้าหน้าที่ยืนคุ้มกันอยู่รอบๆ หญิงชราและชายชราคู่หนึ่ง พร้อมกับหญิงวัยสามสิบปลายๆ อีกคน ท่าทางและสีหน้าของพวกเขาบ่งบอกว่าน่าจะเป็ครอบครัวของโรแลนด์
หลังจากผูกม้าเรียบร้อย เขาเดินไปหาเ้าหน้าที่ที่ยืนเฝ้าอยู่นอกแนวกั้น
"ศพถูกเคลื่อนย้ายไปแล้วใช่ไหมครับ?" ชาร์ลส์ถาม
เ้าหน้าที่หนุ่มมองเขาด้วยสายตาระแวง "คุณเป็ใคร?"
"ชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์ นักสืบจากสมาคมรับจ้างครับ"
"ไม่เคยได้ยินชื่อ" เ้าหน้าที่ตอบห้วน
"เฮ้!" เ้าหน้าที่อีกนายเดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนร่วมงาน "นายจะเสียมารยาทกับคนดังแบบนี้ได้ยังไง? นี่คือชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์นะ นักสืบชื่อดังเลยนะ"
"ไม่รู้จักก็คือไม่รู้จัก" เ้าหน้าที่หนุ่มยืนกราน "แล้วคนนอกก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคดี"
ชาร์ลส์ถอนหายใจ หันไปหาเ้าหน้าที่ที่รู้จักเขา ไม่มีประโยชน์ที่จะเถียงกับคนที่ไม่ยอมรับฟัง
"คุณช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น?"
"พบศพแขวนคออยู่ที่ต้นไม้ใหญ่ในป่านั่น" เ้าหน้าที่ชี้ไปทางแนวต้นไม้ที่มืดทะมึน "ชาวบ้านที่เดินผ่านมาเห็นเข้าเลยวิ่งไปแจ้งเ้าหน้าที่ พอพวกเรามาถึงก็พบว่าเป็ศพของโรแลนด์ แบรดฟอร์ด"
"มีร่องรอยการต่อสู้หรือเปล่า?"
"ไม่มีครับ ทุกอย่างดูเหมือนเป็การฆ่าตัวตายปกติ" เ้าหน้าที่ตอบ
ชาร์ลส์ขมวดคิ้ว "ศพถูกนำไปที่ไหนครับ?"
"ส่งไปที่หน่วยนิติเวชของกรมแล้วครับ" เ้าหน้าที่ตอบ "แต่ถ้าคุณอยากดูที่เกิดเหตุ ผมพาไปได้"
ชาร์ลส์พยักหน้า เดินตามเ้าหน้าที่เข้าไปในป่า แสงจากตะเกียงในมือส่องนำทาง เสียงฝูงชนค่อยๆ เบาลงตามระยะทางที่ห่างออกไป
เมื่อเดินเข้ามาในป่าลึก แสงจากตะเกียงสาดส่องให้เห็นต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง กิ่งก้านแผ่กว้าง ใบหนาทึบ ที่โคนต้นมีรอยเท้าและร่องรอยการเคลื่อนย้ายศพ เ้าหน้าที่ชี้ขึ้นไปที่กิ่งไม้สูง
"เราพบศพแขวนอยู่ตรงนั้น มีเชือกผูกติดอยู่ เราเพิ่งตัดลงมาเมื่อสักครู่"
ชาร์ลส์ส่องตะเกียงสำรวจพื้นที่โดยรอบ สังเกตเห็นรอยเท้าหลายคู่ประทับอยู่บนพื้นดินชื้น บางรอยดูเหมือนรอยวิ่ง บางรอยเป็รอยลากยาว
"รอยพวกนี้..." เขาชี้ไปที่พื้น
"ส่วนใหญ่น่าจะเป็รอยของพวกเราตอนเคลื่อนย้ายศพ" เ้าหน้าที่ตอบ "แต่มีบางรอยที่เก่ากว่า อาจเป็ของผู้ตาย..."
ชาร์ลส์สำรวจพื้นที่อย่างละเอียด แต่ไม่พบร่องรอยผิดปกติอื่นใด ทุกอย่างดูสอดคล้องกับการฆ่าตัวตาย เขาจึงหันความสนใจไปที่ครอบครัวของผู้ตาย ซึ่งยังคงยืนรออยู่ที่จุดเดิม
"ครอบครัวของโรแลนด์เป็อย่างไรบ้างครับ?" เขาถามเ้าหน้าที่ระหว่างเดินกลับ
"อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมดครับ มีภรรยากับพ่อแม่ แต่ไม่มีลูก"
เมื่อเดินมาถึง ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาครอบครัวของโรแลนด์ด้วยท่าทีนุ่มนวล "ขอโทษที่ต้องรบกวนในยามนี้นะครับ ผมชาร์ลส์ เรเวนส์ครอฟต์ นักสืบจากสมาคมรับจ้าง"
"ไปให้พ้น!" บิดาของโรแลนด์ตวาดทันที น้ำเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธและความเศร้า
"พวกนักสืบอย่างแกมันก็เหมือนกันหมด ลูกฉันตายแล้ว ยังจะมาขุดคุ้ยอะไรอีก!"
มารดาของโรแลนด์กอดสามีไว้ พยายามปลอบ แต่ดวงตาที่มองมาที่ชาร์ลส์เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
"ผมเข้าใจความรู้สึกของทุกท่านครับ" ชาร์ลส์พูดเสียงนุ่ม "แต่ผมแค่อยากช่วยให้ความกระจ่าง..."
"ความกระจ่างอะไร?" ภรรยาของโรแลนด์พูดเสียงสั่น "สามีฉันฆ่าตัวตาย นั่นไม่ชัดเจนพอหรือไง?"
"ถ้าเป็การฆ่าตัวตายธรรมดา ผมคงไม่มารบกวนครับ" ชาร์ลส์ตอบ "แต่โรแลนด์อาจเกี่ยวข้องกับบางสิ่งที่ใหญ่กว่านั้น... บางสิ่งที่อาจทำให้คนอื่นตกอยู่ในอันตรายได้"
คำพูดนั้นทำให้ทั้งครอบครัวชะงัก ภรรยาของโรแลนด์มองหน้าพ่อแม่สามีด้วยสีหน้าวิตก
"คุณรู้อะไรบ้าง?" มารดาของโรแลนด์ถามเสียงเบา
"ไม่มากพอครับ" ชาร์ลส์ตอบตามตรง "เพราะงั้นผมถึง้าความช่วยเหลือจากพวกคุณ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้นอีก"
บิดาของโรแลนด์ถอนหายใจยาว ความโกรธในแววตาเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเหนื่อยล้า "พวกเราไปหาที่คุยกันเถอะ"
พวกเขาเดินไปนั่งบนม้านั่ง ห่างจากฝูงชนที่ยังมุงดูเหตุการณ์ แสงตะเกียงจากคนรอบข้างส่องสะท้อนบนใบหน้าที่เปียกชื้นด้วยน้ำตาของครอบครัวโรแลนด์
"่หลังมานี้..." บิดาของโรแลนด์เริ่มเล่า เสียงแหบแห้ง "เขาเปลี่ยนไปมาก หวาดระแวง ไม่ยอมพูดคุยกับใคร แม้แต่กับเรา"
"เขาแทบไม่กินข้าว" ภรรยาของโรแลนด์เสริม น้ำตาเริ่มไหลอีกครั้ง "บางคืนฉันได้ยินเสียงเขาพูดคนเดียวในห้องทำงาน... เหมือนกำลังขอโทษใครสักคน"
"และก่อนหน้านี้... มีจดหมายส่งมาถึงเขา บอกว่าเป็จากคนรู้จัก พอได้รับแล้วเขาก็ออกไปข้างนอกคนเดียว... พอกลับมาก็..." เธอสะอื้นหนักขึ้น
"แล้วจดหมายนั้น?" ชาร์ลส์ถาม "ผู้ส่งเป็ใคร?"
"ไม่มีชื่อผู้ส่ง" มารดาของโรแลนด์ตอบ "แต่พอได้รับจดหมาย โรแลนด์ก็ตัวสั่นไปหมด... เขาบอกแค่ว่าต้องไปพบเพื่อนเก่า แล้วก็รีบออกไปทันที"
"และไม่มีใครเห็นเนื้อความในจดหมายเลยหรือครับ?"
ทุกคนส่ายหน้า ก่อนที่ภรรยาของโรแลนด์จะพูดขึ้น "แต่... ฉันเห็นเขาเผามันในเตาผิง ก่อนจะออกไป"
มารดาของโรแลนด์เสริม "พอกลับมาก็หาเชือกในบ้านแล้วออกไปอีกครั้ง... ทิ้งแค่จดหมายสั่งเสียไว้..."
"จดหมายสั่งเสียนั่น..." ชาร์ลส์ลังเลครู่หนึ่ง "ผมขอดูได้ไหมครับ?"
"ตอนนี้ไม่ได้อยู่กับเราแล้ว" มารดาของโรแลนด์ตอบ เสียงสั่น "เ้าหน้าที่เก็บไปเป็หลักฐาน"
"แล้วในจดหมายเขียนว่าอย่างไงบ้างครับ?"
ครอบครัวของโรแลนด์สบตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่ภรรยาของเขาจะเป็คนเล่า "เขาเขียนว่า... เขาเป็โรคร้ายที่รักษาไม่หาย" เธอกลืนน้ำลาย "บอกว่าไปตรวจที่สถานยาบาล หมอบอกว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน... เขาไม่อยากให้พวกเราต้องทนดูเขาทรมาน"
"เขายังเขียนอีกว่า" บิดาของโรแลนด์ต่อ น้ำเสียงขมขื่น "เงินเก็บทั้งหมดเอาไว้ให้ครอบครัว... และขอร้องไม่ให้สืบหาสาเหตุใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนี่เป็การตัดสินใจของเขาเอง ไม่อยากให้ใครต้องรู้สึกผิด"
ชาร์ลส์ขมวดคิ้ว การเขียนแบบนี้... มันดูเหมือนพยายามตัดหนทางการสืบสวนทั้งหมด ทั้งการอ้างว่าเป็โรคร้าย การขอร้องไม่ให้สืบต่อ... มันดูจงใจเกินไป
ชาร์ลส์จ้องมองครอบครัวของโรแลนด์อย่างพินิจ ข้อความในจดหมายสั่งเสียนั้นดูเหมือนถูกวางแผนมาอย่างดี... ดีเกินไปด้วยซ้ำ เหมือน้าปิดปากทุกคน ตัดการสืบสวนทุกเส้นทาง
"เขาไม่เคยพูดถึงอาการป่วยมาก่อนเลยหรือครับ?" ชาร์ลส์ถาม
ภรรยาของโรแลนด์ส่ายหน้า "ไม่เคย... ฉันไม่เคยเห็นเขาไปหาหมอด้วยซ้ำ"
ความสงสัยในใจของชาร์ลส์ยิ่งเพิ่มขึ้น 'โรแลนด์ฆ่าตัวตายหลังจากเกิดเหตุการณ์ในงานเลี้ยงได้เพียงหนึ่งวัน ทุกอย่างมันดูผิดปกติ ทั้งจดหมายลึกลับที่มาถึงก่อนตาย การเผาจดหมายนั้นทิ้ง และจดหมายสั่งเสียที่เหมือนถูกเขียนขึ้นเพื่อปิดปากทุกคน'
เขานึกถึงฮัมฟรีย์ ถ้าทุกอย่างเป็ไปตามที่เขาคิด ชีวิตของฮัมฟรีย์อาจกำลังตกอยู่ในอันตราย
"ขอบคุณที่สละเวลาคุยกับผมนะครับ" ชาร์ลส์ลุกขึ้นยืน "ผมเสียใจด้วยกับการสูญเสียครั้งนี้"
เขาเดินจากมาด้วยฝีเท้าเร่งรีบ สมองครุ่นคิดหนัก 'ควรกลับไปรายงานที่หน่วยพิเศษก่อนหรือไม่? แต่นั่นอาจทำให้เสียเวลามากเกินไป และถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฮัมฟรีย์ในระหว่างนั้น มันอาจจะไม่ทันการ'
'โธ่เอ๊ย ไม่รู้ว่าพลังสื่อสารทางความคิดของหัวหน้าทำงานยังไง จะติดต่อกลับไปก็ไม่ได้ แถมไม่มีกระดาษส่งข้อความแบบโจเซฟอีก เอายังไงดี? ไม่มีเวลาแล้วหาฮัมฟรีย์ก่อนแล้วกัน'
