เมื่อเผชิญหน้ากับความคิดของเ้านาย ชุ่ยเชี่ยวรู้สึกทุกข์ใจเป็อย่างมาก นางกลอกตามองเยวี่ยเจาหรานด้วยความไม่เข้าใจและงุนงง สักพักนางจึงพูดต่อว่า “บ่าวบอกแล้วนะเ้าคะคุณชาย เส้นไหมขนนกกระจอกเทศเป็สมบัติล้ำค่าของฮูหยินใหญ่ อย่าทำให้ฮูหยินใหญ่ไม่พอใจเลยเ้าค่ะ?”
“เช่นนั้นก็คือความผิดของข้า ไม่ใช่ของเ้า เ้าจะกลัวอะไร!” เยวี่ยเจาหรานเอ่ยอย่างรำคาญเต็มทน ใครจะไปรู้ว่าชุ่ยเชี่ยวเป็คนปากร้ายกับเ้านายของตนได้ขนาดนี้ พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ก็ใช่สิเ้าคะ ทุกครั้งที่มีความผิดก็เป็บ่าวที่ออกหน้ารับเพื่อไม่ให้ฮูหยินใหญ่จับท่านได้...”
สิ่งที่ชุ่ยเชี่ยวพูดช่างน่าสงสาร อีกทั้งยังทำให้เยวี่ยเจาหรานไม่มีวิธีโต้แย้ง ทำได้เพียงเกาศีรษะด้วยความลำบากใจ จากนั้นหันไปเกลี้ยกล่อมชุ่ยเชี่ยวแล้วพูดว่า “ชุ่ยเชี่ยวคนดี ชุ่ยเชี่ยวคนดี เ้าช่วยข้าอีกสักครั้งเถอะ... ถึงอย่างไรเ้าต้องตามข้าไปล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วงด้วย ท่านแม่ข้าย่อมตามหาเ้าไม่พบ ไม่ใช่หรือ?”
สิ่งที่พูดก็มีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ชุ่ยเชี่ยวไม่ใช่หญิงสาวที่จะมาหลอกลวงได้ง่ายๆ นางติดตามเยวี่ยเจาหรานมาหลายปีผ่านประสบการณ์ท้าทายมามาก นางในตอนนี้เรียนรู้ได้ดีทีเดียว!
“คุณชาย ท่านอย่าทำหน้าใจดีด้วยการพูดจาดีๆ กับข้าเลยเ้าค่ะ ถ้าฮูหยินใหญ่โกรธเื่เส้นไหมขนนกกระจอกเทศ ต่อให้บ่าววิ่งหนีไปสุดขอบโลกคงหนีไม่พ้น...”
เยวี่ยเจาหรานเศร้าใจเล็กน้อย ไม่คาดคิดว่าคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเขากลับไม่เชื่อฟังเขาแล้ว ถ้าเขาทำเื่นี้ด้วยตัวเองคงล้มเหลวเป็แน่!
แต่ตอนนี้เยวี่ยเจาหรานรู้สึกหดหู่ใจ แต่ชุ่ยเชี่ยวกลับมีความรู้สึกในทางที่ดีขึ้น พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่มีชีวิตชีวาว่า “นอกจากนั้น ถ้าให้สาวใช้อย่างข้าไปเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศโดยที่ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร บ่าวจะช่วยเื่ที่มีความเสี่ยงนี้ได้อย่างไรเ้าคะ?”
โธ่เอ๊ย! ที่แท้ก็อยากรู้เหตุผลเองหรอกหรือ? เยวี่ยเจาหรานเข้าใจทันทีและปรบมือพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ก็รีบถามแต่แรกสิว่าจะเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศไปทำอะไร ถ้าเ้าถามทำไมข้าจะไม่บอกเล่า? ของพวกนั้นข้าไม่ใช้เอามาใช้เองหรอก เป็ของสวี่ชิวเยวี่ย ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่านางจะเอาไปทำอะไร… ข้าเพียงเห็นสาวใช้ของนางร้องไห้อย่างน่าสงสาร ข้าแค่้าช่วย ถ้าข้าทำได้...”
“สวี่ชิวเยวี่ย?!” เดิมทีชุ่ยเชี่ยวเกือบจะถูกโน้มน้าวได้อยู่แล้ว แต่พอได้ยินชื่อสวี่ชิวเยวี่ย ชุ่ยเชี่ยวก็กลับกลายเป็โกรธทันที คำพูดที่เอ่ยจึงเต็มไปด้วยการคัดค้านและปฏิเสธ
“ถ้าหากเป็คนอื่น บ่าวจะช่วยอย่างเต็มใจ แต่ถ้าเพื่อนาง บ่าวไม่ทำเ้าค่ะ!”
ความไม่พอใจของชุ่ยเชี่ยวที่มีต่อสวี่ชิวเยวี่ยช่างน่ากลัวกว่าเยวี่ยเจาหรานและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วหลายเท่า——เยวี่ยเจาหรานไม่รู้เลยว่าสาวใช้ผู้นี้ภักดีต่อเ้านายถึงเพียงนี้? เมื่อได้ยินชุ่ยเชี่ยวปฏิเสธอย่างเสียงแข็งถึงกับสงสัยขึ้นมา “ทำไมเ้าถึงไม่พอใจนางมากขนาดนั้น...”
ไม่มีคำพูดอะไรอีก ชุ่ยเชียวหันศีรษะไปด้านข้างและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ถึงอย่างไรบ่าวก็ไม่ชอบสวี่ชิวเยวี่ย นางใช้กลอุบายทำร้ายคุณชาย ท่านลืมไปแล้วหรือเ้าคะ? จะให้บ่าวช่วยได้อย่างไรเ้าคะ! ”
แม้ว่าเมื่อก่อนสวี่ชิวเยวี่ยทำเื่ไม่ดีกับเยวี่ยเจาหรานและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่ว แต่ตอนนี้นางเป็เพียงแค่สาวน้อยธรรมดา อีกทั้งยัง…
อีกทั้งยังเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงบนเขาชิงเฉวียน ในใจของเยวี่ยเจาหรานนั้นสวี่ชิวเยวี่ยกลายเป็คนที่กลับตัวกลับใจ ละทิ้งความมืดมิดสู่ความสว่าง ดังนั้นเขาเลยจะช่วยเหลือสวี่ชิวเยวี่ย ดั่งคำสอนที่พุทธศาสนาที่ว่า การช่วยชีวิตคนหนึ่งดีกว่าการสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น ถึงแม้ว่าสวี่ชิวเยวี่ยยังไม่ถึงขั้นเสียชีวิต แต่สุดท้ายแล้ว การสอนคนที่ชั่วร้ายให้กลับตัวกลับใจเป็คนดี ถือเป็การช่วยให้ได้ชีวิตใหม่ ใช่หรือไม่เล่า…
พูดสั้นคือ ถือว่าได้ช่วยชีวิตเพียงเล็กน้อยแล้ว
เยวี่ยเจาหรานครุ่นคิด จากนั้นค่อยๆ อธิบายให้ชุ่ยเชี่ยวเข้าใจว่า “นางเป็คนที่น่าสงสาร แค่เส้นไหมขนนกกระจอกเทศนิดเดียวเท่านั้น ไม่ได้ลำบากสักเท่าไร ช่วยนางสักหน่อยจะเป็ไรไป?”
“คุณชาย ได้โปรดมีสติสักหน่อยเถิดเ้าค่ะ ถึงอย่างไรบ่าวก็จะไม่ไปขอเส้นไหมขนนกกระจอกเทศให้สวี่ชิวเยวี่ย!”
ท่าทางของชุ่ยเชี่ยวยังคงหนักแน่นเช่นเดิม นี่เป็ครั้งแรกที่ชุ่ยเชี่ยวปฏิเสธเยวี่ยเจาหรานอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าในใจเยวี่ยเจาหรานชัดเจนแล้วว่าชุ่ยเชี่ยวปฏิเสธเพื่อตัวเขาเอง แต่พอคิดได้ว่าให้คำสัญญากับอาเชวี่ยไว้แล้ว ยังไงก็ไม่อยากผิดคำสัญญา
ดังนั้นเมื่อเยวี่ยเจาหรานพูดอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาจึงรุนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ชุ่ยเชี่ยว เ้ามันไม่เจียมตัว! ข้าคือนายของเ้า ข้าบอกให้เ้าไป เ้ากล้าไม่ไปอย่างนั้นหรือ? รีบกลับจวนเยวี่ยไปเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศมาให้ข้า!”
เดิมทีคิดว่าท่าทางดุดันของตัวเองจะทำให้ชุ่ยเชี่ยวใได้ เตรียมจะปล่อยให้ชุ่ยเชี่ยวกลับไปเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศ สิ่งที่เยวี่ยเจาหรานคาดไม่ถึงคือชุ่ยเชี่ยวยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง “บ่าวบอกไปหมดแล้วเ้าค่ะ เื่ที่เกี่ยวกับนาง ข้าล้วนปฏิเสธ คุณชายชอบแม่นางของอาเชวี่ย อย่างนั้นก็เรียกอาเชวี่ยไปเอาสิเ้าคะ? ฮึ่ย!”
ชุ่ยเชี่ยวพูดเสร็จก็หันหลังเดินจากไป ที่แย่กว่านั้นและคาดไม่ถึงคือ นางโยนไม้กวาดในมือทิ้ง ความหมายคือนางคงไม่อยากช่วยเขากวาดลานพื้นด้วย…
เยวี่ยเจาหรานยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสักพัก ถึงที่สุดก็ยังไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ทำได้เพียงถอนหายใจลึกๆ ตอนนี้ชุ่ยเชี่ยวนับวันยิ่งไม่เจียมตัว เขายกมือขึ้นมาปิดใบหน้าของตัวเอง และพูดกับตัวเองว่า “โลกแตกแน่ โลกแตกแน่ ตอนนี้ชุ่ยเชียวกล้าขัดคำสั่งข้าแล้ว...”
หลังจากถอนหายใจเฮือกสุดท้าย เยวี่ยเจาหรานก็เดินออกจากจุดที่ตนยืน กลับไปรวมกลุ่มอีกครั้ง และกวาดลานจวนทั้งหมดพร้อมกับคนอื่นๆ
ก่อนกลับเรือนตอนเย็น เยวี่ยเจาหรานหาตัวสาวใช้อีกคน สั่งให้นางไปเอาเส้นไหมขนนกกระจอกเทศที่จวนเยวี่ยกลับมา สาวใช้คนนั้นไม่พูดอะไรมากความ หยิบป้ายแสดงตัวแล้วก็ออกไปทันที สิ่งนี้ทำให้เยวี่ยเจาหรานรู้สึกพึงพอใจ ถึงไม่มีชุ่ยเชียวเขาก็อยู่ได้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดการพูดไร้สาระไปได้มากเลยทีเดียวมิใช่หรือ?
แต่ใครจะรู้ คนที่อยู่กับเยวี่ยเจาหรานมาหลายปีอย่างชุ่ยเชี่ยวเป็คนที่วางแผนดีและมองการณ์ไกล มองเห็นในมุมที่เยวี่ยเจาหรานมองไม่เห็น เหตุการณ์ที่น่ากลัวในอนาคตยังจะเหลือคนดีอยู่ไหม!
นั่งเงียบๆ อยู่หน้าจวนเพื่อรอเส้นไหมขนนกกระจอกเทศมาถึง คาดไม่ถึงว่าแค่เส้นไหมขนนกกระจอกเทศ ในอนาคตจะนำพาเื่ราวแปลกๆ มาให้ตัวเองและเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วสักเท่าไรกันเชียว
เยี่ยนอวิ๋นหลิ่วจัดเตรียมการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ร่วง ในที่สุดก็ลากตัวเองกลับจวนด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าของเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด เยวี่ยเจาหรานคิดอยู่นานไม่รู้จะใช้คำพูดแบบไหนอธิบายว่านางโดนหักหลัง ด้วยเหตุนี้จึงอดไม่ได้ที่จะบอกตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่า การทำตัวเป็คนดีไม่ใช่ว่าจะใจดี
“วันนี้สายตาเ้ามองข้าแปลกๆ”
เมื่อเยี่ยนอวิ๋นหลิ่วถามเยวี่ยเจาหรานด้วยน้ำเสียงสงสัย เยวี่ยเจาหรานก็แสร้งทำเป็ไม่รู้เื่และเอ่ยว่า “ข้ามองเ้าเพราะว่าวันนี้เ้าดูงดงามเป็พิเศษ”
