รูหนอนจะไม่ปรากฏขึ้นโดยไม่มีเหตุผลและจะไม่หายไปโดยไม่มีเหตุผลเช่นกัน ถ้าจูชิงเจอรู้หนอน บางทีเขาอาจกลับไปที่ทวีปเฉียนหยวนผ่านรูหนอนนั้นก็ได้
ทว่าการหารูหนอนในอาณาเขตที่กว้างใหญ่เฉกเช่นนี้ไม่ใช่เื่ง่ายๆ ใครเล่าจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอาณาเขตแห่งนี้บ้าง
วังจันทราไม่ใช่นิกายเดียวที่สามารถเข้ามาในอาณาเขตนี้ หลังจากวังจันทรายังมีขุมพลังอำนาจอื่นๆ อีกมากมายมุ่งหน้ามาที่เผ่าของซูเก๋อ ซึ่งพวกเขาต่างวางท่าสูงส่งราวกับการที่พวกเขาทำการค้ากับเผ่าค้ำ์เป็สิ่งยิ่งใหญ่เหนือฟ้าเกินพรรณนา
ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกินจินตนาการ เพราะพวกเขาถูกซูเก๋อขับไล่ ใครเล่าจะยอมรับข้อตกลงที่ไม่ยุติธรรมเฉกเช่นนี้
ครั้นจูชิงดูดซับลมปราณทั้งหมดในตัวสัตว์อสูรกลายเป็โอสถลมปราณสิบเม็ด ซูเก๋อก็ยิ้มเป็ปีติสุดแสน
แม้ว่าลมปราณครึ่งหนึ่งจะถูกจูชิง่ชิงไป หากแต่โอสถลมปราณที่ทำขึ้นจากลมปราณที่เหลืออยู่ก็ทำให้ซูเก๋อพึงพอใจมากแล้ว
ขนกับกระดูกของพวกมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับพวกเขา พวกเขาก็เลยยกทั้งหมดให้กับจูชิง กระทั่งเน่ยตันสิ่งที่ล้ำค่ามากที่สุดก็ตาม
เน่ยตันของสัตว์อสูรขั้นนิพพานเป็สิ่งล้ำค่าที่พบเจอได้ยากยวดยิ่งในทวีปเฉียนหยวน เรียกได้ว่าแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ อย่างไรเสีย จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในขุมพลังอำนาจก็คือขั้นนิพพาน พวกเขาจะไล่ล่าสัตว์อสูรขั้นนิพพานได้อย่างไร
แต่สำหรับเผ่าค้ำ์ สัตว์อสูรขั้นนิพพานไม่ต่างอะไรกับสัตว์ตัวหนึ่ง แค่ฝ่ามือเดียวก็เพียงพอ มีครั้งหนึ่ง จูชิงเห็นเสี่ยวซาเอาสัตว์ขั้นนิพพานมาเป็สัตว์เลี้ยง
พลังปราณฟ้าดินในอาณาเขตนี้น่าทึ่งมาก อุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าทวีปเฉียนหยวนหลายร้อยเท่า บางทีอาจเป็เพราะเหตุนี้ สัตว์อสูริญญาส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เหมือนกับสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์บนเกาะหลัวโหว จากที่เฒ่าปีศาจเล่า อาณาเขตนี้มีสภาพแวดล้อมคล้ายคลึงกับทวีปเฉียนหยวนสมัยดึกดำบรรพ์เป็อย่างมาก!
เน่ยตันของสัตว์อสูริญญาสามารถกล่าวได้ว่าเป็สิ่งที่มีค่าที่สุดของสัตว์อสูริญญา สามารถกลั่นหลอมเป็โอสถช่วยเพิ่มขั้นบำเพ็ญเพียร ทั้งยังสามารถนำไปหล่อหลอมได้ หากโชคดีมีโอกาสที่จะสำเร็จเป็นักรบิญญาอสูร
เน่ยตันมากมายขนาดนี้ ผู้ที่มีความสุขมากที่สุดมากก็คือัคะนองน้ำกับสุนัขโลกันตร์สามหัว พวกมันต้องใช้เวลาสักพักหนึ่งในการย่อยเน่ยตันของสัตว์อสูริญญาขั้นนิพพาน หลังจากที่ัคะนองน้ำน้อย สุนัขโลกันตร์สามหัว เก้าหาง กลืนเน่ยตันของสัตว์อสูรลงไปคนละอัน หนังตาก็เริ่มหนักก่อนที่จะผล็อยหลับไป
“อักขระิญญาซับซ้อนอะไรอย่างนี้!” จูชิงมองขนของสัตว์อสูริญญาพลางขมวดคิ้ว
“นี่มันขนของสัตว์อสูรประเภทใดงั้นรึ?” จูชิงเอ่ยถาม
ซูเก๋อมองแล้วตอบกลับ “ขนของเสือหยกดำ”
“เสือหยกดำ!” จูชิงมองขนสีดำสนิท
เสือหยกดำเป็สัตว์อสูรขั้นมหันต แม้เป็เผ่าค้ำ์ก็มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถต่อกรกับเสือหยกดำ ซึ่งซูเก๋อเป็คนฆ่าเสือหยกดำด้วยตัวคนเดียว
ความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรขั้นมหันตน่าพรั่นพรึงยิ่งหยั่งถึง เสือดำหยดตัวนี้วิวัฒน์อักขระิญญาบนขนของมัน แข็งแกร่งกว่าอักขระิญญาทุกๆ แบบที่จูชิงเคยเห็น
จูชิงเห็นอักขระิญญาหนึ่งอักขระก็นับว่าโชคดีมากแล้ว ทว่าเพียงมองมันครู่เดียว เขาก็รู้สึกเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก
นักหลอมอักขระิญญาที่แข็งแกร่งสามารถอนุมานวรยุทธ์ วิชาลับ วิชาต้องห้ามหรือวิชามหาอำนาจได้ ทว่าจูชิงในปัจจุบันยังไม่มีความสามารถพอที่จะทำเช่นนั้น กระนั้นมันก็ไม่ได้มีการป้องกันพิเศษใดๆ เขาก็เลยเก็บมันไปได้โดยไม่ติดขัด บางทีในไม่ช้า เขาอาจเข้าใจอักขระิญญาที่อยู่บนขนสีดำสนิทนี้ก็เป็ได้
หลังจากที่เข้ามาในอาณาเขตนี้ ลมปราณในร่างกายของจูชิงเพิ่มขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว ัคะนองน้ำในมหาสมุทรโลหิตเพิ่มจำนวนมากกว่าเดิมสองเท่า
จูชิงไม่ได้ฝืนยับยั้งขั้นพลังของตัวเอง แล้วปล่อยให้มันเป็ไปตามธรรมชาติ ในเวลาเดียวหนึ่งเดียว ขั้นบำเพ็ญเพียรพุ่งทะยานเป็ขั้นหลอมลมปราณเก้าชั้นฟ้า ห่างจากขั้นสั่งสมเพียงก้าวเดียว จำนวนอักขระาหลัวโหวก็เพิ่มขึ้นเป็สามสิบสี่อักขระแล้ว
ครั้นอักขระาหลัวโหวอักขระที่สามสิบสี่ประจักษ์ ในที่สุดหมอกที่ปกคลุมอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ก็จางหายไป!
《ลักษณ์คุนเผิง》แผนภาพบนแผ่นหินกลายเป็ลักษณ์คุนเผิง เืสีทองหยดหนึ่งลอยออกมาจากศิลาผนึกิญญาพิชิต์
คุนเผิงเป็สัตว์อสูริญญาที่ทรงพลังเช่นเดียวกับัและหงส์ มันหายสาบสูญไปในยุคดึกดำบรรพ์ ซึ่ง《ลักษณ์คุนเผิง》เป็สิ่งที่เลียนแบบคุนเผิงเพียงเท่านั้น!
ทว่าเืสีทองหยดนั้นเป็เืของคุนเผิงแท้จริง เป็สิ่งที่จำเป็ยิ่งยวดต่อ《ลักษณ์คุนเผิง》!
จูชิงไม่คาดคิดมาก่อนว่าสมบัติที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้จะปรากฏบนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ มีคุนเผิงตัวหนึ่งกระพือปีกอยู่ในหยดเืสีทองนี้
“โลหิตบริสุทธิ์หนึ่งหยดของคุนเผิง ยังขาดอะไรอีกนิดหน่อย!” เฒ่าปีศาจยิ้มเล็กน้อย
“ขาดอะไร?” จูชิงเอ่ยถาม
“เครื่องสังเวย!” เฒ่าปีศาจมองดวงิญญาปักษาอัสนีเก้า์ที่ถูกศิลาผนึกิญญาพิชิต์สยบอยู่
ขณะนั้น ดวงิญญาของปักษาอัสนีเก้า์สั่นเทาไม่หยุด
“จะใช้ดวงิญญาปักษาอัสนีเก้า์เป็เครื่องสังเวยงั้นรึ?” จูชิงผงะ
ดวงิญญาในโลหิตบริสุทธิ์คุนเผิงหลับใหลนานเกินไป หาก้าปลุกดวงิญญาต้องใช้เครื่องสังเวย และดวงิญญาปักษาอัสนีเก้า์เป็เครื่องสังเวยที่เหมาะสมอย่างไม่ต้องสงสัย
ไม่ว่าดวงิญญาของปักษาอัสนีเก้า์จะดิ้นรนเพียงใดก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของการเป็เครื่องสังเวยได้ ทันทีที่ดวงิญญาปักษาอัสนีเก้า์เข้าใกล้โลหิตบริสุทธิ์คุนเผิง คุนเผิงที่หลับใหลอยู่ในเืสีทองคล้ายกับมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง มันหมุนวนคล้ายกับวังน้ำวนกลืนกินดวงิญญาของปักษาอัสนีเก้า์เข้าไป!
“ตอนนี้แหละ หลอมโลหิตบริสุทธิ์คุนเผิงซะ!” เฒ่าปีศาจคำราม
เมื่อได้ยินเสียงของเฒ่าปีศาจ จูชิงก็ทำตามวิธีการใน《ลักษณ์คุนเผิง》เขากลืนโลหิตบริสุทธิ์คุนเผิงแล้วใช้ลมปราณแกร่งกล้าในกายาหล่อหลอมโลหิตบริสุทธิ์ของคุนเผิง
ิญญาอสูรคุนเผิงตื่นขึ้นเพียงครู่เดียวก็ถูกหล่อหลอม ยังไม่ทันต่อต้านเสียด้วยซ้ำ!
กระบวนการหล่อหลอมนั้นราบรื่น แม้แต่จูชิงเองก็ยังเหลือเชื่อเหตุใดถึงหลอม《ลักษณ์คุณเผิง》ง่ายดายเฉกเช่นนี้?
แม้ว่าการหล่อหลอมดวงิญญาคุนเผิงจะเป็เพียงขั้นตอนแรกของ《ลักษณ์คุณเผิง》ทว่ามันกลับเรียบง่ายและราบรื่นจนเกินความคาดหมาย ตอนแรกจูชิงคิดว่าอย่างน้อยๆ ก็ต้องประมือกับจิติญญาคุนเผิงสักร้อยครั้ง จนกว่าทั้งสองฝ่ายจะหมดแรงกันไปข้างหนึ่ง
“สยบจิติญญาของคุนเผิงได้ง่ายๆ ก็ดีแล้วไม่ใช่รึ” เฒ่าปีศาจเบะปาก
“มันง่ายเกินไปน่ะสิ ไม่ท้าทายเอาเสียเลย” จูชิงยิ้ม
เฒ่าปีศาจแค่นเสียง “เพราะเ้ามีศิลาผนึกิญญาพิชิต์ปกป้องอยู่น่ะสิ ลองไม่มีศิลาผนึกิญญาพิชิต์ดูสิ เ้าไม่ตายดีแน่”
ในยุครุ่งโรจน์ เฒ่าปีศาจบุกบั่นอาณาเขตของคุนเผิงด้วยตัวเอง ต้องสังหารคุนเผิงขั้นมหันตถึงจะได้มา ทว่าทักษะการต่อสู้ของคุนเผิงที่อนุมานออกมานั้นกลับเป็ทักษะที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์
หลังจากที่หล่อหลอมโลหิตบริสุทธิ์คุนเผิง จูชิงก็สามารถแปลงร่างเป็คุนเผิงได้ แล้วยังสามารถใช้ร่างของคุนเผิงต่อสู้ได้ด้วย
ในสายตามนุษย์ คุนเผิงขนาดเกือบสามร้อยเมตรนับว่าใหญ่มากแล้ว ทว่ายังเล็กเมื่อเทียบกับเผ่าค้ำ์ แค่หนึ่งฝ่ามือของซูเก๋อก็ไม่รู้ว่าใหญ่กว่าคุนเผิงกี่เท่า!
คุนเผิงสมกับที่เป็สัตว์อสูรทรงพลังเทียบเท่ากับัและหงส์ พอแปลงกายเป็คุนเผิง พลังของจูชิงพุ่งสูงเป็เท่าทวี เดิมทีเป็ขั้นหลอมลมปราณเก้าชั้นฟ้า เพลานี้ขั้นพลังเทียบเท่ากับขั้นเหินนภาสี่ชั้นฟ้าแล้ว
อย่างไรก็ตาม เมื่ออยู่ในร่างของคุนเผิง เขาจะไม่สามารถใช้จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตได้ ซั่งนั่นทำให้จูชิงเสียดายเล็กน้อย ถ้าใช้จิตบัวคำสาปผลาญโลหิตได้คงยอดเยี่ยมยิ่งยวด
จูชิงเปรียบเสมือนนักรบิญญาอสูร อีกทั้งิญญาอสูรยังแข็งแกร่งกว่าิญญาอสูรทั่วไปหลายเท่า!
เพียงกระพือปีกก็บินไปไกลเป็ร้อยลี้ ความเร็วของคุนเผิงยิ่งกว่าที่จูชิงจินตนาการเอาไว้มาก
“ซูเก๋อ ซูเก๋อ เกิดเื่ใหญ่แล้ว!” ทันใดนั้น พื้นดินสั่นะเืรุนแรง ร่างใหญ่ั์พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
“ไป๋จ้านเป็อะไร เหตุใดถึงร้อนรนเฉกเช่นนั้น” ซูเก๋อขมวดคิ้ว เดาว่าน่าจะมีเื่อะไรบางอย่างเกิดขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ?” ซูเก๋อเอ่ยถาม
“สำนัก์สราญรมย์ ไอ้พวกสวะสำนัก์สราญรมย์ลักพาตัวเสี่ยวสือโถวไป!” ไป๋จ้านะโอย่างโกรธเกรี้ยว
เสียงนั่น ไม่ใช่แค่เผ่าค้ำ์ที่ได้ยิน จอมยุทธ์เผ่ามนุษย์ที่อยู่ในระยะพันลี้ก็ได้ยินเช่นกัน
พวกเขาต่างมองหน้ากัน สำนัก์สราญรมย์เป็ใคร เหตุใดถึงได้อาจหาญกล้าลักพาตัวเด็กของเผ่าค้ำ์?
“สำนัก์สราญรมย์อยู่โลกขั้วทมิฬไม่ใช่หรือ?” จูชิงตะลึงงัน ถ้าเขาจำไม่ผิด โลกขั้วทมิฬเป็อาณาเขตทองสัมฤทธิ์ ถึงจะแข็งแกร่งกว่าทวีปเฉียนหยวน ทว่าก็ยังห่างชั้นกับอาณาเขตทองเหลืองมหาศาล กระทั่งขุมพลังอำนาจของอาณาเขตทองเหลืองยังไม่กล้าทำเช่นนั้น แล้วสำนัก์สราญรมย์ใจกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าลักพาตัวเด็กเผ่าค้ำ์
“ว่ายังไงนะ มนุษย์กล้าทำถึงขนาดนี้เชียวรึ!” ซูเก๋อเดือดดาล เด็กคือเกล็ดใต้คอของเผ่าค้ำ์ ไม่ว่าใครก็ตามที่กล้าแตะต้องจะต้องรับโทสะของเผ่าค้ำ์
“เหตุใดเ้าถึงปล่อยให้เสี่ยวสือโถวถูกลักพาตัวไปได้ จอมยุทธ์ในเผ่าตายกันหมดแล้วงั้นรึ” ซูเก๋อแค่นเสียง
“ผู้นำของสำนัก์สราญรมย์แข็งแกร่งมาก ข้าทำอะไรไม่ได้เลย!” ไป๋จ้านก้มหน้า มันเป็ความอัปยศยิ่งยวดสำหรับเขา
ซูเก๋อขมวดคิ้ว เขาตระหนักรู้ในความแข็งแกร่งของไป๋จ้านดี อีกฝ่ายสามารถเอาชนะไป๋จ้านได้ แสดงว่าเป็ยอดฝีมือ มิน่าล่ะถึงลักพาตัวเสี่ยวสือโถวไปได้
ไม่นานนักข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งอาณาเขต จอมยุทธ์บางคนแทบไม่เชื่อด้วยซ้ำว่ามีคนที่ไม่รักตัวกลัวตายอาจหาญกล้าล่วงเกินเผ่าค้ำ์!
