ในเวลานี้เซียวหลิงอวิ๋นผู้มากประสบการณ์ กำลังยืนอยู่ในถ้ำกว้างขวางขนาดใหญ่ เมื่อมองไปรอบๆ แล้วพบหินผลึกเมฆไฟที่แผ่ความร้อนอบอ้าวอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดี!
ก่อนหน้านี้ตัวเขาได้คาดเดาเอาไว้แล้วว่าอุกกาบาตขนาดั์นี้จะต้องมีเหมืองแร่ธาตุไฟขนาดย่อมๆ อยู่แน่ และก็เป็เช่นนั้นจริงๆ ด้วย สิ่งที่ทำให้เขาดีใจอย่างสุดๆ คืออุกกาบาตลูกนี้นั้นกลวง และมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ข้างใน ผนังถ้ำเต็มไปด้วยหินผลึกเมฆไฟที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก!
หินแร่พวกนี้คือหินผลึกเมฆไฟระดับสาม ซึ่งมีค่ามากกว่าเหมืองแร่หินผลึกไฟของตระกูลเซียวในเวลานั้นมากนัก! หินผลึกไฟระดับหนึ่งกับหินผลึกเมฆไฟระดับสามนั้นมีมูลค่าต่างกันมากกว่าพันเท่า
สิ่งที่ทำให้เซียวหลิงอวิ๋นตื่นเต้นและดีใจอย่างสุดๆ คือข้างๆ หินผลึกเมฆไฟแต่ละก้อนมีพลังดวงดาวที่บริสุทธิ์ลอยอยู่จางๆ
ตัวเขารู้สึกได้ถึงความ้าอันแรงกล้าที่ส่งมาจากในกระเป๋าจักรวาลที่ใส่ดวงดาวแสงทองเอาไว้ เซียวหลิงอวิ๋นจึงหยุดสำรวจแล้วพลิกฝ่ามือ ปล่อยดวงดาวแสงทองออกมา
สิ่งที่ทำให้เซียวหลิงอวิ๋นต้องใก็คือ เมื่อดวงดาวแสงทองที่พลังิญญาลดลงเหลือเพียงระดับสี่จนแทบจะไร้ค่านี้ถูกปล่อยออกมา มันราวกับได้รับชีวิตใหม่ เ้าหกเหลี่ยมที่เคยมืดหม่นพลันเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าทันที ดวงดาวแสงทองทั้งดวงนี้ลอยค้างอยู่ในอากาศอย่างน่าประหลาด
เมื่อแสงที่แผ่ออกมาจากดวงดาวแสงทองนี้ส่องไปที่ผนังถ้ำ พลังดวงดาวบางๆ ที่แผ่ออกมารอบๆ หินผลึกเมฆไฟก็เป็เหมือนกับกองทหารที่กระจัดกระจายไปทั่ว จนเมื่อได้ยินเสียงแตรสัญญาณรวมพล ก็ลอยออกมาเป็แสงดาวดวงเล็กๆ ลอยเข้าสู่ดวงดาวแสงทองที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
ดวงตาของเซียวหลิงอวิ๋นฉายแววดีใจทันที ดวงดาวแสงทองที่แทบจะไร้ค่าก่อนหน้านี้ไม่เพียงแต่ดูดซับพลังดวงดาวได้เร็วกว่าที่เขาคาดเอาไว้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือแสงดาวดวงเล็กๆ เหล่านี้ไม่ได้กระจัดกระจายไปไหนเลย กลับถูกดวงดาวแสงทองกลืนกินและดูดซับเข้าไปทั้งหมด
นั่นหมายความว่ามีความเป็ไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นคือดวงดาวแสงทองดวงนี้เดิมทีมีระดับที่สูงกว่าที่เขาคาดไว้ อาจจะเป็ของวิเศษระดับเก้าเลยก็เป็ได้
เดิมทีวัตถุในระดับสูงจะมีข้อดีคือดูดซับพลังได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก นั่นหมายความว่าเมื่อดวงดาวแสงทองนี้ดูดซับพลังดวงดาวในอุกกาบาตขนาดั์นี้จนหมดสิ้นแล้ว พลังิญญาที่ฟื้นฟูได้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย แน่นอนว่าอาจจะขึ้นมาถึงระดับห้าเลยทีเดียว
หูขวาของเซียวหลิงอวิ๋นขยับเล็กน้อย หันกลับมามองที่ปากถ้ำ
มีคลื่นน้ำเกิดขึ้นที่บริเวณปากถ้ำ พร้อมกับร่างงดงามที่เดินเข้ามา
“เร็วจังเลยนะ แค่พริบตาเดียวพลังก็เข้าที่แล้วหรือ?” ดวงตาของเซียวหลิงอวิ๋นปรากฏความประหลาดใจ!
“อื้ม!” ฉินหรูเยียนพยักหน้า ดวงตาที่งดงามจ้องไปยังดวงดาวแสงทองที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ดวงตาสีดำเปล่งแสงราวกับเป็ดวงดาวสองดวง “นี่คือพลังดวงดาวหรือ?”
...
“ฟื้นฟูได้ถึงระดับห้าเลยหรือ ไม่เลวนี่นา!” ใบหน้าของฉินหรูเยียนปรากฏรอยยิ้มแห่งความยินดีออกมา “หินผลึกเมฆไฟมากมายขนาดนี้ การเดินทางมาโลกเร้นลับครั้งนี้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากจริงๆ หลิงอวิ๋นน้อย ข้ารู้สึกว่าเ้าเนี่ยเป็เหมือนดาวนำโชคจริงๆ ตลอดทางที่พวกเราเดินทางมา สัตว์อสูรเอย สมุนไพรเอย ยาวิเศษเอย และวัตถุดิบวิเศษต่างๆ หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย”
ดาวนำโชคหรือ? เซียวหลิงอวิ๋นรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
“แล้วศิษย์พี่หญิงลงมาทำไมหรือ?” เซียวหลิงอวิ๋นรีบเปลี่ยนหัวข้อ
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในก้อนหินก้อนนี้กำลังดึงดูดข้าอยู่” ฉินหรูเยียนขมวดคิ้วงามเล็กน้อย!
เด็กสาวคนนี้กำลังจะได้รับโอกาสอีกแล้วอย่างนั้นหรือ? หัวใจของเซียวหลิงอวิ๋นเต้นแรงขึ้น!
“ศิษย์พี่หญิงลองตั้งสมาธิให้ดีๆ แล้วลองรับรู้ถึงสิ่งรอบๆ ให้ถี่ถ้วน!”
“อื้ม!” ฉินหรูเยียนพยักหน้าและหลับตาลง
เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไปทีละเล็กละน้อย
ในขณะที่เซียวหลิงอวิ๋นกำลังรู้สึกเบื่อจนอยากจะขยับร่างกายสักเล็กน้อยนั้น เสียงที่นุ่มนวลราวกับกระซิบของฉินหรูเยียนก็ดังเข้ามาในหู “ข้ารู้สึกเหมือนมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างอยู่ในหินก้อนใหญ่นี้ แม้จะไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็มีสัญญาณของสิ่งมีชีวิตอยู่ในนั้นจริงๆ”
สิ่งมีชีวิต? มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในดาวตก? ลูกตาของเซียวหลิงอวิ๋นกลอกไปมา ในหัวของเขาก็ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเื่นี้ด้วยความเร็วสูง
สิ่งมีชีวิตจากแดน์หรือ? เป็ไปไม่ได้! ถ้าหากไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่มาจากแดน์ก็ต้องเป็สิ่งมีชีวิตที่เกิดที่นี่ สิ่งมีชีวิตที่ใช้พลังดวงดาวเป็หลักล้วนแล้วแต่ทรงพลังมาก ลำพังพลังดวงดาวที่มีอยู่ในอุกกาบาตลูกนี้ย่อมไม่เพียงพอที่จะทำให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตได้อย่างแน่นอน
ที่เหลือก็มีแต่พลังธาตุไฟ!
แม้ว่าหินผลึกเมฆไฟเหล่านี้จะไม่ใช่ของระดับสูงมากนัก แต่ทะเลสาบแห่งนี้ก็อยู่ท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ย่อมสามารถดูดซับพลังความร้อนจากในทะเลทรายได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีความเป็ไปได้ที่จะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตธาตุไฟขึ้นมา!
หรือว่าจะมีภูตไฟถือกำเนิดขึ้นที่นี่?
“ศิษย์พี่หญิง ลองตั้งใจััให้ถี่ถ้วนอีกที แล้วดูว่าอยู่ตรงไหน?” เซียวหลิงอวิ๋นส่งเสียงเบาๆ หากมีภูตไฟกำเนิดที่นี่จริงๆ ก็ต้องระวังให้มาก เพราะภูตเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะััรับรู้ได้ไวมาก แต่ยังฉลาดมากอีกด้วย เมื่อพบว่ามีอันตรายมาเยือน มันก็จะรีบหนีไปทันที
“ทางด้านซ้ายบนของกำแพงถ้ำ มีหินผลึกเมฆไฟสามก้อนที่ใหญ่กว่าหินผลึกเมฆไฟ อยู่เหนือจากตรงนั้นไปสิบจั้ง” เสียงของฉินหรูเยียนตอบกลับมาในทันที
สิบจั้ง
หากเป็ภูตไฟจริงๆ ก็ต้องอยู่ในจุดศูนย์กลางของเหมืองแร่หินผลึกเมฆไฟซึ่งมีพลังอุดมสมบูรณ์มากที่สุด นั่นหมายความว่าเหมืองแร่หินผลึกเมฆไฟแห่งนี้มีขนาดมากสุดก็อย่างน้อยสิบจั้ง
“หลิงอวิ๋นน้อย เ้าสามารถทำให้ดาวทองคำดวงนั้นดูดพลังเร็วขึ้นอีกได้หรือไม่? ข้ารู้สึกว่าการยึดเกาะระหว่างหินผลึกเมฆไฟเริ่มไม่แ่าแล้ว!”
เซียวหลิงอวิ๋นหลับตาลงและแผ่พลังจิตออกไป อ๊ะ จริงด้วย! แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดคือพลังจิตของเขาอยู่ห่างจากดวงดาวแสงทองได้แค่ประมาณหนึ่งหมี่ก็ชนกับเข้าสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็นแล้ว ปฏิเสธการรับรู้ทางจิตของเขาเอาไว้ทั้งหมด
ถ้าอย่างนั้นรอไปก่อนก็ได้
ทั้งสองก็รออยู่แบบนี้จนเป็เวลาหกชั่วยามเต็ม!
ตอนนี้ผู้คนที่อยู่้าต่างก็กระวนกระวายกันหมดแล้ว
เซียวหลิงอวิ๋นกับฉินหรูเยียนก็กำลังจ้องมองดวงดาวแสงทองที่ส่องแสงสว่างจ้าอยู่ ดวงตาของทั้งคู่ต่างก็ปรากฏความดีใจเมื่อดวงดาวแสงดวงนี้ฟื้นฟูพลังกลับมาเป็ระดับห้าได้ในที่สุด
ดวงดาวแสงทองระดับห้านี้สามารถดูดซับพลังดวงดาวได้อย่างน่าทึ่ง ลำแสงดวงดาวที่ดึงออกมาจากหินแร่ก็มีขนาดหนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไหลเข้าสู่ดวงดาวแสงทองที่ส่องแสงเจิดจ้ามากขึ้นเรื่อยๆ!
“ป๊อก” หินผลึกเมฆไฟขนาดเท่ากำปั้นเด็กตกลงมา เมื่อหินก้อนแรกตกลงมา ก็ตามมาด้วยก้อนที่สอง ก้อนที่สาม ไม่นานก็มีเสียงดัง “ป๊อก” ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง!
เมื่อหินผลึกเมฆไฟจำนวนมากเริ่มหลุดออกจากผนังถ้ำด้วยความถี่ที่มากขึ้นเรื่อยๆ สายตาของทั้งคู่ก็เปลี่ยนจากความดีใจในตอนแรกกลายเป็ความตื่นตระหนก ในขณะที่กำลังจะใช้วิชาตัวเบาพุ่งออกไปที่ปากถ้ำ
“ครืนนน!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา
ถ้ำทั้งหลัง ไม่สิ อุกกาบาตขนาดั์ทั้งก้อนนี้กลายเป็เศษหินนับแสนล้านชิ้นภายในพริบตา ถล่มทลายลงมาในทันที
ครั้นมองไปยังเศษหินนับล้านที่กำลังตกลงมาจาก้าแล้ว
ทั้งคู่ต่างก็หน้าถอดสีพร้อมกัน!
