เขาพานางเดินไปที่เตียงแคบๆ วางนางลงและเริ่มถอดเสื้อผ้าให้ภรรยา แม้โม่เหนียงจะรู้สึกเขินอาย แต่อย่างไรพวกเขาก็แต่งให้กันแล้ว เื่เช่นนี้ควรปล่อยมันให้เป็ไปตามธรรมชาติ
ไม่นานเขาก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของเขาบ้าง รูปร่างของเขาดูภายนอกบอบบาง แต่เมื่อถอดเสื้อแล้วกลับมีมัดกล้ามออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน โม่เหนียงแม้อับอายแต่ก็มองไม่วางตา นางเห็นว่าส่วนล่างเริ่มตั้งตรงเป็แท่งหยก ทั้งยังใหญ่โต ดูแล้วน่าหวาดกลัวว่าร่างกายของนางอาจกลืนกินไม่ไหว
“ชอบหรือไม่” เขามองสีหน้าภรรยาแล้วถาม
“...ใหญ่เกินไปหรือไม่” นางกลัวว่าจะเจ็บ เมื่อครั้งที่เข้าหอกับคหบดีเฒ่า แม้ของเ้าชั่วนั่นจะเล็กมาก แต่นางก็ยังเจ็บมาก
“หากโม่เอ๋อร์กลัว เช่นนั้นเท่านี้เป็อย่างไร” เขาถาม
โม่เหนียงเห็นกับตาว่าเ้าสิ่งนั้นลดขนาดลงเหลือเท่านิ้วหัวแม่เท้า นางตาโตใอยู่บ้าง ไม่เคยรู้ว่าพวกปิศาจทำเช่นนี้ได้ด้วย นางเงยหน้ามองสามีปิศาจของตนอย่างประหลาดใจ
“เล็กไปหรือ” เขาถามพร้อมกับขึ้นเตียงมาคร่อมนางไว้
“เช่นนั้นลองใช้ดูก่อน แล้วค่อยปรับตามที่เ้าชอบ” เขากระซิบ
“...” โม่เหนียงได้แต่กลืนน้ำลายด้วยความยากลำบาก จะบอกว่าเป็เื่น่าอับอายนางก็รู้สึกอับอาย จะบอกว่าเป็เื่น่ายินดีนางก็ยินดี นางมีสามีที่รักและเอาใจนาง สามารถปรับขนาดตามที่นางร้องขอ เพียงแต่เื่ราวชวนประหลาดมากเกินความเข้าใจของนางไปสักนิด
เขาเริ่มจูบไล่ไปมาตามคอระหง ปลายลิ้นอุ่นไล้วนไปรอบๆ เส้นเือย่างเอาอกเอาใจ โม่เหนียงรู้สึกทั้งจั๊กจี้และสบายตัว ไฟในจุดตันเถียนล่างเริ่มลุกไหม้แผดเผา
หญิงสาวหลับตารอรับความสุขสมที่สามีจะมอบให้ แต่ระหว่างที่เขากำลังเลื่อนรอยจูบขึ้นมาที่ริมฝีปาก จู่ๆ โม่เหนียงก็รู้สึกว่าบางสิ่งยังไม่ถูกต้อง นางจึงผลักเขาและจ้องมองปิศาจหนุ่มผู้เป็สามีของนาง
“มีอะไรหรือ” เขาถาม
“ข้าอยากถามนานแล้ว เ้าชื่ออะไร?” ...นางยังจำได้ เขาคล้ายจะบอกว่าเขาไม่มีชื่อ แต่ยามนั้นนางกำลังอารมณ์ขุ่นมัวจึงไม่ได้ถามให้ชัดเจน
“ข้าไม่มีชื่อ” เขาตอบเรียบๆ
“เ้าเป็ปิศาจอะไร” นางจึงเปลี่ยนคำถาม
“ข้าไม่รู้”
“เ้าไม่รู้?”
“ใช่”
“เช่นนั้นเ้ามาจากที่ใด” นางสงสัยยิ่งนัก นางอยากรู้เื่ของเขา แต่เขากลับกล่าวเพียงไม่รู้ ไม่รู้ นี่นางแต่งงานกับตัวอะไรกัน แม้แต่เป็ปิศาจประเภทไหนเขายังไม่รู้ตัวเองเลยหรือ
เขาที่กำลังจะมอบความสุขหอมหวานในคืนแต่งงานให้ภรรยา แต่ในเมื่อภรรยาเอาแต่ซักถาม ไม่ได้อยากร่วมรักกลืนกินเขาอย่างที่เขา้า บุรุษสายน้ำจึงได้แต่จนใจ ทิ้งตัวลงนอนข้างภรรยาและเล่าเื่ของตนเอง
“ข้าไม่มีชื่อ เพราะั้แ่ลืมตาข้าก็ถูกพัดไปมาใต้แม่น้ำลึกและมืดมิด ไม่เคยมีใครตั้งชื่อให้ข้า ไม่มีใครพูดคุยกับข้า แม้แต่ปิศาจปลาตัวเล็กหรือปิศาจก้อนหินใต้น้ำ พวกเขาก็ล้วนพูดคุยกับข้าไม่ได้ ต่อให้ข้าะโก็คล้ายไม่มีผู้ใดได้ยิน ในเมื่อไม่มีใครให้พูดคุย จึงไม่จำเป็ต้องเรียกชื่อ ข้าจึงไม่ได้ตั้งชื่อให้ตัวเอง
ข้าอยู่มานาน ข้าเคยพยายามนับว่าผ่านไปกี่ปีแล้ว แต่มันก็นานจนข้าจำไม่ได้ว่าปีที่แล้วข้านับถึงเลขเท่าไร จำได้เพียงแต่สายน้ำมืดมิด ข้า..ไม่เคยมีตัวตน จนกระทั่ง..มีเด็กสาวมนุษย์คนหนึ่งถูกโยนลงมาใต้ก้นแม่น้ำ
ตอนนั้น ข้าเพียงนึกสนุกว่ามีคนถูกโยนลงมาอีกแล้ว อยากไปมองดูสักครู่เท่านั้น แต่..เมื่อข้าเห็นเ้า ในใจข้าคล้ายรู้จักเ้ามานาน จู่ๆ ข้าก็อยากเรียกชื่อเ้า
ยามนั้นเ้ากำลังทรมานเพราะหายใจไม่ออก ข้าจึงเรียกชื่อเ้าออกไป ไม่นึกว่าเ้าจะได้ยินและตอบข้า ขอร้องให้ข้าช่วย ข้าจึงใช้พลังกายทั้งหมดที่รวบรวมมาหลายร้อยปีขึ้นไปนำอากาศ้ามาส่งให้เ้า..ทางปาก”
โม่เหนียงได้แต่ขมวดคิ้วฟังเื่ที่เขาเล่า นางคล้ายจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันที่ตัวเองถูกโยนลงแม่น้ำ แต่พอเขาพูดนางก็รู้สึกราวกับเห็นภาพที่เกิดขึ้นวันนั้น นางได้ยินเสียงทุ้มและไพเราะมากเรียกชื่อของนางจริงๆ
“ฟังดูแล้ว คล้ายคนโง่งมใช่หรือไม่” เขามองหน้าภรรยาแล้วถามยิ้มๆ
“...” โม่เหนียงไม่รู้จะตอบอย่างไรได้แต่มองเขาด้วยตาแดงก่ำ
“ข้าก็ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงทำเช่นนั้น ยามนั้นข้าดีใจมากที่ในที่สุดก็มีบางอย่างได้ยินข้า รับรู้ถึงการมีอยู่ของข้า ข้าไม่ได้เข้าใจผิดว่าตัวตนของข้าเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ข้าจึงไม่อาจเสียเ้าไป
ข้ามอบอากาศให้เ้าทางปาก แต่กลับกลายเป็พันธะผูกพันที่มัดปิศาจไว้กับเ้านาย เพราะเ้าดันใจนเผลอกัดข้า และยัง..กลืนเืของข้าลงท้องไปอีก ข้าจึงตกเป็ทาสของเ้าอย่างช่วยไม่ได้”
“ข้า..ข้า..” ข้าขอโทษ หญิงสาวอยากพูดเช่นนั้น แต่พูดอะไรไม่ออก
“ไม่เป็ไร ข้าออกจะดีใจที่ได้เป็ทาสของเ้า เพียงแต่ ข้าใช้พลังทั้งหมดเพื่อช่วยเ้า ดังนั้น กว่าจะรวบรวมพลังปราณจนสามารถออกตามหาเ้าได้จึงใช้เวลาไปหลายปี เ้าอย่าถือสาความอ่อนแอของข้าได้หรือไม่”
“ข้า..เ้าใช้เวลาหลายปีเลยหรือ ขอโทษด้วย เพราะข้าไม่ดีเอง” โม่เหนียงพูดขอโทษได้ในที่สุด
“ไม่ใช่ความผิดเ้า เมื่อก่อนกว่าจะรวบรวมพลังปราณได้ ข้าใช้เวลาเป็ร้อยๆ ปี แต่เพราะจุมพิต..เอ่อ เพราะได้รับลมปราณจากปากของเ้า จึงทำให้ข้ามีเรี่ยวแรงรวบรวมพลังปราณได้อย่างรวดเร็ว เพียงไม่กี่ปีก็สามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว
ข้าจึงมาดูแลเ้า หาอาหารให้เ้า ให้ความอบอุ่นยามอากาศเย็น ดูแลทำความสะอาดบ้านให้เ้า ทำสิ่งที่พวกปิศาจทาสทำกัน เพียงแต่ข้ายังไม่อาจมีรูปร่างแน่ชัด จึงทำให้เ้าเดือดร้อนบ่อยๆ” เขาอธิบาย
ในหัวของโม่เหนียงนึกถึงยามที่ห้องครัว บริเวณบ้าน ห้องนอนและเสื้อผ้ามักจะเปียกอย่างไร้สาเหตุบ่อยๆ วันนี้นางเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองมีปิศาจทาสตนหนึ่งกำลังช่วยนางทำงาน แต่กลับกลายเป็สร้างภาระให้มากกว่า
“ดังนั้น เ้าจึงแอบขโมยจุมพิตข้า เพื่อเพิ่มพลังหรือ” นางถามถึงครั้งแรกที่เขาจูบนางใต้น้ำตก
“ไม่ใช่นะ วันนั้น ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้ารู้สึกว่าเ้าตัวเย็นไปหมด ข้าเป็ห่วงว่าเ้าอาจไม่สบาย ถึงอย่างไรเ้าก็เป็มนุษย์ร่างกายอ่อนแอ ข้าเพียงอยากเพิ่มความอบอุ่นให้เ้าเท่านั้น นึกไม่ถึงว่า..เ้าจะ..จะ..งดงามและเย้ายวนจนข้าอดทนไม่ไหว ข้าเพียงอยากััเล็กน้อยเท่านั้น ถึงอย่างไรเ้าก็ไม่รู้ว่าข้าอยู่ตรงนั้น แต่..ข้ากลับ..ห้ามใจไม่อยู่ ขอโทษด้วย” เขาพูดอย่างรู้สึกผิด
