“อำนาจกระบี่”
เยี่ยเฉินเฟิงใส่อำนาจกระบี่ลงไปในกระบี่หัก ลำแสงกระบี่อันน่าตื่นตะลึงก็พรั่งพรูออกมา
คลื่นสั่นะเืของกระบี่หักที่สร้างขึ้นจากวัสดุชนิดพิเศษ อำนาจกระบี่ที่เยี่ยเฉินเฟิงปลดปล่อยออกมาจึงมีอานุภาพน่ากลัวขึ้นหลายเท่าตัว
หนึ่งกระบี่ที่ฟาดฟันออกไปสร้างรอยบาดลึกขึ้นภายในห้วงมิติที่ร้อนระอุ ตัดแบ่งคลื่นความร้อนคุกรุ่นออกเป็สองฟากฝั่ง พุ่งโจมตีใส่ยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสองทั้งเจ็ดคนที่ร่วมมือกันจู่โจมเข้ามา
เมื่อถูกอำนาจกระบี่ของเยี่ยเฉินเฟิงจู่โจม ยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสองทั้งเจ็ดคนก็เรียกอาวุธยุทโธปกรณ์ที่แตกต่างกันไปออกมา แล้วระดมกันโจมตีใส่ลำแสงกระบี่อันคมกริบ
ทันใดนั้น เกิดเสียงะเิดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นติดๆ กันหลายครั้ง ขุมพลังมหาศาลสั่นะเืจนคลื่นความร้อนรอบตัวะเิออกอย่างต่อเนื่อง กลายเป็คลื่นพายุหมุนจำนวนมาก
“เคลื่อนย้ายเงาพราย!”
เสี้ยวพริบตาที่ลำแสงกระบี่ถูกทำลายลง เยี่ยเฉินเฟิงจึงใช้เคลื่อนย้ายเงาพราย อาศัยพลังกายอันแกร่งกล้าฝ่ายทะลวงคลื่นพายุหมุนออกไป และเข้าประชิดตัวทั้งเจ็ดคน
เมื่อเยี่ยเฉินเฟิงเข้าประชิดตัวอย่างกะทันหัน จอมพลอสูรโลการะดับสองทั้งสองคนก็ยกทวนยาวและเกอ[1]สัมฤทธิ์ในมือของตัวเองพุ่งแทงเข้าใส่อีกฝ่าย
“ฉัวะ!”
หน้าอกของเยี่ยเฉินเฟิงถูกทวนยาวและเกอสัมฤทธิ์แทงเข้ามาพร้อมกัน แต่บนใบหน้าของเขากลับไร้ร่องรอยของความเ็ป
ครู่ต่อมา ร่างกายของเยี่ยเฉินเฟิงที่ถูกอาวุธแทงใส่ก็บิดเบี้ยวเป็เกลียวและสลายหายไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางคลื่นความร้อนคุกรุ่น
“ร่างเงาลวงตา”
ใน่เวลาคับขัน เยี่ยเฉินเฟิงใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายเร่งความเร็วในการเคลื่อนไหวจนถึงขีดสุด กลายเป็ร่างเงาลวงตาหลอกให้ทั้งสองคนโจมตีเข้ามา
“ะเิพละกำลัง”
ในตอนนั้นเอง เยี่ยเฉินเฟิงก็ะเิพละกำลังออกมาจนสุดขีดจำกัด พลังเืลมเข้มข้นภายในร่างพวยพุ่งออกมาราวกับสัญญาณควัน
เยี่ยเฉินเฟิงบีบอัดพละกำลังหกหมื่นจินเอาไว้จนถึงขีดสุด ก่อนจะปล่อยคลื่นหมัดน่าสะพรึงกลัวอันไร้เทียมทานออกไป มวลอากาศรอบข้างกระจายตัวออกอย่างฉับพลัน คลื่นอากาศไหลเวียนปันป่วน พลังหมัดซัดโจมตีใส่กลางอกของจอมพลอสูรโลการะดับสองคนแรกจนลอยกระเด็นออกไป
หลังจากต่อยกระเด็นไปหนึ่งคนแล้ว กระบี่หักในมือของเยี่ยเฉินเฟิงก็สะท้อนลำแสงกระบี่อันรวดเร็วชนิดตามองไม่ทันออกมาอีกครั้ง พุ่งแทงเข้าใส่จอมพลอสูรโลการะดับสองอีกคนที่อยู่ข้างๆ
เผชิญหน้ากับท่าโจมตีอานุภาพรุนแรงถึงตายของเยี่ยเฉินเฟิง ยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสองคนนั้นก็ไม่คิดจะหลบเลี่ยง เขาเลือกที่จะประจันหน้ากับเยี่ยเฉินเฟิงพร้อมกวัดแกว่งค้อนหนักนับพันจินในมือทุบไปทางศีรษะของอีกฝ่าย คิดจะลากให้ตายตกไปพร้อมกันทั้งคู่
“ฉัวะ!”
หางตาเหลือบเห็นค้อนหนักที่ทุบลงมา ลำแสงกระบี่ของกระบี่หักก็ชิงลงมือแทงทะลุร่างของอีกฝ่ายก่อนและทำการผ่าร่างของเขาเป็สองซีก
ส่วนค้อนที่ร่วงลงมานั้น เยี่ยเฉินเฟิงใช้มือข้างขวาที่เปี่ยมพลังหกหมื่นจินต้านทานเอาไว้ ร่างกายจึงไม่ได้รับความเสียหายใดใด
เมื่อทุ่มสุดตัวสังหารไปได้หนึ่งคนแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงก็ใช้เคลื่อนย้ายเงาพรายหลบหลีกการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เข้าประชิดตัวจอมพลอสูรโลการะดับสองที่เขาเพิ่งจะต่อยกระเด็นไปเมื่อครู่
ลำแสงกระบี่คมกริบพุ่งแทงลงไปราวกับพายุโหมกระหน่ำ สับร่างของอีกฝ่ายอย่างโเี้รุนแรงจนร่างกายที่าเ็หนักของเขาแหลกกระจาย สลายหายไปกลางอากาศ
หลังจากสังหารทิ้งไปได้สองคน ความกดดันของเยี่ยเฉินเฟิงก็ลดฮวบลง ตัวเขาที่ทรงพลังอำนาจอย่างยิ่งก็ปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาจนสุดขีดจำกัด เข้าต่อสู้โรมรันกับจอมพลอสูรโลการะดับสองที่เหลืออีกห้าคน
ในขณะที่เขากำลังหาโอกาสสังหารจอมพลอสูรโลการะดับสองคนที่สามอยู่นั้น อันดับรายชื่อของเขาก็ได้เปลี่ยนไปอีกครั้ง เขาทำคะแนนสะสมรวมได้มากกว่าเซินถูเหิงและก้าวขึ้นไปอยู่ในสิบอันดับแรกบนป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ได้สำเร็จ
“น่ากลัว น่ากลัวเกินไปแล้ว เยี่ยเฉินเฟิงคนนั้นท้าทายค่ายกลิญญาฟ้าเพียงสองครั้ง ก็สามารถก้าวเข้าสู่สิบอันดับแรกได้แล้ว เขาสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสำนักฝึกยุทธ์อัคคี์อีกแล้ว”
เมื่อได้เห็นกับตาตัวเองว่าเยี่ยเฉินเฟิงก้าวขึ้นไปเป็สิบอันดับแรกได้แล้ว โถงวิหารที่เงียบสงัดก็พลันเกิดเสียงสูดลมหายใจขึ้นมาระลอกใหญ่
คนเกือบทั้งหมดที่อยู่ตรงนั้น ล้วนยอมจำนนให้กับพลังที่แท้จริงอันน่าทึ่งของเยี่ยเฉินเฟิง
“เป็ไปไม่ได้ นี่มันไม่ใช่เื่จริง ไม่มีทางเป็ความจริงโดยเด็ดขาด”
เซินถูเสวี่ยและเซินถูปิงยืนตาค้างตัวแข็งมองชื่อของเยี่ยเฉินเฟิงขึ้นไปแทนที่ชื่อของเซินถูเหิงและกลายเป็ยอดฝีมืออันดับที่สิบของป้ายพลังยุทธ์อัคคี์ เป็ครั้งแรกที่ความหวาดกลัวอย่างรุนแรงเข้าจิตใจของคนทั้งคู่
“ตายซะ!”
เยี่ยเฉินเฟิงอาศัยพละกำลังล้วนๆ ปล่อยสองหมัดออกไปโจมตีใส่จอมพลอสูรโลการะดับสองที่ร่างกายมีแต่าแยับเยินทั้งสองคนให้ยอมล่าถอย จากนั้นอำนาจกระบี่อันแสนน่ากลัวก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้ง ผสานรวมลงไปภายในกระบี่หัก ตวัดฟาดฟันลำแสงกระบี่อันน่าหวาดกลัวทำลายเกราะป้องกันของทั้งสองคนจนแตกหักและเฉือนศีรษะของทั้งสองจนขาดกระเด็น
“ฟู่ๆ ยังเหลืออีกสองคน”
ทุ่มพลังสังหารไปได้ห้าคน เยี่ยเฉินเฟิงก็เริ่มหมดแรงอย่างเห็นได้ชัด หากไม่ใช่เพราะเขาฝึกฝนขั้นหลอมอวัยวะได้ถึงหกส่วนและทำการหลอมอวัยวะภายในอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา รวมทั้งฟื้นฟูพลังิญญาที่สูญเสียไปมาทดแทนอยู่เรื่อยๆ เขาคงยืนหยัดไม่ได้นานขนาดนี้หรอก
“ปัง!”
ใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยเฉินเฟิงเกิดเสียงกัมปนาทดังกึกก้อง ทั่วร่างะเิพละกำลังอันน่าตื่นตะลึงออกมาอีกครั้ง พุ่งเข้าไปสังหารยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสองที่ยังเหลืออยู่อีกสองคน
ผ่านไปประมาณครึ่งก้านธูป เยี่ยเฉินเฟิงที่ทุ่มเทพลังทั้งหมดลงไปก็สังหารทั้งสองคนลงได้ในที่สุด
ลำดับรายชื่อของเขาขยับขึ้นไปข้างบนอีกครั้ง ข้ามผ่านหลินเข่อจู๋ที่อยู่อันดับเก้าไปได้และขึ้นไปครองอันดับที่เก้าแทน
“ฟู่ๆ ชักจะยากขึ้นเรื่อยๆ แล้วสิ”
หลังจากทุ่มสุดกำลังสังหารยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสองไปทั้งหมดเจ็ดคน เยี่ยเฉินเฟิงก็สูญเสียพลังิญญาไปเกือบแปดส่วน ขณะที่เขาคิดจะถ่วงเวลาเพื่อฟื้นฟูพลังกลับมา เงาร่างหกคนก็ปรากฏสู่สายตาของเขาอีกครั้ง
เมื่อััพลังของทั้งหกคนตรงหน้าได้ เยี่ยเฉินเฟิงก็เย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ เพราะว่าพลังที่แท้จริงของทั้งหกคนเบื้องหน้าล้วนอยู่ในเขตแดนจอมพลอสูรโลการะดับสาม
แม้ว่าระดับพลังของจอมพลอสูรโลกาในค่ายกลิญญาฟ้าจะเทียบไม่ได้กับบุคคลจริงด้านนอก แต่เยี่ยเฉินเฟิงที่สูญเสียพลังไปมากแล้วยังาเ็อีกไม่น้อย ประกอบกับระดับพลังของทั้งหกคนตรงหน้าอยู่เหนือกว่าขีดจำกัดของเขา จึงเข้าใจดีเลยว่าเขาหมดหนทางจะไปต่อได้แล้ว
“ไม่รู้ว่าด้วยอานุภาพของอำนาจกระบี่แล้ว พอจะสังหารได้สักคนไหม?”
เยี่ยเฉินเฟิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หยิบหินเคลื่อนย้ายออกมากำไว้ไว้ในมือ เตรียมพร้อมที่จะท้าทายพลังของจอมพลอสูรโลการะดับสาม
“ฟิ้ว!”
ใต้ฝ่าเท้าของเยี่ยเฉินเฟิงพลันเกิดแสงสว่างวาบ ร่างกายเขาทะยานออกไปราวกับเกาทัณฑ์ที่ปล่อยจากคันศร พุ่งสังหารยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสามทั้งหกคนตรงหน้า
แค่เริ่มต้นประมือ เขาก็รับรู้ได้ถึงความน่ากลัวของทั้งหกคน เพียงแค่พลังอำนาจที่ะเิออกมาจากพวกเขาก็มากพอจะะเืเืลมของเขาให้ปั่นป่วน ชาวาบไปทั้งแขน การโจมตีถูกหยุดยั้งไว้อย่างสมบูรณ์
ทว่าภายใต้ความกดดันมหาศาลเ่าั้ พลังแฝงทั่วร่างของเขาก็ถูกกระตุ้นออกมาทีละเล็กทีละน้อย เสี้ยวพริบตาที่เหยียบย่างเคลื่อนย้ายเงาพรายพลิ้วกายหลบ อำนาจกระบี่ก็ไหลทะลักเข้าไปในกระบี่หักอย่างต่อเนื่องและพุ่งเข้าปะทะกับจอมพลอสูรโลการะดับสามทั้งหกคน
“พละกำลังหกหมื่นจิน”
เมื่อพลังิญญามีไม่เพียงพอ เขาจึงกัดฟันเพิ่มพลังกายให้ถึงขีดสุด กระโจนสูงขึ้นไปกลางอากาศแล้วปล่อยกำปั้นที่ทรงพลังหนักแน่นโจมตีใส่หนึ่งในหกคนนั้น ใช้เพียงพลังหมัดจัดการกับจอมพลอสูรโลการะดับสาม
“ตูม!”
เสี้ยววินาที่ที่หมัดทั้งสองเข้าปะทะกัน แรงสะท้อนกลับอันน่าตื่นตระหนกก็ะเิออกโดยพลัน สั่นะเืจนคนทั้งสองต่างกระอักเืออกมาพร้อมกัน
“อำนาจกระบี่ ทำลายล้าง”
เยี่ยเฉินเฟิงอาศัยพลังกายที่แข็งแกร่งฝืนประคองร่างกายเอาไว้ ฉวยโอกาสฟาดดาบหักอันคมกริบในมือออกไป ปลดปล่อยการโจมตีของตนเองเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ยอดฝีมือจอมพลอสูรโลการะดับสามอีกห้าคนจะพุ่งเข้ามาโจมตี
ภายใต้ความกดดันมหาศาล เยี่ยเฉินเฟิงสามารถปลดปล่อยพลังโจมตีออกไปได้ถึงสิบสองส่วน[2] เมื่อรวมกับคลื่นสั่นะเืของกระบี่หัก ลำแสงดาบคมกริบที่มีพลังทำลายล้างมหาศาลก็ตวัดผ่านอากาศและฟาดฟันลงบนศีรษะของจอมพลอสูรโลการะดับสามคนที่ร่างกายกำลังซวนเซเสียหลัก
“ฉัวะ!”
เกราะป้องกันของจอมพลอสูรโลการะดับสามคนนั้นพังทลาย ศีรษะถูกเยี่ยเฉินเฟิงตัดแยกออกเป็สองซีก ร่างกายะเิแตกกระจาย
เสี้ยวพริบตาที่ร่างของเขาะเิออก เยี่ยเฉินเฟิงก็บีบหินเคลื่อนย้ายในมือจนแตกละเอียด ครอบคลุมไปทั่วร่างของเขาก่อนจะเลือนหายไปจากมิติชั้นที่หกของค่ายกลิญญาฟ้า
และคะแนนทั้งหมดที่เขาได้รับก็ส่งเขาก้าวขึ้นสู่อันดับที่แปด
-----------------------------------------------------------
[1] 戈 เกอ เป็อาวุธโบราณชนิดหนึ่งคล้ายขวานสองแฉกหรือขวานสองคม
[2] สิบส่วนมีค่าเท่ากับ100% ดังนั้นสิบสองส่วนจะเท่ากับ 120% โจมตีได้เกินกว่าพลังที่มีอยู่จริง
