แรมจันทร์มีความเป็ตัวเองสูง หล่อนให้เหตุผลแล้วก้าวออกมาจากห้องนอน มุ่งหน้าไปยังลำธารหลังบ้านที่เคยลงเล่นน้ำเป็ประจำ
กลางดึกของคืนเดียวกันนั้น
แสงจันทร์ฉาบกระทบระลอกน้ำในคลองกว้าง แลเห็นเป็ริ้วสีเงินยวงระยับเคลื่อนไปกับแรงลมขยับลอนคลื่น ท่ามกลางสีดำของรัตติกาลและสีเหลืองนวลของแสงจันทร์ซึ่งตัดกันชัดเจน
ร่างขาวผ่องของแรมจันทร์ในชุดผ้าถุงกระโจมอก ลอยอยู่เหนือผิวน้ำอันเย็นะเื หล่อนกำลังหลอมรวมร่างกายเป็หนึ่งเดียวกับสายน้ำ ทำตัวเหมือนปลาโลมาขี้เหงาที่หลบเร้นจากฝูงเพื่อออกมาหาความสำราญเพียงลำพัง
แม้ปลิวจะเตือนหลายครั้งด้วยความเป็ห่วงที่แรมจันทร์ชอบออกมาว่ายน้ำกลางดึกเพียงลำพัง แต่หล่อนก็ไม่ฟัง
แรมจันทร์รู้สึกว่าการได้ออกมาทอดร่างลอยอยู่เหนือผิวน้ำ มันรู้สึกถึงอิสรภาพในชีวิตอย่างแท้จริง
แรมจันทร์ปลดเปลื้องผ้าถุงออกจากกาย พาเรือนร่างอวบขาวราวกับหยวก แหวกว่ายข้ามไปยังอีกฟากฝั่ง ราวกับ้าจะหนีออกไปให้ไกลจากชีวิตอันซ้ำซากจำเจ ลึกๆ ในใจหล่อนอยากหลุดพ้นไปจากชีวิตในแต่ละวันซึ่งหมดไปกับงานบ้านอันน่าเบื่อหน่าย
บางครั้งแรมจันทร์เคยคิดอยากออกไปตามหาความฝัน หล่อนอยากเข้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ ไม่ใช่ใช้ชีวิตวันๆ อยู่ในสวนลิ้นจี่และป่าอ้อยของชนบทบ้านนอกอย่างที่เป็อยู่ในทุกวันนี้
‘ดูท่าทางเอ็งเบื่อชีวิตแบบนี้’
เป็คำพูดของปลิวที่กล่าวกับแรมจันทร์เมื่อนานมาแล้ว ั้แ่ตอนที่หล่อนตัดสินใจผูกข้อมือกับเขาแล้วมาอยู่ในบ้านของกำนันเรืองในฐานะ ‘สะใภ้’
ปลิวรู้ว่าแรมจันทร์มีความเป็ตัวเองสูง เื่ไหนที่ตามใจได้เขาก็จะไม่ขัด อย่างเช่นเื่ที่แรมจันทร์ชอบออกมาว่ายน้ำกลางคืนเพียงลำพัง
‘ทำไมเอ็งชอบเล่นน้ำเสียเหลือเกิน’
ปลิวเคยถามเมื่อนานมาแล้ว
‘ชาติก่อนฉันคงเป็ปลามั้ง... หรือไม่ก็เงือก’
แรมจันทร์ทำทีตอบขำๆ แต่หล่อนก็รู้สึกผูกพันกับสายน้ำจริงๆ
จึงไม่แปลกที่บ่อยครั้งผู้หญิงคนนี้มักจะออกมาเล่นน้ำ และสถานที่แห่งเดียวที่หล่อนชอบออกมาปลดปล่อยอารมณ์ ก็คือลำธารที่เชื่อมต่อกับคลองบริเวณหลังบ้าน
แรมจันทร์สนุกกับการแอบมาเล่นน้ำในลำธารเพียงลำพัง ร่างเปลือยเปล่าแหวกว่ายสำเริงสำราญราวกับเงือกน้อย แยกตัวเองออกจากโลกใบใหญ่ที่สับสนวุ่นวาย
ดำผุดดำว่ายอยู่ภายใต้แสงจันทร์นวล
หล่อนมีความสุขขณะปลดปล่อยความรู้สึกนึกคิดไปกับสายน้ำ ให้ความเย็นเยียบััเนื้อตัวอันเปล่าเปลือยเหมือนถูกโลมเล้าด้วยััของธรรมชาติ
“อ๊า... ”
แรมจันทร์ครางออกมาเบาๆ รู้สึกเป็สุขกับการลูบไล้เรือนร่างงดงามของตัวเอง
