“ข้ามิกล้าพูดปลดต่อหน้าราชันจางเหว่ยหรอกเ้าค่ะ เทพธิดาจางซินพาิเยว่ลงไปเที่ยวเล่นที่แดนมนุษย์จริง ข้าพยายามห้ามแล้ว แต่นางไม่ฟัง ข้าไม่อาจห้ามพวกนางได้ จึงปล่อยนางไป เวลานี้ก็หลายวันแล้ว ข้าร้อนใจกลัวพวกนางได้รับอันตราย จึงรีบมารายงานประมุขตงหยางให้ทราบเ้าค่ะ” จางเหว่ยนิ่งอึ้งแล้วถามด้วยความไม่เข้าใจ
“จางซินมีนิสัยเช่นไรเหตุใดข้าจะไม่รู้ หรือว่าการที่นางพาิเยว่ไปยังแดนมนุษย์ก็เพื่อหาโอกาสกลั่นแกล้งิเยว่ ไม่ได้การละ ตงหยางเ้ารีบกลับไปจัดการเื่นี้เถอะ” จางเหว่ยรู้สึกเป็ห่วงิเยว่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนตงหยางจะทบทวนเงียบ ๆ ครู่หนึ่ง แล้วใช้พลังิญญากลับมายังตำหนักไท่จู
พบกับร่างของิเยว่นั่งฝึกพลังิญญาอยู่ตามลำพังราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชายหนุ่มยืนมองนางเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่งจึงตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไป แล้วเอ่ยขึ้นลอย ๆ
“เ้าไม่ต้องแสร้งทำขยัน ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว” ิเยว่ได้ยินดังนั้นจึงค่อย ๆ ลืมตาหนึ่งข้างเพื่อมองปฏิกิริยาของเขา ทว่าท่าท่างจริงจังของอีกฝ่าย ทำให้นางยอมลืมตาสองข้างพร้อมกัน แล้วลุกขึ้นจากแท่นฝึก เดินหน้าละห้อยสำนึกผิดเข้ามาหาเขาแล้วพูดเสียงอ่อย
“ธิดาไป่เอ๋อไปฟ้องท่านหมดแล้ว ข้าไม่มีอะไรแก้ตัวแล้วล่ะ”
“ในเมื่อรู้ว่าผิด เหตุใดยังทำ” เขาถามพร้อมจับจ้องมองใบหน้างดงามของนาง ก่อนิเยว่จะเม้มปากแน่น
“ใจจริงข้าอยากฝึกพลังิญญาอยู่ที่ตำหนักไท่จู แต่ว่า...พอท่านไม่อยู่...ข้าก็...” หญิงสาวไม่ทันพูดจบ ตงหยางสังเกตเห็นาแเล็ก ๆ บริเวณหลังมือของนาง จึงใช้พลังิญญาดึงร่างของิเยว่เข้ามา เมื่อนางถูกเขาดึงเข้ามาแนบชิดจึงเบิกตากว้าง ก่อนชายหนุ่มจะจับมือนางแล้วพูดขึ้น
“ไปซุกซนท่าไหน จึงได้แผลกลับมา” ิเยว่รีบชักมือกลับ พลันอ้ำอึ้ง
“เปล่าเ้าค่ะ ข้าแค่เดินไปชนโต๊ะเท่านั้นเอง”
“รู้หรือไม่ว่าการที่เ้าสร้างปัญหาทำให้ประมุขตงหยางต้องละทิ้งหน้าที่บนเผ่าเทพลงมาด้วยเื่ไม่เป็เื่เช่นนี้” เสียงของไป่เอ๋อพูดขึ้น ทำให้ตงหยางค่อย ๆ เบี่ยงตัวหันกลับมาพร้อมร่างของิเยว่อยู่แนบชิดติดกาย ก่อนิเยว่จะรู้สึกตัวค่อย ๆ ขยับกายออก ท่ามกลางสายตาไม่พอใจของไป่เอ๋อจับจ้องมองมาไม่วางตา
“ข้าพยายามห้ามพวกเ้าแล้ว แต่พวกเ้ากลับไม่ฟัง” ยังไม่ทันที่ไป่เอ๋อพูดจบ ตงหยางก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ในเมื่อพวกนางไม่ได้รับาเ็ ก็หมดหน้าที่ของเ้าแล้ว ที่เหลือข้าจะดูนางเอง”
“แต่ว่าท่าน...จะไม่ต่อว่านางหน่อยเหรอเ้าคะ พวกนางทำผิด”
“นั่นคือหน้าที่เ้า ที่ต้องบอกข้า ว่าควรทำเช่นไรงั้นเหรอ”
“ท่านพี่” ไป่เอ๋อนึกโกรธ ทว่าพยายามสงบอารมณ์ตัวเองไว้
“ข้าบอกให้เ้ากลับไป ก็จงทำตามคำสั่ง” คำพูดของเขาทำให้ไป่เอ๋อรู้สึกจุกจนพูดไม่ออก ทำได้แต่กลั้นความเ็ปไว้ภายในแล้วสะบัดตัวเดินจากไปด้วยความไม่พอใจ
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของตงฟางดังขึ้น ขณะที่ไป่เอ๋อ ระบายความคับแค้นใจออกมาผ่านก้อนหินที่ปาใส่เขาไม่หยุดพัก
“อีกไม่นาน เ้าจะเป็คนไร้ค่าในสายตาของตงหยาง”
“หุบปาก” ไป่เอ๋อะโสั่งพร้อมหยดน้ำตารินไหลระบายความอัดอั้นภายในใจออกมา
“เ้าทำทุกอย่างเพื่อตงหยาง แต่ตงหยางไม่เคยเห็นเ้าในสายตา ไป่เอ๋อเพียงแค่เ้าเปลี่ยนใจมาอยู่ข้างข้า เมื่อข้าได้ขึ้นเป็ใหญ่ เ้าจะเป็หญิงเดียวที่สามารถบงการทุกสรรพชีวิตได้ จะไม่มีผู้ใดกล้าขัดใจเ้า ข้าให้สัญญา แต่หากเ้ายังมัวเมา ทำดีกับตงหยางอยู่เช่นนี้ ไม่เพียงแต่เ้าจะไม่อยู่ในสายตาเขา...เ้ายังเป็รองพวกนางอีก คิดดูดี ๆ” ตงฟางพยายามเกลี้ยกล่อม และเป็ครั้งแรกที่ไป่เอ๋อเริ่มลังเล เขาทอดสายตามองก้อนหินที่อยู่ในมือนางค่อย ๆ ล่วงลงพื้น ก่อนแสยะยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“แต่ไหนแต่ไร เ้าไม่เคยอยู่ในสายตาเขา ยิ่งเวลานี้ดูท่าเขาจะให้ความสำคัญกับธิดาเผ่าวิหคไม่น้อยเลย”
“นั่นเพราะนางมีดวงจิตสีเพลิง”
“ข้อนั้นข้าไม่เถียง แต่สายตาของเขาที่มองนาง มิใช่สายตาเ็าเฉกเช่นที่มองเ้า ข้าในฐานะที่เติบโตมาพร้อมเขาเหตุใดจะมองไม่ออก” ไป่เอ๋อเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย
“ท่านพี่ตงหยางเป็คนเ็ามาั้แ่เด็ก ความมุ่งมั่นของเขาคือการดูแลสรรพชีวิตให้อยู่อย่างผาสุก ิเยว่ใกล้ชิดกับท่านพี่ตงหยางไม่นาน ไม่มีทางจะทำให้หัวใจอันแข็งแกร่งของเขาอ่อนลงได้” ไป่เอ๋อพูดปลอบใจตัวเอง ก่อนตงฟางจะหัวเราะแล้วพูดขึ้น
“หากความใกล้ชิดมีผลต่อความรู้สึกจริง เช่นนั้นเหตุใดเ้าจึงไม่รักข้า เช่นนั้นเหตุใดตงหยางไม่รับรักเ้า พวกเราล้วนเติบโตมาพร้อมกัน ใกล้ชิดกันมากที่สุด ไป่เอ๋อนะไป่เอ๋อ ไยต้องหลอกตัวเองเช่นนี้” หญิงสาวสะบัดหน้ามองไปยังตงฟาง
“เ้าอย่าพูดให้ข้าหวั่นไหวไปหน่อยเลย คนอย่างิเยว่ นางไม่มีทางทำให้ท่านพี่ตงหยางหลงรักได้”
“เช่นนั้นเรามาลองดูกัน ว่าสิ่งที่ข้าพูดจะเป็จริงหรือไม่”
ภายในตำหนักไท่จู สายลมอ่อนพัดโชยมาพร้อมเสียงของธารน้ำไหล ขณะที่มือของตงหยางพยายามทายาให้กับิเยว่อยู่นั้น สายตาอ่อนหวานของนางก็ทอดมองเขาอย่างมีความสุข
“จะว่าไปการมีดวงจิตสีเพลิงก็ดีไม่ใช่น้อย หาไม่แล้วคงไม่มีโอกาสดี ๆ ใกล้ชิดเขา ข้าชอบที่เขาใส่ใจข้า ชอบเวลาที่เขาอ่อนโยนกับข้าเพียงนี้” นางขบคิดอย่างเงียบ ๆ พร้อมสายตาเป็ประกายจับจ้องมองชายหนุ่มไม่วางตา ก่อนตงหยางจะชะงักนิ่ง แล้วเลื่อนสายตามองนางคล้ายกำลังคิดบางอย่าง
“มีอะไรเหรอ” นางทำตาแป๋วแล้วเอ่ยถาม ทว่าไม่ได้คำตอบจากอีกฝ่าย
“แผลของเ้า หากมองภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ภายในบวมช้ำเป็อย่างมาก ระหว่างนี้ เ้าก็ใช้ยาของเทพโอสถแต้มไปก่อน” ิเยว่ค่อย ๆ รับยาจากเขาแล้วปล่อยยิ้มกว้าง
“ยิ้มเช่นนี้ ไม่ได้รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองเลยงั้นเหรอ”
“เื่อะไรเ้าคะ” นางเอียงศีรษะเล็กน้อย
“ที่แอบหนีไปยังแดนมนุษย์” เขาพูดพลางจับจ้องมายังหญิงสาวตัวเล็กด้านหน้า ก่อนนางจะยิ้มเจื่อนแล้วพูดขึ้น
“ที่ข้าไปเพราะมีเหตุผล” เขาขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นด้วยความแปลกใจ
“เหตุผลอะไร”
“ข้ารู้ว่าธิดาไป่เอ๋อไม่ชอบหน้าข้าเท่าใดนัก ต่อหน้าท่านนางทำดีต่อข้าก็จริง แต่มีหลายอย่างที่ทำให้ข้ารับรู้ว่านางไม่ชอบข้า เพราะงั้นเพื่อความสบายของข้าและนางเอง ข้าจึงเลือกที่จะไปยังแดนมนุษย์เพื่อรอท่านกลับมา” ิเยว่ให้เหตุผลด้วยสีหน้าราบเรียบ
“เอาล่ะ ข้าจะพยายามไม่ให้นางมาวุ่นวายกับเ้า จะได้ฝึกพลังิญญาอย่างสบายใจ” เขาให้คำมั่น ก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไป
“เดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ” คำเหนี่ยวรั้งของหญิงสาวทำให้ร่างสูงหันกลับมาด้วยท่วงท่าสง่างาม
