หนึ่งเดือนต่อมา ในที่สุดเรือล่าสัตว์สกุลซินก็ได้ออกทะเล ขณะที่เรือเข้าเทียบท่า หมู่ชนบนเกาะนักล่าต่างพากันวิ่งมาดูที่ท่าเรือ กระทั่งจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งยังอยากเข้าร่วมเป็ลูกเรือของสกุลซิน
พวกเขาไม่เคยเห็นเรือลำใหญ่ขนาดนี้มาก่อน คันศรั์สองด้านลำเรือน่าครั่นคร้ามสุดแสน นึกไม่ออกว่าจะมีภัยพิบัติใดสามารถคุกคามเรือลำนี้ได้
ขณะนั้นอาจารย์เวิงจับจ้องมองเรือล่าสัตว์ลำใหญ่ด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์
เขาเป็นักหลอมอักขระิญญาเพียงคนเดียวบนหมู่เกาะนักล่า ไม่ว่าจะเป็เรือล่าสัตว์ลำไหนล้วนแล้วต้องผ่านมือเขาทั้งสิ้น ราวกับมันเป็ธุรกิจผูกขาด ราคาทุกอย่างขึ้นอยู่กับเขา
ทว่าสกุลซินกลับรู้จักนักหลอมอักขระิญญาคนอื่นที่ไม่ใช่เขา สำหรับอาจารย์เวิงแล้วนี่เป็เื่ที่น่าเหลือเชื่อเป็อย่างมาก รอบหมู่เกาะนักล่ามีเขาเป็นักหลอมอักขระิญญาเพียงคนเดียว ถ้าจะไปหานักหลอมอักขระิญญาคนอื่นต้องเดินทางไกลหลายพันลี้ สำหรับผู้ที่ใช้เรือล่าสัตว์ระดับมนุษย์ การเดินทางไกลเป็พันลี้นั้นมิต่างอะไรกับฆ่าตัวตาย
ในเขตมหาสมุทรนี้ถ้าโชคไม่ดีก็ต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเช่นเต่าฉก แต่ถ้าเป็มหาสมุทรลึก สัตว์อสูรอย่างเต่าฉกนั้นมีอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เรือล่าสัตว์ระดับมนุษย์ไม่มีทางอยู่รอดในมหาสมุทรได้แม้แต่วันเดียว
ถ้ามีนักหลอมอักขระิญญาคนอื่นอยู่ในหมู่เกาะนักล่า สำหรับอาจารย์เวิงนั้นมันถือเป็ข่าวร้าย นั่นหมายความว่าเขาจะไม่สามารถผูกขาดธุรกิจได้อีกต่อไป รายได้ก็จะลดลงอย่างมาก
เมื่ออาจารย์เวิงปรากฏตัว ทุกคนล้วนแล้วต้อนรับด้วยความเคารพ
ซินต้าลี่มองอาจารย์เวิง แววตาดูตื่นตระหนกเล็กน้อย แต่พอนึกขึ้นได้ว่าน้องสามเป็นักหลอมอักขระิญญาแล้ว ทั้งอาจจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาจารย์เวิงด้วยซ้ำ จิตใจพลันสงบขึ้นอีกขั้น สกุลซินไม่ต้องกลัวอาจารย์เวิงอีกต่อไปแล้ว
“ยอดเยี่ยมมาก นักหลอมอักขระิญญาคนไหนสร้างเรือลำนี้ขึ้นมางั้นรึ?” อาจารย์เวิงหัวเราะ
ซินต้าลี่ขมวดคิ้ว “อาจารย์เวิงยุ่มย่ามมากไปกระมัง!”
“สามหาว! กล้าดีอย่างไรมาพูดกับท่านอาจารย์เช่นนี้ คุกเข่าขอโทษซะ!” จอมยุทธ์ที่อยู่ข้างอาจารย์เวิงลุกขึ้นยืนพูดด้วยความโกรธ
อาจารย์เวิงส่ายศีรษะ “ข้าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น ข้าแค่ประหลาดใจว่าหมู่เกาะนักล่ามีนักหลอมอักขระิญญาเพิ่มขึ้นั้แ่เมื่อไหร่ ไหนๆ ก็เดินบนเส้นทางเดียวกัน ข้าเลยแค่อยากพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้”
“ขออภัย แต่ข้าบอกไม่ได้” ซินต้าลี่ยิ้มเยือกเย็น จากนั้นก็โบกมือ จอมยุทธ์สกุลซินขนย้ายเสบียงที่จำเป็ทั้งหมดไปที่เรือแล้ว พวกเขากางใบเรือสูงใหญ่ สายลมพัดพาเรือแล่นออกจากท่าเรือไป รวดเร็วเหมือนดั่งกับลูกศร
จูชิงกับซินิจูยืนมองเหล่าจอมยุทธ์ที่กำลังยิ้มแย้มร้องเพลงสรรเสริญกันอยู่บนดาดฟ้า
“ลองออกเรือสักหนึ่งเดือนก่อนแล้วค่อยแล่นเรือกลับ!” เพราะเป็เรือลำใหม่ซินต้าลี่จึงไม่กล้าขับเรือออกไปไกลนัก
“โปรยเหยื่อ!” เมื่อมาถึงแดนมหาสมุทร ซินต้าลี่ก็บอกให้จอมยุทธ์บนเรือโยนเหยื่อโชกชุ่มไปด้วยเืลงไปในทะเล
ขั้นตอนนี้เป็ขั้นตอนที่จำเป็ยิ่งยวดในการล่าสัตว์ เหยื่อพวกนี้สามารถดึงดูดสัตว์อสูรที่อยู่เคียงใกล้ได้ มีเพียงเ้าของเกาะเท่านั้นที่รู้วิธีการปรับแต่งเหยื่อ ซึ่งราคาของเหยื่อนั้นสูงมาก ทำให้เรือล่าสัตว์ทุกลำต้องส่งมอบทรัพยากรจำนวนมากก็เพื่อเหยื่อพวกนี้
แต่แม้ว่าเหยื่อจะมีราคาสูงแต่ก็ได้ผลดียิ่งยวด ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา สัตว์อสูริญญาจำนวนมากก็ล้อมรอบทั่วเรือ ทั้งยังมีเงาสีดำขนาดใหญ่สองสามตัวแหวกว่ายอยู่ใต้ทะเล!
“ทดสอบพลังของเรือล่าสัตว์ลำนี้กันเถอะ!” ซินต้าลี่หัวเราะ
“ข้ากับจูชิงจะควบคุมคันศรั์เอง!” ซินิจูลากจูชิงมายืนข้างๆ
ซินต้าลี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขารู้สึกว่าซินิจูสนิทสนมกับจูชิงมากเกินไป แม้ว่าซินิจูจะถึงวัยที่แต่งงานได้แล้ว แต่เขาก็หวังว่านางจะหาคู่ครองที่ดีกว่านี้ได้ ไม่ใช่คนแบบจูชิงที่ไม่มีความเป็มาเป็ไป
จนถึงตอนนี้คนที่รู้ว่าจูชิงเป็นักหลอมอักขระิญญามีแค่ซินต้าซานกับซินิจูสองคน
“ข้าสลักอักขระิญญารวมปราณไว้ในคันศรั์แล้ว เ้าแค่ใส่ลมปราณลงไปเล็กน้อยก็พอ” จูชิงอธิบาย
“อื้อ!” ซินิจูพยักหน้า ทันทีที่เสียง “ตู้ม!” ดังขึ้น คันศรั์ก็ยิงออกไป ลูกศรขนาดใหญ่พุ่งลงไปในทะเล!
จากนั้นโซ่เหล็กที่อยู่บนลูกศรก็หมุนกลับอย่างรวดเร็ว!
“จับได้แล้ว!” ซินต้าลี่ดีใจมาก ลูกศรนี้นั้นเร็วกว่าอันก่อนราวฟ้ากับเหว ด้วยความเร็วระดับนี้จะมีสัตว์อสูรที่ไหนหนีพ้น!
“ดึงขึ้นมา!” ซินต้าลี่ะโ กายาสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุม นี่เป็ครั้งแรกที่เรือล่าสัตว์ลำนี้ออกทะเล คิดไม่ถึงว่าจะเก็บเกี่ยวทรัพยากรั้แ่ครั้งแรก
เสาเหล็กดำที่ตั้งตระหง่านบนดาดฟ้าเหวี่ยงตะขอลงไปในทะเล คล้องโซ่เหล็กเข้ากับสัตว์อสูรไว้อย่างแ่า!
“หวืด!” จอมยุทธ์คนหนึ่งออกแรงดึงสุดกำลัง ลากสัตว์อสูรทะเลขึ้นมาจากมหาสมุทร!
“อุ๋งๆ!” พะยูนสองตัวถูกลูกศรั์เจาะกลางลำตัว พวกมันส่งเสียงร้องโหยหยวน ห้อยโตงเตงกลางอากาศ!
“พะยูนขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณสูงสุด จับครั้งเดียวได้สองตัวเลยรึ!” ซินตาลี่หัวเราะชอบใจ
จอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญการชำแหละฆ่าพะยูนทั้งสองตัว ทุกส่วนของร่างกายพะยูนถูกคัดแยกเก็บตามหมวดหมู่ อวัยวะภายในที่มีราคาต่ำสุดจะถูกนำไปใช้เป็เหยื่อเพื่อล่าสัตว์อสูรทะเลตัวอื่น
“ตู้มม!” จูชิงเล็งไปที่เงาดำอีกเงาในน้ำ จากนั้นก็ยิงคันศรั์ออกไป!
“เคร้ง!” เสียงดังคมชัดถนัดหูราวกับลูกศรเหล็กทะลวงผ่านของแข็งบางอย่าง!
เมื่อตะขอจับสัตว์อสูรทะเลตัวนั้น ซินต้าลี่กับลูกเรือคนอื่นๆ พลันเบิกตาทั้งสองกว้าง!
เต่าฉก มันคือเต่าฉก!
“น่าเสียดาย เสียลูกศรไปดอกหนึ่ง!” จูชิงมองลูกศรที่คดงอพลางส่ายศีรษะ
เมื่อเห็นาแบนกระดองเต่าฉกจูชิงก็กลอกตา ศัตรูคู่อาฆาต สุดท้ายก็วนมาพบเจอกันจนได้
เห็นได้ชัดว่ามันเคยได้รับาเ็จากคันศรมาก่อน ซึ่งเป็แผลที่เกิดจากลูกศรที่จูชิงเป็คนลงมือ ไม่เช่นนั้นจูชิงก็คงยิงทะลวงกระดองของมันไม่ได้ในครั้งเดียว
“มันคงไม่ใช่...” ซินิจูจำได้ว่าเต่าฉกตัวนี้คือเต่าฉกตัวเดียวกันกับที่โจมตีพวกเขา
“มันคือเต่าตัวเดียวกันกับที่โจมตีพวกเราครั้งก่อน รออยู่ที่นี่ตั้งหนึ่งปี มีความอดทนไม่เบา” จูชิงยิ้ม
“ฮ่าๆๆ จับเต่าฉกได้งั้นรึ โชคนี่มันอะไรกัน!” ซินต้าลี่หัวเราะลั่น หลายปีแล้วที่ไม่มีเรือล่าสัตว์ลำไหนในหมู่เกาะนักล่าสามารถสังหารเต่าฉกได้สำเร็จ
เต่าฉกนอกจากจะมีกระดองที่หนาแล้ว เืกับเนื้อยังเป็อาหารบำรุงชั้นยอด มันเป็สัตว์อสูรที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็พันๆ ปี แน่นอนว่าชิ้นส่วนอื่นจะต้องมีประโยชน์น่าพรั่นพรึงเช่นกัน
“กลับบ้านไปลองชิมสักหน่อยดีหรือไม่ ว่ากันว่าเต่าฉกมีสรรพคุณบำรุงกำลังวังชา อย่างไรเสียอนุชนของสกุลซินยุคสมัยนี้ก็มีอยู่แค่เล็กน้อยจนบางตา” ซินต้าลี่ครุ่นคิด
ด้วยร่างกายใหญ่โตของเต่าฉกจึงไม่สามารถห้อยมันไว้กับเสาเรือได้ ไม่อย่างนั้นเรือล่าสัตว์ได้พลิกคว่ำเป็แน่แท้
แต่จะให้แช่น้ำทะเลไปตลอดทางก็ไม่ได้เช่นกัน ไม่อย่างนั้นจะถูกสัตว์อสูรตัวอื่นๆ กินจนหมด
“หันเรือกลับ!” ซินต้าลี่ตัดสินใจกลับท่าเรือ
พวกเขาออกมาเพียงแค่สองวันก็เดินทางกลับแล้ว ถ้าเป็ปกติ หากยังล่าสัตว์อสูรได้ไม่ถึงกำหนด พวกเขาจะไม่แล่นเรือกลับอย่างเด็ดขาด
แต่ว่าครั้งนี้พวกเขาล่าเต่าฉกได้ สถานการณ์ย่อมแตกต่างกันออกไป เต่าฉกหนึ่งตัวมีมูลค่าสูงเพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดในครั้งนี้
ทันใดนั้นจูชิงก็หน้าเปลี่ยนสี “ระวัง!”
“ฟิ้ว!” ลูกศรพุ่งตรงเข้ามาซึ่งไม่รู้ว่ายิงมาจากไหน พุ่งผ่านร่างจอมยุทธ์คนหนึ่งที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าขึงตรึงกับแผ่นเหล็ก!
ลูกศรที่ใช้ล่าสัตว์อสูรนั้นสามารถสังหารมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย กระทั่งซินต้าลี่ที่เป็ขั้นสร้างลมปราณแปดชั้นฟ้ายังยากที่จะต่อต้าน!
“เป็ไปได้ยังไง!” ม่านตาของซินต้าลี่หดเล็กเหลือเท่ากับรูเข็ม เรือล่าสัตว์ทั้งสามลำพุ่งเข้าหาพวกเขา ทั้งยังกระหน่ำยิงลูกศรออกมาอย่างต่อเนื่อง!
จูชิงถอดโซ่เหล็กบนคันศรั์ออกแล้วเล็งคันศรไปที่เรือล่าสัตว์หนึ่งลำในนั้น!
“ตู้มม!” ทันทีที่คันศรั์ยิงลูกศรออกไปเสมือนลำแสงสีน้ำเงินตรงเข้าใส่เรือล่าสัตว์ลำนั้นในพริบตาเดียว!
“ใครสั่งให้เ้าทำเช่นนั้น เ้าไม่รู้หรือว่าลูกศรหนึ่งลูกมีค่าขนาดไหน?” ซินต้าลี่เห็นดังนั้นก็มีโทสะ สำหรับเขาลูกศรที่สามารถสังหารเต่าฉกได้นั้นมีค่ายิ่งกว่าจอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณหลายเท่า
จูชิงไม่ได้สนใจซินต้าลี่แต่อย่างใด เขาแย่งคันศรั์ของซินิจูแล้วยิงออกไปอีกครั้ง!
“ตู้มมม!” เรือล่าสัตว์ถูกลูกศรยิงใส่สองลูก น้ำไหลทะลักเข้าไปในตัวเรือ ก่อนที่จักจมลงอย่างรวดเร็ว!
“คันศรนั่นมันอะไรกัน!” จอมยุทธ์ที่อยู่บนเรือล่าสัตว์สองลำที่เหลือมองจูชิง
พวกเขายิงใส่เรือจูชิงหากกลับทิ้งไว้ได้เพียงแค่รอยเล็กๆ ทว่าจูชิงกลับยิงทะลวงลำเรือของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย แล้วแบบนี้จักสู้ต่อได้อย่างไร?
“บัดซบ อาจารย์เวิงบอกว่าเรือนั่นมันเป็แค่ซากเหล็กไม่ใช่หรือ?” จอมยุทธ์คนหนึ่งอุทานเสียงหลง
“เร็วเข้า รีบเคลื่อนเข้าไปใกล้ๆ ถ้าเราขึ้นเรือนั่นได้ เราก็จะเป็ฝ่ายชนะ!” จอมยุทธ์ตาเดียวคำราม
หากยังแล่นอยู่กลางมหาสมุทร พวกเขาเป็เหมือนกับเป้ามีชีวิต ด้วยความเร็วของคันศรั์ พวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เลย ดังนั้นมีวิธีเดียวก็คือต้องสู้ในระยะประชิด พวกเขามีจำนวนคนมากกว่า แน่นอนว่าย่อมได้เปรียบ
“ลุงสอง อย่ามัวรอช้า ลูกศรหมดท่านพ่อยังสร้างใหม่ได้ แต่ถ้าคนสกุลซินตายทุกอย่างก็จบ” ซินิจูกล่าว
ซินต้าลี่เพิ่งตระหนักได้ว่าสกุลซินมีนักหลอมอักขระิญญาอยู่ ไม่เหมือนกับสกุลซินก่อนหน้านี้ แม้ว่าจักเสียลูกศรไปบ้างก็ไม่ใช่เื่ใหญ่
“ข้าไม่ได้ฉุกคิดถึงเื่นี้ด้วยซ้ำ ข้าคงแก่เกินไปแล้วจริงๆ” ซินต้าลี่ยิ้มเจื่อน
“มัวอึ้งอะไรกันอยู่ ยิงลูกศรถล่มพวกมันให้ราบคาบ!” ซินต้าลี่คำราม
