เซียวเยี่ยนยกมือขึ้นรวบรวมพละกำลังบนฝ่ามือขณะที่มีดสั้นนั้นยังมาไม่ถึงตัว เขาเบี่ยงกายเล็กน้อยยื่นมือไปจับข้อมือของอีกฝ่ายเสียงบิดดังกร๊อบ นางร้องอึกอักขึ้นครั้งหนึ่ง ต่อมาถูกเซียวเยี่ยนซัดฝ่ามือออกไปจึงกระเด็นออกไปล้มลงบนพื้น
ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ประดุจเมฆาเคลื่อนวารีไหลรินและเซียวเยี่ยนใช้มือเพียงข้างเดียว
สตรีคนนั้นดิ้นรนคลานลุกขึ้นจากพื้นคิดจะโจมตีอีกครั้งนางกระอักเืเต็มปาก “ทรราช! ขุนนางกังฉิน! ข้าจะสังหารพวกเ้า! เพื่อแก้แค้นให้กับคนสกุลกู้!”
ที่จริงเซียวเยี่ยนเตรียมจะออกกระบวนท่าปลิดชีพทว่ากลับเป็เพราะได้ยินคำพูดประโยคนี้เขาจึงดึงพลังจากฝ่ามือคืนมาเตะมีดสั้นออกจากอุ้งมือของนางแล้วควบคุมตัวนางเอาไว้พร้อมกับไว้ชีวิตนาง
สตรีคนนั้นยังคงร้องะโไม่หยุด “ข้าจะสังหารพวกเ้า! พวกเ้าคืนชีวิตคนในครอบครัวสกุลกู้ของข้ามา! ทรราช!ทรราช!”
หลินชิงเวยนั่งแปะลงกับพื้น หอบหายใจเข้าปอด หัวใจเต้นโครมครามไม่หยุดดูเหมือนยังไม่ได้สติจากความเป็ความตายเมื่อสักครู่นี้
เวลานี้ไม่ว่าจะเป็ที่ใดล้วนไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น อยู่นอกวังถูกคนตามล่าสังหารอยู่ในวังยังถูกคนลอบเข้ามาตามล่าสังหาร
นางล้วนเป็ผู้ที่ถูกทำให้เดือดร้อนไปด้วย เดือดร้อนไปด้วยก็ช่างเถิดยังต้องทุ่มเทสุดกำลัง
หลังจากประสบกับเื่เหล่านี้ ความกล้าหาญของหลินชิงเวยไม่อาจไม่หนักแน่นขึ้นสองส่วน
ได้ยินสตรีคนนั้นพูดถึงครอบครัวสกุลกู้ย่อมคาดเดาถึงฐานะของนางได้ไม่ยากคิดดูแล้วต้องเป็ผู้รอดชีวิตของสกุลกู้ เพียงแต่ยามนี้ถูกจับกุมตัวเอาไว้แล้วฐานะของนางนั้นแบกรับโทษปะาไหนเลยจะมีเส้นทางให้เดินต่อไป
ครอบครัวสกุลกู้...ในใจของหลินชิงเวยรู้สึกไม่เป็สุขลึกๆนางกลัวเหลือเกินว่าความสงสัยของนางเมื่อแรกจะเป็ความจริง
สตรีนางนั้นถูกเซียวเยี่ยนสั่งให้คนนำตัวไปจองจำในคุกหลวงนางเดินไปพร้อมกับด่าทอ เซียวจิ่นได้สติคืนมาจึงมองหลินชิงเวยอย่างเป็ห่วงเขากล่าวอย่างตื่นตระหนกใ “ชิงเวย เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
หลินชิงเวยส่ายหน้าก้มหน้าลงมองแขนของตนอาภรณ์ของนางถูกย้อมเป็สีแดงทั้งตัวแต่ยังคงตอบว่า “ไม่เป็ไรเพคะ”
เซียวจิ่นย่อมมองเห็นเช่นกัน จึงร้องะโเสียงหลง “หมอหลวง! รีบเชิญหมอหลวงให้เจิ้นโดยเร็ว!”
อุทยานหลวงซึ่งเดิมทีกำลังครึกครื้น ยามนี้เหลือเพียงร่องรอยความวุ่นวายเหล่านางสนมเห็นเหตุการณ์วุ่นวายเบื้องหน้าต่างกรีดร้องเสียงแหลมแล้วหาหนทางหลบหนีเอาตัวรอดสถานที่แห่งนี้จึงเหลือเพียงองครักษ์และขันที
เพียงแต่องครักษ์เหล่านี้ยังสู้หลินชิงเวยซึ่งเป็สตรีคนหนึ่งไม่ได้รอกระทั่งพวกเขารู้ตัวและเข้ามาโอบล้อมไว้ หากมิใช่ด้วยหลินชิงเวยทุ่มเทกำลังสุดความสามารถเพื่อช่วยเหลือมีความเป็ไปได้อย่างยิ่งว่าเซียวจิ่นอาจจะถูกแทงจนพรุนเป็เม่นไปแล้วก็ได้ถึงเวลานั้นที่พวกเขาจับกุมได้ก็เป็เพียงผู้ที่ภารกิจสำเร็จเป็ผู้บุกรุกที่ตายก็ไม่เสียดายชีวิตคนหนึ่งเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้เซียวเยี่ยนจึงมีสีหน้าบูดบึ้งไม่รู้ว่าเป็เพราะโกรธแค้นผู้บุกรุกหรือองครักษ์เหล่านี้ยามบ่ายวันนี้เขาได้เดินตรวจตราทุกกองกำลังได้รายงานว่าป้องกันเต็มกำลังคิดไม่ถึงว่ากลับมีผู้บุกรุกเร้นกายเข้ามาได้
เซียวเยี่ยนกล่าว “ไม่ต้องเรียกหมอหลวงมา ส่งหลินเจาอี๋ไปสำนักหมอหลวงเถิด”พูดแล้วก็เรียกขันทีสองคนและองครักษ์กลุ่มหนึ่งประคองหลินชิงเวยขึ้นมาแล้วเดินผ่านร่างของเซียวเยี่ยนไป
หลินชิงเวยก้มหน้าต่ำ อาภรณ์สีเขียวอ่อนที่อยู่บนหัวไหล่นั้นยุ่งเหยิงคล้ายปรากฏให้เห็นลำคอขาวระหงส่วนหนึ่ง
เซียวจิ่นคิดว่าส่งหลินชิงเวยไปยังสำนักหมอหลวงจะเป็การดีกว่าโอสถอันใดล้วนมีพร้อม ไม่ต้องให้หมอหลวงเสียเวลาเดินไปเดินมา
หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของเซียวจิ่น นางหยุดเดินแล้วหันมาคลี่ยิ้มบางๆและกล่าวว่า “ฝ่าาไม่เป็ไรกระมัง”
เซียวจิ่นจับมือของนางเอาไว้ “เจิ้นไม่เป็ไร ชิงเวย...” แววตาของเขาตกอยู่บนแขนของหลินชิงเวยแววตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความเป็ห่วงและเ็ปลูกั์ตาสีดำและตาขาวของเขาตัดกันชัดเจน ซ้ำยังมีน้ำฉาบอยู่เป็ประกายเหมือนสัตว์ตัวน้อยที่น่าสงสาร ทำให้คนที่พบเห็นล้วนอดไม่ได้ที่จะต้องใจอ่อน
หลินชิงเวยเอ่ยขัดคำพูดของเขา “ฝ่าาไม่ต้องกังวลเพคะาแภายนอกฟื้นตัวเร็ว อีกทั้งหม่อมฉันเป็หมอเช่นกัน”
พูดแล้วนางก็เดินผ่านร่างของเซียวจิ่น เซียวจิ่นมองส่งนางจนเดินไปไกล
หลินชิงเวยเดินไประยะหนึ่งก็งอท้องลง ให้ตายเถอะทำไมถึงเจ็บขนาดนี้นางกลายเป็แม่พระั้แ่เมื่อใดกันแม้กระทั่งดาบของผู้อื่นนางก็ไม่เกรงกลัวเพื่อช่วยเด็กน้อยคนนั้นผู้ใดบอกว่าาแภายนอกฟื้นตัวเร็ว ต่อให้เป็หมอที่เก่งกาจกว่านี้ เมื่อพบว่าตนเองเจ็บป่วยล้วนต้องรีบทำการรักษาทั้งนั้น! เหตุใดนางจึงไม่รีบหลบหนีอย่างรวดเร็วเหมือนผู้อื่นเล่าวังหลวงแห่งนี้มีความผิดพลาดเื่ความปลอดภัย ไม่ใช่ความผิดของนางเสียหน่อยเป็ความผิดพลาดของเซียวเยี่ยนกระมังผู้ใดใช้ให้เขาหาเงาไม่เจอแค่เพียงชั่วพริบตาเล่า
เชอะ นี่เป็จุดจบของคนดี! หลินชิงเวยสำรวจตรวจตราาแของตนเองได้แต่บ่นกับตนเองว่า สมน้ำหน้า! เจ็บแทบตาย!
ทางด้านนี้หลินชิงเวยไปสำนักหมอหลวงทางด้านนั้นเซียวเยี่ยนเข็นเก้าอี้ของเซียวจิ่น “ไปเถิดหม่อมฉันส่งฝ่าากลับไปก่อน”
หลังจากกลับมาถึงตำหนักซวี่หยาง นางกำนัลปรนนิบัติเซียวจิ่นล้างหน้าบ้วนปากแล้วส่งเขาขึ้นนอนบนเตียงเซียวจิ่นไม่ได้รบเร้าเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนรั้งอยู่ที่นั่นไม่นานก็จากไป
เซียวจิ่นรู้ว่าเขายังมีเื่อื่นต้องไปทำ ฐานะของผู้บุกรุกยังต้องหาเบาะแสเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจนยังมีาแของหลินชิงเวยที่ไม่รู้ว่าเป็อย่างไรบ้าง
ขณะที่เซียวเยี่ยนกำลังจะเดินออกประตูห้องไปเซียวจิ่นพลันร้องเรียกขึ้น “เสด็จอา หากท่านมีเวลาว่างช่วยไปดูชิงเวยที่สำนักหมอหลวงแทนเจิ้นด้วยเถิดนางอยู่ที่สำนักหมอหลวงเพียงคนเดียวเจิ้นไม่วางใจ”
เซียวเยี่ยนผินกายมาพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินออกไป
เซียวจิ่นก้มหน้าลงอย่างสลดหดหู่เขาแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะยืนขึ้นมาให้ได้เมื่อเป็เช่นนี้เขาก็ไม่ต้องเป็ภาระของผู้อื่นและไปดูหลินชิงเวยที่สำนักหมอหลวงด้วยตนเองได้
เมื่อย้อนคิดถึงหลินชิงเวยที่ปกป้องเขาโดยไม่คิดชีวิต เปลือกนอกอันเ็าที่ห่อหุ้มหัวใจของเขาเอาไว้เริ่มถูกกะเทาะออกค่อยๆ รับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่เอ่อท้นกลางใจ
หลินชิงเวยได้รับาเ็ที่แขนข้างหนึ่ง ไม่อาจใส่ยาให้ตนเองได้ดังนั้นจึงได้แต่อยู่ในสำนักหมอหลวงอย่างเชื่อฟังให้หมอหลวงวุ่นวายกับการทายาและพันแผลให้กับนาง
เนื้อผ้าที่แนบติดไปกับาแนั้นจำเป็ต้องได้รับการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันหมอหลวงรู้ว่าหลินชิงเวยแตกฉานในวิชาแพทย์ จึงไม่กล้าทำแบบสุกเอาเผากินขอเพียงมีส่วนที่ไม่ถูกต้อง หลินชิงเวยก็จะสั่งสอนอย่างไม่เกรงใจ
“อย่างไรท่านก็เป็หมอแผนจีนมาหลายสิบปีกระมังเหตุใดก่อนเย็บแผลให้ข้าจึงไม่รู้ว่าต้องฆ่าเชื้อเล่า?”
“ให้ตายเถอะ วิธีการเย็บแผลไม่ถูกต้อง ท่านเย็บแผลเช่นนี้จะหายเร็วได้อย่างไร!”
“ท่านเป็หมอได้อย่างไรกัน มีใบประกอบโรคศิลป์หรือไม่?แล้วท่านมาเป็หมอหลวงในวังหลวงได้อย่างไร?”
หมอหลวงถูกนางพูดเสียจนเหงื่อตก คนเราเมื่ออายุมากแล้วยัง้าการนับหน้าถือตาหมอหลวงเพิ่งจะทิ้งเข็มและด้ายที่เต็มไปด้วยเืทิ้งก็พ่นลมหายใจและถลึงตาใส่“เจาอี๋เหนียงเหนียงเก่งกาจถึงเพียงนั้น เช่นนั้นท่านก็ทำเองเถิด!”
ใครเล่าจะคิดว่าทันทีที่หมอหลวงหันกลับไปก็พบว่าหน้าประตูมีพระองค์ใหญ่ยืนอยู่อย่างไร้สุ้มเสียงขาเกือบจะอ่อนยวบจนคุกเข่าลงไป “กระหม่อมถวายพระพรเซ่อเจิ้งอ๋องพ่ะย่ะค่ะ”
เซียวเยี่ยนกล่าว “าแของหลินเจาอี๋จัดการเรียบร้อยแล้วหรือไม่?”
หมอหลวงกล่าว “าแค่อนข้างลึกพ่ะย่ะค่ะกระหม่อมกำลังจะเย็บแผลและไปหยิบยาจินชวงมาใส่ให้เจาอี๋เหนียงเหนียงแล้วจึงพันแผล”
หลินชิงเวยหันกลับมาเปิดโปงอย่างไม่เกรงใจแม้สักกระผีก “นี่ท่านผู้เฒ่า เมื่อสักครู่ท่านยังพูดอย่างมีน้ำโหให้ข้าทำแผลเองมิใช่หรือข้าทำเองก็ทำเองสิ เหตุใดท่านต้องฝืนใจตนเองด้วย”
“นี่...ฮ่า ฮ่าๆ” หมอหลวงหัวเราะแห้งๆ “เมื่อสักครู่กระหม่อมล้อเล่นพ่ะย่ะค่ะเจาอี๋เหนียงเหนียงได้รับาเ็ กระหม่อมไหนเลยจะให้ท่านทำเองได้”
