ซูซินเดินเข้าไปที่โต๊ะของพี่ชาย มองดูม้วนตำราไม้ไผ่ที่กางแผ่หรา ตัวอักษรจีนเรียงกันเป็พืดดำพึ่ด ไม่มีเว้นวรรค ไม่มีย่อหน้า ไม่มีจุดเน้น
“ย่ำแย่มาก” ซูซินวิจารณ์ในใจ “ตัวหนังสือดำล้วนแบบนี้ ใครมันจะไปจำได้”
“เสด็จพี่ ปัญหาไม่ใช่สมองของท่านทึบ” ซูซินวิเคราะห์เสียงขรึม “แต่ปัญหาคือตำราพวกนี้มัน 'จืดชืด' เกินไป สมองคนเราชอบสีสันและการจัดระเบียบเพคะ”
“สีสัน?” หยางเจี้ยนทำหน้างง
ซูซินล้วงมือเข้าไปในตระกร้าที่เชื่อมต่อกับระบบ
[แลกซื้อเซตปากกาไฮไลต์สีนีออน (แพ็ก 5 สี) - 10 แต้ม]
[แลกซื้อกระดาษโพสต์อิท คละสี - 5 แต้ม]
[แลกซื้อสมุดโน้ตถนอมสายตาไม่มีเส้น - 5 แต้ม]
“รวม 20 แต้ม...การลงทุนเพื่ออนาคต”
นางหยิบ 'ปากกาแท่งอ้วน' ห้าด้ามที่มีสีสันแสบตา (เหลือง, ชมพู, เขียว, ส้ม, ฟ้า) ออกมาวางเรียงกัน
“นี่คือสิ่งใด มันเงางามยิ่งนัก” รัชทายาทหยิบปากกาสีเหลืองสะท้อนแสงขึ้นมาดู
“นี่คือ 'พู่กันแสง์' เพคะ” ซูซินเริ่มสาธิต นางเปิดฝาปากกาสีเหลือง กลิ่นเคมีอ่อนๆ ลอยออกมา นางดึงกระดาษเปล่ามาแผ่นหนึ่ง เขียนตัวอักษรคำว่า 'คุณธรรม' ลงไป แล้วใช้ปากกาไฮไลต์ปาดทับ
ปื้ด
แถบสีเหลืองเรืองแสงปรากฏทับตัวอักษร ทำให้คำนั้นเด่นเด้งออกมาจากหน้ากระดาษทันที
“เฮ้ย!” หยางเจี้ยนอุทานลั่น “แสง…มันมีแสงออกมาจากน้ำหมึก”
“อย่าเพิ่งใเพคะ ยังมีอีก” ซูซินหยิบปากกาสีชมพู ขีดทับคำว่า 'ราษฎร' หยิบสีเขียว ขีดทับคำว่า 'เสบียง'
“เสด็จพี่ลองดูสิเพคะ” ซูซินชี้ให้ดู “ในประโยคยาวเหยียดนี้ มีใจความสำคัญแค่สามคำ 'คุณธรรม ราษฎร' และ 'เสบียง' นอกนั้นเป็น้ำท่วมทุ่ง ท่านแค่จำสี ก็จะจำเนื้อหาได้”
หยางเจี้ยนมองดูแถบสีเรืองแสงพวกนั้น สมองที่ล้ามาทั้งวันเหมือนถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ภาพของคำสำคัญลอยเด่นขึ้นมา จำง่ายขึ้นอย่างน่าประหลาด
“วิเศษ… ข้าเห็นปุ๊บ ข้าจำได้ปั๊บเลย นี่มันวิชาอะไรกัน” รัชทายาทพึมพำ
“วิชา 'เน้นจุดสำคัญ' เพคะ และนี่ยังไม่หมด” ซูซินยิ้มภูมิใจ
นางหยิบ 'กระดาษโพสต์อิท' สีส้มแผ่นเล็กออกมา เขียนสรุปสั้นๆ ว่า 'บทที่ 1 ว่าด้วยเื่ปากท้อง' แล้วแปะมันลงไปบนขอบม้วนตำราไม้ไผ่
หยางเจี้ยนเบิกตาโพลง “กระดาษกาววิเศษ แปะแล้วลอกออกได้ ไม่ทิ้งคราบกาว แถมสีสันยังเตะตา”
ซูซินเริ่มลงมือ 'ติวเข้ม' ทันที นางสอนให้รัชทายาทใช้ปากกาสีต่างๆ แบ่งหมวดหมู่ความรู้
สีเหลือง = ข้อควรจำ
สีชมพู = ชื่อบุคคล
สีเขียว = ตัวเลข/ปี
สีฟ้า = คำคมฮ่องเต้
จากตำราไม้ไผ่ที่น่าเบื่อ กลายเป็งานศิลปะหลากสีสันที่ระยิบระยับ หยางเจี้ยนสนุกกับการขีดๆ เขียนๆ จนลืมความเครียด เขาเริ่มวาดแผนผังความคิดตามที่ซูซินสอนในสมุดโน้ตถนอมสายตา
“เข้าใจแล้ว ข้าเข้าใจความสัมพันธ์ของแคว้นทั้งห้าแล้ว” หยางเจี้ยนร้องอย่างดีใจ “พอมองเป็แผนภาพแล้วใช้สีแยก มันง่ายนิดเดียว”
ทันใดนั้น เสียงกระแอมดังขึ้นจากด้านหลัง
“อะแฮ่ม”
ราชครูตื่นแล้ว และกำลังยืนจ้องมองด้วยสายตาเข้มงวด
“องค์ชายรัชทายาท ทรงทำสิ่งใดเลอะเทอะบนตำราหลวง” ราชครูหนวดกระดิกเมื่อเห็นแสงสีนีออนวูบวาบบนกระดาษ
หยางเจี้ยนหน้าซีด แต่ซูซินรีบแทรกตัวเข้ามาบัง
“ท่านราชครูเ้าขา” ซูซินทำเสียงอ้อนขั้นสุด “เสด็จพี่ไม่ได้ทำเลอะเทอะ แต่เสด็จพี่กำลัง 'จำ' ตำราได้ทั้งหมดแล้วต่างหาก”
“เหลวไหล!” ราชครูตวาด “สีสันฉูดฉาดพวกนี้คือมารผจญสายตา ไหนลองท่องบทที่ห้าให้ข้าฟังเดี๋ยวนี้”
หยางเจี้ยนสูดลมหายใจเข้า เขาหลับตาลง...ภาพในหัวไม่ใช่ตัวอักษรสีดำน่าเบื่อ แต่เป็ภาพที่เขาเพิ่งไฮไลต์ด้วยสีเหลืองและชมพู
“บทที่ห้า...การบริหารน้ำ...” หยางเจี้ยนเริ่มท่อง เสียงดังฟังชัด ไหลลื่นไม่มีสะดุด เขาจำได้แม่นยำทุกตัวอักษรที่ถูก 'เน้น' ไว้
ราชครูอ้าปากค้าง ตาโตแทบถลน บทที่ห้านี้ยากที่สุด แม้แต่ขุนนางบัณฑิตยังต้องท่องเป็เดือน แต่องค์ชายทำได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป?
“เป็ไปได้อย่างไร...” ราชครูพึมพำ หยิบม้วนตำราที่มีแถบสีเรืองแสงมาดูใกล้ๆ “หมึก...หมึกนี้มันเรืองแสงได้? นี่มันหมึกเทวดาหรือไร”
ซูซินยืดอกเล็กๆ ของนางขึ้น “ถูกต้องเ้าค่ะ ท่านปู่เซียนประทาน 'ชุดเครื่องเขียนปัญญาญาณ' มาให้เสด็จพี่ เพื่อเตรียมตัวเป็ฮ่องเต้ผู้ปราดเปรื่อง”
หยางเจี้ยนมองน้องสาวตัวน้อยด้วยสายตาเทิดทูนบูชา “น้องสาวข้า...นางคือเทพธิดามาโปรดสัตว์ผู้ยากไร้ทางปัญญาชัดๆ”
[ติ๊ง] [ภารกิจรอง ช่วยเหลือรัชทายาทในการเรียนสำเร็จ]
[รางวัล 50 แต้ม]
[โบนัสความสัมพันธ์ ได้รับความไว้วางใจจากรัชทายาทระดับสูงสุด (พันธมิตรทางการเมือง) ]
ราชครูวางตำราลง แล้วมองหน้าซูซินสลับกับปากกาสีในมือ “องค์หญิงน้อย...ปากกาแสง์นี้ ท่านปู่เซียนของท่านพอจะมีเผื่อแผ่ให้คนแก่ตาฝ้าฟางบ้างหรือไม่ ข้าชักจะมองตัวหนังสือไม่ค่อยชัด...”
ซูซินแสยะยิ้มมุมปาก “ตลาดที่เข้าถึงข้าราชการเปิดแล้ว”
“มีเ้าค่ะท่านราชครูแต่ต้องใช้ 'แต้มบุญ' (ของมีค่า) แลกนะเ้าคะ”
ในหออักษรวันนั้น องค์หญิงน้อยซูซินเดินกลับออกมาพร้อมกับปิ่นปักผมงาช้างของราชครู และความรักใคร่เอ็นดูจากว่าที่ฮ่องเต้
อาณาจักร 'เดอะซีนิธ' กำลังแทรกซึมไปทุกภาคส่วนของวังหลวงแล้ว
……………….
ยามเว่ย (13.00 - 14.59 น.) เป็่เวลาที่น่าเบื่อหน่ายที่สุดในวังหลวง แดดร้อนระอุทำให้เหล่าข้าราชบริพารต่างพากันหลบมุมงีบหลับ แม้แต่นกกระจอกบนหลังคายังดูเกียจคร้าน
แต่ไม่ใช่สำหรับซีอีโอซูซิน
ภายในตำหนักวสันตสุข เด็กหญิงตัวน้อยกำลังเดินวนไปวนมา มือไขว้หลัง คิ้วขมวดมุ่น จ้องมองกระดานชนวนที่นางใช้ชอล์ก (แลกมา 1 แต้ม) เขียนแผนผังองค์กรยุกยิก
“ปัญหาคอขวด” ซูซินพึมพำ “สินค้ามี ทุนมี ตลาดมีความ้า แต่ขาดระบบโลจิสติกส์”
นางมองไปที่ชุนหลันซึ่งกำลังนั่งพับเพียบเย็บผ้าอยู่ ชุนหลันเป็เลขาที่ดี แต่ชุนหลัน 'ช้า' และขี้กลัวเกินกว่าจะให้วิ่งส่งของทั่ววัง อีกทั้งชุนหลันเข้าถึงเขตหวงห้ามฝ่ายหน้าไม่ได้
“ข้า้า Messenger ไม่สิ ข้า้าผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการที่คล่องแคล่ว รู้ทางหนีทีไล่ และหน้าเงินพอที่จะซื้อตัวได้”
ทันใดนั้น เสียงเอะอะโวยวายก็ดังมาจากกำแพงตำหนักด้านข้าง
“ไอ้เด็กเหลือขอ ข้าบอกให้เ้าไปเอาน้ำแข็งมาถวายพระสนมหลี่ั้แ่ครึ่งชั่วยามก่อน ทำไมป่านนี้ยังไม่มา”
เสียงไม้เรียวกระทบเนื้อดังผัวะ! ตามด้วยเสียงร้องโอดโอยของเด็กหนุ่ม
ซูซินหูผึ่ง นางปีนขึ้นไปเกาะขอบหน้าต่าง ชะโงกหน้ามองออกไป
ที่ลานซักล้างข้างตำหนัก ขันทีร่างท้วมคนหนึ่งกำลังใช้ไม้เรียวไล่ตีขันทีน้อยรูปร่างผอมแห้ง
“ขออภัยขอรับ กงกงจาง” ขันทีน้อยร้องลั่น พลางะโหลบไม้เรียวอย่างคล่องแคล่วว่องไวราวกับลิง “โรงน้ำแข็งหลวงคิวหยาวเหยียด ข้าน้อยต้องมุดช่องระบายอากาศเข้าไปขโมย...เอ้ย ไปหยิบมาให้ขอรับ”
“ยังจะเถียง แล้วไหนล่ะน้ำแข็ง”
“ละลายหมดแล้วขอรับ”
ซูซินมองดูการเคลื่อนไหวของขันทีน้อยคนนั้น ความเร็วสูง ทักษะการเอาตัวรอดสูง ความคิดสร้างสรรค์อย่างมุดช่องระบายอากาศดูยอดเยี่ยม
“นั่นแหละ เจอตัวท็อปแล้ว” ซูซินดีดนิ้ว
.……………
ครู่ต่อมา ซูซินพร้อมชุนหลันผู้ทำหน้าที่องครักษ์จำเป็ เดินอาดๆ เข้าไปในลานซักล้าง
“หยุดเดี๋ยวนี้” เสียงเล็กๆ ตวาด
ขันทีร่างท้วมชะงักไม้เรียว หันมาเห็นองค์หญิงน้อย ก็รีบทิ้งไม้แล้วคุกเข่าลง
“ถวายบังคมองค์หญิงเก้า”
“เ้ากำลังทำเสียงดังรบกวนการบำเพ็ญเพียร...เอ้ย การพักผ่อนของข้า” ซูซินตีหน้าขรึม
“เด็กคนนี้ทำผิดอะไร”
“มันี้เีพ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าไม่ได้ี้เีนะ” ขันทีน้อยเงยหน้าขึ้นเถียง ใบหน้ามอมแมมแต่ดวงตาฉลาดเฉลียว
“ข้าแค่วิ่งไปทางลัด แต่มันไกล”
ซูซินเดินเข้าไปหาขันทีน้อย “เ้าชื่ออะไร”
“เสี่ยวหลี่ (หลี่น้อย) พ่ะย่ะค่ะ”
“เสี่ยวหลี่...” ซูซินยิ้มมุมปาก “เ้าอยากโดนตีอยู่ที่นี่ไปจนแก่ หรืออยากไปทำงานที่สบายกว่า รวยกว่า และได้กินของอร่อยกว่าน้ำล้างจานพวกนี้”
เสี่ยวหลี่ตาลุกวาว “งานอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ แบกหามข้าก็ทำได้ วิ่งส่งข่าวข้าก็ถนัด”
“งานวิ่งส่งของ” ซูซินหันไปสั่งขันทีร่างท้วม “กงกงจาง ข้าขอตัวเด็กคนนี้ไปช่วยงานที่ตำหนักวสันตสุข เ้าคงไม่ขัดข้องใช่ไหม”
“มะ...ไม่ขัดข้องพ่ะย่ะค่ะ เอาไปเลยพ่ะย่ะค่ะ มันตัวกินข้าวเปลืองสุก” กงกงจางรีบยกให้ทันทีเพราะไม่อยากเลี้ยงเด็กดื้อ
.…………
เมื่อได้ตัวพนักงานใหม่มาแล้ว ซูซินก็เริ่มการปฐมนิเทศทันทีในตำหนักของนาง
เสี่ยวหลี่นั่งคุกเข่า จ้องมอง 'บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป' ถ้วยร้อนๆ ที่ซูซินเลี้ยงต้อนรับ กลิ่นหอมยั่วน้ำลายจนท้องเขาร้องลั่น
“กินซะ นี่คือสวัสดิการพนักงาน” ซูซินบอก
เสี่ยวหลี่โซ้ดบะหมี่เข้าปากอย่างมูมมาม
“อร่อย อร่อยเหาะ นี่มันรสชาติ์”
“ฟังให้ดี เสี่ยวหลี่” ซูซินนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ตัวเล็ก “หน้าที่ของเ้าคือเป็ขาให้ข้า ข้าจะมี 'สินค้า์' ให้เ้านำไปส่งตามตำหนักต่างๆ และเ้าต้องไปสืบข่าวมาว่า ใคร้าอะไร ใครป่วย ใครเบื่อ ใครอยากสวย เข้าใจไหม”
“เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวหลี่เช็ดปาก “เพื่อรสชาตินี้ ให้ข้าบุกน้ำลุยไฟข้าก็ทำ”
“ดี” ซูซินพยักหน้า “งานแรกของเ้า นำสิ่งนี้ไปถวายฮ่องเต้”
เสี่ยวหลี่ตาเหลือก “ฮ่องเต้! ฝ่าาหรือพ่ะย่ะค่ะ ข้าน้อยมิกล้า”
“ไม่ต้องกลัว ข้าจะไปกับเ้า เ้าแค่ถือของตามข้าไป”
ซูซินเปิดระบบแลกซื้อสินค้าระดับ 'พรีเมียม' สำหรับลูกค้า VVIP อันดับหนึ่ง ฮ่องเต้ทรงงานหนัก ขาดการพักผ่อน และ้าสิ่งที่กระตุ้นสมอง
นางกดเลือก 'ชุดดริปกาแฟสด (Arabica 100%) ' และ 'แก้วเซรามิกเก็บความร้อน'
“ได้เวลาปฏิวัติวัฒนธรรมการทำงานในวังหลวงด้วยคาแฟอินแล้ว คิคิ”
.……………
ตำหนักทรงอักษร (ห้องทำงานฮ่องเต้) เต็มไปด้วยบรรยากาศเคร่งเครียด
ฮ่องเต้ 'ฉินหยาง' นั่งกุมขมับอยู่หลังกองฎีกาที่สูงท่วมหัว พระองค์หาวหวอดเป็ครั้งที่ร้อยของวัน เอกสารราชการช่างน่าเบื่อและชวนง่วง
“กงกง ขอน้ำชาเข้มๆ อีกถ้วย” ฮ่องเต้ตรัสเสียงเนือย
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีเฒ่ารีบไปรินชา แต่ฮ่องเต้โบกมือ
“ชานี่กินแล้วก็ยังง่วง บ้านเมืองมีแต่ปัญหา น้ำท่วมทางใต้ ภัยแล้งทางเหนือ ข้าปวดหัวจะะเิอยู่แล้ว”
“ขอเดชะ ฝ่าา องค์หญิงเก้าซูซินขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหน้าห้องเข้ามารายงาน
“ซูซิน?” ฮ่องเต้เลิกคิ้ว “ลูกคนนี้เพิ่งฟื้นไข้ มาทำอะไรซุกซนแถวนี้ เอ้าให้เข้ามา แก้เบื่อก็ดี”
ซูซินเดินเข้ามาด้วยท่าทางเรียบร้อย (เสแสร้ง) ตามด้วยเสี่ยวหลี่ที่ถือถาดไม้อย่างระมัดระวัง บนถาดมีกาน้ำร้อนและอุปกรณ์หน้าตาประหลาด
“ถวายพระพรเสด็จพ่อเพคะ”
