หลี่ชิงหลิงห้ามใจไม่ดึงมือกลับ เอ่ยอย่างรู้สึกไม่ดีนัก “คงไม่ดีกระมัง จะให้ท่านย่ากับท่านปู่ช่วยออกสินเดิมได้อย่างไร” ถ้าอยากได้สินสอด ก็ให้พวกเขาออกสินเดิม “ธรรมเนียมพวกเราคือฝ่ายชายออกสินสอดเท่าไร ฝ่ายหญิงก็ออกสินเดิมเท่านั้นไม่ใช่หรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ นางหลิวก็ชะงักและบีบมือของหลี่ชิงหลิงเต็มแรง จนได้ยินเสียงเ็ปของหลี่ชิงหลิงจึงกัดฟันปล่อยมือ
"ไปฟังมาจากไหน เราไม่มีธรรมเนียมแบบนี้" นางหลิวตะคอกอย่างเ็าในใจ ยังไม่ได้เห็นสินสอดก็จะคิดจะเอาสินเดิมแล้ว โลภจริงๆ
หลี่ชิงหลิงก้มมองข้อมือของตนที่ขึ้นรอยแดง กระตุกมุมปากเบาๆ "ข้าได้ยินจากพี่เสี่ยวเหอ เห็นบอกว่าเป็ธรรมเนียมของที่นี่" นางเอียงศีรษะ มองนางหลิวด้วยความสงสัย “หรือข้าฟังผิด”
นางหลิวประสานมือ รอยยิ้มยิ่งฝืน แต่นางอธิบายกับหลี่ชิงหลิงอย่างอดทน "สถานการณ์ของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ครอบครัวที่ดีหน่อยก็จะเตรียมสินเดิม ถ้าแย่หน่อยก็ไม่จำเป็” นางเห็นว่าหลานสาวยังสับสนจึงพูดต่อ “ลองคิดดูสิ ถ้าครอบครัวฝ่ายชายร่ำรวย ออกสินสอดเยอะ แต่ฝ่ายหญิงยากจนไม่มีจะกิน จะไปออกสินเดิมเหมือนกันได้อย่างไร ใช่ไหม?”
“ฟังที่ท่านย่าพูดแล้ว ก็จริงนะ” หลี่ชิงหลิงพยักหน้า
"เ้ายังเด็กเลยไม่ทันคิด!" เมื่อเห็นว่าหลี่ชิงหลิงฟังเข้าหู นางหลิวจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก "ไม่ต้องสนใจหรอก ข้าจะจัดการให้ตามสมควร”
หลังจากได้รับสินสอดของหลี่ชิงหลิง นางก็จะช่วยลูกชายหาภรรยากลับมาได้แล้ว
นางนึกถึงสินสอดที่ลูกชายต้องใช้แต่งออกแล้วเ็ปใจ
หญิงสาวที่นางต้องใจ ลูกชายกลับไม่ชอบ ดันไปชอบหญิงสาวสกุลหวงหมู่บ้านถัดไป ยืนกรานว่าหากไม่ใช่นาง เขาจะไม่แต่งงาน
หลี่ชิงหลิงยิ้มและชมนางหลิว จากนั้นจึงพูด "แล้วท่านย่า้าสินสอดเท่าไรหรือ”
แม้ว่านางจะไม่สนใจสินสอดทองหมั้นเ่าั้ แต่นางก็ไม่อยากให้นางหลิวได้ไป
ตอนครอบครัวของนางลำบากไม่มีข้าวกิน ย่าไปอยู่ที่ไหน?
หากมาหานางตอนนี้เพียงเพื่อรับผลประโยชน์ก็อย่าแม้แต่จะคิดเชียว
“ไม่ต้องห่วง ย่าจะจัดการให้ แต่ตอนนี้จะยังบอกเ้าไม่ได้”
นางไม่ได้โง่ขนาดนั้น หากบอกหลี่ชิงหลิงไปแล้วนางจะขนสินสอดเข้าบ้านได้อย่างไร?
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงก็เบิกตากว้าง ทำท่าไม่อยากเชื่อ “สินสอดต้องบอกล่วงหน้าไม่ใช่หรือ ทำไมถึงบอกไม่ได้” คิดว่านางเป็เด็กอายุสามขวบที่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆ รึไงกัน
ถ้านางไร้สมองขนาดนั้นจะเลี้ยงดูครอบครัวนี้ได้อย่างไร?
คงโดนคนอื่นเขมือบไปนานแล้ว
"บอกก่อนไม่ได้ ข้าจะให้รายการตอนวันแต่ง” นางแสร้งทำเป็มองหลี่ชิงหลิงอย่างเศร้าใจ "เสี่ยวหลิง ไม่ไว้ใจย่าหรือ? คิดว่าย่าอยากได้สินสอดไว้เองหรือ?”
พูดจบก็ปาดมุมตา เหมือนเ็ปใจเพราะหลี่ชิงหลิง!
"ไม่คิดเลยว่าน้ำใจข้าจะโดนเข้าใจผิดไปแบบนี้ ช่าง…”
พูดไปเสียงก็เริ่มสะอื้น
หลี่ชิงหลิงกระตุกมุมปาก มองนางหลิวแสดง
หากมีคนไม่รู้มาเห็นคงคิดว่านางหลิวทำเพื่อนางสุดใจจริงๆ!
“เกิดอะไรขึ้น” ก่อนที่หลี่ชิงหลิงจะได้พูด เสียงของป้าหวงก็ดังมาจากนอกประตู
หลี่ชิงหลิงเงยหน้า เห็นหลี่ชิงหนิงที่เดินตามป้าหวง โผล่หัวมาขยิบตาให้
นางเกือบจะหัวเราะออกมา เ้าเด็กน้อยคงเห็นนางหลิวทำให้ตนลำบากเลยวิ่งไปเรียกป้าหวง
"ป้าหวง ท่านมาได้อย่างไร รีบเข้ามานั่งก่อน!" หลี่ชิงหลิงลุกขึ้นทักทาย จับมือป้าหวงให้นางนั่ง
นางเทชาให้ป้าหวงและดันไปตรงหน้า
ป้าหวงเหลือบมองหลี่ชิงหลิงด้วยรอยยิ้ม ยกมือขึ้นจิบแล้วอุทาน "ข้าเป็คนที่ดื่มชาไม่เป็ยังรู้สึกว่าชาบ้านเสี่ยวหลิงรสดีเลย ว่างๆ คงต้องมาบ่อยๆ แล้ว” พูดจบจึงมองนางหลิวด้วยความประหลาดใจ "อ้าว นางหลิว ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ คิดว่าชาเสี่ยวหลิงอร่อยเหมือนกันหรือ?”
นางหลิวยิ้มอย่างแข็งทื่อและพยักหน้า นางไม่คิดอยู่ต่อจึงลุกขึ้นบอกที่บ้านยังมีธุระ ขอตัวก่อน
“ท่านย่า อยู่ต่ออีกหน่อยสิ ข้ายังไม่เข้าใจเื่สินสอดดีเลย อธิบายอีกหน่อยได้ไหม”
ป้าหวงก็ลุกขึ้นกดไหล่นางหลิวลงอีกครั้ง “คุยเื่สินสอดกันอยู่นี่เอง งั้นข้าขอฟังด้วย” นางเงยหน้าส่งยิ้มให้หลี่ชิงหลิง “เมื่อกี้คุยกันถึงไหนแล้ว?”
เมื่อเห็นท่าทางแข็งทื่อของนางหลิว หลี่ชิงหลิงก็แอบหัวเราะท้องแข็ง
ดูซิว่ามีป้าหวงอยู่ นางหวงจะหน้าหนาขนาดนั้นไหม?
นางมองป้าหวงและอธิบายคร่าวๆ “ข้าเองก็แต่งงานครั้งแรกเลยไม่ค่อยรู้ คงต้องขอคำแนะนำด้วย”
ป้าหวงอ้าปากกว้างและถลึงจ้องนางหลิว "หลิวชุนฮวา เ้าบอกเสี่ยวหลิงเช่นนี้จริงหรือ อย่าพูดจามั่วซั่วรังแกเสี่ยวหลิงที่ไม่รู้เื่สิ”
นางชื่นชมนางหลิวจริงๆ ที่พูดออกมาได้ หากเป็นางคงอยากขุดหลุมมุดหายไปนานแล้ว
"นี่มัน... ไม่ใช่แบบนี้หรือ?" หลี่ชิงหลิงมองป้าหวง แล้วมองนางหลิวด้วยสีหน้างุนงง "เมื่อกี้ท่านย่าพูดแบบนี้นี่ หรือท่านย่าโกหกข้า?”
นางหยิบต้นขาเพื่อกลั้นรอยยิ้มที่มาถึงริมฝีปากแล้ว
หน้านางหลิวแดงสลับขาว นางเม้มปากและหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับความโกรธในใจ หากไม่ใช่เพราะมีคนนอก นางคงตบหน้าหลี่ชิงหลิงไปนานแล้ว
เสแสร้ง... แกล้งทำ...
"หลิวชุนฮวา เ้าเป็ย่าแท้ๆ ของเสี่ยวหลิง โกหกหลานแบบนี้ได้อย่างไร” ก่อนที่นางหลิวจะทันพูด ป้าหวงก็ตอบหลี่ชิงหลิง "ถ้าคนนอกได้ยินจะคิดว่านางอยากได้สินสอดทองหมั้นของเสี่ยวหลิงนะ”
นางยังคิดอยู่เลยว่าหนิงหนิงมาหาทำไม ไม่คิดเลยว่านางหลิวจะหน้าหนาเสียจนอยากได้สินสอดทองหมั้นของหลี่ชิงหลิง
“ข้าโกหกอะไรตอนไหน หา? ตาข้างไหนของเ้าที่เห็นว่าข้าโกหก” นางหลิวทนไม่ได้อีกต่อไป นางลุกพรวดจนเก้าอี้หงาย เท้าสะเอวชี้ด่าป้าหวง "มีครอบครัวไหนในหมู่บ้านที่ไม่เอาสินสอด? ตอนลูกชายเ้าแต่งงาน ไม่ได้ให้สินสอดฝ่ายหญิงหรือไง ถ้าไม่มีสินสอดจะได้ลูกสะใภ้หรือ”
นอกจากนี้ นี่ก็เป็เื่ในครอบครัวนาง คนนอกจะมายุ่งอะไรด้วย
ป้าหวงไม่ได้สนใจนางหลิวเลย นางจิบชาสบายๆ ทำให้นางหลิวเกือบจะะโด้วยความโมโห
"นางหวง นี่เป็เื่ในครอบครัวข้า คนนอกอย่างเ้าไม่มีสิทธิ์มาแทรก ถ้าว่างนักก็กลับบ้านไปดูแลหลานชายซะ!" นางหลิวถลึงจ้องป้าหวง จากนั้นหันมองหลี่ชิงหลิง "เสี่ยวหลิง นี่เป็เื่ในครอบครัวเรา นางหวงไม่ควรอยู่ตรงนี้ ให้นางกลับไป!"
หลี่ชิงหลิงเรียกแม่นางนี่มา จึงต้องให้นางส่งกลับไป
หลี่ชิงหลิงมอง นางหลิวด้วยความลำบากใจ "ป้าหวงดูแลข้าเหมือนลูกสาวแท้ๆ จะให้ฟังก็ไม่เห็นเป็ไร” นางจะไล่ให้โง่หรือ “ท่านย่ากลัวอะไรกันแน่”
ป้าหวงวางถ้วยลง เงยหน้าขึ้นมองนางหลิว “ก็ต้องกลัวสิ! ถ้าข้าอยู่ก็จะเอาสินสอดยากไง!” นางหัวเราะ และพูดราวกับไม่เห็นสีหน้านางหลิวที่แย่ลงเรื่อยๆ “หลิวชุนฮวา เรามานั่งถกเื่สินสอดทองหมั้นของเสี่ยวหลิงกันหน่อยไม่ดีกว่าหรือ"
ไม่สั่งสอนนางหลิวชุนฮวาสักหน่อย นางก็ไม่ใช่คนสกุลหวงแล้ว
“ถกอะไร เ้ามีสิทธิ์อะไร เ้าไม่ใช่คนในครอบครัวข้า” นางหลิวอยากจากไปแล้ว แต่ก็ยอมไม่ลง “ไสหัวไป… ไสหัวไปซะ!”
ป้าหวงไม่สะทกสะท้านใดๆ นางพูดด้วยรอยยิ้ม "เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่เสี่ยวหลิงพูดหรือ? ข้าถือเสี่ยวหลิงเป็ลูกสาวแท้ๆ เื่การแต่งงานนี้ข้าต้องเข้ามาแทรกแน่นอน” เสี่ยวหลิงไม่มีพ่อแม่ นางต้องช่วยเพื่อไม่ให้ถูกผู้หญิงคนนี้หลอกอยู่แล้ว
