“การปฏิเสธต่อผู้สูงศักดิ์เช่นนั้น อย่างไรก็ถือว่าเป็การกระทำที่มิสมควรอยู่ดี ยิ่งเป็ความประสงค์ของฮ่องเต้ด้วยแล้ว ข้าคิดไม่ออก ว่าท่านจะปฏิเสธพระองค์ได้เช่นใด” หลันฮวาพูดเสริม พร้อมกับผมสยายออกเล็กน้อยเมื่อต้องแรงลม ชายหนุ่มเหลือบมองใบหน้าสวยของนางอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะนึกบางอย่างได้ เขาค่อย ๆ ขยับไปใกล้กับนาง
“ข้าคิดว่า ข้าหาทางปฏิเสธองค์หญิงสามได้แล้วล่ะ” หลันฮวาได้ยินดังนั้น จึงหันใบหน้าสวยหวานกลับมาด้วยความอย่างรู้อยากเห็น
“อย่างไรเ้าคะ”
“แต่มีข้อแม้ว่าเ้าต้องช่วยข้า เ้าช่วยข้าได้ฤาไม่”
“ข้าฤา ข้าจะช่วยท่านได้อย่างไร” หลันฮวาชี้มือมาที่ตัวเองด้วยความแปลกใจ
“เ้าต้องไปวังหลวงกับข้า!” หลันฮวาชะงัก พลันเบิกตากว้างในทัน
“ท่านว่าอย่างไร ขะ...ข้าได้ยินไม่ถนัด” หญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าไม่ได้หูฝาด
“เข้าวังหลวงไปกับข้า”
“ทำไมข้าต้องไปกับท่านด้วย”
“เ้าอย่าลืม เ้าเป็คนรักของข้า อย่างไรเสียหากมีเ้าไปยืนยัน องค์หญิงสามอาจจะตัดใจจากข้าได้เร็วขึ้น ที่สำคัญฮ่องเต้และเหล่าเสนาบดี ก็จะมิมีใครกล้าเหนี่ยวรั้งข้าไว้ที่วังหลวงอีก” หลันฮวาส่ายศีรษะดุกดิกไปมา พลันลุกขึ้นเดินหนี ก่อนที่หวงซีเหรินจะเดินตามมาคว้ามือนางไว้ได้ทันท่วงที
“ข้าไม่ไปวังหลวงอย่างแน่นอน เหตุใดข้าต้องไปด้วย เช่นนี้มิเท่ากับ ข้าแย่งท่านจากองค์หญิงสามหรอกเหรอ หากนางโกรธจนระงับโทสะไม่อยู่ แล้วให้ทหารลากคอข้าไปตัดศีรษะ ข้าจะทำเช่นใด ข้าไม่เอาด้วยหรอก” หลันฮวาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ดูเหมือนเ้าจะห่วงหัวของเ้ายิ่งกว่าสิ่งใด” หลันฮวาทำหน้างอเมื่อได้ยินเขาพูดใส่
“หัวของใคร ใครก็ห่วง ท่านทำเช่นนี้ไม่เท่ากับให้ข้าไปตายฤา”
“เ้ามิต้องกลัว เพราะนับจากฮ่องเต้ขึ้นครองราชย์ ยังมิเคยมีผู้ใดถูกตัดหัว ดังนั้นอย่าคิดการณ์อันใดที่เกินไปนัก และไม่ว่าอย่างไร เ้าก็ต้องไปกับข้า” หลันฮวาอึกอักอยู่ครู่หนึ่ง
“แต่ข้า..”
“ฤาเ้าจะไม่ทำตามที่ข้าบอก” ทว่าเมื่อเห็นสายตาจริงจังของเขา กลับทำให้นางไม่กล้าปฏิเสธ
“หากท่านพาข้าไป ท่านอาจจะต้องอายผู้อื่น ด้วยข้าอ่านหนังสือไม่ออก อีกทั้งยังนับเลขไม่เป็ ไม่รู้เื่มารยาทในวังหลวง หาได้คู่ควรกับท่านเช่นองค์หญิงสาม” หญิงสาวยังคงหาข้ออ้าง เพื่อที่จะหลบเลี่ยงการไปวังหลวง
“ไหนเ้าเคยรับปากกับข้า ว่าแลกกับการไม่ต้องถูกส่งตัวให้กับทางการ พร้อมมีที่อาศัย และอาหารกินครบสามมื้อ เ้าก็จะยอมเป็คนรักของข้าเช่นนี้ไปตลอด ยังไม่ทันไรกลับเปลี่ยนคำพูดแล้วเช่นนั้นฤา”
“จริงอยู่ที่ข้าเคยพูดเช่นนั้น แต่ใครจะรู้ ว่าการเป็คนรักของท่านนั้น จะดูยากเย็นถึงเพียงนี้ คู่แข่งของข้าเป็ถึงองค์หญิงสามผู้มากด้วยอำนาจเช่นนั้น กับยาจกเช่นข้า ท่านไม่คิดฤาว่าข้าจะโดนนางย่ำยีเพียงใด” หวงซีเหรินได้ยินวาจากวัดแกว่งของนาง พลันต้องหลุดยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้ ใบหน้าสวยกลับฉงนใจในท่าทีของเขาเล็กน้อย
“ท่านยิ้มอันใด”
“เ้าไปในฐานะคนรักของข้า ไม่มีผู้ใดเป็คู่แข่งของเ้าทั้งนั้น แม้แต่องค์หญิงสาม” หลันฮวาชะงักนิ่ง มองสายตาอ่อนโยนคู่นั้น จนเผลอลืมสติไป ใบหน้าหล่อเหลาของเขาทำเอานางหลงลืมที่จะโต้แย้งกับเขา
ก่อนซีเหรินจะเลื่อนมือขึ้นลูบศีรษะคนตัวเล็ก พร้อมกับความรู้สึกอบอุ่น แผ่ซ่านปกคลุมหัวใจของหญิงสาวอย่างกะทันหัน จนนางเผลอเคลิ้มไปกับความอ่อนโยนนั้น พลันเม้มปากแน่นแล้วเลื่อนสายตา กลับมายังชายหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตาวาวระริก
“อีกสามวัน ข้ามีกำหนดเดินทางออกจากแคว้นเทียนกู่ เพื่อเข้าวังหลวง เ้าเองก็ควรเตรียมตัวให้พร้อม แลอย่าได้หาข้ออ้างอื่นใดมาต่อรองกับข้าอีก” หลังจากหวงซีเหรินพูดจบ เขาจึงเบี่ยงตัวเดินออกมา ปล่อยให้หลันฮวายืนเคลิ้มอยู่กับความเผลอไผลของตัวเอง ก่อนแผ่นหลังของชายที่เริ่มห่างออกไปไกล ทำให้หลันฮวาได้สติ พลันวิ่งตามไปแล้วะโถามด้วยความข้องใจ
“อีกสามวันฤาเ้าคะ เหตุใดจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้ ข้าพึ่งรอดตาย จากการถูกท่านพ่อจับผิดมาไม่นาน จะต้องเตรียมตัวไปถูกจับผิดที่วังหลวงอีก บางทีการกลับไปเป็หัวขโมยเช่นเดิม อาจจะเหมาะสมกับข้ามากกว่า..ข้า..” หวงซีเหรินรีบหันกลับมา พร้อมกับดึงมือนางเข้าหา ร่างบางเซถลาเข้ามายังอ้อมกอดเขา พร้อมริมฝีปากของชายหนุ่ม จะประกบเพื่อปิดปากนางในทันที หลันฮวาเบิกตากว้าง ความรู้สึกทุกอย่างรอบกายหยุดนิ่งในทันที รับรู้เพียงความซาบซ่านและร้อนวูบในเรียวปากเล็ก หญิงสาวตัวแข็งทื่อและหยุดโวยวาย ทุกอย่างเงียบสนิท มีเพียงเสียงลมหายใจหอบของหลันฮวาที่ดังลอดออกมา หลังจากที่เขาถอนจูบนั้นเรียบร้อยแล้ว
“ทะ ท่าน..” หญิงสาวปากสั่นเทา ไม่สามารถเอ่ยถามเป็คำพูดได้ ก่อนจะเห็นรอยยิ้มแสนอบอุ่นของชายหนุ่มคลี่ออกมา
“คงมีเพียงวิธีนี้ ที่ทำให้เ้าหยุดปากได้ หาไม่แล้ว ทุกคนในจวนคงรู้ความจริงกันหมด” ก่อนจะยกมือลูบศีรษะนางแล้วจับจ้องไปยังแววตาคู่สวยที่กำลังตื่นตูมอยู่
“หากอยู่กับข้า ทำให้เ้าลำบากถึงเพียงนั้น เ้าอยากเปลี่ยนใจฤาไม่ ข้าจะได้หาหญิงอื่นมาแทนเ้า แล้วจับเ้าส่งให้กับทางการนำไปลงโทษ” เป็ครั้งแรกที่หลันฮวาเห็นแววตาเ้าเล่ห์ของเขา ทว่ารอยยิ้มมุมปากนั้น ทำให้หลันฮวาไม่กล้าต่อรองกับซีเหรินอีก ได้แต่เม้มปากแน่นพลันก้มหน้าลงอย่างยอมแพ้
