เมืองหลงเซียน บนห้องใต้หลังคา!
เถี่ยหลิวหยุนเบิ่งตาโตมองจัตุรัสงานชุมนุมประตูัที่อยู่ไกลออกไป!
“พี่หวัง สุดยอดไปเลย คนๆ เดียวประจันหน้ากับมารทั้งฝูงแต่กลับไม่ย่นระย่อเลยสักนิด แถมยังสบถด่าฝ่ายตรงข้ามอย่างฮึกเหิมได้อีก”
“แต่แบบนี้อันตรายเหลือเกิน!” เถี่ยหลิวหยุนเอ่ยอย่างร้อนใจ
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกังวลก็เห็นมารพวกนั้นค่อยๆ กระจายตัว กลุ่มคนชุดดำเริ่มมายืนอยู่หลังหวังเค่อ
“อ๋า? นี่มันสถานการณ์แบบไหนกัน?” เถี่ยหลิวหยุนผงะไป
“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ดูเหมือนจะมีมารบางคนแปรพักตร์จึงเลือกมายืนอยู่หลังหวังเค่อ ช่วยเป็แรงสนับสนุนให้เขา?” จ้าวซื่อเองก็ตาโต
“มารมาช่วยสนับสนุนหวังเค่อ?” เถี่ยหลิวหยุนมิอาจเข้าใจ
“นี่ยากเข้าใจตรงไหนกัน? พี่หวังปะปนเข้าเป็ส่วนหนึ่งของลัทธิมารไปแล้ว แม้จะมีศิษย์ลัทธิมารบางส่วนที่กำลังกังขาพี่หวังคอยสร้างความลำบากเพิ่มแรงกดดันให้เขาอยู่ก็ตาม แต่ถึงยังไงก็ยังมีศิษย์มารบางพวกที่หลงเสน่ห์พี่หวังจนถอนตัวไม่ขึ้นไปแล้ว!” จ้าวซื่อกล่าว
“มิผิด ดูเหมือนว่าตอนนี้หวังเค่อจะยังปลอดภัยดี แต่ทุกย่างก้าวล้วนมีแต่ภยันตรายทั้งนั้น!” เถี่ยหลิวหยุนขมวดคิ้ว
“ใครว่าไม่ใช่! ต้องลำบากพี่หวังแล้วแท้ๆ!” จ้าวซื่อถอนใจ
และภาพแบบเดียวกันนี้ก็กำลังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันในอีกหลายๆ แห่ง
ศิษย์ฝ่ายธรรมะหลายคนพากันคิดว่าพวกนั้นคือศิษย์ฝ่ายอธรรมกันไปแล้ว แต่เพราะยังไม่ถึงวันงานชุมนุมประตูั ทุกคนจึงยับยั้งชั่งใจไว้ อย่างไรซะตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาจะมาเปิดศึกธรรมะอธรรม ยังขาดชนวนจุดไฟาอยู่
แต่พอเห็นภาพหวังเค่อกำลังยืนประจันหน้ากับพลพรรคมารอย่างไม่อินังขังขอบแล้วคนจำนวนมากล้วนต้องเผยสีหน้างุนงงไม่อาจเข้าใจออกมา
สรุปว่ามารพวกนี้มาหาเื่หรือไม่กันแน่?
ไม่ไกลออกไป จางเจิ้งเต้าตาโตเป็ไข่ห่านนานแล้ว
“เพราะอะไร? ทำไมมารข้างหลังหวังเค่อถึงยิ่งมายิ่งมากล้นแบบนี้? ไม่ใช่ว่าพวกมันมาหาเื่หวังเค่อกันหรอกหรือ? ทำไมจู่ๆ ถึงได้หันมาให้การสนับสนุนมันแทน? แถมยิ่งมายิ่งแปรพักตร์มาสนับสนุนเสียด้วย? เพราะอะไรกันแน่!?” จางเจิ้งเต้าไม่อาจเข้าใจได้เลย
จวบกระทั่งมารที่ตอนแรกยืนอยู่หลังหวังเค่อเพียงสองสามคน แต่ทำไปทำมามารที่มาอยู่ฝั่งหวังเค่อกลับมีมากถึงหนึ่งในสามแล้ว ทางด้านหวังเค่อก็กำลังด่าทอนายท้ายเหวินที่มาหาเื่ไม่ขาดปาก สุดท้ายมารที่มายืนอยู่หลังหวังเค่อก็ยิ่งมายิ่งมาก เพียงพริบตาก็เท่ากันทั้งสองฝั่งจนได้
ต่อจากนั้นหวังเค่อที่ยังคงทะนงตนอหังการไม่เลิกก็ได้มารอีกครึ่งมายืนอยู่ข้างหลังในชั่วอึดใจ
นายท้ายเหวินที่มาหาเื่พลันเงียบเป็เป่าสากไปทันที
นี่มันเป็การหาเื่แบบไหนกันแน่? ไม่ใช่พวกเ้ามาเอาผิดหวังเค่อด้วยกันกับข้าหรอกหรือ? แล้วทำไม ทำไมถึงได้เปลี่ยนไปเข้าข้างมันแทน?
“ข้าขอบอกเ้าไว้เลยนะว่าอย่ามาทำตัวโอหังต่อหน้าข้าจะดีกว่า! ตำแหน่งนายท้ายของเ้าได้มาเพราะเ้าตำหนักสองช่วยเ้าก็เท่านั้น! วิเศษเลิศเลอตรงไหน? แต่ตำแหน่งนายท้ายเทพัของข้ามารอริยะเป็ผู้มอบตำแหน่งนี้ให้เอง! นี่เทียบกันได้ที่ไหน? นี่เ้ากำลังกังขาวาจาของมารอริยะอยู่หรือ? แถมยังระดมศิษย์มารมาล้มเวทีสหายพี่น้องของตัวเอง! เพื่อเป็การไว้หน้าเ้าตำหนักสองสักหน่อยข้าจึงไม่ได้มาต่อล้อต่อเถียงกับเ้า หากว่ากันตามกฎที่ข้าเคยใช้ พวกที่มาล้มเวทีพวกพ้องตัวเองแบบนี้จะต้องถูกมีดกระซวกไปแล้ว เ้ารู้ไหมว่าตอนอยู่ชิงจิงเ้าตำหนักจูหงอีกำชับให้ข้ามาทำภารกิจที่เมืองหลงเซียนน่ะ? แถมยังเป็เื่ของเ้าตำหนักจื่อปู้ฝานอีก นี่เป็เื่ที่สองเ้าตำหนักมีข้อตกลงร่วมกันแต่เ้าก็ยังจะกล้ามาก่อเื่? นี่เ้าสติไม่ดีหรือยังไง!” หวังเค่อด่าเปิง
“เ้าว่าใครสติไม่ดี?” นายท้ายเหวินผู้ถูกด่าโมโหจนเืขึ้นหน้า
“มาซี! เอาเลย! เ้ากล้าก็ลองเลย!” หวังเค่อท้าเหยงๆ
“ข้า...!” นายท้ายเหวินตั้งท่าจะกระโจนเข้าใส่
“พี่หวังสงบสติอารมณ์ก่อน สงบสติอารมณ์ก่อน!”
“นายท้ายเหวิน ท่านห้ามลงมือ ห้ามลงมือ เดี๋ยวจะดูไม่ดีนะ!”
“มีศิษย์ฝ่ายธรรมะจับตาดูอยู่ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ห้ามลงมือเชียว!”
“นายท้ายเหวิน ท่านทำเกินไปแล้ว พี่หวังไม่ได้ไปตอแยท่านเลย ท่านมาหาเื่อะไรก่อน? พวกเราทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว!”
“ห้ามลงมือ ห้ามลงมือ!”
.........
......
...
สาวกมารรีบเข้ามาห้ามทัพ สภาวะดุดันก่อนหน้ามลายหายไม่มีเหลือ
นายท้ายเหวินขณะกำลังขัดขืนสุดชีวิตก็ถูกกลุ่มสาวกลากตัวไป
“แน่จริงก็อย่าหนีซีวะ!” หวังเค่อะโไล่หลังไป
“อย่ามาห้ามข้า!” เสียงตะคอกของนายท้ายเหวินแว่วมาไกลๆ
แต่น่าเสียดาย ศึกใหญ่ที่ตั้งท่าจะปะทุจู่ๆ ก็สลายเป็หมอกควันไปเสียฉิบ
“ฮึ่ม วันนี้ถือว่าปล่อยเ้าไปก่อน อย่ามาให้ข้าเห็นอีกเชียวล่ะ! นับแต่นี้ไป อาคารหลังนี้ไม่ขอต้อนรับเ้า!” หวังเค่อะโตามไปอีกสองสามประโยคอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
“พี่หวัง ช่างเถอะ ช่างเถอะน่า!” เหล่ามารช่วยกันปลอบประโลม
หวังเค่อสูดลมหายใจลึกก่อนยกมือผ่านใบหน้า ในเสี้ยวพริบตาสีหน้าจองหองพลันหายวับเข้าแทนที่ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเป็กันเอง
“ขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ช่วยแสดงความเป็ธรรมในวันนี้! ไว้อาคารเสินหวังหลังนี้เสร็จสมบูรณ์ดีแล้วพวกท่านอย่าลืมมาอุดหนุนกันด้วยล่ะ แล้วข้าจะมอบบัตรทองให้พวกท่านทุกคนเลย! เป็ลูกค้าพิเศษระดับสูงสุด!” หวังเค่อกล่าวขอบคุณทุกคนในทันใด
“พี่หวังเกรงใจเกินไปแล้ว!” ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส
“พี่หวัง ท่านบอกว่าสองเ้าตำหนักให้ท่านมาสร้างอาคาร นั่นคือ...?” มารคนหนึ่งถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“ขอโทษด้วยพี่น้องทั้งหลาย! แต่ตอนนี้สองเ้าตำหนักกำลังดำเนินการกันอยู่ เื่นี้จึงยังบอกกล่าวไม่ได้ชั่วคราว! ข้าเองก็อยากบอกพวกท่าน แต่ถ้าเกิดว่าเ้าตำหนักคิดโทษใครขึ้นมาละก็...!” หวังเค่อยิ้มเจื่อน
“พวกเราเข้าใจ พวกเราเข้าใจ!” ทุกคนพยักหน้าเป็เชิงว่าจะไม่คุ้ยเขี่ยอีก
“ทุกท่าน สถานที่ก่อสร้างของข้าสกปรกมอซอไปหน่อยคงไม่ขอให้ทุกท่านรั้งอยู่นาน แล้วก็เมื่อกี้นายท้ายเหวินหุนหันพลันแล่นทำให้ทุกคนเผยตัวหมดสิ้น นี่จะต้องถูกศิษย์ฝ่ายธรรมะจับตาดูเข้าแล้ว ทุกท่านกลับกันไปก่อนดีกว่า อีกสองวันข้าจะไปหาพวกท่านแล้วเรามาเล่นไพ่นกกระจอกกัน!” หวังเค่อกล่าวคำอย่างสุภาพนอบน้อม
“ฮ่าฮ่า ดี พวกเราจะคอยพี่หวัง!” ศิษย์มารชุดดำกลุ่มนั้นจึงสลายโต๋ไปในลักษณะนั้นเอง
มองส่งมารเ่าั้จนลับตา จางเจิ้งเต้าที่อยู่ไม่ไกลออกไปก็เข้ามา
“หวังเค่อ เมื่อกี้พวกเ้าคุยอะไรกัน? ทำไม ทำไมพวกมันถึงไปกันแล้ว?” จางเจิ้งเต้าทำหน้าเหลอหลา
“เ้าไม่ได้ยิน?” หวังเค่อชะงัก
“ได้ยินอะไรล่ะ! มารยั้วเยี้ยขนาดนั้นพวกมันก็คงใช้สัจปราณห้อมล้อมไว้จนเสียงไม่อาจเล็ดรอดออกไปได้เลยนั่นแหละ!” จางเจิ้งเต้าว่า
“บ้าเอ๊ย เป็ฝีมือสายลับมารที่แฝงตัวอยู่ในศิษย์ฝ่ายธรรมะยุให้มารกลุ่มนี้มาที่นี่ กว่าข้าจะหลอกพวกมันไปได้ไม่ง่ายเลย เ้ากลับไปบอกพี่รองแล้วก็พวกจ้าวซื่อให้ลองสืบดูว่าวันที่ข้าเปิดโต๊ะสุราเสวนากันวันนั้นพวกมันได้ไปแพร่งพรายบอกต่อกับใครบ้าง รีบไป!” หวังเค่อเร่ง
จางเจิ้งเต้าหน้าแข็งค้าง “ที่เ้าทำนี่นับว่าทำเพื่อฝ่ายธรรมะอีกงั้นรึ?”
บนยอดเขาห่างออกไป
โม่ซันซันมองดู่กลุ่มมารที่ถอนตัวออกจากสถานที่ก่อสร้างของหวังเค่อด้วยสีหน้าไม่น่าดู
“ทำไมถึงเป็เช่นนี้ได้?” โม่ซันซันมองคนชุดดำที่อยู่ด้านหน้าอย่างถมึงทึง
“นายท้ายเหวินพาเราไปเอาเื่หวังเค่อ แถมยังเตรียมใช้ข้อมูลที่ท่านสืบทราบมาได้มาซักเจตนาชั่วร้ายของหวังเค่อด้วย!” คนชุดดำกล่าว
“แล้วพวกเ้าได้พูดกันหรือไม่? นั่นเป็สิ่งที่หวังเค่อพูดออกมาเองบนโต๊ะสุรา เป้าหมายการสร้างอาคารหลังนี้ก็เพื่อยับยั้ง จับตาดูศิษย์ลัทธิมาร รวมถึงสืบรวบรวมข้อมูลของศิษย์ลัทธิมารกลับไปให้ฝ่ายธรรมะอีกด้วย! แล้วทำไมพวกเ้าถึงได้ปล่อยหวังเค่อไปเช่นนี้?” โม่ซันซันไม่อาจเข้าใจ
“พวกเราก็พูดกันไปแล้ว หวังเค่อเองยังยอมรับเลย!” คนชุดดำกล่าว
“หวังเค่อยอมรับ? มันยอมรับว่า้าจับตาดูศิษย์ลัทธิมารเนี่ยนะ?” โม่ซันซันผงะไป
นี่จะเป็ไปได้ยังไง ทั้งที่มันยอมรับว่ากำลังมุ่งร้ายต่อพวกเ้า แต่พวกเ้าก็ยังจะปล่อยมันไป?
“ใช่ และก็เป็เพราะว่าหวังเค่อมันยืดอกยอมรับอย่างมั่นหน้ามั่นตานั่นแหละ ศิษย์ลัทธิมารทุกคนจึงวางใจ คิดว่าหวังเค่อตั้งใจทำเช่นนี้เพื่อให้ศิษย์ฝ่ายธรรมะตายใจ ดังนั้นตอนที่กำลังสร้างอาคารศิษย์ฝ่ายธรรมะจึงไม่ได้มาก่อเื่!” คนชุดดำกล่าว
โม่ซันซันนวดขมับ บัดซบ พวกเ้าสติฟั่นเฟือนกันหมดแล้ว! หลงเชื่อคำพูดหวังเค่อกันไปได้ยังไง? เพราะอะไรกัน!?
“โม่ซันซัน เ้ารู้แผนในครั้งนี้นี่ อาคารหลังนี้ไม่ได้รื้อถอนกันง่ายๆ!“
“เมืองหลงเซียนมีลักษณะเป็รูปวงกลม อาคารปลูกสร้างของหวังเค่ออยู่ใจกลาง หากพวกเราย่องไปรื้อถอนอาคารก็จะถูกจับได้ง่ายๆ!” คนชุดดำกล่าว
“พวกเ้ากลัวถูกจับได้ ข้าไม่กลัวเลยงั้นสิ?” โม่ซันซันจับจ้อง
“งั้นจะให้ทำยังไง พวกเราวางแผนกันมาตั้งนานขนาดนั้น! หากอาคารสามสิบชั้นถูกสร้างขึ้นมาจนสมบูรณ์แผนของพวกเราไม่ละลายลงแม่น้ำไปหมดหรือไง!” คนชุดดำร้อนรนกังวลใจ
โม่ซันซันหน้าดำทะมึน “บ้าเอ๊ย หากไม่ใช่เพราะลงมาในน้ำคลำนี่แล้วข้าคงขี้คร้านเกินกว่าจะสนใจ!”
“เ้ามีทางออก?” คนชุดดำเปลี่ยนสีหน้า
โม่ซันซันสูดลมหายใจลึกก่อนเอ่ยเสียงต่ำ “ช่วยไม่ได้ ทางฝั่งศิษย์ลัทธิมารนี้แต่ละคนเหมือนคนบ้าทั้งนั้น ถึงกับปล่อยหวังเค่อไป งั้นข้าก็ต้องไปปล่อยข่าวทางฝั่งศิษย์ฝ่ายธรรมะแทน! อาคารหลังนี้ของหวังเค่อไม่ใช่มีไว้เพื่อคอยบริการศิษย์ลัทธิมารหรอกหรือ? ฮึ่ม ข้าจะรอดูว่าจะมีสักกี่คนที่สนับสนุนการสร้างอาคารหลังนี้!”
ห้าวันต่อมา สถานที่ปลูกสร้าง จางเจิ้งเต้ามาหาหวังเค่ออีกครั้ง
“หวังเค่อ หลายวันมานี้เ้าหายหัวไปอยู่ไหนมา! มีคนปองร้ายเ้าอยู่รู้บ้างหรือไม่!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างร้อนใจ
“อ๋า? ข้าก็ไปเล่นไพ่นกกระจอกไง เอ้อ ไม่สิ ข้าไปสืบดูกลอุบายของฝ่ายอธรรมต่างหาก เ้าหมายความว่ายังไงมีคนปองร้ายข้า?” หวังเค่ออุทาน
“พวกเราเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีคนปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับเ้าในเคหาสน์หลายแห่งของศิษย์ฝ่ายธรรมะ” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างร้อนรน
“ข่าวลืออะไร?” หวังเค่อถาม
“ลือกันว่าที่เ้าสร้างอาคารหลังนี้ไม่ใช่เพื่อจับตาดูศิษย์มารแต่เพื่อให้บริการพวกมัน แถมยังบอกอีกว่าแม้เ้าจะถูกมารกักล้อมเมื่อห้าวันก่อนแต่กลับอยู่รอดปลอดภัยครบสามสิบสอง!” จางเจิ้งเต้าว่า
“อ๋า? แล้วนี่มีปัญหาตรงไหน? นี่คือการกุข่าวรึ?” หวังเค่อผงะไป
กุข่าว? นี่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงรึไง? ใช่การกุข่าวตรงไหนกัน?
“แล้วยังไงต่อ?” หวังเค่อถามอย่างงุนงง
“จากนั้นก็เลยถูกกลุ่มคนที่นำโดยเถี่ยหลิวหยุนและจ้าวซื่อถุยน้ำลายกลับไป!” จางเจิ้งเต้าตอบด้วยสีหน้าแปลกพิลึก
หวังเค่อ “…!”
“วันนั้นเ้าให้ข้ากลับไปสืบดูว่าพวกเถี่ยหลิวหยุนกับจ้าวซื่อได้เอาเื่ที่เ้าพูดในวงสุราไปบอกใครบ้าง พวกมันถึงค่อยตระหนักว่าที่แท้เพราะความเข้าใจผิดของพวกมันก็เลยเป็เหตุให้ศิษย์ลัทธิมารมาตอแยเ้า บอกว่าเพื่อที่จะสะสางปัญหาความยุ่งยากนี้เ้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนจำนวนมหาศาลแน่ๆ! พวกจ้าวซื่อจึงอยากขอโทษเ้า! พวกมันละอายใจอย่างที่สุด! สุดท้ายก็มีคนเอาข้ออ้างนี้มาให้ร้ายเ้า ก็เลยถูกพวกจ้าวซื่อด่าเปิง!” จางเจิ้งเต้าอธิบาย
“อ๋า? ขะ ข้าต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลจริงๆ นั่นแหละ!” หวังเค่อตอบด้วยสีหน้าพิกล
ค่าตอบแทนที่ข้าต้องจ่ายออกไปก็คือการโต้รุ่งเล่นไพ่นกกระจอก อย่างนี้นับหรือไม่?
“จากนั้นคนที่ปล่อยข่าวพวกนั้นยังคงไม่เลิกรา! หาว่าเ้าเป็สายลับของลัทธิมาร! เพื่อรับมือกับศิษย์ฝ่ายธรรมะ!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
“หาว่าข้าเป็สายลับลัทธิมาร?” หวังเค่อมุ่นหัวคิ้ว
“ใช่! ไม่งั้นแล้วทำไมเมื่อห้าวันก่อนศิษย์ลัทธิมารถึงได้ยอมปล่อยเ้าไปง่ายๆ แบบนั้น? แถมยังบอกว่าไม่นานมานี้ตอนที่เ้าอยู่ชิงจิงเ้ายังคลุกคลีตีโมงกับศิษย์ลัทธิมารช่วยปลุกสำแดงชีพจรัทองออกมา แถมยังหาว่าตอนอยู่ที่ชิงจิงเ้าเดินตัวแทบจะติดกับเ้าตำหนักลัทธิมารจูหงอีและจื่อปู้ฝาน กระทั่งมีคนอ้างว่าเห็นเ้าจากที่ไกลๆ ว่าเ้าคือนายท้ายลัทธิมาร!” จางเจิ้งเต้าว่า
หวังเค่อชะงักไป นี่ก็เป็เื่จริงอีกนั่นแหละ! นอกจากที่ว่าสายลับลัทธิมาร นอกนั้นก็ไม่เห็นจะมีปัญหาเลย! นี่ถือเป็การกุข่าวด้วยรึเนี่ย!?
“แล้วไงต่อ?” หวังเค่อพิศวงสงสัย
“จากนั้นศิษย์พรรคอีกาทองคำคนหนึ่งที่ประจำอยู่ในเมืองหลงเซียนก็ก้าวออกมาให้ความกระจ่างแทนเ้า! มันบอกว่าเพิ่งได้รับสารฉบับหนึ่งมาจากศิษย์พี่พรรคอีกาทองคำ ระบุว่าก็เพราะเ้าคอยป้วนเปี้ยนอยู่รอบตัวจูหงอีและจื่อปู้ฝานโดยไม่สนว่าตัวเองจะอยู่หรือตาย แถมยังถูกศิษย์ลัทธิมารทำร้ายจนกระอักเืออกมาเป็จำนวนมากจนมีสภาพยับเยินสุดทนดูถึงจะช่วยชีวิตศิษย์พรรคอีกาทองคำไว้ได้เป็จำนวนมาก! คนที่ปล่อยข่าวเื่เ้ามีจุดมุ่งหมายสุดคาดหยั่ง จะต้องเป็สายลับที่มารร้ายส่งมาแน่! แถมยังระดมกำลังตามหาสายลับกันอย่างฮึกเหิม! ลงมือคราเดียวแต่จับสายลับลัทธิมารมาได้สามคน!” จางเจิ้งเต้าเล่าอย่างออกรสออกชาติ
หวังเค่อผงะไป เื่นี้ดูจะคลี่คลายแล้ว?
“แล้วไงต่อ” หวังเค่อถาม
“ไม่มีอะไรต่อแล้ว! ศิษย์พรรคอีกาทองคำช่วยตามเช็ดตามล้างให้เ้าจนสะอาดเกลี้ยงเกลา ยังจะมีอะไรต่อได้อีก? อีกอย่าง พวกเถี่ยหลิวหยุนจ้าวซื่อต่างก็ช่วยสนับสนุนผลักดันเ้า แล้วใครมันจะแกว่งเท้าหาเสี้ยนมาตอแยเ้าอีก!?” จางเจิ้งเต้าบอก
หวังเค่อสีหน้าพิลึกพิลั่น “ว้าว!”
“มีคนมาปองร้ายเ้า เ้ายังจะมาว้าวได้อีก?” จางเจิ้งเต้ากังวลร้อนใจ
“แล้วข้ายังจะทำอะไรได้? อยู่ดีๆ จะให้ข้าออกไปร้องแรกแหกกระเชอรึไง!? เ้ารู้ไหมว่าเพื่อที่จะสร้างอาคารหลังนี้ข้าต้องอาบเหงื่อต่างน้ำเสียแรงวิ่งเต้นไปมาระหว่างฝ่ายธรรมะอธรรมมากขนาดไหน? เ้ายังไม่รีบไปทำงานของตัวเองอีก!” หวังเค่อเร้า
“อาบเหงื่อต่างน้ำ? เสียแรงวิ่งเต้นไปมาระหว่างฝ่ายธรรมะอธรรมมากขนาดไหน? ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า่นี้หากไม่ใช่ร่ำสุราเ้าก็เอาแต่เล่นหมากล้อมเลยเล่า!? นี่เองก็นับว่าอาบเหงื่อต่างน้ำทำงานหนักได้ด้วย?” จางเจิ้งเต้าสีหน้าว่างเปล่า
“เ้าจะไปเข้าใจอะไร นั่นเป็ทักษะการเข้าสังคมล้วนๆ หากข้าไม่วิ่งเต้นไปทั่ว การก่อสร้างอาคารหลังนี้ของข้าจะเป็ไปอย่างราบรื่นถึงขนาดนี้ไหมล่ะ?” หวังเค่อถลึงตาใส่จางเจิ้งเต้า
จางเจิ้งเต้าทำหน้าพิกล
“ยังไม่รีบไปจัดการงานของตัวเองอีก วันงานชุมนุมประตูัใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว พวกที่ซื้อประกันใช่ผวาหนีไปเพราะเ้าหมดแล้วหรือไม่?” หวังเค่อถาม
“ไม่ ยังไม่ใช่ซะหน่อย!”
“ยังไม่ใช่? งั้นทำไมยังไม่รีบไปอีก! บัดซบ หากข้าต้องเสียเงินข้าจะไปหาเ้าเป็คนแรก!” หวังเค่อเร่ง
นอกเมืองหลงเซียนบนยอดเขาสูงลูกหนึ่ง
โม่ซันซันทอดตามองหวังเค่อและจางเจิ้งเต้าที่กำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ไกลๆ ด้วยสีหน้าอัปลักษณ์ไม่น่าดู
“เ้าตำหนัก เื่ปล่อยข่าวหวังเค่อพังเละไม่เป็ท่า ข่าวลือไม่อาจทำอะไรหวังเค่อผู้นั้นได้เลย!” สมุนคนหนึ่งเอ่ยอย่างหดหู่
โม่ซันซันสูดลมหายใจลึก “ปล่อยข่าวก็แล้ว แต่ไม่อาจทำให้มันสะทกสะท้านได้?”
“ใช่ขอรับ! ช่างอาถรรพ์โดยแท้ พวกเราออกไปปล่อยข่าวเสียๆ หายๆ ของหวังเค่อได้ไม่ทันไรก็ถูกพวกนั้นถ่มน้ำลายรดหน้าซะแล้ว แม้ว่าจะมีศิษย์ฝ่ายธรรมะที่รอดูหวังเค่อกลายเป็ตัวตลกอยู่ที่เมืองหลงเซียน แต่คนพวกนี้ต่างก็เป็จิ้งจอกมากเล่ห์ ไม่ยอมริเริ่มลงมือ! ส่วนพวกที่ยอมออกมาก็มีแต่พูดจายกหางหวังเค่อทั้งนั้น! พอเห็นพวกเราออกมาพูดถึงหวังเค่อพวกมันก็ยกนิ้วโป้งแสดงความเห็นชอบ! พวกเรา พวกเราปล่อยข่าวไปก็ทำอะไรฝ่ายตรงข้ามไม่ได้เลย ราวกับว่าหวังเค่อมันมีกายสุวรรณคุ้มครอง นี่ นี่จะทำยังไงดีขอรับ!?” สมุนคนนั้นน้ำตานองอย่างอาดูร
โม่ซันซันยกมือนวดขมับ “ยังไง? ยังไงน่ะเรอะ! อาศัยความคุยโวแต่กลับทำให้ทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมเชื่อมันแบบสุดใจขาดดิ้น? นี่มันเป็เพราะอะไรกันแน่!?”
“พวกเราเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน!” สมุนผู้นั้นลดหน้าลง
โม่ซันซันหนังตากระตุกอย่างบ้าคลั่ง หวังเค่อผู้นี้ก็คือกอเอี๊ยะหนังสุนัขชัดๆ[1] ไม่ว่าทำยังไงก็จัดการมันไม่ได้เลย! วันๆ เอาแต่สุงสิงอยู่กับพวกยอดฝีมือดวงธาตุทองคำของฝ่ายธรรมะและอธรรม คิดหาโอกาสสั่งสอนกับมันยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ
ขอบเขตเซียนเทียนกระจ้อยร่อยคนหนึ่งกลับทำให้หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้เก่งกาจด้านกลยุทธ์อย่างโม่ซันซันต้องรู้สึกเข้าตาจนอย่างสุดประมาณ!
“จะปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้ ขืนล่าช้ากว่านี้มีหวังอาคารเสินหวังสับปะรังเคนี่ได้เสร็จสมบูรณ์กันพอดี!” โม่ซันซันเอ่ยอย่างหดหู่
จะลากถ่วงต่อไปอีกไม่ได้แล้ว อาคารเสินหวังนี้โตวันโตคืน ขืนเป็เช่นนี้ต่อไป แผนของใครหลายคนจะต้องละลายลงแม่น้ำไปหมดแน่!
[1] เปรียบเหมือนยาหลอกลวงที่เอามาใช้รักษาอะไรจริงไม่ได้ เป็การแหกตาคน
