บทที่ 2
ผู้ชายคนนั้นมาแล้ว
หลินซี: "อืม... ออกรถเถอะ ฉันรีบ"
ผีคนขับตนนี้เป็เพียง "ผีขาว"ที่เพิ่งตายได้ไม่นาน แรงอาฆาตไม่สูง และยังไม่เคยทำร้ายใคร ผีพื้นๆ แบบนี้เธอี้เีจะลงมือด้วยซ้ำ
ผีคนขับไม่เข้าใจ ทำไมยัยเด็กคนนี้ถึงไม่กลัวเขา? ปกติคนที่เห็นเขา ไม่ว่าจะคนแก่หัวหงอกหรือเด็กสามขวบ ต่างก็พากันขวัญหนีดีฝ่อ วิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกันทั้งนั้น
ผีคนขับยืดคอออกมาจนยาว แล้วเป่าลมเย็นๆ ใส่หลินซี พร้อมกับแสยะยิ้มโชว์ฟันขาวเรียงเป็ตับ "ลุงเป็ผีจริงๆ นะจ๊ะ"
หลุมเืสีแดงสดสองหลุมจ้องเขม็งมาที่เธอ ส่วนลูกตาบนพื้นก็ยังคงะโเด้งไปมาส่งเสียงดังน่ารำคาญจนปวดประสาท
หลินซีเริ่มหมดความอดทน
เธอหยิบลูกตาสองข้างนั้นขึ้นมา แล้วยัดใส่ปากผีคนขับทันที พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า "หน้าตาอัปลักษณ์แล้วอย่าเที่ยวออกมาหลอกคนอื่น มันทำลายทัศนียภาพของบ้านเมือง"
พลังอำนาจมหาศาลขุมหนึ่งพุ่งเข้าใส่ จนไอหยินบนร่างผีคนขับจางลงไปถนัดตา
เขาเอามือกุมคอแล้วไออย่างบ้าคลั่ง "อ๊ากกก! ฆ่าผีแล้ว!!!"
เสียงแหลมสูงดังขึ้นอีกครั้ง หลินซีจึงเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ถ้าส่งเสียงดังอีก ฉันจะกำจัดแกซะ!"
เมื่อััได้ถึงกลิ่นอายของผู้ทรงอิทธิพล ผีคนขับก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่แอะเดียว เขารีบขย้อนลูกตาออกจากคอแล้วยัดกลับเข้าเบ้าตาตัวเองทันที
เขานั่งตัวตรงบนเบาะคนขับอย่างเรียบร้อย พร้อมคาดเข็มขัดนิรภัย "ทะ... ท่านปรมาจารย์ ผมจะออกรถเดี๋ยวนี้ครับ แต่... ผมออกจากบริเวณนี้ไม่ได้"
"ไม่เป็ไร ขับไปเถอะ" หลินซีหลับตาลงเพื่อพักผ่อน
ผีคนขับเหลือบมองกระจกหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะเหยียบคันเร่งมิด
ถ้าไม่ขับตอนนี้ มีหวังจบสิ้นแน่!
รถผีวิ่งไปอย่างราบรื่นและเข้าสู่ "เส้นทางิญญา" ได้สำเร็จ
ผีคนขับรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก ในที่สุดเขาก็หลุดพ้นจากที่เฮี้ยนๆ นั่นเสียที เขาจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวเป็ครั้งสุดท้าย แต่พอคิดถึงปรมาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างหลัง เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งแล้วตั้งใจขับรถต่อ
บนเส้นทางิญญามีรถน้อยมาก มีเพียงลูกไฟิญญาสีน้ำเงินลอยไปมา และตามที่ว่างไกลๆ ก็มีผียืนอยู่เต็มไปหมด
"ทุกคน! มาสนุกกันหน่อย!!"
"เธอคือเมฆาที่งดงามที่สุดบนขอบฟ้าของฉัน~"
หลินซีลืมตาขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นฝูงผีจำนวนมากกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะดนตรี
ท่ามกลางฝูงผีเ่าั้ เธอเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยแวบหนึ่ง แต่รถผีวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลินซีจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผีคนขับก็หยุดรถที่สุสานแห่งหนึ่ง พร้อมกับยิ้มแห้งๆ "ท่านปรมาจารย์ ถึงแล้วครับ"
หลินซีมองไปยังตึกสูงระฟ้าที่อยู่ไกลออกไป แล้วเอ่ยเรียบๆ "ขับรถดีใช้ได้"
ผีคนขับเกาหลังศีรษะ "ฮะๆ ผมเป็มือขับระดับตำนานมายี่สิบปีแล้วครับ"
"ท่านปรมาจารย์ เชิญลงจากรถครับ" เขาเปิดประตูรถให้พร้อมทำท่าเชื้อเชิญ
หลังจากส่งปรมาจารย์เสร็จ เขาตั้งใจจะไปหาครอบครัวเพื่อบอกลาทันที
หลินซีลงจากรถแล้วจ้องมองเขาเขม็ง "คนกับผีอยู่คนละเส้นทาง หยินและหยางต่างกัน ไอหยินในตัวแกจะทำร้ายคนธรรมดา และในทางกลับกัน ไอหยางในตัวคนก็จะทำร้ายแกเช่นกัน"
"เห็นแก่ที่แกขับรถมาส่ง ฉันจะส่งแกไปที่ยมโลกเป็การตอบแทน ถือว่าเป็ค่ารถแล้วกัน"
หัวใจของผีคนขับเตะวูบ สมกับเป็ปรมาจารย์จริงๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
เขาคุกเข่าลงทันที "ท่านอาจารย์ ผมยังเป็ห่วงภรรยากับลูกสาววัยห้าขวบครับ"
ผีคนขับคนนี้ชื่อ จ้าวหลง ทั้งครอบครัวสามคนอาศัยเบียดเสียดกันอยู่ในห้องเช่าซอมซ่อ เขาไม่ได้เรียนหนังสือมามากนัก จึงหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการขับแท็กซี่ ความปรารถนาเดียวในชีวิตคือการเก็บเงินให้ได้มากๆ เพื่อให้ภรรยาและลูกสาวมีชีวิตที่ดี
คืนนั้นเขากำลังขับรถกลับบ้าน บนเบาะข้างคนขับมีตุ๊กตา "สพันจ์บ็อบ" ของเล่นชิ้นโปรดของลูกสาววางอยู่ จ้าวหลงยิ้มอย่างมีความสุขขณะมุ่งหน้ากลับบ้าน อีกเพียงแค่ฉันมสะพานข้างหน้าไปก็ถึงบ้านแล้ว ลูกสาวเห็นเ้าฟองน้ำสีเหลืองต้องดีใจมากแน่ๆ
แต่ระหว่างทาง สะพานกลับขาดลง จ้าวหลงและรถตกลงไปในน้ำพร้อมกัน
เขาตายแล้ว และไม่มีโอกาสได้เจอหน้าภรรยากับลูกสาวอีกเลย จ้าวหลงจึงกลายเป็ผี เฝ้าขับแท็กซี่วนเวียนอยู่บนถนนสายเดิมทุกวัน เขาตั้งใจวาดรูปสพันจ์บ็อบไว้รอบรถ โดยหวังว่าจะมีใครสักคนจำเขาได้
"แงงงงงงงง..."
จ้าวหลงร้องไห้โฮจนน้ำมูกน้ำตาไหลพรากดูน่าอนาถยิ่งนัก เขาคว้าขากางเกงของหลินซีไว้แล้วฟุดฟิดจมูก
"ท่านอาจารย์ครับ ลูกสาวผมเพิ่งจะห้าขวบเอง เธอเพิ่งจะห้าขวบก็ต้องเสียพ่อไปแล้ว..."
หลินซีสะบัดมือที่มอมแมมนั้นออก "พอแล้ว อย่าร้อง ยิ่งร้องยิ่งดูอัปลักษณ์"
จ้าวหลงเช็ดน้ำตาแล้วหยิบตุ๊กตาสพันจ์บ็อบสภาพยับเยินออกมายัดใส่มือเธอ
"ท่านอาจารย์ ผมไม่อยากทำร้ายภรรยากับลูกสาว ท่านช่วยฝากคำพูดไปถึงพวกเขาได้ไหมครับ?"
"บอกภรรยาผมว่าผมรักเธอมาก หวังว่าเธอจะไม่เสียใจจนเกินไป หากเจอคนที่เหมาะสมจะแต่งงานใหม่ก็ได้..."
หลินซีพูดขัดขึ้น "หยุด"
จ้าวหลงนึกว่าปรมาจารย์รำคาญที่เขาพูดมาก จึงรีบพูดรัวรวดเดียวจบ
"ท่านอาจารย์ คำสุดท้ายครับ ใต้โซฟามีเงินลับที่ผมซ่อนไว้สามหมื่นหยวน!"
หลินซี: "......" ประโยคนี้สินะที่เป็ประเด็นสำคัญ
เธอจึงเอ่ยว่า "ฉันจะส่งแกเข้าฝัน คำพูดพวกนี้แกไปบอกเองเถอะ"
จ้าวหลงดีใจจนแทบคลั่ง "ท่านอาจารย์ จริงเหรอครับ?"
"ท่านอาจารย์ ท่านเก่งที่สุด ท่านเป็คนที่ขะ... แข็ง... แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย!"
จ้าวหลงเยินยอไม่หยุดจนหลินซีเริ่มทำตัวไม่ถูก เธอเชิดหน้าขึ้น "อาคมพื้นๆ แบบนี้ ฉันทำเป็ั้แ่สามขวบแล้ว"
จ้าวหลงชูนิ้วโป้งให้ "สมเป็ปรมาจารย์จริงๆ ช่างชาญฉลาดเหนือล้ำ..."
หลินซีร่ายอาคม "พอแล้ว รีบทำเวลาซะ อีกสามชั่วโมงจะเช้าแล้ว"
ร่างของจ้าวหลงค่อยๆ จางหายไป เขาะโลั่น "ท่านอาจารย์ลาก่อน บุญคุณครั้งนี้รอให้ท่านตายก่อนเถอะ ผมจะไปเป็วัวเป็ควายรับใช้ท่านที่ข้างล่างเอง—"
หลินซี: ไม่ต้องเลย...
ตอนนี้เธอไม่อยากได้ยินคำว่า "ตาย" ที่สุด เพราะเธอกำลังจะตายจริงๆ ส่วนคนที่อาจารย์บอกไว้ แม้แต่เงาก็ยังไม่เห็น
ถ้าเลือกได้ ใครกันล่ะจะอยากตาย?
หลินซีเดินผ่านสุสานมุ่งหน้าเข้าสู่ดงตึกสูง เธอเดินวนหาอยู่ทั้งวันแต่ก็ไม่พบผู้ชายที่มีดวงชะตาพิเศษเลยสักคน
รู้ตัวอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว กลิ่นคาวเืตีตื้นขึ้นมาจนเธอต้องทรุดตัวลงข้างทางแล้วกระอักเืออกมา
เหลือเวลาอีกเพียง 20 นาที พลังชีวิตในกายเริ่มร่อยหรอลง ไอความตายเริ่มเข้าปกคลุมหนาแน่นขึ้น ความเ็ปเสียดแทรกเหมือนมีมดนับหมื่นตัวไต่ไปตามร่างจนแทบทนไม่ไหว
หลินซีปาดเืที่มุมปาก "อาจารย์คะ หนูคงต้องลงไปพบอาจารย์เดี๋ยวนี้แล้ว"
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมดวงชะตาของเธอถึงเป็แบบนี้ ไม่มีเพื่อน ไม่มีครอบครัว แม้แต่ชีวิตก็ยังจะรักษาไว้ไม่ได้ ราวกับว่าเธอไม่ควรเกิดมาบนโลกใบนี้ั้แ่แรก
หลินซีเดินโซซัดโซเซไปตามถนนอย่างไร้จุดหมาย สติเริ่มเลือนราง
ในที่สุดเธอก็เดินต่อไม่ไหว จึงหยุดนั่งพักที่บันไดหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เพื่อนิ่งรอความตายที่กำลังจะมาถึง โรงพยาบาลเป็ทำเลที่ดีทีเดียว ตายแล้วจะได้เข้าห้องเย็นได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะมีคนเก็บศพให้ไหม
ที่ริมถนน รถมายบัคเรียบหรูสีดำค่อยๆ จอดลง
บอดี้การ์ดชุดดำเปิดประตูรถพร้อมกล่าวอย่างนอบน้อม "ท่านประธานฟู่"
จากนั้น ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทก็ก้าวลงมาจากรถ เขาตอบรับสั้นๆ ในลำคอ ชายคนนี้รูปร่างหน้าตาดีอย่างไร้ที่ติ แววตาลุ่มลึก จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบาง รูปร่างสมส่วน และมีสง่าราศีที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
ท่ามกลางกลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำ เขาสดุดตาจนใครเห็นก็ต้องมองตาม
ทันทีที่เขาปรากฏตัว หลินซีก็ััได้ทันที
เธอมองไปยังจุดนั้น
กลุ่มก้อน "ไอม่วง" ที่เข้มข้นกำลังเคลื่อนที่ตรงมาทางนี้ มันเปล่งประกายเจิดจ้า ราวกับหลอดไฟดวงั์ท่ามกลางความมืดมิด
หลินซีเบิกตาโพลง
ผู้ชายคนนั้นนั่นเอง!
เขามาแล้ว!
เขามาพร้อมกับไอม่วงแห่งจักรพรรดิ!
