ด้วยการบุกแบบนี้ นักยุทธ์ขั้นต่ำกว่าอาณาน้ำพุิญญาต้องตายสถานเดียว
ฉินอู๋ซวงคลี่ยิ้มเยือกเย็น กำลังจะเอื้อนเอ่ย แต่กลับสังเกตบางอย่างได้ในทันใด เขาขมวดคิ้วบางเบา แววตาเปล่งประกาย แล้วมองดูอีกครั้งอย่างรอบคอบ
ฉับพลัน
ฟิ้ว!
เงื้อมหอกดำทะมึนพุ่งเสียดอากาศ
รวดเร็วเหลือเกิน
เร็วแบบปาฏิหาริย์
โอกาสสังหารซึ่งๆ หน้านั้น ดุจเข็มทิ่มแทงใบหน้า รังฉินอู๋ซวงให้กล้ามเนื้อเครียดขึงฉับพลัน เหาะหลบลี้หนีในพริบตา คมหอกเฉียดร่างเขาไปถากๆ...
เ่ิูสองมือกำหอกยาว กายเนื้อตะลุยเหนือน่านฟ้าดุจธนูไฟ สวนทางกับฉินอู๋ซวง
อาภรณ์บนร่างเขาถูกแรงดาบทำลายสิ้น ขาดหลุดลุ่ยนอนเป็เส้นอยู่บนโกดัง เปิดเผยร่างกายแข็งแกร่งสมบูรณ์แบบ หลั่งรวมเป็หนึ่งกับศาสตรา ดุจหางัศักดิ์สิทธิ์พุ่งเป้าอย่างเกรี้ยวกราด
“ ยังมีชีวิตอยู่นี่!”
“โจมตีเร็วแรง ดุจัโกรธา อีกนิดเดียวฉินอู๋ซวงก็จะโดนเข้าเต็มๆ...”
“เ้าเ่ิูนี่ ฆ่าไม่ตายจริงๆ วุ้ย!”
“ไม่ได้รับาเ็สักนิด...พลังดาบน่ากลัวตะลุมบอนขนาดนั้น ไม่มีแผลเลยจริงๆ หรือ...”
ศิษยานุศิษย์ที่เงียบเป็ป่าช้ามาตลอดเริ่มอุทานดุเดือดกันอีกแล้ว
“์โปรด ร่างกายเ่ิูนี่สมบูรณ์แบบจริงๆ เลย...” นักเรียนหญิงคลั่งผู้ชายกรี๊ดกร๊าดยกใหญ่ และเพื่อนรอบข้างนางก็จับจ้องร่างดั่งเทพปั้นแต่งนั้นตาหวานตาเยิ้ม
ต่างจากเรือนร่างสูงโปร่งของฉินอู๋ซวง เ่ิูมีกล้ามเนื้ออยู่ทุกอณู ให้ความรู้สึกงดงามทรงพลังเช่นชายชาตรี
ดังนั้นเมื่อเขาถีบตัวะโขึ้นกลางอากาศ ด้วยความน่าพิสมัยเช่นบุรุษเพศ ก็ได้ขโมยรวมถึงะเืสายตาของเหล่าหญิงสาวนับไม่ถ้วน
คมหอกผ่าสายลม
เ่ิูใช้กำลังแรงมากมาย กลับมายืนอยู่บนพสุธาอีกครั้ง เสียงกัมปนาทดังตูมเมื่อเขาเท้าแตะถึงพื้น
ฉินอู๋ซวงเองก็ค่อยๆ ลงสู่เบื้องล่าง อาภรณ์ส่วนไหล่ถูกตัดเป็ช่องโหว่ เนื้อผ้าขาดวิ่นลอยพลิกตามลม ทำเขาสุดจะทน แม้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวแล้ว แต่ก็ถูกลมฉีกเนื้อผ้าเป็ชิ้นๆ เสียได้
โอหัง!
เหงื่อเย็นๆ รินไหลจรดแผ่นหลัง ใจโกรธเดือดดาล
ในสถานการณ์เช่นนี้ ถูกเศษเดนชั้นต่ำที่เขามองข้ามมาตลอดทำลายอาภรณ์นี้ สำหรับฉินอู๋ซวงที่เย่อหยิ่งในศักดิ์ศรียิ่งชีพแล้ว เป็ความอับอายที่ไม่อาจทนรับ
อีกสิ่งที่ทำให้เขาอบอวลด้วยโทสะ คือตนรู้สึกได้ถึงจิตสังหารน่าหวั่นหวาดจากร่างของเ่ิู
จิตสังหารของคนที่ผ่านสมรภูมิเืมานับไม่ถ้วน
จิตสังหารเช่นนี้ เขาเคยััมันเพียงจากร่างของคนตายที่ปรนนิบัติภักดีบิดาหรือบิดาเป็ผู้รับเลี้ยงไว้เท่านั้น
เ่ิูผู้นี้อายุน้อยนัก อุดมประสบการณ์เข่นฆ่า จับโอกาสสังหารศัตรูได้แม่นยำถูกต้อง เป็เหมือนนักรบผ่านมาร้อยสมรภูมิไม่มีผิด ฉินอู๋ซวงครั่นคร้ามในใจ...ทำไมถึงเป็เช่นนี้?
สุริยันสาดส่อง แสงอาบเคลือบสองบุรุษที่กำลังโรมรันพันตู
เสื้อผ้าของฉินอู๋ซวงสะบัดพัดตามลม ดาบงามแนบที่อกตามแนวขวาง ยืนแข็งขัน ร่างกายหล่อเหลางามสง่า ประดุจองค์ชายสูงศักดิ์ นำให้คนมองรู้สึกอับอายขายขี้หน้าที่ไม่อาจเทียบเคียงบารมี
และเ่ิูที่แตกต่างออกไปคนละอารมณ์
กล้ามเนื้อดั่งหล่อหลอมด้วยทองคำ กายสูงใหญ่ ทุกอณูร่างเต็มเปี่ยมด้วยกำลังอัดแน่นงดงาม หอกยาวดำทมิฬบุคลิกประหลาดเหลือ ถูกแสงอาทิตย์ไหลพุ่งพล่านอยู่ข้างกายผู้เป็นาย ราวรูปหล่อเทพสังหารซิวลัวก็ไม่ปาน
“สองคนนี้...เป็ั์ใหญ่ของสำนักกวางขาวจริงๆ!”
“สองคนที่โดดเด่นที่สุดในปีหนึ่ง!”
“น่ากลัวเหลือเกิน!”
“น่าเสียดาย ที่เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ทั้งคู่ไม่ว่าจะพลังหรือชาติตระกูล ไม่มีทางยืนอยู่ฝั่งเดียวกันเป็อันขาด!”
ยามนี้ คนมากมายกำลังทอดถอนใจ
ไม่เว้นแม้เฉวียนย่าหลิน ที่เมื่อเห็นเ่ิูเป็คู่ต่อสู้ซึ่งประมือกับฉินอู๋ซวงได้คู่คี่สูสี ความเคารพยำเกรงที่มีต่อเ่ิู ก็เหมือนจะสลักเสลาไว้กลางใจเขาเรียบร้อยแล้ว
กระทั่งบรรดาอาจารย์คุมกฎยังรู้สึกจากใจ
ว่าต้นกล้าอ่อนๆ สองต้นนี้ ยอดเยี่ยมที่สุดในรอบหลายปีที่พวกเขาสอนมา ยี่สิบปีของสำนักกวางขาว ไม่อาจหาใครเทียบเคียงคนทั้งคู่ได้
กลางนภา
อาจารย์หลักข่งคงเผยรอยยิ้ม พยักหน้าช้าๆ
สายตาของเขาชำเลืองมองคนเบื้องล่าง เห็นชาวมุงเริ่มทยอยมาเรื่อยๆ ไม่เพียงแต่เด็กปีหนึ่งเท่านั้น ยังมีปีสอง ปีสาม ปีสี่ รีบรุดมาตามข่าวที่แพร่สะพัดรวดเร็วเป็ลมกรด
กลางคลื่นมนุษย์มากมายนั้น มีหานเซี่ยวเฟยและเี๋เี่าอยู่ด้วย
และยังเหล่าอัจฉริยะผู้เย่อหยิ่งแสนยโสเป็ประจำ ยังทยอยปรากฏตัวมิขาดสาย...
“ก็ดี พวกหนุ่มสาวไม่เห็นใครอื่นในสายตา ได้เห็นการต่อสู้นี้แล้วคงไฟลนก้นขึ้นมาบ้าง!”
...
ฉับๆ
เขาบิดมือเล็กน้อย กลไกเครื่องจักรเริ่มทำงาน หอกยาวแบ่งเป็สองส่วนอีกครั้ง เขาลากหอกสองปลาย บุกเข้าต้อนฉินอู๋ซวง
ครืดๆๆ!
หอกยาวครูดปฐีเป็ประกายแสง
เ่ิูมองออกนานแล้ว ว่าฉินอู๋ซวงผลาญพลังยุทธ์ไปรุนแรงเพียงไหน ด้วยแสดงหมื่นดาบสังหารติดต่อกันถึงสองครั้ง หลังการโจมตี พลังปั่นป่วนลดฮวบลงจนน่าใจหาย ยากนักจักหยุดอากาศธาตุให้นิ่งไว้ได้
เว้นแต่จะเปิดตาน้ำพุบ่อน้ำิญญาที่จุดตันเถียนได้เท่านั้น
นักยุทธ์อาณาน้ำพุิญญาที่แข็งแกร่งเบ็ดเสร็จแท้จริง ต้องบุกเบิกบ่อน้ำิญญาที่จุดตันเถียนให้ได้หกตาขึ้นไป เมื่อน้ำเนืองนอง กลืนกลายเป็แอ่ง ห้วย ธารา แม่น้ำ ทะเลสาบ ทะเล จึงจะค่อยๆ พัฒนาเข้าอาณาทะเลระทมได้ในที่สุด
ขณะเดียวกัน เ่ิูก็รู้สึกแจ่มแจ้ง ว่าร่างกายตนเองกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
จากการสั่นะเืด้วยแรงจู่โจมของฉินอู๋ซวง เด็กหนุ่มััได้ถึงร่องรอยของกฎเกณฑ์พลังชีวิต
ต้องสู้ต่อไป!
มีแต่จะต้องต่อกรไปเรื่อยๆ เท่านั้น จึงจะสามารถตะลุยผ่านมันไปได้
จิตใฝ่สู้ในใจเขายิ่งโหมกระพือ
เขากำลังรอเวลา
ทุกก้าวที่กระทืบลงไป ม่านพลังประหลาดนั่นก็ฟุ้งขึ้นมาอีกส่วน
พื้นที่เขาเหยียบลงไป หินผาแข็งกร้าวพังทลายไปหมด
ว่ากันตามทฤษฎีแล้ว มีแต่จะต้องได้พลังจากใต้หล้าเท่านั้น ถึงจะเข้าใจวิธีใช้ประโยชน์จากม่านพลัง และเข้าใจการรอโอกาสประจวบเหมาะนี้ได้ ทว่าเ่ิูยามนี้ ได้รับแนวทางมาหมดแล้ว การทดสอบสู้ศึกจริงในป่าเปล่าเปลี่ยวคราวก่อน การต่อสู้ที่เป็ตายเท่ากันนั้น สำหรับเด็กหนุ่มแล้ว เขาเก็บเกี่ยวมาได้มหาศาล
ฉินอู๋ซวงสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย
เขารู้สึกถึงภัยคุกคาม
ภัยคุกคามที่น่ากลัว
เ่ิูที่ตรงเข้ามาต่อหน้านี้ แม้จะเดินเชื่องช้า แต่กลับเหมือนหุบเขาเทพเ้ากวาดล้างทุกสิ่งใต้แทบเท้า ถึงจะช้า แต่ไร้หนทางหนี ไม่มีสิทธิ์ปัดป้อง
“คิดจะใช้ม่านพลังกดดันข้าหรือ?”
ฉินอู๋ซวงร้องก้อง พลังปราณใต้หล้ารอบกายเอ่อท่วม ไม่ยอมอ่อนข้อให้
เ่ิูใบหน้าเรียบสงบ
ราวกับว่าได้เข้าไปในส่วนลึกที่แปลกเกินกว่าจะเข้าใจ
และยามนี้เองที่สมองปลอดโปร่งแจ่มชัด ในห้วงความคิดมีประกายแสงแห่งจิติญญาวาววามจะว่ามีก็มี จะว่าไม่มีก็ไม่มี ของเหลวร้อนประหลาดที่แอบซ่อนในกายามาตลอดเริ่มทำคุณประโยชน์ เคลื่อนไหวขึ้นมาเอง
นั่นมัน...
“ดูเหมือน...จะเป็เคล็ดฝึกฝนพลังหรือ?”
เ่ิูอึ้งเล็กน้อย เมื่อล่วงรู้ในบัดดล
หลายวันก่อนหน้า ที่แม่หญิงน้อย่เี่ิได้ท่องเคล็ดฝึกวิชาปลุกอัคคีฝึกฝนพลัง จงใจกรอกใส่สมองเขาจนจำได้ ดันมากระจ่างชัดเอาตอนนี้เสียได้ และพลังร้อนปริศนาในกายก็เคลื่อนย้ายอัตโนมัติตามเนื้อความของเคล็ดวิชานี้ขึ้นมา
นี่มันเื่อะไรกัน?
หรือร่างกายของเขาเองจะก้าวหน้าจนฝึกฝนตัวเองอัตโนมัติไปแล้ว?
จิติญญาแห่งการต่อสู้ที่ไม่เคยััมาก่อนในอดีต บัดนี้กู่ร้องเดือดพล่านเยี่ยงมิอาจควบคุมอยู่ภายใน เ่ิูไร้ความคิดอื่นใดทั้งสิ้น มีแต่ปรารถนาจะสู้ศึกด้วยทุกน้ำพักน้ำแรงที่มี
เขาเงยหน้า จับจ้องฉินอู๋ซวงอย่างเอาเป็เอาตาย
“โจมตี!”
เ่ิูกลายเป็ดั่งวายุ พุ่งหอกเบียดแทง เข้าสังหารฉินอู๋ซวง
“มาก็ดี” ฉินอู๋ซวงร้องลั่น โทสะพุ่งสูง แกว่งดาบเข้ารับแรงจู่โจม
เขาไม่นึกเลยว่าจะถูกต้อนจนมุมถึงเพียงนี้ วันนี้ไม่ว่าอย่างไร เขาจะเอาชนะเ่ิู ไม่เช่นนั้นชื่อเสียงเกียรติยศที่สั่งสมมาอย่างยากลำบาก จะละลายหายไปโดยสิ้นเชิง!
ตู้มๆๆ!
เสียงกัมปนาทสนั่นไหว ดังไม่หยุดหย่อนในสมรภูมิ
สถานการณ์ประมือขณะนี้ตึงเครียดถึงที่สุด
พลังมหาศาละเิระเบ้อฝุ่นควันและเศษทราย กระแสพลังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่ไพศาลไปทั่วทุกสารทิศ ศิลาหินที่ลอยกระเซ็นดั่งคันธนูและศรแข็งกราดยิง นำเสียงทลายอากาศแสบแก้วหูจนคนธรรมดาใจหายใจคว่ำ
ละอองควันตลบอบอวล หอกดาบกระทบกระทั่งรุนแรง ส่งเสียงมิขาดสาย ดั่งิญญาศักดิ์สิทธิ์คำรามโกรธเกรี้ยว
รูปกายทั้งสองรวดเร็วยิ่งนัก ผลุบโผล่ไปมากลางทะเลฝุ่นผง
สำหรับนักเรียนปีหนึ่งทั้งหมดแล้ว สนามรบที่มีคนรุ่นเดียวกันกับพวกเขากำลังอาละวาดอยู่นี้ ทำให้ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง เกินขอบเขตที่พวกเขาจินตนาการไว้ไกลคนละโลก ไม่เคยหยั่งรู้มาก่อน ว่าพลังของคนรุ่นเดียวกันแท้ๆ ทั้งสองคนนั่น จะมากได้ถึงระดับนี้!
หากแม้นไม่มีม่านกำบังจากกระบวนอักขระของอาจารย์หลักข่งคง เห็นทีว่าคลื่นพลังสาดซัดโหมกระพือนั่น คงถล่มพวกเขาเละเทะไปนานแล้ว!
เซี่ยโหวอู่ถูกคนประคับประคองอยู่ ยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ชน
ใจเด็กหนุ่มอาบเคลือบด้วยความขนลุกจับจิต และยังมีอาการตะลึงลานไม่อยากเชื่อ ความกลัวที่เอ่อท้นและความมิกล้า ท่วมทับร่างเขามิดตัว ค่อยๆ เข้าใจแล้วว่า หากประมือกันเป็จริงเป็จัง เขาย่อมไร้หนทางเทียบเคียงกับสองคนนั่น
เฉวียนย่าหลินคนต้นเื่ ตอนนี้ก็แทบลืมหายใจด้วยความกระวนกระวาย
ความศรัทธาที่เขามีต่อฉินอู๋ซวง เริ่มสั่นคลอนเป็ครั้งแรก ด้วยพลังความน่าครั่นคร้ามของเ่ิูที่ใกล้เคียงจอมมารเข้าไปทุกที กรีดเป็ตราประทับหยั่งลึกอยู่ในใจ
่เี่ิกำหมัดเล็กๆ ของตัวเอง ภาวนาเงียบงันในใจให้พี่ชิงหยูหาญสู้!
ท่ามกลางประชาชี ศิษย์ปีสอง ปีสามและปีสี่มากมายล้วนแล้วแต่สีหน้าหนักใจ พวกเขาส่วนมากเป็นักยุทธ์ที่เข้าถึงอาณาเนื้อฟ้ากันแล้ว ทว่าพลังที่น่ากลัวของเ่ิู กลับทำขนลุกถึงกระดูกสันหลัง!
“ปีหนึ่งมีพวกสัตว์ประหลาดอยู่ด้วยหรือนี่!”
“สองคนนี้มันตัวประหลาด!”
“ใครจะชนะเล่า?”
“ข้า...ข้าไม่รู้โว้ย!”
“พลังระดับนี้ แม้แต่นักเรียนปีสองก็ไม่มีทางต่อกรได้แล้วมั้ง?”
“แม่เ้าโว้ย พอมีพวกประหลาดนี่ปรากฏตัวทีไร ข้ารู้สึกขมขื่นบาดลึกไม่หยุดเสียที ฝึกหนักเืตาแทบกระเด็นมาไม่รู้กี่ปี ยังเทียบเศษเสี้ยวพวกรุ่นน้องที่ฝึกกันมาครึ่งเดือนไม่ได้เลย!”
ศิษย์ปีสูงถอนใจเหนื่อยหน่าย
และสีหน้าของเี๋เี่า เปลี่ยนเป็แข็งกระด้าง ความบ้าคลั่งถึงที่สุดฉาดฉายในดวงตางดงาม
วันนั้นเพราะเ่ิู นางถึงได้รับความอัปยศในแดนเทพประทับ กะไว้เสียดิบดีว่าจะมาอบรมสั่งสอนเขาลับๆ แต่เพราะ่นี้ทั้งยุ่งมาก และไร้โอกาสเหมาะควร ถึงยังมิได้ลงมือเสียที
ใครจะนึกเล่าว่าวันนี้จะมีภาพแบบนี้เกิดขึ้นเสียได้