ในขั้นหลอมกายาจะทดสอบกันที่พร์ความแข็งแกร่งทางกาย มีหลายคนที่คิดว่าเมื่อพลังของตนเพียงพอแล้ว พวกเขาเ่าั้ก็จะรีบทะลวงขั้นพลังขึ้นไปในทันที
ซึ่งนั่นทำให้ยอดฝีมือรุ่นเก่าหลายคนได้แต่รู้สึกเสียดาย พวกเขาจึงได้แต่พร่ำสอนคนรุ่นถัดไปว่า จะต้องทะลวงพลังในขั้นหลอมกายาให้สมบูรณ์แบบเสียก่อนจึงจะทะลวงพลังเข้าสู่ขั้นถัดไป ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องเสียใจภายหลังอย่างแน่นอน
เพราะในขั้นสถิติญญานั้นจะเป็การปลุกพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในร่าง พลังที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นนั้นจะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอล้วนเกี่ยวพันกับพลังในขั้นหลอมกายาทั้งสิ้น หากไม่รีบร้อนทะลวงขั้นสถิติญญา ความสำเร็จในภายภาคหน้าก็จะยิ่งสัมฤทธิผลล้ำเลิศ
เฉิงเมี้ยวฝูขบริมฝีปากแดง นางกะพริบตาปริบๆ พลางจ้องไปที่ใบหน้านิ่งเฉยของเขา ภายในใจของนางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น นางััได้ถึงพลังที่แกร่งกล้าของเขา ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาออกมา “เมื่อครู่ขอบใจนะ”
ได้ยินดังนั้น เต้าหลิงก็มองไปที่นาง ใบหน้าละอ่อนมีรอยยิ้มที่อ่อนโยนผุดขึ้นมา “ไม่เป็ไร”
“เฮ้ พลังของเ้าแข็งแกร่งมาก หรือว่าเ้าทะลวงขั้นพลังแล้ว?” เฉิงเมี้ยวฝูกระชับฝ่ามือพลางถามขึ้น ถึงแม้ว่านางกับเต้าหลิงจะไม่รู้จักกัน ทว่าด้วยพลังของอีกฝ่ายในตอนนี้ทำให้นางรู้สึกประหลาดใจมาก
“อีกไม่นาน” เต้าหลิงยักไหล่ เขาไม่รีบร้อนที่จะทะลวงขั้นพลังเท่าใดนัก
เพียงได้ยินคำตอบเรียบเฉยของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ภายในใจของเฉิงเมี้ยวฝูพลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ทว่านางก็ยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าก็อีกไม่นานเช่นกัน ด้วยพลังของเ้าจะต้องเข้าสำนักซิงเฉินได้อย่างสบายๆแน่”
ใบหน้าจองหองของเด็กหนุ่มชุดขาวมองไปยังกลุ่มคนที่โดนคลื่นพลังของเขาซัดถอยออกไป ั์ตาเ็าฉายประกายดูิ่ออกมา ทว่าเมื่อเห็นสองคนในกลุ่มนั้นกำลังพูดคุยกัน เขาก็แค่นเสียงต่ำในลำคออย่างไม่พอใจ พร้อมกับหมุนเปลี่ยนคลื่นพลังปราณทั่วร่างซัดตรงไปยังเต้าหลิง
แรงกดดันในกลุ่มคนเมื่อครู่ก็พลันหายไป ผู้คนโดยรอบต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ภายในใจรู้สึกเคารพยำเกรงยอดฝีมือขั้นสถิติญญาผู้นี้อยู่ไม่น้อย
สีหน้าของรองเ้าสำนักเถาคังหนิงดูไม่ดีเท่าใดนัก เมื่อสักครู่ที่สำนักเจียลั่วแสดงพลังอำนาจออกมาเพื่อข่มขวัญเหล่าศิษย์ของเขานั้น เป็เื่ที่ทำเกินไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดที่จะสอดมือเข้าไปยุ่ง เพราะถือว่านี่เป็การประมือของชาวยุทธ์รุ่นเยาว์
เต้าหลิงััได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วงพุ่งเข้ามา เืลมทั่วร่างของเขาพลันเดือดพล่าน กระดูกแต่ละส่วนต่างสั่นะเื ทว่าภายใต้แรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา เืลมของเขาแต่ละเส้นสายกลับถูกกลั่นหลอม อีกทั้งยังมีปราณบริสุทธิ์จำนวนไม่น้อยที่พุ่งเข้าไปภายในกล้ามเนื้อ
‘ภายในเืของสัตว์อสูรโบราณอุดมไปด้วยพลังจำนวนมาก ไม่น่าเชื่อว่าวิธีนี้จะช่วยให้ข้าเค้นพลังออกมาได้’ เต้าหลิงขบคิดอยู่ในใจ เขาไม่อาจดูดซับพลังของเือสูรกิเลนเสือดาวทั้งหมดภายในครั้งเดียวได้ ส่วนที่เหลือได้ถูกฝังเอาไว้ตามกล้ามเนื้อของเขา ซึ่งตอนนี้มันได้ถูกบีบเค้นออกมาแล้ว
ภายในลานพลันสงบลง ศิษย์สำนักชิงซานต่างมองไปที่เต้าหลิงด้วยความตกตะลึง ภายในใจเกิดความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อขึ้นมา เ้าขยะนี่สามารถทนแรงกดดันมหาศาลเช่นนี้ได้งั้นหรือ นี่มันจะเป็ไปได้อย่างไร?
ใบหน้าของเฉิงเมี้ยวฝูพลันซีดขาว นางััได้ถึงระลอกคลื่นลูกใหญ่ที่อยู่ข้างๆ ร่างของเต้าหลิง หากไม่ระวังแล้วเดินเข้าไป คงจะได้รับาเ็หนักเป็แน่ นางมองเต้าหลิงด้วยความชื่นชมขึ้นอีกระดับ เสือซ่อนเล็บเสียจริงๆ
สีหน้าของเด็กหนุ่มชุดขาวดูไม่ดีเท่าใดนัก เขารู้สึกขายหน้าเป็อย่างมาก เดิมทีเขาตั้งใจจะทำให้เต้าหลิงเป็อัมพาตเสีย แต่ไม่คิดเลยว่าเต้าหลิงจะสามารถต้านพลังของเขาได้
สีหน้าของเถาคังหนิงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ยิ่งมองดูเต้าหลิงเขาก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจ ครั้งนี้เต้าหลิงกู้หน้าเขากลับมาได้ไม่น้อยเลย
ใบหน้าของหวังหลิ่งเย็นะเืลง พลางะเิคลื่นพลังขนาดใหญ่ออกมาทั่วร่าง เขาพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าทำเอามวลอากาศโดยรอบสั่นะเื
เมื่อเห็นคลื่นพลังพุ่งเข้ามาข้างหน้า เด็กหนุ่มชุดขาวก็พลันขมวดคิ้ว สายตาจ้องเขม็งไปที่หวังหลิ่ง เขาคิดไม่ถึงเลยว่าสำนักชิงซานยังมียอดฝีมืออยู่อีกคน อีกทั้งยังมีพลังทัดเทียมกับเขาเสียด้วย
“เ้าหวังหลิ่ง เมื่อครู่ทำนิ่งเงียบไม่ยอมลงมือ แต่มาตอนนี้กลับลงมือเสียได้” เฉิงเมี้ยวฝูกล่าวอย่างไม่พอใจนัก นางรู้ว่าหวังหลิ่งคิดอะไรอยู่ เขาก็แค่ทนไม่ได้ที่เห็นเต้าหลิงได้หน้าไปคนเดียว ดังนั้นจึงได้ออกตัวเพื่อที่จะดึงสายตาผู้อื่นให้จับจ้องไปที่ตนเอง!
“พอเถอะ หยุดได้แล้ว” หัวจื้อเฉิงกวัดแกว่งมือเชิงห้ามปราม เขารู้ดีว่าหวังหลิ่งนั้นเป็คนของตระกูลหวัง แน่นอนตระกูลหวังไม่ใช่คนที่พวกเขาจะหาเื่ด้วยได้ ดังนั้นหยุดแต่เพียงเท่านี้น่าจะดีกว่า
“ได้ยินว่าเ้าเป็อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักชิงซานใช่หรือไม่? พอถึงสนามสอบค่อยวัดกันว่าใครเหนือกว่าใคร!” เด็กหนุ่มชุดขาวกล่าวด้วยใบหน้าโอหัง พลังทั่วร่างสลายหายไป ในสายตาเขาแล้วคนเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับลูกไก่ตัวน้อย
เถาคังหนิงรู้สึกเป็กังวลอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าพลังของเด็กหนุ่มชุดขาวแข็งแกร่งกว่าหวังหลิ่งหลายเท่า หากเขาติดอันดับหนึ่งในร้อยคนแรกจริง คงจะส่งผลกระทบต่อสำนักชิงซานอย่างใหญ่หลวงแน่
การสอบในครั้งนี้หากมีใครที่ทำอันดับได้ดี คงจะเป็ผลดีต่อสำนักชิงซานไม่น้อย ทว่าน่าเสียดายที่อันดับหนึ่งร้อยคนแรกนั้นยากเสียเหลือเกิน
“เ้าไม่เป็ไรนะ?” เฉิงเมี้ยวฝูมองไปที่เต้าหลิงแล้วกล่าวถามออกมา
“ข้าไม่เป็อะไร” เต้าหลิงส่ายหน้า ภายในอกพลันรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อย หากว่าเขาได้แรงกดดันนานกว่านี้เสียหน่อยน่าจะดี
เมื่อครู่เขาที่สามารถต้านทานพลังของเด็กหนุ่มชุดขาวได้ ทำให้สีหน้าของหวังย่าและหวังหลิ่งดูไม่ดีนัก พวกเขาทั้งสองมองหน้ากันก่อนที่หวังย่าจะกล่าวออกมาด้วยความสงสัย “หรือว่าไอ้ขยะนั่นจะทะลวงพลังถึงขั้นสถิติญญาแล้ว?”
“เป็ไปไม่ได้ เว้นเสียแต่ว่ามันจะมีผลผ่านจิตหรือโอสถเม็ดสถิติญญา” หวังหลิ่งส่ายหน้าอย่างมั่นใจ ของล้ำค่าทั้งสองสิ่งนี้หาได้ยากเป็อย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลผ่านจิต ส่วนโอสถเม็ดสถิติญญาแม้แต่สถานะของเขาเองก็ยังยากที่จะได้มา อย่าได้พูดถึงคนอย่างเต้าหลิงเลย
“แต่มันสามารถต้านพลังของผู้ที่อยู่ในขั้นสถิติญญาได้ ข้าว่าพลังของมันจะต้องแข็งแกร่งมากแน่” หวังย่ากล่าวด้วยใบหน้าขึงขัง
“หึ แข็งแกร่งแล้วอย่างไร? ในกลุ่มคนที่เข้าสอบในครั้งนี้ ยังมีพี่รองของข้าอยู่ ถึงตอนนั้นข้ากับพี่รองจะร่วมมือกันฆ่ามันซะ เพียงเท่านี้ก็จบเื่แล้ว” หวังหลิ่งไม่ได้สนใจเื่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าสิ่งที่เขาคิดจะทำก็แค่การเหยียบมดตัวหนึ่งให้ตายเท่านั้น
“เช่นนั้นก็ดี ถึงตอนนั้นข้าล่ะอยากรู้นัก ว่ามันจะกล้าทำตัวจองหองอยู่อีกหรือไม่” หวังย่าพยักหน้าพลางกล่าวออกมาอย่างมีความสุข “ขอเพียงแต่ฆ่ามันได้ เื่ของผลึกหินฟ้าก็จะหายไปพร้อมกับมัน!”
ในขณะนั้นเองก็ปรากฏกลุ่มผู้าุโของสำนักซิงเฉินเดินเข้ามา ผู้าุโท่านหนึ่งกวาดตามองอย่างเรียบๆ ก่อนจะโบกสะบัดชายเสื้อเพื่อเป็สัญญาณให้เดินตามเข้าไป จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปที่คลังสมบัติ
‘คงจะไปใช้ค่ายกลข้ามมิติของคลังสมบัติเป็แน่ แบบนั้นจึงจะไปยังเมืองชิงโจวได้’ เต้าหลิงคิดในใจเงียบๆ ระยะทางจากที่นี่ไปที่เมืองชิงโจวนั้นไกลมาก มีเพียงการใช้ค่ายกลข้ามมิติเท่านั้นจึงจะไปถึงที่นั่นได้อย่างรวดเร็ว
ทว่าค่ายกลข้ามมิติมิใช่สิ่งที่คนธรรมดาสามัญนึกอยากจะใช้ก็ใช้ได้ โดยเฉพาะในการเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่ห่างไกล เพราะในแต่ละครั้งที่ใช้จะต้องสิ้นเปลืองของล้ำค่ามหาศาล
จำนวนผู้คนเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนราวๆ หนึ่งพันคนได้เดินเข้าไปในคลังสมบัติ นั่นทำให้เต้าหลิงเริ่มเชื่อคำพูดของเย่วิ่นขึ้นมา เขาเดาว่าจำนวนหนึ่งแสนคนที่ไปเข้าร่วมการสอบของสำนักซิงเฉินเป็แค่จำนวนที่ต่ำที่สุดเท่านั้น
“เต้าหลิง!”
เสียงของชายวัยกลางคนร่างกายใหญ่โตบึกบึนที่ทำหน้าที่รักษาความสงบดังขึ้น เมื่อเขาเห็นเด็กหนุ่มที่ปะปนมากับกลุ่มคนฝูงใหญ่ สีหน้าของเขาก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เต้าหลิงหันไปตามต้นเสียงพลางกะพริบตาให้กับเฉินต้าไห่ที่ยืนอยู่ เห็นดังนั้นเฉินต้าไห่ก็ยิ้มออกมา การซื้อขายเมื่อครั้งก่อน เป็เื่ที่ทำให้เขายากจะลืม อีกทั้งเพราะครั้งนั้นทำให้เขาได้รับผลประโยชน์อยู่ไม่น้อย
“ลุงฝู เต้าหลิงเองก็เข้าสอบที่สำนักซิงเฉินด้วยนะ คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็คนของสำนักชิงซาน น่าแปลกใจจริงๆ คนแบบเขาทำไมถึงได้มาอยู่ในสถานที่เล็กๆ เช่นนี้กัน?” เฉินต้าไห่สาวเท้าไปหาเฉินฝูพลางกล่าวกระซิบเสียงเบาด้วยความสงสัย
ได้ยินดังนั้นเฉินฝูก็มองไปที่เต้าหลิง หลังจากที่กวาดสายตาออกไปหลายครั้งเขาก็กล่าวออกมาว่า “สำนักซิงเฉินนั้นไม่ธรรมดา ไม่รู้ว่าเขาจะติดอันดับหนึ่งในร้อยได้หรือไม่?”
“ลุงฝู ถึงแม้ว่าเต้าหลิงจะได้ลำฐานเหลวระดับสี่ไป แต่เขาก็ยังไม่ทะลวงเข้าขั้นสถิติญญา นั่นมันจะไม่ยากเกินไปหน่อยหรือ?” เฉินต้าไห่ขมวดคิ้วขึ้น ปกติแล้วหนึ่งร้อยอันดับแรกมักจะเป็ของอัจฉริยะจากตระกูลใหญ่ๆ
“เ้ายังไม่เข้าใจ” เฉินฝูส่ายหน้า เขานั้นรู้ดีว่าเต้าหลิงมีพร์ที่สูงล้ำ ภายภาคหน้าชื่อของเขาจะต้องโด่งดังเกรียงไกรทั่วแคว้นชิง ซึ่งในตอนนี้รอแค่เวลาเท่านั้น
‘อีกทั้งยังไม่รู้ว่าเต้าหลิงจะฝึกฝนวิชาฝ่ามือหยินหยางได้สำเร็จหรือไม่?’
เฉินฝูครุ่นคิดอยู่ในใจพลางส่ายหน้า วิชานั้นเป็ถึงสิบสุดยอดวิชามหาอำนาจที่แข็งแกร่งมาก แม้จะมีเพียงแค่ส่วนหัวแต่ก็นับว่ายากเหลือคณา อัจฉริยะจากตระกูลเก่าแก่ก็ยังไม่อาจฝึกได้สำเร็จ คงไม่ต้องหวังอะไรกับคนไร้ชื่อเสียงอย่างเต้าหลิง
“ลุงฝู จะว่าไปแล้วการสอบครั้งนี้ข้าว่ามันต้องยากไม่ใช่น้อยแน่ ได้ยินว่ามีอัจฉริยะจำนวนมากมาร่วมสอบด้วย เพราะว่าโถงวิหารซิงเฉินของสำนักซิงเฉินใกล้จะเปิดแล้ว ไม่รู้เลยว่ามีคนเท่าใดที่อยากจะเข้าสำนักซิงเฉิน” เฉินต้าไห่เม้มปาก นับว่าเป็โอกาสยากมากที่จะคว้าเอาไว้
เฉินฝูพยักหน้า “อย่างที่เ้ากล่าว โถงวิหารซิงเฉินเป็รากฐานของสำนัก ทั้งยังเป็สถานที่ลึกลับที่อยู่มาั้แ่สมัยโบราณ ข้างในนั้นจะต้องมีสมบัติล้ำค่าอยู่เป็แน่!”
“ข้าได้ยินมาว่าในโถงวิหารซิงเฉินมีหนึ่งในเจ็ดสิบสองสุดยอดวิชามหาอำนาจที่มีชื่อว่าวิชาโคจรดาราอยู่ ไม่รู้ว่าคำที่ร่ำลือกันมานั้นจะเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด?” แววตาของเฉินต้าไห่ลุกโชน
โคจรดาราเป็หนึ่งในวิชาที่ถูกจัดอยู่ในเจ็ดสิบสองสุดยอดวิชามหาอำนาจ พลังอานุภาพของมันน่ากลัวมาก ทั้งยังเป็วิชาที่มีอยู่มาั้แ่โบราณ
ั้แ่โบราณมาจนถึงปัจจุบันเวลาก็ผ่านมาแล้วหลายหมื่นปี ทว่ากลับไม่มีวิชาใดเลยที่จะทำให้วิชาโคจรดาราหลุดออกจากตำแหน่ง แสดงให้เห็นได้ชัดว่าสุดยอดวิชามหาอำนาจนี้น่ากลัวมากเพียงใด!
บนโลกใบนี้มีจอมยุทธ์ยอดฝีมือมากมายที่สำเร็จสุดยอดวิชามหาอำนาจ ทว่ากลับหลบซ่อนตัวไม่เปิดเผยให้ผู้ใดรู้ ยอดฝีมือผู้ยิ่งใหญ่เ่าั้ต่างก็มีพลังอำนาจน่าเกรงขามที่จะแผ่นดิน ทั้งมีอายุยาวนานหลายพันปี พวกเขายอมสละทั้งชีวิตที่จะคิดค้นวิชาแขนงใหม่!
เวลาที่ผ่านไปอย่างยาวนาน อันดับของเจ็ดสิบสองสุดยอดวิชามหาอำนาจก็ย่อมจะมีการเปลี่ยนแปลง ทว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดขึ้นทุกๆ หนึ่งหมื่นปี เมื่อสุดยอดจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งได้คิดค้นสุดยอดวิชาใหม่ขึ้นมาได้ อันดับก็จะถูกเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง
แต่ใครเล่าจะคิดว่าั้แ่ยุคโบราณมาจนถึงตอนนี้ วิชาโคจรดาราจะยังคงติดอยู่ในอันดับเจ็ดสิบสองสุดยอดวิชามหาอำนาจ ช่างเป็สุดยอดวิชามหาอำนาจที่น่ากลัวยิ่งนัก!
“นั่นก็แค่คำร่ำลือ อย่างไรเสียปีนี้สำนักซิงเฉินก็จะต้องคึกคักอยู่แล้ว แม้แต่คุณหนูยังไปร่วมเข้าสอบด้วย หากคุณหนูตามหาวิชาโคจรดารา หนึ่งในสุดยอดวิชามหาอำนาจมาได้ นั่นก็ถือว่าเป็สมบัติที่์ประทานให้” เฉินฝูเอ่ย
ในตอนนั้นประตูห้องลับสีม่วงบานหนึ่งก็ได้ถูกเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างจ้านับหมื่นเส้น ภายในมีแท่นค่ายกลขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ้าแท่นเต็มไปด้วยอักขระซับซ้อน กลางอากาศมีตัวอักขระลอยกะพริบอยู่ ทั่วทั้งบริเวณปกคลุมไปด้วยพลังที่น่ากลัว
ใบหน้าของผู้คนนับพันฉายแววตกตะลึงขึ้น นี่คือค่ายกลข้ามมิติที่พบเจอได้ยากเป็อย่างมาก มีเพียงคลังสมบัติที่มีอำนาจใหญ่โตเท่านั้น จึงจะสร้างค่ายกลข้ามมิตินี้ในสาขาย่อยต่างๆ และทุกครั้งที่ทำการเคลื่อนย้ายจะต้องมีปรมาจารย์วิชาค่ายกลเป็คนควบคุมบวกกับจะต้องใช้แร่หินล้ำค่าหลากหลายชนิด หินต้นกำเนิด และวัตถุดิบ์อื่นๆ จึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้!
ทันทีที่ห้องลับปิดลง เต้าหลิงก็รู้สึกเหมือนกับกำลังลอยอยู่ท่ามกลางมิติที่ว่างเปล่า เขาอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง จากที่เคยได้ยินมา มียอดจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งมากบางส่วนสามารถใช้ร่างกายของตนทะลวงข้ามผ่านมิติได้ ซึ่งพวกเขาล้วนแล้วแต่เป็คนที่เก่งกาจในใต้หล้า
