“เ้าดูแลคุณหนูได้ตกต่ำถึงเพียงนี้ หากใต้เท้าตงซันมาเห็นสภาพที่นางอยู่เช่นนี้ล่ะก็ มีหวัง..เ้าคงได้หัวหลุดจากบ่า” ซีห่าวกัดฟันดู ก่อนที่หญิงชราจะปล่อยน้ำตาออกมาด้วยความรู้สึกผิด ด้วยศาลเ้าร้างนั้นมีตะไคร่ขึ้นเกาะเต็มผนัง รอบ ๆ ด้านมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเต็มปกคลุม ก่อนจะมีหนูวิ่งกรูกันออกมาพาให้ทุกคนต่างหวาดผวา
สองเท้าของซีห่าวตัดสินใจเดินไปเปิดประตูศาลเ้า พร้อมกับเสียงเรียกของยายฝูจะดังขึ้นตามมา
“หลันฮวา หลันฮวาเ้าอยู่ฤาไม่” ยายฝูะโเรียก พร้อมกับซีห่าวและคนของเขาจะแยกย้ายค้นหา ก่อนจะชะงัก เมื่อชายหนุ่มเดินมายังถ้วยภาชนะ ที่มีเมล็ดพืชหลงเหลืออยู่สองสามเมล็ด เขาย่อตัวลงแล้วทอดสายตามองดูกองฟืนเล็ก ๆ ที่นางใช้ต้มอาหารกิน ชายหนุ่มถึงกับจุกอยู่ในลำคอ เมื่อเห็นสภาพที่อาศัยของหลันฮวา ก่อนสายตาจะเลื่อนไปยังกองฟางด้านหน้า
“นางใช้กองฟางนี้เป็ที่หลับนอน”
“ฮือ ๆ ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดแล้วจริง ๆ” ยายฝูร้องไห้ออกมาเมื่อรู้แล้วว่าหลันฮวาต้องอยู่อย่างยากลำบากเพียงใด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย
“ที่ข้าเสียใจคือ นางไม่อยู่ที่นี่แล้ว นางจะไปอยู่ที่ใดได้อีก” ซีห่าวทรุดตัวลงนั่งด้วยความท้อแท้ใจเช่นเดียวกัน ก่อนจะเงยหน้ามองพุทธรูปพร้อมด้วยรูปปั้นเทพเ้าต่าง ๆ ที่ตั้งตระหง่านอย่างไร้ความหมาย
“ข้าขอให้นางปลอดภัย ได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวแท้ ๆ ของนางด้วยเถิด ได้โปรดปกป้องดูแลนางด้วย” ชายหนุ่มอธิษฐานในใจ ก่อนจะหันไปยังยายฝูและเฒ่าเกอไห่
“ข้าคงต้องพาพวกเ้า กลับไปยังจวนใต้เท้าตงซันก่อน เพื่อรายงานทุกอย่างให้ใต้เท้าทราบ แลหลังจากนี้ใต้เท้าตงซันจะตัดสินใจเช่นไร ก็สุดแล้วแต่เวรกรรมของพวกเ้า”
“ไม่ได้นะ ข้าไม่อยากติดคุกหลวง” เฒ่าเกอไห่พูดสวนขึ้น ในขณะที่ยายฝูแทบไม่สนใจวาจาของซีห่าว นางเอาแต่ร้องไห้เสียใจที่ทำผิดต่อหลันฮวา สายตาเหี่ยวย่นเลื่อนมองไปรอบ ๆ ด้วยความเวทนาอย่างถึงที่สุด ไม่ว่าจะเป็กองฟางที่แสนโดดเดี่ยว หรือแม้แต่กองไฟเล็ก ๆ นั้น ทำให้นางยิ่งรู้สึกผิดจนไม่อาจกลั้นเสียงร้องไห้ได้
“ผิดที่ข้า ทั้งหมดเป็เพราะข้า..หากข้าไม่อคติต่อนาง เลี้ยงดูนางให้เหมือนเช่นเืเนื้อเชื้อไขของตัวเองแล้ว ทุกอย่างคงไม่เป็เช่นนี้ พวกท่านจะพาข้าไปที่ใดก็ไปเถิด ข้ายอมรับผลการกระทำของตัวเองสิ้น” หญิงชรายืนยันหนักแน่น แตกต่างจากเฒ่าเกอไห่ที่ส่ายศีรษะไปมา ยังไม่พร้อมยอมรับความจริง
“เ้าจะบ้าไปแล้วฤา..เ้าอยากติดคุกหลวงนั่นก็เื่ของเ้า แต่อย่างไรข้าก็ไม่ยอมติดคุกหลวงอย่างเด็ดขาด” เฒ่อเกอไห่โวยวาย พลันวิ่งหนีออกไปอย่างคนเสียสติ ด้วยไม่อยากรับโทษ หากแต่ถูกซีห่าวและพวก ตามไปจับตัวได้ก่อนจะหนีพ้นประตูออกมา
“ปล่อยข้า พวกเ้าปล่อยข้า” ชายชราดิ้นรน พร้อมสะบัดตัว ไม่ยอมถูกจับไปจวนใต้เท้าตงซันง่าย ๆ ไม่นานนักแรงที่มีก็หมด ชายชราทรุงตัวลงนั่งด้วยความสิ้นหวัง
“ข้าเสียใจ ที่ไม่อาจทำตามใจเ้าได้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องนำตัวเ้ากลับไปให้ใต้เท้าตงซันไต่สวน และลงโทษอยู่ดี อย่าได้ดึงดันให้ต้องหมดแรงกันทุกฝ่าย” ซีห่าวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเมื่อสำรวจแน่ชัดแล้วว่าภายในศาลเ้าร้างนั้น ไร้ผู้อาศัย ซีห่าวจึงเดินทางกลับมายังจวนใต้เท้าตงซันทันที
เสียงของไป๋เยี่ยนและหลันฮวาดังลอดออกมาจากในครัวไม้ พร้อมควันโพยฟุ้งจนทั่วบริเวณ หญิงสาวตั้งใจร่ำเรียนสูตรอาหารที่ไป๋เยี่ยนสอนช้า ๆ ใบหน้าสวยหมดจดค่อย ๆ ทำตามอย่างว่าง่าย นางรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้กับไป๋เยี่ยน เพราะรู้ว่าความเมตตา ที่นางมอบให้นั้น ล้วนมาจากความจริงใจทั้งสิ้น
“ท่านแม่” อยู่ ๆ หลันฮวาก็เอ่ยบางอย่างขึ้นมา ไป๋เยี่ยนหยุดชะงัก แล้วหันกลับมายังหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม
“มีอะไรคล่องใจเช่นนั้นฤา”
“ท่านสอนข้าทำอะไรหลายอย่าง ท่านไม่รำคาญข้าฤา ที่อยู่ ๆ ข้าก็เข้ามาทำให้ท่านต้องเหนื่อยเพิ่ม”
“เด็กโง่..ข้าจะรำคาญลูกสะใภ้ได้อย่างไร ในเมื่อข้ามีลูกชาย สักวันข้าก็ต้องมีลูกสะใภ้ เื่การมีใครอีกคนเพิ่มเข้ามาในตระกูลหวงนั้น ข้าวางแผนไว้นานแล้ว เช่นนี้เหตุใดข้าต้องรำคาญเ้าด้วย”
“ข้ารู้ตัว ว่าไม่เหมาะสมกับคุณชายซีเหริน ด้วยเพราะไม่มีหัวนอนปลายเท้าแน่ชัด แต่ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ยังเมตตาข้า เช่นนี้แล้ว ข้ารู้สึกมีความสุขและอบอุ่นอย่างมาก” คำพูดของหลันฮวา ทำให้ไป๋เยี่ยนปล่อยยิ้มออกมา ก่อนจะยกหม้อดินขึ้นตั้งเตา
“ในเมื่อเ้ามีความสุข ข้าก็มีความสุขด้วย และข้าเชื่อว่าซีเหรินก็จะมีความสุขเช่นกัน”
“เ้าค่ะ” หลันฮวารับปาก พร้อมความรู้สึกผิดในใจ ที่กำลังหลอกลวงสองสามีภรรยาผู้นี้ พลางตัดใจแล้วหันไปแกะเปลือกถั่วต่อเพื่อนำไปใช้เป็วัตถุดิบทำอาหาร
“วันนี้ข้าจะนำอาหารฝีมือเ้าขึ้นตั้งโต๊ะให้กับท่านพี่ และซีเหรินกิน” เมื่อได้ยินดังนั้นหลันฮวาจึงเบิกตากว้างในทันที
“แต่ว่า...”
“ไม่ต้องแต่หรอก...ให้สองพ่อลูกได้ชิมรสมือของเ้า ขาดเกินอย่างไร จะได้นำกลับมาปรับปรุงแก้ไขในภายหลัง” หลันฮวาไม่อาจกล่าวอ้างหรือโต้แย้งได้ จึงจำใจต้องทำตามที่ไป๋เยี่ยนเสนอมา
