ซูหลินช่างเร็วยิ่งนัก
เนี่ยเทียนยังไม่ทันตั้งตัว ซูหลินก็ลอดผ่านลูกปราณิญญาทั้งหมดเข้ามาใกล้เขาแล้ว
“ฟิ้วๆๆ!”
มีดจันทร์เสี้ยวมากมายที่เกิดจากพลังิญญาในร่างกายของซูหลิน ฟาดฟันเข้าใส่เนี่ยเทียนในพริบตาเดียว
“ฟั่บ! ฟั่บๆๆ!”
มีดจันทร์เสี้ยวที่ตวัดฟันมาทำให้เืเนื้อของเนี่ยเทียนเป็แผลเหวอะหวะ ร่างลอยกระเด็นไปร่วงลงด้านหลังอย่างแรง
เขาเพิ่งจะตั้งตัวได้ก็เห็นมีดจันทร์เสี้ยวที่มากกว่าเดิมเข้ามาโจมตีจากแปดทิศ
ซูหลินแห่งวิมาน์คล้ายิญญาสีฟ้าที่พุ่งแฉลบไปมาอย่างต่อเนื่องท่ามกลางแสงมีด
เส้นสายตาและพลังจิตของเนี่ยเทียนมิอาจเล็งไปที่ตัวนางได้ เห็นแค่เพียงมีดจันทร์เสี้ยวที่บินวนเต็มฟ้าซึ่งพกพาแสงจันทร์เย็นสบายหมายจะกลบทับร่างเขาให้มิด
เนี่ยเทียนที่ถูกโจมตีรุนแรงกะทันหันฝืนข่มกลั้นความเ็ป ถอยกรูดออกไปอย่างรวดเร็ว
เขารีบทิ้งระยะห่างออกจากซูหลิน
เวลานี้เขาถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าซูหลินนั้นแตกต่างจากอู๋หลิ่งอย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่าการต่อสู้ของซูหลินและเสวียนเข่อก่อนหน้านั้นนางยังไม่ได้ออกแรงเต็มที่
พอซูหลินร่ายร่างจำแลงดุจผีร้ายออกมา ลูกปราณิญญาที่เนี่ยเทียนสร้างขึ้นด้วยความยากลำบากก็คล้ายจะหมดสิ้นประสิทธิภาพไปทันที
เดิมทีเนี่ยเทียนวางแผนไว้ว่าจะใช้ลูกปราณิญญาเ่าั้มาะเิโจมตีซูหลินเช่นเดียวกับที่เคยทำต่ออู๋หลิ่ง ใช้ลูกปราณิญญามากมายไปเผาผลาญพลังงานของซูหลิน
รอจนซูหลินหมดแรงอ่อนล้าเช่นอู๋หลิ่งแล้ว เขาค่อยสร้างสนามแม่เหล็กยุ่งเหยิงขึ้นมาปกคลุมให้ซูหลินอยู่ภายใน
น่าเสียดายที่เมื่อเผชิญหน้ากับซูหลินที่ว่องไวประดุจสายฟ้า แผนการทุกอย่างของเขากลับใช้ไม่ได้ผลใดๆ
“จะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง”
ร่างของซูหลินที่ราวกับิญญาร้ายพลันหยุดชะงักกะทันหันในระยะห่างสิบเมตร มีดจันทร์เสี้ยวส่องประกายแสงสีเงินมากมายบินล้อมวนอยู่รอบกายนาง
มีดจันทร์เสี้ยวนั้นคล้ายจะกลายมาเป็พายุใบมีดซึ่งด้านในมีปราณดุดันที่สามารถดับทำลายทุกสรรพสิ่ง
ราวกับว่าหากพายุมีดนั้นเข้ามาปกคลุมร่างเนี่ยเทียนเมื่อไหร่ ร่างกายเนี่ยเทียนก็จะแหลกเหลวในพริบตา
“เ้าจงตัดเนื้อออกมาเช่นเสวียนเข่อ แล้วข้าจะปล่อยให้เ้ารอดชีวิตออกไปจากพระราชวังโบราณสะเก็ดดาว” ซูหลินสีหน้าเรียบเฉย อาภรณ์ของนางโบกสะบัด กล่าว “หากเ้ายังดึงดันไม่เลิกรา ก็อย่ามาโทษว่าข้าไม่เกรงใจ”
ระหว่างที่พูด พลังงานของพระจันทร์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมพลันไหลกรากออกมาจากพายุมีดแสงนั่น
“ไม่สอดคล้องกับหลักทั่วไปเลยสักนิด” เนี่ยเทียนแอบพึมพำหนึ่งประโยค
เขาไม่คิดว่าซูหลินที่มาจากวิมาน์จะเป็พวกจิตใจเมตตาขนาดนั้น อีกทั้งซูหลินก็ไม่รู้จักเขาแม้แต่นิด สำนักหลิงอวิ๋นของเขาเองก็ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับวิมาน์
ดูจากพลังอำนาจที่ซูหลินแสดงออกมาก่อนหน้านี้ หากนางยังคงร่ายเวทต่อไป เกรงว่าตนก็คงยากจะต้านทานได้
ทว่าซูหลินเอ่ยเกลี้ยกล่อมเขาั้แ่แรก หลังจากโจมตีเขาอย่างรุนแรงแล้วก็ยังพูดเกลี้ยกล่อมซ้ำอีก
เนี่ยเทียนไม่คิดว่าซูหลินจะให้เกียรติเขาเป็พิเศษ หากนางแข็งแกร่งอย่างที่พูดจริงก็ไม่จำเป็ต้องพูดอะไรให้มากความ
เนี่ยเทียนแอบรู้สึกว่าบางทีซูหลิน...อาจจะไม่ได้พูดจากใจจริง
“หรือว่าการต่อสู้ระหว่างนางและเสวียนเข่อ จริงๆ แล้วนางเองก็าเ็ไม่น้อยเหมือนกัน? หรือจะพูดอีกอย่างก็คือพลังงานที่นางสูญเสียไปมีมากกว่าที่ตัวนางรู้?”
“หลังจากที่การต่อสู้ของนางและเสวียนเข่อสิ้นสุดลง นางก็กินยาลงไปสามเม็ดทันที ยาสามเม็ดนั่นน่าจะใช้เวลาในการหลอมละลาย”
“หรือว่านางก็แค่ทำให้ดูเข้มแข็งแต่ภายในนั้นอ่อนแอ?”
เนี่ยเทียนจ้องเขม็งไปที่ซูหลิน ครุ่นคิดอย่างละเอียด แล้วก็นึกได้อีกเื่หนึ่ง
ตอนที่ซูหลินต่อกรกับเขา นางไม่ได้ใช้เวทลับใดๆ เลยแม้แต่นิดเดียว!
ตอนที่เขาต่อสู้กับอู๋หลิ่ง แค่อู๋หลิ่งใช้มนต์ดำแห่งพลังจิตจากตาปีศาจบนมีดยาวก็ทำให้เขาแทบจะพ่ายแพ้ในพริบตาเดียว
เป็เพราะเขาเอายันต์วิเศษที่อาจารย์มอบให้ออกมา ถึงพอจะต้านทานพลังจิตที่ชั่วร้ายของอู๋หลิ่งและรอดชีวิตมาได้
ตอนนั้นซูหลินและเสวียนเข่อต่างก็เป็ผู้ชม
ซูหลินน่าจะมองออกแต่แรกแล้วว่าแม้เขาจะมีพลังจิตที่ไม่อ่อนด้อย ทว่ากลับไม่เชี่ยวชาญในการใช้เวทลับทางพลังจิต
ด้วยความฉลาดของซูหลิน คิดจะสังหารเขาอย่างรวดเร็ว หากใช้เวทลับทางพลังจิตอย่างอู๋หลิ่งก็ถือเป็ทางลัดที่ยุติทุกอย่างได้เร็วที่สุด
อีกทั้งการต่อสู้ของนางกับเสวียนเข่อเมื่อครู่นี้ทำให้เนี่ยเทียนรู้ว่าเวทลับทางพลังจิตของนางอาจจะร้ายกาจเสียยิ่งกว่าอู๋หลิ่งด้วยซ้ำ
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ซูหลินไม่ได้ใช้เวทลับทางพลังจิตซึ่งเป็วิธีที่รวดเร็วที่สุดมาต่อกรกับเขา กลับเลือกที่จะใช้มีดแสงจันทร์แทน...
“การต่อสู้ทางพลังจิตของนางและเสวียนเข่อคงสูญเสียพลังจิตไปเยอะมาก หรืออาจถึงขั้นจิติญญาได้รับาเ็ด้วยซ้ำ!”
“มีแค่แบบนี้เท่านั้นนางถึงได้ไม่คิดจะใช้เวทพลังจิตง่ายๆ มาโจมตี แต่ใช้พลังิญญามาแปลงเป็มีดจันทร์เสี้ยวแทน!”
“ยาสามเม็ดนั่นก็น่าจะใช้บำรุงจิติญญา นางพูดเกลี้ยกล่อมหลายครั้ง บางทีก็แค่เพื่อให้ยาสามเม็ดนั้นหลอมละลาย ทำให้อาการาเ็ของจิติญญานางคงตัวมากขึ้น!”
ความคิดเชื่อมโยงกันเป็สายวาบผ่านสมองของเนี่ยเทียน เขาจึงมีทิศทางขึ้นมาโดยพลัน
“ไม่ต้องเกรงใจ! โปรดฆ่าข้าได้เลย!”
เนี่ยเทียนแสยะปากหัวเราะอย่างโอหัง พริบตาเดียวก็รวบรวมพลังจิตจ้องเขม็งไปที่ดวงตาของซูหลิน
ครู่เดียว พลังจิตทั้งหมดที่เขารวบรวมขึ้นก็แทรกซึมเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญาของซูหลินได้อย่างง่ายดายจนเขาเองยังรู้สึกเหลือเชื่อ
โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใดก็ตามที่มีเวทลับพลังจิตจะต้องมีการป้องกันการโจมตีทางพลังจิตทันที
ต่อให้เป็เขาเองที่ไม่เข้าใจเวทลับพลังจิตเท่าใดนักก็ยังใช้พลังจิตสร้างม่านกำบังขึ้นมาหลายชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูรุกรานเข้ามา
ซูหลินเป็ถึงศิษย์ผู้ทรงเกียรติของอาณาจักรเสวียนเทียน การต่อสู้กับเสวียนเข่อเมื่อครู่นี้ก็ได้พิสูจน์ถึงความไม่ธรรมดาของนางแล้ว นางก็ไม่น่าจะปล่อยให้พลังจิตของตนลอดทะลุเข้าไปได้ง่ายขนาดนี้
แต่นี่เขากลับโจมตีเข้าไปยังมหาสมุทรจิติญญาของซูหลินได้อย่างง่ายดาย!
ขณะที่ซูหลินสังเกตเห็นการกระทำของเขา นางที่สงบสุขุมมาตลอดเวลา มาบัดนี้ั์ตาได้ฉายชัดให้เห็นถึงความตะลึงและลนลาน
ดูเหมือนว่าสิ่งที่ซูหลินไม่้าพบเจอมากที่สุดก็คือการโจมตีทางพลังจิตที่เนี่ยเทียนมีต่อนาง ต่อให้สำหรับนางแล้ว การโจมตีทางพลังจิตของเนี่ยเทียนจะเป็เื่ที่น่าตลกเพียงใดก็ตาม
“เป็จริงดังคาดเสียด้วย!”
พอกระแสจิตของเนี่ยเทียนเข้าไปในมหาสมุทรจิติญญาของซูหลินได้ ใจเขาก็พลันฮึกเหิมขึ้นมาทันที
สิ่งแรกที่เขามองเห็นในมหาสมุทรจิติญญาของซูหลินก็คือเกาะน้ำแข็งสามแห่งที่ล่องลอยอยู่!
เกาะน้ำแข็งสามแห่งนั้นเกิดจากการรวมตัวกันของพลังจิตเสวียนเข่อ มันปลดปล่อยความเย็นบาดลึกถึงกระดูกอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาของซูหลิน และกำลังทำลายมหาสมุทรจิติญญาของนางอย่างต่อเนื่อง
ในมหาสมุทรจิติญญาของซูหลิน พระจันทร์เย็นกระจ่างหลายดวงลอยอยู่เหนือเกาะน้ำแข็งทั้งสาม
แสงจันทร์หลายกลุ่มสาดส่องลงมาฟาดฟันที่เกาะน้ำแข็งทั้งสามอย่างต่อเนื่อง หมายจะทำลายให้เกาะน้ำแข็งสลายไปทีละนิด
“การต่อสู้ระหว่างนางกับเสวียนเข่อ อาจจะทำร้ายเสวียนเข่อได้สาหัสกว่า ดังนั้นเสวียนเข่อจึงเลือกที่จะถอยออกไป!”
“ทว่าพลังจิตที่มีปราณหนาวเย็นของเสวียนเข่อเองก็ได้แปลงมาเป็เกาะน้ำแข็งสามแห่งอยู่ในมหาสมุทรจิติญญาของนาง ด้วยศักยภาพของซูหลิน เมื่อกินยาสามเม็ดนั้นลงไปแล้ว อีกไม่นานเท่าไหร่ก็น่าจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แบบและทำลายเกาะน้ำแข็งพลังจิตที่เสวียนเข่อทิ้งไว้ได้หมด!”
“เพียงแต่ว่าพลังของข้าเองก็ฟื้นตัวขึ้นมาหมดแล้วเช่นกัน”
“นางรู้ว่าอันที่จริงแล้วนางไม่สมควรเปิดฉากการต่อสู้ทันที เพราะในมหาสมุทรจิติญญาของนางยังมีเกาะน้ำแข็งสามเกาะดำรงอยู่ นี่จะทำให้นางมิอาจร่ายใช้วิชาที่ร้ายกาจได้ เวทลับพลังจิตที่นางถนัดก็จำเป็ต้องตีให้เกาะน้ำแข็งทั้งสามแตกทลายลงไปก่อนถึงจะใช้ได้ นางจำเป็ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว!”
“ที่นางพูดมาก ยอมเสียเวลามาเกลี้ยกล่อมข้า มองดูแล้วเหมือนแข็งแกร่ง ทว่าความจริงแล้วนางก็แค่พยายามถ่วงเวลาเพื่อให้ตัวเองฟื้นตัวก็เท่านั้น!”
เนี่ยเทียนเข้าใจความคิดของซูหลินได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
-----
