เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ไม่แยแสแต่คุ้นเคย หวงหลิงซูสะดุ้งโหยงด้วยแววตาเป็ประกาย
เมื่อสังเกตเห็นั์ตาสีเืหัวใจของนางแทบจะะโโลดเต้น
ปรากฏว่าบุคคลที่นางอยากจะเจอะเจอกลับมาปรากฏตัวขึ้นต่อหน้านางในยามนี้
ร่างสวมหน้ากากไหมพยักหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะค่อยๆก้าวเข้าไปภายในห้องราวกับว่าเดินอยู่ในสวนหลังบ้านอย่างไรอย่างนั้น
"ชริ้ง!"
จู่ๆกระบี่สีเงินส่องประกายปรากฏในมือหวงเทียนลู่อย่างฉับพลัน มันถอยร่นออกไปห้าก้าวก่อนจะตั้งท่าตระเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า "เ้าเข้ามาได้อย่างไร!?"
ร่างสีดำผายมือเล็กน้อยก่อนจะอธิบายอย่างไม่ใส่ใจ "ถามโง่ๆ สองคนที่เฝ้าประตูนั้นอ่อนแอเกินไป ข้าแค่ขยับมือเล็กน้อยก็สามารถเข้ามาได้แล้ว"
มุมปากของหวงเทียนลู่กระตุกอย่างหนัก ใบหน้าของมันเคร่งเครียดราวกับกำลังไตร่ตรองอยู่ว่าร่างสีดำที่เพิ่งจะเข้ามานี้เป็มิตรหรือศัตรู
เห็นได้ชัดว่าแค่จุดประสงค์การมาถึงและโจมตีองครักษ์ของเมืองเทียนเฟิงนับว่ามีความผิดแล้ว แต่ร่างสีดำกลับเดินเข้ามาอย่างไร้ยางอายหลังจากจู่โจมองครักษ์ทั้งสอง
แม้แต่หวงเทียนลู่ก็มิอาจคาดเดาวัตถุประสงค์การมาเยือนของร่างนั้นได้ ซ้ำแล้วมันไม่เคยได้ยินว่ามีคนบ้าดีเดือดเช่นนี้มาก่อน
ทำร้ายองครักษ์และเดินเข้ามาอย่างหน้าตาเฉย? เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกินขี้นมาก่อน
ดวงตาสีเือันน่าหลงใหลจดจ้องไปยังหวงหลิงซู จนนางที่เผลอสบตากลับมาก็อดไม่ได้ที่จะก้มหน้าลงอย่างเหนียมอาย
หวงเทียนลู่ยังไม่ลดการป้องกัน มันขมวดคิ้วชนกันพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงขรึงขรัง "เ้ากล้าบุกรุกเข้ามาห้องส่วนตัวของตระกูลหวงอย่างอุกอาจ เ้าไม่กลัวว่าข้าจะลงมือสังหารเ้างั้นรึ!?"
ร่างนั้นเปล่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอ "ฮี่ฮี่ฮี่ฮี่ เ้าเฒ่า เ้าประเมินตัวเองสูงเกินไป"
แม้นเขาจะกล่าวอย่างไม่สุภาพ แต่หวงเทียนลู่พยายามมองเข้าไปในดวงตาหมายจะคาดเดาจุดประสงค์และอารมณ์ผ่านรูม่านที่ฉายออกมา
แต่สิ่งที่มันพบเห็นกลับเป็ั์ตาสีแดงที่ส่องแสงชั่วร้ายดุจมารนรก! ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องทุกข์ทรมานของผู้คนนับหมื่นในเวลาเดียวกัน
ดวงตาคู่นั้นไร้ความหวั่นเกรง มีเพียงแต่ความอำมหิตซุ่มซ่อนอยู่!
หวงเทียนลู่จำต้องหลบสายไปชั่วครู่เพราะมิอาจต้านทานจิตสังหารและจิตใจที่ชั่วร้ายได้ไหว จนเหงื่อเย็นๆไหลผ่านกลางหลัง
'ใช่มันจริงๆ บุคคลที่หลิงซูกล่าวถึง ไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดนางจึงดูเทิดทูนมันถึงเพียงนี้ ปรากฏว่าคนผู้นี้เป็เครื่องจักรสังหารที่แท้จริง'
ไม่ว่าจะทำอย่างไรมันมิอาจมองผ่านวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของไป๋เฉินได้
ร่างสีดำสวมหน้ากากไหมค่อยๆก้าวเข้ามาภายในห้องส่วนตัวอย่างไม่เร่งรีบหลบร่างกำยำที่ปิดกั้นเส้นทางไว้อย่างเรียบง่าย ด้วยการสะบัดอาภรณ์เบาๆก่อนจะตัดสินใจนั่งลงเก้าอี้เดียวกันกับหวงหลิงซูอย่างไม่เกรงกลัว
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าร่างสีดำที่มาถึงนั้นคือไป๋เฉิน!
หลังจากออกจากห้องโถงใหญ่ตระกูลฉิน เขาจำต้องตัดสินใจแทรกซึมเข้าสู่กลุ่มของเมืองเทียนเฟิงเพื่อสืบหาข้อมูลตื้นลึกหนาบาง
ในเมื่อโอกาสมาถึงแล้ว เขาจะไม่คว้ามันได้อย่างไร?
ั้แ่ไป๋เฉินตระหนักได้ว่าหวงหลิงซูคือผู้นำกองโจรมายา เขาก็ได้ตัดสินใจใช้ความสัมพันธ์นี้ในการสืบหาข้อมูลที่พวกเขาอยากจะรู้ไปโดยพลัน
แม้นแผนการขั้นต่อไปจะยังว่างเปล่าไร้ทิศทางและยังมิอาจตัดสินใจได้ แต่อย่างไรเขาจำต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายที่ไป๋เฉินคนเก่าทิ้งไว้
ดวงตาสีเืของไป๋เฉินเบือนไปยังหวงหลิงซู ก่อนจะเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงไพเราะเสนาะหู "พวกเราเจอกันอีกแล้ว"
"ผะ-ผู้าุโ" หวงหลิงซูแลดูอ้ำอึ้งๆเคอะเขินราวกับไม่กล้าจะสบตา
ไป๋เฉินอดไม่ได้ที่จะยิ้มเล็กยิ้มน้อย แต่เมื่อเขาพยายามเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชา ปลายกระบี่สีเงินพลันปรากฏตรงหน้า
เขาเงยหน้าขึ้นมองเ้าของกระบี่ซึ่งนั่นคือหวงเทียนลู่ มันกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "เ้ามีจุดประสงค์อะไร?"
ไป๋เฉินดึงมือกลับด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ "ให้ข้าดื่มชาสักถ้วยก่อนไม่ได้หรือไร?"
สีหน้าของหวงเทียนลู่ยังคงถมึงทึง กระบี่สีเงินยังคงชี้ตรงไปยังไป๋เฉินด้วยแววตาจริงจัง
ไป๋เฉินที่เห็นเช่นนั้นก็ถอนหายใจ "เช่นนั้นข้าจะไม่ตีรอบพุ่มไม้... จุดประสงค์ของข้าคือการทำธุรกิจในเมืองเทียนเฟิง ในเมื่อพวกเ้ามาแล้ว ข้าคิดว่าข้าควรจะผ่านการรับรองจากพวกเ้าง่ายกว่า"
หลังจากหวงเทียนลู่ได้ยินเช่นนั้น มันจึงกล่าวอย่างเยาะเย้ย "โอ้? นั่นหมายความว่าที่เ้าช่วยหลิงซู ก็เพราะ้าผลประโยชน์จากเมืองเทียนเฟิงงั้นรึ?"
แต่ไป๋เฉินโต้เถียงกลับทันควัน "หากข้ารู้ว่านางเป็บุคคลจากคฤหาสน์เ้าเมือง ข้าควรจะพูดคุยกับนางั้แ่ตอนนั้นไม่ง่ายกว่าหรือ? ข้าจะเสียเวลาคุยกับชราอย่างเ้าให้ได้อะไรขึ้นมา"
ไป๋เฉินถอนหายใจและอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า "คนโง่ก็ยังเป็คนโง่อยู่วันยังค่ำ…"
"เ้า!" หวงเทียนลู่เริ่มที่จะเดือดดาล มันตัดสินใจกวัดแกว่งกระบี่สีเงินฟาดฟันไปยังไป๋เฉินอย่างโเี้!
"ท่านลุง!" หวงหลิงซูที่เห็นเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะกรีดร้องอย่างตื่นตระหนก
แสงสีเืส่องประกายผ่านรูม่านตาอย่างฉับพลัน มือขวาหายวับไปจากทัศนวิสัยด้วยเสียงลมหวีด 'พรึ่บ!'
ในชั่วพริบตากริชสีดำพลันปรากฏขึ้นที่ต้นคอของหวงเทียนลู่ห่างเพียงไม่ถึง 5 เิเ!
กระบี่สีเงินที่กำลังจะเคลื่อนไหวกลางอากาศกลับขาดสะบั้นเป็สองท่อนตามเส้นทางเคลื่อนไหวของกริชในเวลาต่อมา
หวงเทียนลู่อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอย่างหวาดกลัว
'เร็วเกินไป!'
'ช่างเฉียบแหลมอะไรเยี่ยงนี้'
ต้องบอกว่าหวงเทียนลู่ประเมินไป๋เฉินต่ำเกินไป เพราะเขามิได้ใช้พลังปราณในการเคลื่อนไหว หากจะเปรียบเทียบการเคลื่อนไหวปกติโดยไม่ใช้พลังปราณแล้ว ไป๋เฉินย่อมอยู่เหนือกว่าหลายขุม
ซ้ำแล้วมันยังไม่สามารถมองผ่านเส้นทางการเคลื่อนไหวของกริชได้ด้วยซ้ำ พอรู้ตัวอีกทีกริชสีดำทมึนดุจดั่งพญามัจจุราชก็จ่อที่คอของมันแล้ว!
หากไป๋เฉินปรับเปลี่ยนวิถีเคลื่อนไหวแม้นเพียงเล็กน้อย ก็หมายถึงความตายของมัน!
ราวกับว่าไป๋เฉินมองผ่านการกระทำหวงเทียนลู่ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เขาจึงกล่าวในลักษณะเย้ยเยาะ "เ้า้าทดสอบฝีมือของข้ามิใช่หรือ? เ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"
หวงเทียนลู่อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวจากก้นบึ้ง
บุคคลที่สามารถมองผ่านความคิดของบุคคลได้เช่นนี้ย่อมเป็ตัวอันตรายที่ไม่ว่าอย่างไรก็มิได้รับอนุญาตให้มีชีวิตอยู่หากมิได้อยู่ฝั่งเดียวกับมัน!
บรรยากาศภายในห้องเงียบงัน แม้แต่หวงหลิงกงและหวงหลิงซูยังไม่กล้าที่จะหายใจแรง
ั้แ่ไป๋เฉินปรากฏตัวขึ้นจะเห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ทางฝั่งของหวงเทียนลู่เป็รองมาโดยตลอด
ยิ่งคำพูดคำจาไม่แยแสนั่นแล้ว บ่งบอกได้ว่าไป๋เฉินมิได้มีความกลัวต่อหวงเทียนลู่แม้แต่น้อย
หวงเทียนลู่ตัดสินใจกล่าวชักชวนหลังจากไตร่ตรองเพียงชั่วครู่ "ข้าจะอนุญาตก็ต่อเมื่อเ้ามาทำงานภายใต้อาณัติของตระกูลหวง... เ้าสนใจหรือไม่?"
หากพวกเขามีร่างสีดำนี้อยู่ ย่อมเป็ประโยชน์อย่างยิ่งต่อเมืองเทียนเฟิง
แต่ไป๋เฉินสะบัดข้อมือกลับคืน กริขสีดำพลันมลายหายไปดุจดั่งเงา ก่อนที่เขาจะกล่าวว่า "ข้าไม่สนใจ ข้า้าสร้างกองกำลังขึ้นมาใหม่โดยไม่อยู่ใต้อาณัติใครและจะต้องไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ยากจะตัดสินใจ แน่นอนว่าหากเ้าไม่รับข้อเสนอ ข้าจะยังคงอยู่ในเมืองเทียนหยุนต่อไป...ข้าเชื่อว่าเ้าคงไม่้าให้เกิดอย่างหลังเป็แน่"
ประโยคสุดท้ายของไป๋เฉินเป็คำขู่อย่างเห็นได้ชัด เขารู้อยู่แล้วว่ากลุ่มของเมืองเทียนเฟิงย่อมไม่้าให้เขาอยู่ที่เมืองเทียนหยุนและเป็กองกำลังซ่อนเร้นที่น่าสะพรึงกลัว
ยิ่งหวงเทียนลู่ได้ัักับฝีมือของไป๋เฉินด้วยตัวของมันเองแล้ว การปฏิเสธข้อเสนอของไป๋เฉินก็เท่ากับการเพิ่มความแข็งแกร่งที่ไม่รู้จักเข้าสู่เมืองเทียนหยุนต่อไป
แน่นอนว่าเมืองเทียนเฟิงย่อมไม่้าให้เกิดเช่นนั้นขึ้น!
หวงเทียนลู่ตัดสินใจนั่งลงตรงกันข้ามในขณะลูบคางพลางไตร่ตรอง
หากไป๋เฉินกล้าที่จะเข้ามาในสถานที่ปิดและกล้าจะต่อรองในลักษณะเป็ต่อ นั่นหมายความว่าไป๋เฉินมีความมั่นใจอย่างยิ่งในการหลีกหนีจากสถานการณ์อันตรายนี้ได้
ไป๋เฉินไม่แสดงความกลัว สายตาที่มองไปยังหวงเทียนลู่ราวกับกำลังมองมดต่ำต้อย ซ้ำแล้วด้วยวิธีคิดของไป๋เฉินทำให้หวงเทียนลู่ระแวดระวังในทุกฝีก้าว
ั้แ่เริ่มเข้ามาไป๋เฉินได้ทำให้ตัวเองอยู่ในสภาวะถือไพ่เหนือกว่า ซ้ำแล้วหลักจิตวิทยาของไป๋เฉินส่งผลให้หวงเทียนลู่จำต้องคิดหน้าคิดหลังอย่างรอบคอบก่อนจะลงมือหรือเอ่ยวาจาออกมา
จะกล่าวได้ว่าหวงเทียนลู่สูญเสียความมั่นใจในการใช้วิธีการที่รุนแรงกับไป๋เฉินไปโดยสิ้นเชิง
โดยหารู้ไม่ว่าไป๋เฉินกำลังเล่นอยู่กับโชคชะตาโดยการเดิมพันครั้งใหญ่!
ถ้าหากหวงเทียนลู่้าจะสังหารเขาเสียที่นี่โดยไม่สนใจเหตุผล แผนการทุกอย่างก็จะจบลงทันทีโดยที่ไป๋เฉินจะตายตกไปโดยเปล่าประโยชน์...
