“อย่างน้อยชะตาของข้าก็ไม่มืดบอดเกินไปนัก ข้ามิได้อยู่ตัวคนเดียวบนแดน์ ข้ายังมีศิษย์พี่ที่รักและเมตตาข้าไม่ต่างจากอาจารย์หญิง” อิงอิงได้ยินดังนั้นจึงเผยยิ้มออกมา
“ห้ามร้องไห้ หากผู้ใดมาเห็นเข้า จักสงสัยเอาได้ว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นเกินกว่าปกติ ยิ่งกว่านั้นข้ามิอยากให้องค์หญิงฟางเหนียงรับรู้ว่าเรามาจากสำนักเดียวกัน จริงสิหนิงเอ๋อ องค์ชายรองดูแลเ้าดีฤาไม่ แล้วเหตุใดเ้าจึงกลับมาตามลำพัง” อิงอิงถามด้วยความอยากรู้ ก่อนหนิงเอ๋อจะเดินเข้าไปหยิบขนมหนึ่งชิ้นจากถ้วย แล้วใส่เข้าปากพลางอธิบายช้า ๆ
“องค์ชายรองดูแลข้าดีมาก เขาโทษว่าที่ข้าาเ็นั้น เป็ความผิดของเขา จึงไถ่โทษด้วยการดูแลข้าอย่างดี ส่วนที่ข้ามาตำหนักตำไท่จือ นั่นเพราะข้าอยากมาหาพี่อิงอิง ข้าไม่อยากอยู่ตำหนักขององค์ชายรอง จึงแอบหนีมา” แววตาใสซื่อของหนิงเอ๋อตอบอิงอิงไปอย่างเดียงสา ก่อนอีกฝ่ายจะเบิกตากว้างด้วยความใ
“เ้า เ้าหนีองค์ชายรองมางั้นฤา”
“อื้อ” เซียนน้อยพยักหน้าพลางทำตากลมแป๋ว
“เ้านะเ้า ทั่วทั้งแดน์มีใครบ้างไม่เกรงกลัวอำนาจขององค์ชายรอง แต่เ้ากล้าหนีองค์ชายรอง โอรสแห่ง์กลับตำหนักไท่จือ โดยไม่ล่ำลาบอกกล่าวองค์ชายรองสักคำ เป็การกระทำผิดต่อธรรมเนียมโดยแท้จริง” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้น จึงรีบกลืนขนมลงคอ
“ข้าแค่อยากกลับมาหาพี่อิงอิงเท่านั้นเอง”
“หากองค์ชายรองไม่พอพระทัยขึ้นมา เ้าโดนทำโทษแน่ ๆ”
“ทำโทษโดยการส่งข้ากลับสำนักิเซียน ข้าย่อมยินดี จะได้กลับไปหาอาจารย์หญิงของข้า” นางยังทำท่าไม่สะท้าน ก่อนจะปล่อยยิ้ม เมื่อเห็นอีกฝ่ายยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความกลัดกลุ้ม
“พี่อิงอิงอย่าได้วิตกไปเลย องค์ชายรองไม่ได้ใส่ใจข้าถึงเพียงนั้น หากเขารู้ความจริงจากเซียนรับใช้ ว่าข้ามาที่ตำหนักไท่จือ ก็คงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร” สายตาของอิงอิงจับจ้องมองมายังหนิงเอ๋อ แล้วจับมือแน่น ก่อนตัดสินใจพูดบางอย่างออกมา
“นับจากนี้เป็ต้นไป หากมีเื่อันใดทุกข์ใจ เ้าต้องบอกข้าทุกเื่ห้ามปิดบัง การขึ้นเป็ตำแหน่งชายานั้นไม่ใช่เื่ง่าย เ้าจะเป็ที่จับตามองจากเทพทุกองค์บน์ แม้ทำผิดกฎโทษจะมากกว่าผู้อื่นหลายเท่านัก อย่าทำอะไรตามใจตัวเองเหมือนเช่นครั้งนี้อีก เข้าใจฤาไม่”
“ข้าเข้าใจแล้ว” หญิงสาวพยักหน้ารับพลางหันไปยังขนมแล้วหยิบใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย ภายใต้ความหนักใจของอิงอิง ที่อยู่ ๆ ก็รู้สึกเป็ห่วงหนิงเอ๋อขึ้นมาจับใจ
หลังจากเทพแห่งชะตากลับขึ้นสู่แดน์ ก็ถูกาา์เรียกพบทันที
“ทูลฝ่าา ข้าเทพแห่งชะตากลับจากแดนมนุษย์แล้ว มีเื่ด่วนอันใด ทำให้พระองค์ร้อนพระทัยถึงขนาดเรียกพบข้าโดยด่วนเช่นนี้” เทพแห่งชะตาน้อมกายลงเคารพ ก่อนเสียงถอนหายใจของาา์จะดังขึ้น พร้อมเดินไปนังยังบัลลังก์หยกพลางทอดสายตามองตรงมายังเทพแห่งชะตา
“เทพแห่งชะตา..นับจากท่านได้รับตำแหน่ง ข้าไม่เคยบังคับให้ท่านเผยชะตาของผู้ใด แต่ยามนี้ข้าทุกข์ใจเหลือเกิน ย้อนกลับหลายหมื่นปีก่อน ราชธิดาของข้าปฏิเสธที่จะอยู่แดน์ ครานั้น..ข้ายังไม่ทุกข์ใจเท่าครั้งนี้ ท่านบอกข้าได้ฤาไม่ ว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทควรเป็ของผู้ใด” สิ้นเสียงของาา์ เทพแห่งชะตาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง
“ข้าไม่สามารถเผยชะตาของผู้ใดได้ ขอได้โปรดทรงเข้าพระทัยด้วย”
“ยามนี้ลู่จินกำลังคิดการใหญ่ เขากำลังจะปฏิเสธตำแหน่งองค์รัชทายาท เช่นนี้แล้วท่านคิดว่าควรใจเย็นอยู่ฤาไม่” เทพแห่งชะตานิ่งเงียบไม่ตอบโต้ ก่อนาา์แน่ใจแล้วว่า เขาไม่สามารถทำให้เทพแห่งชะตาเผยความลับออกมาได้ จึงจำใจพูดบางอย่างออกมา
“หากท่านไม่เผยชะตาในการณ์ข้างหน้า ท่านช่วยเมตตาแนะนำข้าได้ฤาไม่ ว่าข้าควรจัดการเื่นี้อย่างไร จึงจะทำให้แดน์ไม่ขาดองค์รัชทายาทผู้สืบทอดบัลลังก์” เทพแห่งชะตาน้อมกายลง แล้วนิ่งเงียบเพื่อทบทวนบางอย่าง
“ข้ามิอาจบอกได้ ว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทควรเป็ของผู้ใด แต่หากองค์ชายลู่จินจะสละตำแหน่ง ขอพระองค์อย่าขัดขวาง เพราะนั่นจะยิ่งทำให้แดน์ปั่นป่วนยากแก้ไข”
“เช่นนั้น หากข้าใช้อำนาจสูงสุดบังคับลู่จิน แดน์รับผลกระทบมากมาย แล้วข้าควรทำเช่นไร”
“พระองค์เพียงแค่ประทับอยู่เฉย ๆ กำหนดการต่าง ๆ ที่วางไว้ ให้เป็ไปตามลำดับเดิมมิต้องแก้ไข เมื่อพิธีแต่งตั้งชายาองค์ชายรองเสร็จสิ้น ถึงตอนนั้นพระองค์ก็จะทราบเองว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทคือผู้ใด” าา์ได้ยินดังนั้นจึงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ
“แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร” เทพแห่งชะตายกยิ้ม แล้วนิ่งเงียบไปไม่ตอบคำถาม
การแต่งตั้งชายาขององค์ชายรอง ได้ตราไว้ขึ้นพร้อมเทียบเชิญจำนวนมาก ทยอยส่งไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อประกาศถึงกำหนดการในพิธียิ่งใหญ่ของแดน์ องค์หญิงฟางเหนียงเลื่อนสายตาอ่านรายละเอียดทุกตัวอักษร พร้อมมือบางสั่นไหวเมื่อเห็นกำหนดการแต่งตั้งชายาขึ้นมาเคียงคู่องค์ชายรองไว้อย่างชัดเจน
“เหตุใดจึงรวดเร็วเพียงนี้” ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผิดหวัง ขณะที่อิงอิงก้มหน้าลงไม่ออกความเห็น ปล่อยให้นางจมดิ่งอยู่กับความเสียใจในเส้นทางที่เลือกเดิน
“ข้าขอกอดเ้าหน่อยได้ฤาไม่” ใบหน้าสวยหันมายังเซียนรับใช้ ก่อนอิงอิงจะพยักหน้า แล้วปล่อยให้ฟางเหนียงเอนกายสวมกอด
“องค์หญิงเ็ปมากมายเพียงนี้ แน่แล้วฤาเพคะ ที่จะปล่อยองค์ชายรองไป”
“ข้าจำต้องปล่อย”
“มีอะไรสำคัญมากกว่าความรักที่ท่านทั้งสองให้กันอีกฤาเพคะ” คำถามของอิงอิงทำให้ฟางเหนียงได้สติ พลางปาดน้ำตาออก แล้วถอนกอดออกจากอีกฝ่ายด้วยท่าทางราบเรียบ
