ก่อเื่ใต้จมูกศัตรู ช่างเร้าใจ!
เสิ่นม่านเก็บแผนที่ รอจนสองคนนั้นกลับมา จากนั้นวาดยันต์ลายยึกยือสองใบและไล่สองหนุ่มที่ตื่นเต้นดีใจออกไป แล้วตั้งใจออกไปเดินเล่น
จะได้ไปดูสิว่าหนิงโม่กำลังแฝงตัวอยู่ตรงไหนและมีอันตรายหรือไม่
ไม่สิ ว่ากันตามตรง ด้วยฝีมือของเขา คงต้องดูว่าเหล่าพี่น้องในค่ายโจรมีอันตรายหรือไม่
ต้องมีคนเดินตามหลังราวกับหางสุนัขสองคน เสิ่นม่านถึงสามารถออกจากที่พักได้ นางเดินวนอยู่ในค่ายอย่างเบื่อหน่าย และตอนที่เลี้ยวไปทางครัว พ่อครัวด้านในกำลังก่อไฟทำอาหาร โรคบ้างานของนางกำเริบ
เสิ่นม่านพุ่งตัวเข้าไป “ทำอะไรกัน?”
เสิ่นม่านดมกลิ่นในครัว เอ่อ… เหม็นคาวเหลือเกิน
นางขมวดคิ้วและเดินไปหน้าเตา พ่อครัวที่สวมผ้ากันเปื้อนก้มศีรษะโน้มตัวคำนับนาง
“เทพธิดาหลิน ท่านมาที่ห้องครัวมีธุระอันใดหรือ?”
เสิ่นม่านกำมือวางตรงจมูก นางแสร้งกระแอมสองที “ไม่มีอะไร แค่เข้ามาดูว่าอาหารของค่ายโจรเป็อย่างไร”
เมื่อพ่อครัวได้ยินก็พานางไปหน้าเขียงและชี้ไปยังหัวหมูป่าครึ่งซีก แล้วเอ่ย
“นี่คือหมูป่าที่พี่น้องเราจับมาได้จากหลังเขาวันนี้ ครึ่งหนึ่งข้านำมาตุ๋นกับหัวไชเท้า ส่วนที่เหลือ หัวหน้าใหญ่บอกให้นำมาย่างกินเพื่อฉลองที่เรากำลังจะมีฮูหยินหัวหน้าโจร!”
ฮูหยินหัวหน้าโจร?
“ฮูหยินหัวหน้าโจร? ไฉนข้าจึงไม่เคยได้ยินว่าค่ายโจรยังมีฮูหยินหัวหน้าโจรด้วย?”
พ่อครัวเองก็ไม่ทราบ จึงได้แต่เกาศีรษะ “คงคัดเลือกจากบรรดาหญิงสาวที่พากลับมากระมัง?”
“เมื่อวานหัวหน้ารองพาหญิงสาวไปส่งที่ห้องของหัวหน้าใหญ่ วันนี้ก็มาบอกกับข้าว่าให้ทำหมูย่างไว้เป็กับแกล้ม กลางคืนจะได้ให้หัวหน้าใหญ่กินแล้วค่อยเข้าห้องหอ”
เสิ่นม่าน “…”
สัตว์เดรัจฉาน บรรดาหญิงสาวที่ลักพาตัวมา อายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำ เจี่ยต้าหลงอายุใกล้จะห้าสิบ ยังอยากเป็วัวแก่เคี้ยวหญ้าอ่อนอีกหรือ?
ไม่กลัวฟันจะโยกหรือ! สัตว์เดรัจฉาน!
เสิ่นม่านไม่มีแก่ใจดูในครัวแล้ว นางเดินออกไปด้วยท่าทางเดือดดาล ขณะที่ไม่รู้ว่าตนเดินไปทางไหน ก็ได้กลิ่นเครื่องหอมที่ฉุนเตะจมูก เสิ่นม่านจามหนึ่งทีและมองเห็นร่างงามอ่อนช้อยเดินเยื้องย่างมาทางนางช้าๆ
คนเราเวลาดวงซวย เจอใครก็ซวยหมด!
เสิ่นม่านแอบมองจางซิ่วอวิ๋นนิ่งๆ จากนั้นหันหน้าเดินจากไป แต่อีกฝ่ายกลับเรียกนางไว้
“เทพธิดาหลิน?”
เสิ่นม่านเดินเร็วกว่าเดิม จางซิ่วอวิ๋นไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ วิ่งเหยาะๆ ตามหลังมา ทรวงอกของนางกระเพื่อม ยืนหายใจหอบตรงหน้านาง
“วิ่งทำไม เ้าหูหนวกหรือไร? ข้าเรียกเ้าเสียงดังเช่นนั้น แต่เ้ากลับไม่ได้ยิน”
เสิ่นม่านแสร้งทำท่าทีประหลาดใจและกดเสียงต่ำเอ่ย “หืม? เ้าเรียกข้าหรือ? ขออภัยแม่นาง ข้าไม่ได้ยิน”
จางซิ่วอวิ๋นสำรวจนางหัวจรดเท้าอยู่สามรอบ ดวงตาลุกเป็ไฟ มิน่านายท่านของนางเอาแต่พึมพำชื่อนางแพศยานี่ทั้งคืน ใบหน้าราวกับนางจิ้งจอกล่มเมือง ทำเอานางริษยาจนดวงตาแทบลุกเป็ไฟ!
นางแอบกัดฟันกรอด จางซิ่วอวิ๋นเผยรอยยิ้มจอมปลอมและเอ่ยอย่างเ็า
“เทพธิดา ได้ยินว่าเ้าจับชีพจรทำนายชะตาได้ หรือไม่ลองทำนายให้ข้าหน่อย ดูว่าชะตาข้าเป็เช่นไร?”
“หืม?” เสิ่นม่านเลิกคิ้ว
เสนอตัวมาถึงที่เองนะ
นางคว้าข้อมือของจางซิ่วอวิ๋นหมับอย่างไม่เกรงใจพร้อมออกแรงบีบ
จางซิ่วอวิ๋นส่งเสียงร้องโอ๊ยพลางตำหนิ “เ้าเบามือหน่อย ข้าเจ็บนะ!”
ให้ทำนายชะตาแล้วยังจะบ่นอีก!
เสิ่นม่านขัดนางอย่างรำคาญใจ “อดทนไว้! ต่างก็เป็ผู้หญิงเหมือนกัน จะมาทำสำออยต่อหน้าข้าเพื่ออะไร สมองมีปัญหาหรือ?”
จางซิ่วอวิ๋นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ขณะที่กำลังจะเถียง เสิ่นม่านกลับปล่อยมือและเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “ไม่มีอะไรน่าดู ชั่วชีวิตนี้เ้าจะได้เป็แค่อนุ เหลาะแหละเกินไป ชีวิตเ้าไม่มีทางดีนักหรอก”
“หึ…” ลิ่วล้อสองคนด้านหลังเสิ่นม่านหลุดขำ
จางซิ่วอวิ๋นหน้าเขียวคล้ำ นางกล้าหยามข้าเช่นนี้เชียวหรือ?!
“หลินผิ่นหรู!” จางซิ่วอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะด่า “เ้าแกล้งสินะ? เมื่อก่อนมีนักพรตทำนายชะตาบอกว่า ข้ามีชะตาของยอดสตรีเหนือใต้หล้า! ข้าไม่เคยทำอะไรให้เ้า เหตุใดเ้าต้องบอกว่าชีวิตข้าไม่ดี?!”
อนุของโจร ยังกล้ายกตนว่าเป็ยอดสตรีเหนือใต้หล้า?
“เ้าจะให้ข้าพูดจริงหรือ?”
จางซิ่วอวิ๋นมองนางอย่างหวาดระแวง “เ้าหมายความเช่นไร?”
เสิ่นม่านเกือบหลุดหัวเราะและถามกลับ
“ก็ไม่ได้หมายความเช่นไร ข้าอยากถามนักว่า เ้าชีวิตดีตรงไหนหรือ? เพราะแต่งเป็อนุเฉียนซานเจียง หรือว่าแต่งงานกับญาติผู้น้องของตนเอง? อ้อ ลืมไป เื่ในอดีตเหล่านี้ของเ้า เฉียนซานเจียงรู้หรือไม่?”
“เ้าพูดบ้าอะไรกัน?!” จางซิ่วอวิ๋นหน้าเปลี่ยนสี เกือบเข้าไปปิดปากนางไว้!
เื่ของนางกับหลี่โก่วเซิ่งถูกในหมู่บ้านปิดไว้ อีกทั้งคนของหมู่บ้านโม๋ผานถูกฆ่าไปมากมาย คนภายนอกล่วงรู้ได้อย่างไร?
เสิ่นม่านยังคงวางมาดเทพธิดาที่แสนเย่อหยิ่งจองหอง ดวงตาใสบริสุทธิ์จับจ้องอีกฝ่าย ราวกับมีตาเอกซเรย์สามารถอ่านนางได้หมดจด
“ไม่ต้องแสร้งทำใสซื่อกับข้า เื่ชั่วที่เ้าทำทุกเื่ ข้าล้วนรู้ดีแก่ใจ”
พูดจบ นางเดินไปกระซิบข้างหูจางซิ่วอวิ๋นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางพาดมือบนบ่าของจางซิ่วอวิ๋นและข่มขู่เสียงค่อย “ดังนั้นทางที่ดีเ้าอย่าได้ทำเื่ชั่ว มิเช่นนั้น… กรรมจะตามสนอง”
คำเตือนที่มากะทันหันเช่นนี้ทำให้จางซิ่วอวิ๋นหน้าซีดเผือด นางมองไปทางอื่นอย่างตื่นตระหนก สายตาเหลือบมองมือของเสิ่นม่าน แววตาดำดิ่งไปชั่วขณะ
เสิ่นม่านปล่อยนาง เผยรอยยิ้มล้ำลึก จากนั้นก็เดินจากไป
นึกว่าจะเก่งสักแค่ไหน ที่แท้ก็ขี้ขลาด
นางเดินเล่นในค่ายจนถึง่อาหารกลางวัน เสิ่นม่านก็ยังไม่เจอตัวหนิงโม่ นางจึงได้แต่กลับไปรอในห้อง
เด็กที่ส่งอาหารเดินเข้ามา มีน้ำแกงหมูหนึ่งชามและผัดผักไม่กี่จาน ดูแล้วไม่อยากอาหาร เสิ่นม่านแค่เห็นก็อิ่ม
นางหยิบตะเกียบ แต่เด็กรับใช้ข้างกายกลับถามนาง “แผนที่วาดเสร็จหรือยัง?”
เสียงนี้… เสิ่นม่านช้อนตาขึ้นอย่างดีใจและเห็นว่าวันนี้หนิงโม่เปลี่ยนใบหน้าอีกแล้ว
หน้าเหลี่ยม ตาชั้นเดียว สวมชุดที่ใกล้เคียงกับพวกสมุนโจรด้านนอก ดูแล้วแสนธรรมดา ไม่เหมือนรูปลักษณ์ที่เจอกันในคืนนั้น
เสิ่นม่านถาม “เหตุใดเ้าถึงต้องเปลี่ยนใบหน้า? แปลงโฉมง่ายมากเลยหรือ?”
หนิงโม่เอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ “มีตัวตนหลายคนง่ายต่อการแฝงตัว ข้ายืนอยู่ข้างเ้าั้แ่เช้า เ้าไม่สังเกตเลยหรือ?”
เอ่อ… ใช่สินะ
เสิ่นม่านล้วงกระดาษเหลืองที่วาดเรียบร้อยและเก็บไว้ในแขนเสื้อออกมา จากนั้นแอบยัดใส่มือเขาโดยไม่ให้คนนอกเห็น
“เส้นทางในค่ายโจรวาดไว้ในนี้หมดแล้ว เ้าหาโอกาสนำไปมอบให้ใต้เท้าจาง”
หนิงโม่ตอบรับและเก็บแผนที่ไว้ในแขนเสื้อ
เสิ่นม่านอารมณ์ดีขึ้นมาก ขณะกำลังจะกินอาหาร หนิงโม่กลับคว้าตะเกียบของนางไว้
“ห้ามกิน พวกเขาใส่บางอย่างไว้ในอาหาร”
หืม? เสิ่นม่านหรี่ตา ใช้ตะเกียบจุ่มในน้ำแกงและใช้ลิ้นชิมเล็กน้อย
ระบบแจ้งว่ามีส่วนผสมของยาปลุกกำหนัดที่ออกฤทธิ์รุนแรง
-----
