สีหน้าของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามเปลี่ยนไป
เมื่อเห็นว่าอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองยังคงยืนยันที่จะจับกุมซุนเฟยให้ได้ หมายความว่าเขาตั้งใจที่จะทำลายดาวรุ่งดวงใหม่ของราชอาณาจักรอย่างงั้นหรือ
นี่าาเมืองแซมบอร์ดไปล่วงเกินอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองั้แ่เมื่อไรกัน?
หรือจะเป็เื่ที่เขาสามารถเอาชนะคริส ซัตตันได้? แต่มันจะเป็ไปได้อย่างไรกัน
คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามกลับรู้ดีว่า อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่ค่อยชอบขี้หน้าคริส ซัตตันสักเท่าไร เพราะอัศวินพระอาทิตย์สีทองมีนิสัยที่หยิ่งยโสอย่างมาก
อีกทั้ง เขาเพิ่งเลื่อนขั้นขึ้นมาเป็อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สิบ ดังนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนจึงไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากนัก ถ้าจะบอกว่าที่อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองไม่ยอมรามือจากซุนเฟยก็เพราะ้าแก้แค้นให้แก่คริส ซัตตันล่ะก็ แน่นอนว่าไม่มีทางเป็ไปได้อย่างเด็ดขาด!!!
นี่แหละที่เป็ปัญหา!
ในเมื่อหาสาเหตุไม่ได้แล้วจะแก้ไขปัญหาอย่างไร?
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามคิดไม่ตกจริงๆ
แต่ที่เขารู้แน่ๆ ก็คือ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม วันนี้พวกเขาจะต้องปกป้องาาเมืองแซมบอร์ดให้ได้
เพราะนอกจากที่ตัวเองรู้สึกสนใจในพลังของาาเมืองแซมบอร์ดแล้ว
ยังเป็เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันของราชอาณาจักรอีกด้วย
จนถึงตอนนี้ สถานการณ์ภายในของราชอาณาจักรยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ สุขภาพร่างกายขององค์จักรพรรดิยาซินไม่มีท่าทีจะดีขึ้นเลย อีกทั้งการต่อสู้แย่งชิงราชบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายก็เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่วนพวกขุนนางก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวเองและครอบครัว นอกจากนี้ราชอาณาจักรคู่แค้นอย่างราชอาณาจักรสปาร์ตากุสก็เริ่มระดมพลทหารที่ชายแดน ราวกับเตรียมพร้อมที่จะบุกโจมตีได้ทุกเมื่อ
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงแบบนี้ การปรากฏตัวของนักรบอัจฉริยะคนใหม่ที่เป็ยอดฝีมือระดับหกดาว ถือได้ว่ามีความสำคัญต่อความปลอดภัยของราชอาณาจักรเป็อย่างมาก
ยิ่งไม่ต้องพูดเลยว่าาาเมืองแซมบอร์ดเพิ่งจะอายุแค่สิบแปดปีเท่านั้น
นักรบหกดาวที่อายุแค่สิบแปดปี แต่ความแข็งแกร่งของเขากลับเหนือกว่าระดับหกดาวไปไกลมาก
ด้วยความเร็วในการฝึกฝนและพร์แบบนี้ อีกห้าหกปีข้างหน้า าาแซมบอร์ดอาจทะลวงผ่านระดับดาวแล้วเลื่อนขึ้นเป็ระดับจันทราก็ได้ และถ้าเป็แบบนั้น...
เขาก็จะกลายเป็ยอดฝีมือระดับจันทราที่อายุน้อยที่สุดในราชอาณาจักร
ั้แ่ที่มีข่าวลือว่าาาเมืองแซมบอร์ดสามารถเอาชนะคริส ซัตตันได้ อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สาม 'อัศวินแห่งการลงทัณฑ์' และอัศวินผู้ตัดสินคนอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกันก็เริ่มเฝ้าสังเกตการณ์นักรบดาวรุ่งคนใหม่คนนี้อย่างใกล้ชิด ยิ่งได้มาเห็นผลการประลองในวันนี้ พวกเขาก็ยิ่งมุ่งมั่นที่จะอบรมสั่งสอนาาเมืองแซมบอร์ดคนนี้ให้จงได้
ดังนั้น ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองที่มีตำแหน่งเหนือกว่าตัวเอง อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องาาเมืองแซมบอร์ด ผู้ที่จะเป็กำลังสำคัญในอนาคตของราชอาณาจักร!
“สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการต่อสู้ก็คือการได้รับาเ็ ข้าคิดว่าเขาไม่จำเป็ต้องรับผิดชอบ อีกอย่าง แทนที่พวกเราจะมานั่งเถียงกัน สู้พาครู้ดไปรักษาดีกว่าไหม…” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามพูดขึ้นมา เขายืนบังซุนเฟยเพื่อขวางทางอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สอง
“ฮึ่ม! อัศวินลำดับสาม นี่เ้ากล้าโต้เถียงกับข้าหรือ?”
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองหัวเราะออกมาอย่างเ็า อันที่จริงแล้วเขาไม่จำเป็ต้องมานั่งอธิบายอะไรพวกนี้เลย กลิ่นอายอันทรงพลังบนร่างของเขาเริ่มกระจายออกมาเรื่อยๆ ประหนึ่งน้ำป่าไหลหลาก เขา้าบีบบังคับให้อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามหลีกทางไป เช่นเดียวกับสหายของเขา อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่และอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่ห้าก็เริ่มปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมา ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนราวกับเป็ูเาั์โบราณก็ไม่ปาน ความแข็งแกร่งของพวกเขาทำให้ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' เริ่มสั่นหวั่นไหวก่อนจะแตกสลายหายไป
“เ้า...” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามหน้าเปลี่ยนสีในทันที
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หกและอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่แปดที่อยู่ด้านหลังก้าวเท้ามาด้านหน้าเพื่อยืนเคียงบ่ากับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สาม พวกเขาทั้งสามคนปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมาเช่นกัน พลังที่มองไม่เห็นของพวกเขาทั้งหกคนต่างปะทะกันในอากาศอย่างรุนแรง และมีแนวโน้มว่าจะยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ เปลวไฟคลื่นพลังบนร่างของพวกเขาพลุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งจนเกิดแสงสว่างเจิดจ้าไปทั่วสนามประลองดาบ
เหล่าคนดูที่อยู่รอบๆ สนามประลองต่างมองหน้ากันอย่างจนปัญญา
ไม่มีใครคาดคิดว่าจากการต่อสู้แบบตัวต่อตัวจะกลายเป็การต่อสู้แบบกลุ่มไปเสียได้
ก่อนหน้านี้ หกอัศวินผู้ตัดสินยังเป็เพียงผู้ชมอยู่เลย แต่เพียงครู่เดียวพวกเขาก็ผันตัวเองไปเป็ผู้ต่อสู้เสียแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาจะยอมแตกหักกันเพราะาาเมืองแซมบอร์ด
“ถอยเร็ว...รีบถอยออกมา!”
“เวรเอ๊ย! ถ้าพวกอัศวินผู้ตัดสินสู้กันจริงๆ บาเรียเวทมนตร์คงต้านไว้ไม่อยู่หรอก เกิดมีลูกหลงพุ่งเข้ามาพวกเราคงตายกันหมดแน่ๆ รีบหนีกันเถอะ…”
“พระเ้า ทำไมเื่ถึงกลายเป็แบบนี้ไปได้?”
ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ต่างพากันหนีตายประหนึ่งโลกแตก โดยเฉพาะพวกที่อยู่ใกล้กับสนามประลองยิ่งร้อนรนกว่าใคร พวกที่แข็งแกร่งหน่อยก็สับขาวิ่งหน้าตาตื่นราวกับสุนัขเจอัั์ ส่วนพวกที่อ่อนแอกว่าก็ถูกแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของอัศวินผู้ตัดสินทั้งหกคนกดข่มจนแข้งขาอ่อน ไม่สามารถหนีไปไหนได้
ผู้คนพากันตื่นตระหนกวิ่งหนีไปแบบไม่คิดชีวิต
แม้แต่พวกขุนนางชั้นสูงที่นั่งบนที่นั่งพิเศษก็พากันรีบร้อนจากไปภายใต้การคุ้มกันที่แ่า
ใช้เวลาไม่นานก็สามารถหลบหนีออกมาจากพื้นที่พิเศษได้ หากอัศวินผู้ตัดสินทั้งหกคนสู้กันขึ้นมาจริงๆ ล่ะก็ พื้นที่พิเศษที่อยู่ใกล้สุดคงราบเป็หน้ากลองอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะที่ฝูงชนกำลังแตกตื่น มีเพียงเหล่าอัศวินเกราะดำที่ยืนคุ้มครองอยู่รอบรถม้าเวทมนตร์ที่มาจากโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่ยังคงอยู่ต่อ ไม่ได้มีทีท่าว่าจะหลบหนีแต่อย่างใด
“ฮ่าๆ...นี่มันสุดยอดไปเลย คิดไม่ถึงว่าจบจากการสู้ตัวต่อตัวแล้วจะเริ่มการต่อสู้แบบทีมต่อทันที!”
นักพเนจรอันดับหนึ่งของราชอาณาจักรมาเตรัซซี่ยังคงยืนจิบเหล้าอย่างสบายใจบนสนามประลองดาบเหมือนเดิม หนวดของเขาเปื้อนเหล้าที่หกเรี่ยราด ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากคลื่นพลังที่น่าเกรงขามของอัศวินผู้ตัดสินทั้งหกคน เขาเริ่มโบกพัดขนนกสีทองในมือ จากนั้นก็เกิดเสียงดังวิ้งๆ ขึ้นมาเบาๆ 'ม่านน้ำครอบฟ้า' ที่สลายไปก่อนหน้านั้นก็กลับมาคลุมสนามประลองใหม่อีกครั้ง
ฉากนี้ก็ทำให้ฝูงชนที่กำลังวิ่งหนีตาหลีตาเหลือกหยุดเท้า
พวกเขาต่างหันกลับไปมองที่สนามประลองดาบอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและตื่นกลัวก็ค่อยๆ หายไป หากหกอัศวินผู้ตัดสินสู้กันขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะก็ คงเป็การต่อสู้ที่ะเืฟ้าสะท้านดินเป็แน่ สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็โอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้เห็นการต่อสู้ที่จะกลายเป็ตำนานเล่าขานไปชั่วลูกชั่วหลานของราชอาณาจักรอย่างใกล้ชิด
……
“อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามช่างกล้าหาญจริงๆ ถ้าเ้าไม่หลีกไปล่ะก็...อย่าหาว่าข้าไม่ไว้ไมตรี!” ดวงตาของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองฉายแววคลุ้มคลั่งและเหี้ยมโหดออกมา
“ฮึๆ อัศวินลำดับสาม ถ้าเ้าไม่ลืมล่ะก็ พวกเ้าทั้งสามคนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกข้าหรอกนะ!” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สี่ปรายตามองทั้งพวกเขาทั้งสามคนอย่างดูถูก สีหน้าดูท้าทายชวนเท้ากระตุกเอามากๆ
“จะใช่หรือไม่นั้น ไม่ลองไม่รู้”
จนถึงตอนนี้ สีหน้าของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามก็ยังคงเรียบนิ่ง ไม่มีท่าทีโมโหหรือโกรธเคืองใดๆ เขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน รวมไปถึงอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หกและอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่แปดที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็มีความคิดเหมือนเขาเช่นกัน
“ขอเตือนครั้งสุดท้าย ข้าไม่อยากลงมือกับพวกเ้า ถอยออกไปเสีย...ไม่อย่างนั้น ชื่อเสียงและเกียรติยศของอัศวินผู้ตัดสินจะต้องมามัวหมองเพราะพวกเ้าทั้งสามคน!”
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองกำหมัดแน่น เปลวไฟคลื่นพลังยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มีเพียงมุมปากที่วาดโค้งขึ้นมาอย่างดูแคลน
“ชื่อเสียงและเกียรติยศของอัศวินผู้ตัดสินอาจจะต้องมัวหมองขึ้นมาจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะพวกข้าแน่!”
ปลายเข็มต่อปลายเข็ม1 การต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ทันใดนั้นเอง
“อะแฮ่มๆๆ นี่ข้าพูดได้หรือยัง?”
ในขณะที่สายตาของทั้งสองฝั่งกำลังฟาดฟันกันอย่างเต็มที่ จู่ๆ ก็มีเสียงกระแอมไอดังขัดจังหวะ เรียกสายตาจากทุกคนได้เป็อย่างดี ซุนเฟยเดินไปด้านหน้าทีละก้าวด้วยท่าทางไม่ช้าไม่เร็ว มือของเขาก็ลูบคางตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะยกมือตบลงไปที่ไหล่ของอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามประหนึ่งเป็สหายเก่าแก่ก็ไม่ปาน จากนั้นก็พูดอย่างยิ้มๆ ว่า “ท่านอัศวิน ท่านนี่มันโคตรเท่เลย ถึงแม้ท่านจะมาแย่งซีนเด่นของข้าไปก็เถอะ...”
อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามมองมาที่ซุนเฟยด้วยสายตางุนงง
“อ่า ท่านคงไม่เข้าใจความหมายของคำว่าเท่สินะ? อืม…ความหมายของมันก็คือวีรบุรุษที่หล่อและดูดีที่สุดในปฐีไงเล่า...เอ่อ กลับมาที่เื่เดิมกันดีกว่า มันคงจะดูไม่ดีเท่าไร หากอัศวินผู้ตัดสินต้องมาสู้กันเองต่อหน้าผู้คนจากอาณาจักรบริวารทั้งสองร้อยห้าสิบอาณาจักร สำหรับราชอาณาจักรแล้วมันคงไม่ใช่เื่ดีเท่าไรหรอกนะ ดังนั้นพี่ชาย เื่ของข้าก็ให้ข้าจัดการเองเถอะนะ!”
เมื่อได้ยินซุนเฟยพูดแบบนี้ ทุกคนต่างพากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
“เ้า...แน่ใจ?” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามเป็คนแรกที่ได้สติ เขารีบหันกลับมามองหน้าซุนเฟยด้วยสีหน้าที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“แน่เสียยิ่งกว่าแน่!”
ซุนเฟยพูดจบก็เดินไปด้านหน้า คั่นกลางระหว่างหกอัศวินผู้ตัดสิน แม้จะต้องเผชิญหน้ากับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองและสหาย แต่สีหน้าของซุนเฟยก็ยังคงสงบนิ่ง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวสักนิด
“เ้า...”
เมื่ออัศวินผู้ตัดสินลำดับที่หกและอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่แปดเห็นว่าาาแซมบอร์ดไม่สนใจพวกเขา ในใจก็รู้สึกขมขื่นเล็กน้อย พวกเขาทั้งโมโหทั้งร้อนใจจนทำอะไรไม่ถูก อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สามส่ายหน้าเป็เชิงห้ามไม่ให้พวกเขาทำอะไร จากนั้นก็พากันเดินกลับไปยังขอบสนามประลอง พวกเขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าาาเมืองแซมบอร์ดจะจัดการปัญหาพวกนี้อย่างไร
“ดี เ้าพูดได้ดี แสดงว่าเ้ายอมตามข้าไปยังเรือนจำอัศวินแต่โดยดีใช่ไหม?” อัศวินผู้ตัดสินลำดับที่สองมองซุนเฟยอย่างเหยียดๆ เขาไม่เห็นเด็กอายุสิบแปดปี อยู่ในสายตาหรอก ต่อให้มันสามารถเอาชนะอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดได้ก็ตาม อย่างไรเสีย ทางเลือกของมันก็มีไม่มาก ไม่มีทางที่มันจะหลบหนีจากการจับกุมของเขาและอัศวินผู้ตัดสินอีกสองคนไปได้
“จับมารดาเ้าสิ!”
ซุนเฟยตวาดออกมาอย่างโมโหก่อนจะปล่อยหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว
--------------------------------------
1 ปลายเข็มต่อปลายเข็ม อุปมาว่า ตาต่อตาฟันต่อฟัน
