“องค์ชายรองเพคะ ดื่มสุราก่อนเช่นนั้น จะประชวรได้นะเพคะ” เซียนน้อยนางหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความเป็ห่วง ก่อนสายตาเจี้ยนลู่ฟางเลื่อนมองอาหารมากมายตรงหน้าอีกครั้ง
“นั่นถ้วยของผู้ใด” เขาขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถามด้วยสุรเสียงนุ่มลึก เซียนน้อยค้อมตัวลงด้วยกิริยาอ่อนหวาน
“ของเซียนน้อยหนิงเอ๋อเพคะ” เพียงเท่านั้น เจี้ยนลู่ฟางหวนนึกถึงหนิงเอ๋อที่อยู่ในห้องตำราขึ้นมา เขาลืมนางเสียสนิท หลังจากทำลายผ้าปักลายหงส์ของฟางเหนียงเสร็จ องค์ชายรองจึงเอนกายพัก ปล่อยให้หนิงเอ๋อเพลิดเพลินอยู่กับกองตำรามากมายด้านหน้า เมื่อเวลาผ่านไปเขาพบว่าหนิงเอ๋อ หมดแรงเอนกายซบไปกับตู้เก็บตำรา สองเท้าขององค์ชายรองค่อย ๆ ขยับเดินมาหานาง พลันย่อตัวลงแล้วเก็บตำราที่นางหอบไว้วางลง ก่อนจะอุ้มนางขึ้นมานอนบนที่ประทับของเขา
“ข้าคิดว่าเ้าจะตะลึงกับตำรามากมาย จนไม่ยอมออกจากห้องตำราเสียอีก ไฉนจึงอ่านได้เพียงไม่กี่เล่มแล้วคอพับไปเช่นนี้” เจี้ยนลู่ฟางยืนมองร่างของหญิงสาวได้เพียงครู่หนึ่ง จึงหันตัวออกจากห้องตำรา พร้อมกับใช้พลังเทพจุดเทียนขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่าง
“ทว่าเมื่อนึกได้ว่าเซียนน้อยแพ้ควัน” เขาจึงหันกลับไป แล้วใช้พลังเทพดับเทียนทั้งหมด
“ห้องตำราจะสว่างได้ต้องมีแสงแห่งเทียน หรือไม่ก็ต้องมีพลังเทพแห่งข้า หาไม่แล้วห้องตำราจะมืดมิดไร้แสงสอดส่องเข้ามา ในเมื่อเ้าแพ้ควันเทียน และข้าไม่อยู่ใช้พลังแห่งเทพได้ เ้าก็นอนเช่นนั้นไปครู่หนึ่ง ไม่นานข้าจะกลับมา”
องค์ชายรองหวนระลึกได้ดังนั้น มือหนาจึงค่อย ๆ วางแก้วสุราลง แล้วใช้พลังแห่งเทพกลับไปยังห้องตำราทันที
“องค์ชายรองจะเสด็จไปที่ใดกัน เหตุใดจึงไม่เสวยอาหารก่อน” เซียนรับใช้หันไปหาเพื่อนด้วยความใ เมื่อห้องเสวยหลงเหลือเพียงแค่อาหารเรียงราย ไร้ร่องรอยโอรสแห่ง์
เจี้ยนลู่ฟางโผล่มายังห้องเก็บตำรา ก่อนจะใช้พลังแห่งเทพจุดเทียนทุกดวงให้สว่าง สายตาพาดไปยังแท่นหินที่เคยวางร่างนางไว้ พบว่าข้าวของกระจายเต็มพื้น จึงขยับเท้าเดินตามเข้าไปด้านใน สายตาคมเลื่อนมองหาเซียนน้อย พร้อมก้าวเป็จังหวะช้า
ก่อนขมวดคิ้วเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยกระเบื้องที่แตกอยู่ด้านหน้า ก่อนจะทอดเนตรเห็นนางเล็กนอนหมดสติอยู่ใต้กองตำรา ชายสูงศักดิ์ไม่รีรอ รีบใช้พลังแห่งเทพดึงตำราออกจากกายของนางทันที
“หนิงเอ๋อ” เสียงเรียกเบา ๆ ขององค์ชายรองไม่ทำให้นางได้สติ เขาจึงค่อย ๆ ย่างเท้าเข้าไปพร้อมย่อตัวลงแล้วเอ่ยเรียกนางอีกครั้ง ผลเป็เช่นเดิมคือนางนิ่งเงียบไร้การตอบกลับ นั่นทำให้เจี้ยนลู่ฟางขมวดคิ้วแปลกใจ พลันเลื่อนมองไปยังเท้าของนางพบว่านางาเ็ ทำให้เขาเข้าใจในทันทีว่าหนิงเอ๋อพยายามหาทางออกจากห้องตำรา จึงตัดสินใจอุ้มร่างเล็กขึ้น พลันใช้พลังแห่งเทพพานางกลับไปยังห้องบรรทม
องค์ชายรองค่อย ๆ วางร่างของหนิงเอ๋อลงช้า ๆ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกผิด เื่ราววุ่นวายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นทำให้เขาลืมหนิงเอ๋อไปสนิท สายคมทอดมองาแของนาง แล้วเอื้อมมาจับมือนางเพื่อดูพลังเซียน
“เหตุใดพลังเซียนของเ้าจึงเหลือน้อยเพียงนี้ หรือว่า...” องค์ชายรองเบิกตากว้าง รีบหันไปเรียกเซียนรับใช้ทันที ไม่นานนักเหล่าเซียนทั้งหลายพากันกรูเข้ามา พลางน้อมกายลงทำความเคารพ
“องค์ชายรองเรียกพวกเรามา มีสิ่งใดให้พวกเรารับใช้เพคะ”
“พวกเ้ารีบไปตามเทพโอสถมาโดยเร็วที่สุด หนิงเอ๋อได้รับาเ็ จากเศษกระเบื้องของไหดูดิญญา ตอนนี้พลังเซียนนางเหลือน้อยเต็มทีแล้ว”
เหล่าเซียนน้อยพากันไปยังจวนของท่านเทพโอสถ เสียงฝีเท้าของพวกนางเดินออกจากตำหนักฉางชุน ด้วยความเร่งรีบผ่านตำหนักต่าง ๆ ลัดเลาะไปตามกำแพงแก้ว ก่อนจะพบกับองค์หญิงฟางเหนียงที่เพิ่งเสด็จกลับจากตำหนักลิ่วกง
“เหตุใดพวกเ้าจึงเร่งรีบถึงเพียงนี้” คำเอ่ยทักขององค์หญิงฟางเหนียง ทำให้เหล่าเซียนรับใช้ พากันหยุดชะงัก แล้วหันมาย่อตัวลงเคารพด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“ทูลองค์หญิงฟางเหนียง ตอนนี้เซียนน้อยหนิงเอ๋อได้รับาเ็อย่างหนัก องค์ชายรองจึงให้พวกเราไปตามเทพโอสถเพคะ” อิงอิงที่ยืนอยู่ข้างกายองค์หญิงได้ยินดังนั้นจึงชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วง
“พวกเ้าว่า หนิงเอ๋อาเ็งั้นเหรอ” องค์หญิงฟางเหนียงยืนรอคำตอบจากเหล่าเซียนรับใช้ ด้วยใบหน้าราบเรียบ
“องค์ชายรองบอกว่า นางได้รับาเ็จากเศษกระเบื้องของไหดูดิญญา ข้าเองไม่รู้ว่านางาเ็ได้อย่างไร ตอนนี้องค์ชายรองกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด ยังบอกว่าพลังเซียนของนางเหลือน้อยเต็มที ข้าต้องไปแล้ว ต้องตามเทพโอสถโดยไว” ว่าแล้วเหล่าเซียนรับใช้ก็ย่อตัวลงเคารพองค์หญิงฟางเหนียงเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะเบี่ยงตัวเดินจากไปด้วยความรีบเร่ง
“หนิงเอ๋อาเ็งั้นฤา ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้” ฟางเหนียงหันมองอิงอิงอย่างมีความหมาย
“องค์หญิงเพคะ ข้าอยากไปหาหนิงเอ๋อ พลังของไหดูดิญญารุนแรงนัก ข้ารู้สึกเป็ห่วงนางอย่างบอกไม่ถูก”
“เช่นนั้นข้าไปด้วย อย่างน้อยหนิงเอ๋อก็เป็เซียนรับใช้ของข้า เกิดเื่ราวใหญ่โตถึงเพียงนี้ ข้าไม่อาจนิ่งนอนใจได้เช่นกัน”
ภายในตำหนักฉางชุนเทพโอสถเร่งรักษาาแของหนิงเอ๋อโดยเร็วที่สุด พลังเซียนสีฟ้าอ่อนสว่างจ้า ทาบบนฝ่าเท้าของนาง ก่อนจะหันมาหยิบรังของผีเสื้อ์ผสมกับสมุนไพรหลายอย่างบดรวมกันจนเป็น้ำ แล้วนำไปจนทาบทับอีกครั้งเพื่อลดพลังที่ดูดกินพลังเซียนของนาง การรักษากินเวลาอยู่นานกว่าเทพโอสถจะหันกลับมายังองค์ชายรอง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าผ่อนคลาย
“โชคดีที่รักษาทัน หาไม่แล้วพลังเซียนของนางอาจถึงขั้นดับสูญ ไหดูดิญญาเป็ไหวิเศษที่ให้ทั้งคุณและโทษ ไม่คิดเลยว่าจะมีใครโดนมันเล่นงานจนิญญาเกือบดับสูญ” องค์ชายรองได้ยินดังนั้นจึงย่างเท้าเดินเข้ามาหาหนิงเอ๋อ พลางทอดสายตามองนางครู่หนึ่งแล้วตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
