ร่างกายของหนิงอ้ายที่ได้ดูดซับโอสถหมื่นชีวันอนันต์มหรรณพอันเป็โอสถระดับสิบในตำนานที่มีฤทธิ์อาณุภาพสรรสร้างสุดยอดกายเนื้อ ได้ส่งผลให้เส้นชีพจร ไขกระดูกรวมไปถึงทุกส่วนในร่างกายล้วนถูกยกระดับอย่างเหนือชั้น อีกทั้งร่างกายของหนิงอ้ายที่ประกอบไปด้วยสี่ปราณธาตุนั่นคือปราณสุริยะธาตุ ปราณทิวาธาตุ ปราณธาตุน้ำและปราณธาตุพิษ ล้วนต่างหวนคืนถึงเขตขั้นต้นกำเนิดด้วยทั้งสิ้น
รวมไปถึงิญญายุทธ์อันเกิดจากปราณธาตุทั้งสี่ล้วนได้รับการยกระดับความพิสดารและขุมพลังไปด้วยเช่นกัน กลางทะเลมหาสมุทรลมปราณยังปรากฏเป็สายโลหิตของเผ่าพันธ์พญาัทองอัมพรพิสุทธิ์มหา์ากับสายโลหิตของเผ่าพันธุ์พญาหงส์แดงอัคคีสุริยะมหา์าอันเป็พลังแห่งสายเือันเข้มข้นของัที่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่งและพลังทำลายล้างกับสายเืของเฟยเฟิ่งที่ขึ้นชื่อในเื่ของการรักษาปกป้องชีวิตที่กำลังหลอมรวมกันอย่างช้า ๆ ไม่รีบเร่งจนเกินไป
เมื่อบรรลุถึงพลังในเขตขั้นนี้กลับกลายเป็ว่าการดูดซับพลังลมปราณฟ้าดินอาจไม่เพียงพอต่อการเลื่อนระดับพลังิญญาของหนิงอ้ายไปเสียแล้ว หรือแม้กระทั่งโอสถที่กำลังขจะหลอมสร้างขึ้นมานั้นยังสามารถทำให้ได้เพียงให้บรรลุถึงเขตขั้นราชทินนามเทพยุทธ์ขั้นกลางอันเป็เขตขั้นพลังิญญาเดิมเมื่อครั้งเติบโตในห้วงมิติพิสดารเท่านั้น หาก้าเสาะหาขุมพลังในการบ่มเพาะแล้ว แหล่งต้นกำเนิดพลังปราณหรือโอสถทั่วไปย่อมไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ได้แน่
บริเวณโดยรอบต่างตลบอบอวนไปด้วยกระแสพลังลมปราณฟ้าดินที่มีความเข้มข้นอย่างยิ่งยวด กลางชั้นฟ้าเหนือม่านพิภพตระกูลหวังปรากฎเงาร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์สีเขียวอ่อนพิสุทธิ์ ทั่วทั้งร่างต่างประกายไปด้วยพลังปราณของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นต้นเคลือบคลุมเสมือนเกราะป้องกันสุดกล้าแกร่ง
จิติญญาของนักปรุงโอสถที่ไม่อ่อนด้อยว่าปรมาจารย์โอสถนั้นเหนือล้ำสะกดข่มอย่างแท้จริง หนิงอ้ายไม่รอช้าได้ตวัดมืออกไปเบื้องหน้าแหวนมิติที่ถูกสวมใส่อยู่นั้นเปล่งประสายแสงวูบวาบออกมาพร้อมกับเสียงดังสะท้านไปทั่ว
อัญเชิญเตาหลอมโอสถหมื่นดาราจรัสสดับห้วงนทีมหรรณพ!!!
ฉับพลันนั้นเตาหลอมโอสถเทียบเท่ากับบรรพตขนาดย่อมได้ปรากฏโฉมแก่สายตา ห้วงอากาศบริเวณดังกล่าวถึงกับบิดเบี้ยวด้วยแรงดึงดูดอันมหาศาล กลิ่นอายอหังการกล้าแกร่งแผ่ซ่านกำจายออกเป็วงคลื่นสาดซัดไปรอบทิศทาง พินิจดูแล้วตัวของเตาหลอมนี้เป็สีดำสนิทแวววาวประกายระยิบระยับ ลวดลายัที่สลักคล้ายกับมีชีวิตยิ่ง ตรงฐานด้านล่างนั้นถูกกำกับด้วยอักขระเวทย์โบราณชั้นสูง เพียงเท่านี้ก็ได้สร้างความพรั่นพรึงแก่ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ในที่แห่งนี้ได้แล้ว
ไม่รอช้าหนิงอ้ายจึงได้ตวัดเอาเปลวเพลิงสีแดงประกายรุ้งตวัดขีดเขียนเป็อักขระเวทย์เหนือเตาหลอมโอสถ เมื่ออักขระวิถีแห่งเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกสลักกำกับครบถ้วนแล้ว ตรงด้านล่างของเตาหลอมโอสถหมื่นดาราจรัสสดับห้วงนทีมหรรณพได้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงที่ได้รับแรงหนุนจากพิสดารของอักขระเวทย์ดังกล่าว นอกจากนั้นแล้วอักขระเวทย์เหล่านี้ยังได้ผนึกขึ้นเป็ม่านพลังล้อมรอบเตาหลอมโอสถเพื่อช่วยเพิ่มพูนและรักษาสมดุลของเปลวเพลิงทั้งหมดที่กำลังหลอมรวมสมุนไพร กล่าวได้ว่าสิ่งนี้นับเป็กลวิธีที่ที่หนิงอ้ายได้รับการถ่ายทอดโดยตรงจากเทพโอสถาเสวี่ยจิ่งผู้เป็อาจารย์นั่นเอง...
“คุณชายน้อยหวังหนิงอ้ายช่างเหมาะสมกับฐานะศิษย์คนสุดท้ายของท่านเทพโอสถาเสวี่ยจิ่งยิ่งนัก เตาหลอมโอสถหมื่นดาราจรัสสดับห้วงนทีมหรรณพตรงหน้านี้มีความล้ำค่าไม่น้อยกว่าสมบัติวิเศษระดับตำนานเสียด้วยซ้ำ นับเป็วาสนาของข้ายิ่งที่ได้พบเห็นอย่างใกล้ชิดเช่นนี้...” นักปรุงโอสถสมญานามิญญาจารย์ระดับสูงหรือระดับห้านามว่าหลีิ่ เขาและสหายนักปรุงโอสถทั้งสองคนในที่นี้ล้วนเข้าสู่เส้นทางนักปรุงโอสถหลายสิบปีย่อมมีองค์ความรู้เกี่ยวกับเตาหลอมโอสถอยู่ไม่น้อย ยิ่งกับประวัติความเป็มาของเตาหลอมโอสถตรงหน้านี้ ใคร่จะพบเจอได้โดยง่ายเสียเมื่อไหร่กัน
“โอสถที่คุณชายน้อยกำลังจะหลอมสร้างขึ้นมานั้น แม้ไม่อาจทราบในสูตรโอสถทั้งหมดแต่หากคาดเดาไปแล้วย่อมเป็โอสถระดับเจ็ดที่มีความลึกล้ำไม่ธรรมดาและต้องใช้เวลาจัดการสมุนไพรอยู่ไม่น้อย ข้ารู้สึกเป็เกียรติยิ่งนักที่ได้เป็ส่วนหนึ่งในการหลอมสร้างโอสถกับปรมาจารย์โอสถระดับเจ็ดที่อายุน้อยถึงเพียงนี้...” ชุนหลี่เอ่ยด้วยความชื่นชมโดยที่สหายทั้งสองต่างพยักหน้าเห็นด้วยในคำกล่าวนี้ ก่อนหน้านี้เขาที่เป็อัครราจารย์โอสถระดับหกได้เข้ามาช่วยเหลือในการหลอมรวมสมุนไพรชั้นรองนับเกือบหนึ่งพันชนิดให้ก่อนแล้ว
โดยได้รับความช่วยเหลือจากสหายสนิทที่เป็นักปรุงโอสถระดับห้าให้เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ โดยข้อแลกเปลี่ยนที่้าคือพวกเขาขอทัศนารับชมการหลอมสร้างของปรมาจารย์โอสถระดับเจ็ดในม่านพิภพตระกูลหวังครั้งนี้ ข้อแลกเปลี่ยนนี้หนิงอ้ายไม่ได้มีปัญหาจึงพยักหน้าตกลงไปท่ามกลางท่าทีดีใจของชายชราทั้งสาม ดังนั้นการร่วมลงแรงของนักปรุงโอสถรุ่นลายครามทั้งหมดนี้จึงช่วยลดเวลาในการหลอมรวมสมุนไพรไปได้มากเลยทีเดียว…
“เปลวเพลิงปราณสุริยะธาตุสายนี้กล่าวได้ว่าเหนือชั้นสมกับเป็เชื้อสายของเผ่าพันธ์พญาหงส์แดงอัคคีสุริยะมหา์าเสียจริง ความบริสุทธิ์ของสายเืในกายของหนิงเอ๋อร์นั้นคงไม่ได้อยู่ในเขตขั้นทั่วไปเป็แน่...” หวังจิ่งหลงเอ่ยขึ้นด้วยความชื่นชมในความลึกล้ำของพลังปราณสายนี้ แม้กระทั่งเปลวเพลิงในกายของเขายังคงส่อแววสั่นไหวคล้ายกลับกลัวเกรงอยู่หลายส่วนเลยทีเดียว
“เปลวเพลิงประจำกายสายนี้ของเขานั้นเทียบเท่าได้กับท่านบรรพชนที่กักตัวอยู่ในเขตหวงห้ามเสียด้วยซ้ำ ความสว่างไสวและความร้อนแรงนี้ไม่อาจดูเบาได้เพียงนิด หากต้องปะทะรับมือกับเปลวเพลิงสายนี้คงต้านทานได้อย่างยากลำบากอยู่ไม่น้อย...” ด้วยประสบการณ์ชีวิตนับเกือบหนึ่งร้อยปีของหวังป๋อเหวินแล้ว ความสามารถเช่นนี้อีกฝ่ายสามารถเทียบชั้นได้กับผู้าุโในตระกูลเสียด้วยซ้ำ…
ท่ามกลางกระแสเปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งที่โรมรันแผดเผาสมุนไพรวิเศษระดับ์ที่ยามนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็ของเหลวสมุนไพรที่เปล่งประกายระยิบระยับแพรวพราวลอยหมุนวนไปมา ส่งกลิ่นอายบริสุทธิ์ยิ่งยวดอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอันลึกลับชวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นรู้สึกสงบและผ่อนคลายไม่น้อย ขุมพลังภายในนั้นแม้จะถูกเรียกใช้ออกมาเพื่อต่อต้านการแผดเผาไปไม่น้อย แต่ก็ยังนับได้ว่าพลังงานที่หลงเหลืออยู่ยังมีมากเพียงพอที่จะไม่ให้โอสถปลุกสายเืนี้ลดทอนคุณวิเศษแต่อย่างใด
หนิงอ้ายประสานท่ามือก่อนจะโยกย้ายบรรดาของเหลวสมุนไพรชั้นรองและของเหลวสมุนไพรชั้นหลักลงสู่เตาหลอมโอสถนี้ในที่สุด ยามนี้อักขระเวทย์ที่ถูกสลักกำกับก่อนหน้าได้ถูกปลดผนึกคลายออก พลังจิติญญาอันเข้มข้นได้ชักนำของเหลวสมุนไพรทั้งหมดนี้ค่อย ๆ หลอมรวมด้วยความละเอียดอ่อน บรรดาของเหลวหลากหลายสีสันที่สกัดได้จากสมุนไพรวิเศษแต่ละชนิดย่อมเต็มไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์หรือพลังปราณธาตุที่ได้สั่งสมมาเป็
หากเป็นักปรุงโอสถที่ยังไม่ได้มีความลึกซึ้งเชี่ยวชาญมากเพียงพอ ในการหลอมรวมของเหลวสมุนไพรแต่ละชนิดนั้นจะต้องมีขั้นตอนและแบบแผนที่ค่อนข้างเคร่งครัด ด้วยเพราะกระแสพลังบริสุทธิ์ภายในของเหลวสมุนไพรแต่ละชนิดหาได้อ่อนด้อยแต่อย่างใดไม่ หากไม่มีพลังจิติญญาที่ละเอียดอ่อนที่มากเพียงพอต่อการควบคุมบัญชาการพลังงานเหล่านี้ที่เปี่ยมล้นของสมุนไพรวิเศษแล้วยากจะปรุงโอสถที่มีความบริสุทธิ์ระดับสูงออกมาได้
ครืน!! ครืน!! ครืน!!
เวลานั้นกระแสพลังบริสุทธิ์ของบรรดาของเหลวสมุนไพรทั้งหมดต่างเข้าปะทะทำให้เกิดเป็คลื่นกระเพื่อมสาดซัดออกมาเป็ระลอกคลื่นโดยรอบของเตาหลอมโอสถ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใดกลิ่นหอมของโอสถยิ่งเข้มข้นฟุ้งกระจายกลิ่นหอมไปทั่วทั้งม่านพิภพตระกูลหวัง เพียงสูดดมเข้าไปก็ส่งผลให้ความเมื่อยล้าคลายไปสิ้น ผู้ที่มีอาการเรื้อรังจากการาเ็หรือกำลังฟื้นฟูพลังลมปราณก็จะได้รับการฟื้นฟูด้วยความรวดเร็วอย่างสุดขีด ผลลัพธ์อันเยี่ยมยอดนี้เป็เพียงส่วนหนึ่งของดอกผลในการหลอมสร้างปรุงโอสถอันยอดเยี่ยมล้ำค่าครั้งนี้
จากนั้นหนิงอ้ายได้ประสานมือขึ้นพร้อมกับบัญชาการพลังจิติญญาออกมาถึงขีดสุด กระแสพลังที่ลึกล้ำสุดขีดที่ยากจะเชื่อได้ว่าจะพบเจอในรุ่นเยาว์อายุเพียงยี่สิบปีเช่นนี้ได้สร้างความตกตะลึงแก่ทุกคนในที่นี้อีกครั้ง เปลวเพลิงสีแดงทองประกายรุ้งลุกโหมเข้าโอบล้อมบีบอัดของเหลวโอสถให้เป็รูปร่างมากยิ่งขึ้น เวลานั้นกลางชั้นฟ้าเหนือเตาหลอมโอสถได้บังเกิดเป็เสียงคำรามขู่ก้องเป็ดั่งสัญญาณบางประการของสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้ กลิ่นอายอันอหังการของปราณสุริยะธาตุธาตุนั้นเข้มข้นถึงขีดสุดรุนแรง
“ทัณฑ์โอสถระดับเจ็ดช่างงดงามอหังการยิ่งนัก อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตของนักปรุงโอสถได้พบเห็นอย่างใกล้ชิดเช่นนี้นับเป็วาสนาของข้าแล้ว...” นักปรุงโอสถระดับห้านามว่าหลิวหยางที่จ้องทัศนาอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความตื้นตันใจ
“ทัณฑ์โอสถของปรมาจารย์น้อยหวังหนิงอ้าย ล้วนเจือปนด้วยปราณสุริยะธาตุที่เข้มข้นยิ่งนัก โอสถเม็ดนี้กล่าวได้ว่าเป็โอสถทิพย์ระดับเจ็ดที่มีความเลิศล้ำไม่อ่อนด้อยกว่าโอสถระดับแปดบางชนิดคงไม่เกินจริงไปนัก...” นักปรุงโอสถระดับห้าที่นั่งอยู่ข้างกันนามว่าหนิงเจี้ยนเอ่ยเสริมขึ้น
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังกลางชั้นฟ้าเหนือม่านพิภพตระกูลหวัง ที่ยามนี้การรวมตัวของทัณฑ์โอสถที่มีกลิ่นอายเข้มข้นมากขึ้นเรื่อย ๆ รัศมีแสงที่เปล่งประกายนั้นงดงามสุดเปรียบได้ ทั้งกลิ่นอายของโอสถในเตาหลอมยามนี้ยิ่งทวีความเข้มข้นรุนแรงจนน่าตกตะลึง สีหน้าของบรรดาผู้าุโระดับสูงแข็งแกร่งที่รับหน้าที่กางม่านพลังป้องกันเห็นเช่นนี้จึงอดไม่ได้ที่จะเผยความตึงเครียดออกมาด้วยนี่นับเป็ครั้งแรกของตระกูลหวังที่ได้รับมือกับทัณฑ์โอสถ ไม่คาดว่าจะทรงพลานุภาพมากมายได้ถึงเพียงนี้
ดวงตาของหนิงอ้ายเวลานี้ประกายยิ่งกว่า ทัณฑ์โอสถนี้ถือเป็เครื่องยืนยันได้ว่าการหลอมสร้างปรุงโอสถนั้นประสบความสำเร็จมากเพียงใด จากนั้นหนิงอ้ายได้พุ่งปราดออกไปเบื้องหน้าออกห่างจากเตาหลอมโอสถอยู่ไม่น้อย ในมือนั้นลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีแดงประกายรุ้งพิสุทธิ์คล้ายกับกำลังรอบางสิ่งอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!
เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!เปรี้ยง!!
ตู้ม!!ตู้ม!!ตู้ม!!
ตู้ม!!ตู้ม!!ตู้ม!!ตู้ม!!
ไม่กี่ชั่วลมหายใจทัณฑ์โอสถที่แฝงด้วยปราณอัคคีสุดเข้มข้นนับเจ็ดสายได้ฟาดกระหน่ำเปี่ยมล้นไปด้วยอานุภาพแห่งการทำลายล้างเทียบเท่าได้กับวิชายุทธ์พิฆาตของราชทินนามเทพยุทธ์ิญญาขั้นต้นผู้หนึ่ง หนิงอ้ายเร่งเร้าพลังปราณออกเป็เงาร่างของเฟยเฟิ่งขนาดใหญ่หลายพันฟุตพุ่งเข้ารับการโจมตีสุดแสนจะอันตรายนี้ โดยที่ทางฝั่งของหวังจิ่งหลงและหวังป๋อเหวินรวมไปถึงผู้าุโคนอื่นนั้นต่างเรียกใช้ค่ายกลออกมาเพื่อจำกัดรัศมีการโจมตีนี้เพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ส่วนอื่นของตระกูลหวัง เสียงะเิดังขึ้นะเืเลือนลั่นพร้อมกับคลื่นกระแทกกระจายทั่วสี่ทิศแปดทางทำลายทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบทั้งสิ้น
เพียงหนึ่งเค่อให้หลังทัณฑ์โอสถเหล่านี้ได้ถูกทำลายจนซ่านสลายไปในที่สุด แน่นอนว่าสิ่งที่ซ่อนเร้นแฝงอยู่นอกจากจะเป็สุดยอดพลังทำลายล้างอันแข็งแกร่งแล้วยังเต็มไปด้วยพลังลมปราณฟ้าดินอันบริสุทธิ์ ดอกผลครั้งนี้ส่งผลให้ภายในม่านมิติของตระกูลหวังราวกับถูกชำระล้างครั้งใหญ่ ผู้าุโรวมไปถึงรุ่นเยาว์และเชื้อสายตระกูลหวังนั้นต่างตักตวงผลประโยชน์ในครั้งนี้ ด้วยหวังว่ากลิ่นอายความพิสุทธิ์ลึกล้ำสายนี้จะช่วยยกระดับพลังบ่มเพาะให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น
ครืน!!
เหนือเตาหลอมโอสถนั้นได้เข้าสู่กระบวนการสุดท้ายแล้ว หนิงอ้ายได้ะเิจิติญญาของนักปรุงโอสถอันลึกล้ำแข็งกร้าวออกมา เปลวเพลิงสีแดงประกายรุ้งพลันทอแสงเปล่งประกายอีกครั้งเข้าบีบอัดโอสถเหลวให้เข้ารูปมากยิ่งขึ้น เพียงไม่กี่อึดใจนั้นเม็ดโอสถสีแดงขาวพิสุทธิ์ได้ลอยละล่องตกอยู่บนฝ่ามือของหนิงอ้าย
โดยรอบของเม็ดโอสถนั้นยังประกอบด้วยไอหมอกหลากสีสันที่แผ่ซ่านตลบอบอวลเป็ประกายระบิบระดับ กลิ่นอายที่ััได้ย่อมไม่ผิดไปจากโอสถทิพย์ระดับเจ็ดที่เหนือชั้นเทียบเท่าได้กับโอสถระดับแปดบางชนิดหลายเท่านัก
“หนิงอ้ายขอขอบคุณความช่วยเหลือจากท่านตาชุนหลี่ ท่านตาหลิวหยางและท่านตาหนิงเจี้ยนที่ได้ให้ความช่วยเหลือในการหลอมรวมสมุนไพรชั้นรองเหล่านี้ ข้าขอมอบโอสถจิติญญาระดับหกทั้งสามเม็ดนี้เป็การตอบแทน หวังว่าในสักวันหนึ่งพวกท่านจะเป็กำลังหลักสนับสนุนให้กับพวกเขาตระกูลหวังนะขอรับ...”
“คุณชายน้อย...โอสถทิพย์ระดับหกนี้ล้ำค่าเกินกว่าที่พวกข้าจะรับได้ ข้าว่า...”
“ท่านตาทั้งสามอย่าได้ปฏิเสธไปเลยขอรับ โอสถนี้สามารถเพิ่มพลังจิติญญานักปรุงโอสถตามที่ท่านได้ฝึกฝนบ่มเพาะตลอดหลายสิบปีนี้ ข้ายืนยันว่าเป็สิ่งที่พวกท่านคู่ควรจะได้รับขอรับ...” หนิงอ้ายเอ่ยถึงเหตุผลเพียงนี้พวกเขาจึงไม่อาจปฏิเสธด้วยเพราะกลัวว่าจะเป็การเสียน้ำใจของชายหนุ่ม ดังนั้นนักปรุงโอสถชราทั้งสามจึงได้แยกย้ายไปด้วยตั้งใจจะดูดซับโอสถนั่นเอง
จากนั้นหนิงอ้ายเข้าไปพูดคุยกับหวังจิ่งหลงและหวังป๋อเหวินอีกเล็กน้อย โดยไม่ลืมกล่าวขอบคุณบรรดาผู้าุโที่ทุกคนที่คอยปกป้องขณะที่เขาหลอมสร้างปรุงโอสถอยู่ โอสถทิพย์ระดับห้านับสิบเม็ดที่หนิงอ้ายได้แจกจ่ายไปนั้นเขาไม่เสียดายเลยเพียงนิดเพื่อเป็การตอบแทนน้ำใจในครั้งนี้ ก่อนที่หนิงอ้ายจะปลีกตัวกลับไปยังเรือนพักของตนตั้งใจว่าจะดูดซับโอสถเม็ดนี้โดยเร็วที่สุด ด้วยเพราะอาจต้องใช้เวลาในการปรับสมดุลและเคี่ยวกรำพลังลมปราณให้สมบูรณ์อีกครั้ง...
