กล้าขู่ข้าหรือ? น่าขันสิ้นดี
เขาไม่ได้โง่! หากสามคนนั้นตาย เขาก็คือหัวหน้าใหญ่!
ต่อไปค่ายโจรสี่ัจะเปลี่ยนเป็ค่ายโจรัเดี่ยว ชื่อฟังดูโดดเด่นกว่ามากนัก!
โจรที่อยู่โดยรอบยิงธนูเต็มกำลัง ลูกธนูที่ตกลงมาในบ้านราวกับลูกเห็บตก หลิวเฮยชีเหมือนเห็นวินาทีที่ตนได้ขึ้นนั่งบนตำแหน่งหัวหน้าใหญ่อย่างไรอย่างนั้น
……
ด้านหลังูเาค่ายโจรสี่ั
ใต้หน้าผาลึก มีเชือกตะขอหนึ่งเส้นถูกโยนขึ้นมาเกี่ยวไว้ ไม่นานนักชายชุดดำกลุ่มหนึ่งก็ปีนขึ้นมาจากใต้หน้าผา
อาศัยความมืดช่วยพรางตัว คนทั้งกลุ่มเคลื่อนไหวว่องไวและรวดเร็ว ไม่นานนักก็โฉบขึ้นหอสังเกตการณ์และเฉือนหลอดลมโจรได้หลายคน
ส่วนชายชุดดำด้านหลังจัดการโจรที่ยืนเรียงกันอย่างรวดเร็วและเข้ายึดหอสังเกตการณ์หลายจุดในค่าย
หนิงโม่เดินไปด้านหลังสุด พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นไฟสัญญาณสีแดงพุ่งขึ้นเหนือค่ายโจร
นางกำลัง้าความช่วยเหลือ!
ใบหน้าของหนิงโม่แข็งกระด้าง “แบ่งคนบางส่วนตามข้ามา ส่วนที่เหลือปิดล้อมค่ายโจรเอาไว้ ห้ามปล่อยไปแม้แต่คนเดียว!”
“ขอรับ!”
ภายในบ้าน เสิ่นม่านนั่งอยู่ตรงมุมผนังห้อง นางยกโต๊ะไว้เหนือศีรษะและค่อยๆ ขยับเข้าไปในห้องนอน
อะไรกันเนี่ย? สัญญาณไฟนี่จะพึ่งพาได้ไหมนะ?
ลูกธนูด้านนอกยิงเข้ามาราวกับไม่คิดเงิน เมื่อเห็นว่าลูกธนูไม่น้อยทะลุผ่านหน้าต่างเข้ามา! หัวใจของนางราวกับถูกทอดอยู่ในกระทะน้ำมัน!
แม้ว่านางจะมีระบบ อย่างมากที่สุดก็เปิดโหมดแข็งแกร่งและพุ่งออกไป แต่ด้านนอกล้วนอาวุธครบมือ นางเดาว่ายังไม่ทันออกจากตัวบ้านก็คงถูกยิงตัวพรุนจนกลายเป็เม่นแน่!
เ้าสุนัขหลิวเฮยชีเองก็ผายลม เรียกพี่ขานน้อง แต่พอถึงเวลาคับขัน กลับคิดเข่นฆ่ากันเองเพื่อขึ้นครองตำแหน่ง
ถุย! ไร้จริยธรรม!
เสิ่นม่านสบถและเปิดประตูพุ่งเข้าไปในห้อง
จังหวะนั้นทันเห็นลูกศรธนูพุ่งเข้าใส่สะโพกของเฉียนซานเจียงพอดี ชายที่ถูกนางเอาก้อนหินโยนใส่ศีรษะจนหมดสติเมื่อครู่ ตอนนี้กำลังร้องโอดโอย
“ให้ตายเถอะ! เจ็บเหลือเกิน!”
สิ้นเสียงไม่ทันไร ก็ถูกยิงเข้าที่ข้อเท้าอีกหนึ่งที
เฉียนซานเจียงเ็ปจนตาลอย “พี่! ช่วยข้าด้วย!”
พี่ชายเขาเฉียนิเจี๋ยอยู่ด้านนอกมากกว่า ขณะนี้ถูกยิงจนพรุน เดาว่าศพคงเย็นไปแล้ว
เสิ่นม่านมองภาพนี้อย่างเ็า จากนั้นหาที่มุมหนึ่งนั่งลง ส่วนเหนือศีรษะยังคงมีโต๊ะบังอยู่ อย่างน้อยก็ช่วยป้องกันไม่ให้นางถูกพายุลูกธนูยิงใส่
“เลิกะโได้แล้ว พี่ชายเ้าตัวเย็นเฉียบไปแล้ว ไม่ต้องห่วง คนต่อไปก็คือเ้า”
“เสิ่นม่านเหนียง!”
เฉียนซานเจียงได้ยินว่าพี่ชายของตนเสียชีวิตแล้วก็โมโหกระทืบ “นางอสรพิษ! ถึงขั้นอยากให้พวกข้าตาย!”
ดูสิ นี่ใช่คำพูดคนหรือ? หากมีสมองสักเล็กน้อย คงไม่ถึงกับด่าอย่างไร้การศึกษาเช่นนี้
เสิ่นม่านสบถใส่เขา “เ้าตาบอดหรือ? คนที่จะฆ่าเ้าคือหลิวเฮยชี เกี่ยวอะไรกับข้า? อีกเดี๋ยวเ้าตายไปก็อย่าลืมบอกพี่ชายเ้าด้วย ถ้าจะเคียดแค้นก็ต้องแค้นให้ถูกคน ไปแก้แค้นกับหลิวเฮยชี ข้างนอกล้วนเป็คนของเขา!”
“หลิวเฮยชี ไอ้คนชั่ว กล้าลงมือกับเราพี่น้อง! ข้าเป็ผีก็จะไม่ปล่อยเ้าไป!!!” เฉียนซานเจียงโกรธจนตาแทบถลน เขาดิ้นราวกับหนอน
เสิ่นม่านถอนหายใจ “เ้าเลิกขยับไปเรื่อยเสียที แบบนั้นจะยิ่งตกเป็เป้าง่าย เดี๋ยวจะถูกยิงอีก”
สิ้นเสียง สะโพกอีกข้างของเฉียนซานเจียงก็ถูกปักอีกหนึ่งดอก ในที่สุดเขาก็ไม่ส่งเสียง
เสิ่นม่านปรายตามองไปทางนั้น ไม่รู้ว่าเขาตายหรือหมดสติกันแน่
เฮ้อ ตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังจะสนใจเขาทำไม?
เสิ่นม่านกอดเข่าอยู่ใต้โต๊ะ มีลูกศรยิงเข้ามาข้างเท้าของนางเป็พักๆ นางจึงหดเท้าเข้าหาตัว
หนิงโม่จ๋าหนิงโม่ ข้ามอบชีวิตไว้ในมือเ้าแล้ว เ้าต้องพยายามหน่อย อย่าทำเสียเื่นะ ข้ายังอยากมีชีวิตรอดกลับไปหาเด็กๆ อยู่นะ
ด้านนอกประตู หลิวเฮยชียืนอยู่ตรงประตู เอามือกอดอกมองดูอยู่นาน
ลูกน้องคนหนึ่งมารายงาน “หัวหน้ารอ… หัวหน้าใหญ่ ข้างในเงียบไปแล้ว เดาว่าคนข้างในคงถูกยิงตายกันหมดแล้ว จะให้เรายิงต่อหรือไม่?”
หลิวเฮยชีลูบเคราแพะตรงคางและหัวเราะอย่างชอบใจ “บอกพี่น้องเรา เดี๋ยวให้บุกเข้าไปพร้อมข้าเพื่อเก็บศพพวกเขา!”
พูดจบก็ชักดาบออกมาไว้ในมือ ยกเท้าถีบประตูลานออก จากนั้นสาวเท้าเข้าไป
เมื่อถึงหน้าประตูที่ถูกยิงจนพรุน หลิวเฮยชีกำลังจะก้าวเท้าถีบเข้าไป ประตูกลับถูกพังออกจากข้างใน
โต๊ะตัวหนึ่งลอยออกมากระแทกหน้าอกของหลิวเฮยชี
หลิวเฮยชีถูกโต๊ะกระแทกจนตัวถอยไปไกลสี่ห้าเมตรกว่าจะหยุด คนที่เหลือเพิ่งได้สติ ร่างของคนสองคนก็ลอยตามมา
มีคนตาแหลมเห็นว่าคือเฉียนิเจี๋ยกับเฉียนซานเจียง ขณะที่ยังไม่ทันได้เตือน สองคนนั้นก็ลอยไปกระแทกพวกพ้องอีกสี่ห้าคน
ส่วนเสิ่นม่านอาศัย่ชุลมุนวิ่งออกจากห้อง
“พี่ใหญ่! หลินผิ่นหรูยังมีชีวิตอยู่!”
มีเสียงโจระโและถือดาบเข้าไปฟัน เสิ่นม่านโต้กลับ แย่งดาบของเขามา แล้วถีบคนคนนั้นกระเด็นไปสิบกว่าเมตร
“ดี ในเมื่อเ้ายังไม่ตาย? ใครก็ได้ ฟันขานางให้ขาดและจับเป็กลับมา!”
ยังคิดจะฟันขานางอีกหรือ?
“ข้าจะจัดการเ้าก่อน!” เสิ่นม่านถือดาบพุ่งไปตรงหว่างขาของหลิวเฮยชี
ได้ยินเพียงเสียงร้องดังลั่นสะท้านฟ้า หลิวเฮยชีเผชิญกับความเ็ปที่สุดในชีวิต!
นี่… ถูกตอนหรือ?
ชายทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับเย็นวาบตรงเป้า หลังความหวาดเสียว ทุกคนก็ถือดาบพุ่งเข้าไปฟันเสิ่นม่าน
แม้เสิ่นม่านจะร้ายกาจอย่างไรก็มีเืเนื้อ นางรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมารับมือกับคนเหล่านี้ นางเงื้อดาบฟาดฟัน เพื่อปกป้องตนเอง นางต้องล้มคนพวกนี้ให้หมด
ครั้นแล้วด้านนอกประตู จากจุดที่นางไม่สามารถมองเห็น ผู้หญิงคนหนึ่งเก็บธนูบนพื้นขึ้นมา แววตาเปี่ยมด้วยความแค้น
นางทาบลูกธนูและออกแรงง้างคันศร แววตาลุกโชนราวกับเปลวไฟที่แผดเผา
“เสิ่นม่านเหนียง ตายเสียเถอะ!” สิ้นเสียงของผู้หญิงคนนั้น ธนูดอกหนึ่งพุ่งใส่หน้าอกของนางเอง
“อึก”
หญิงสาวกระอักเื จากนั้นก้มมองลูกธนูที่เสียบร่างของตนอย่างไม่อยากจะเชื่อ แววตาที่ตื่นกลัวหยุดลงที่หนิงโม่ซึ่งกำลังเหาะมา
เพราะอะไร…
จางซิ่วอวิ๋นล้มลงอย่างไม่ยินยอม เืไหลทะลักออกมาจากปากของนางไม่หยุด ทะลักเข้าไปในหลอดลมจนนางสำลัก
นางไม่ยอม! นางมีตรงไหนที่สู้เสิ่นม่านเหนียงไม่ได้? เหตุใดถึงมีแต่ผู้ชายล้อมรอบนาง! ส่วนนาง ได้แค่เป็อนุของผู้อื่นและถูกผู้คนเหยียดหยาม!
“หาก หากมีชาติหน้า! หากชาติหน้ามีจริง ข้าขอ…” หญิงสาวยื่นมือไปด้านหน้าและหล่นตุบลงมา
นอนตายตาไม่หลับ
ภายในบ้าน เสิ่นม่านเพิ่งจะหลบดาบที่ฟันเขามา วินาทีถัดไป ชายที่ไล่ฟันนางก็ถูกกระบี่ทิ่มทะลุร่าง
ชายชุดดำกลุ่มหนึ่งเข้ามาและจัดการกับกองโจร เสิ่นม่านที่กำลังตึงเครียด ค่อยๆ ผ่อนคลาย
คนผู้หนึ่งดึงแขนนางและพาถอยไปข้างลาน
เสิ่นม่านเงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็ประกาย วินาทีถัดไปก็กางกรงเล็บออกด้วยความโกรธ “ไฉนเ้าถึงเพิ่งมา? ขืนช้ากว่านี้อีกก้าว ข้าจะถูกยิงตัวพรุนจนเป็เม่นอยู่แล้ว!”
หนิงโม่หน้านิ่งและตรวจสอบอาการาเ็ให้นาง “ไม่าเ็ใช่หรือไม่?”
“จะไม่าเ็ได้อย่างไร?” เสิ่นม่านชูมือ บนกำปั้นที่ขาวเนียนมีรอยถลอกเล็กน้อย
นางเช็ดน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริง และยังไม่ลืมที่จะทุบหน้าอกของหนิงโม่เบาๆ
“ฮือๆ เ้าดูสิ ผิวถลอกหมดแล้ว เจ็บเหลือเกิน พวกเขาโเี้น่ากลัวนัก ข้ากลัวเหลือเกิน…”
หนิงโม่ “…”
-----
