ศิษย์ที่ทำลายอักขระิญญาต้องห้ามไม่คาดคิด ผู้าุโลองกระบี่ก็ไม่คาดคิดเช่นเดียวกัน ไม่มีใครในขุนเขากระบี่เทียนหยวนคาดคิดว่าสุนัขโลกันตร์สามหัวที่พวกเขากักขังไว้ั้แ่เล็กจะมีสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์อยู่ในกายา!
ผู้าุโลองกระบี่ที่เผชิญหน้ากับตราประทับทมิฬยามนี้มีความรู้สึกเสมือนกับูเาเสียดฟ้า แรงกดดันมหาศาลจนหายใจแทบไม่ออก
ถ้ามีใครมาเห็นผู้าุโลองกระบี่ในเพลานี้จักต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน
ขณะนั้นผู้าุโลองกระบี่สวมชุดเกราะสีเหลืองทอง หางสีทองงอกออกมาจากด้านหลัง ซึ่งที่หางสีทองนั้นมีแผลขนาดใหญ่ โลหิตไหลรินไม่ขาดสาย
เมื่อครู่หางทองคำปะทะกับตราประทับทมิฬกลางอากาศ แผลที่เกิดขึ้นนั้นมาจากตราประทับทมิฬ
ในฐานะของผู้าุโแห่งขุนเขากระบี่เทียนหยวน เขาซึ่งเป็จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาแม้แต่ในทวีปเฉียนหยวนก็เรียกได้ว่าเป็ผู้เยี่ยมยุทธ์อันดับหนึ่ง ผู้ที่สามารถโจมตีเขาได้นั้นมีไม่มาก ฉะนั้นอย่าได้เอ่ยถึงผู้ที่สามารถเอาชนะเขาได้เลย ทว่าผู้าุโลองกระบี่กลับได้รับาเ็จากสุนัขโลกันตร์สามหัวที่เป็ขั้นสร้างลมปราณสูงสุด ทั้งยังมิใช่แผลเล็กๆ!
“เป็สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ที่แข็งแกร่งมาก!” ผู้าุโลองกระบี่ปาดคราบเืตรงมุมปาก แววตาฉายแววตื่นตระหนก
สมบัติที่ถูกทิ้งไว้ในสมัยดึกดำบรรพ์ล้วนมิใช่สมบัติล้ำค่าสามัญธรรมดา ถึงสภาพจะเสียหายใหญ่หลวงหากก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าสมบัติล้ำค่าในยุคสมัยนี้ไม่รู้กี่เท่า
เช่นง้าวปีศาจิญญาอำมหิตของจูชิง ถึงสภาพจะไม่สมบูรณ์ มีรอยแตกอยู่หลายแห่ง ทว่าพลานุภาพกลับแกร่งกล้าสุดแสน ช่วยจูชิงฝ่าฟันวิกฤติมาได้หลายต่อหลายครั้ง
นับประสาอะไรกับตราประทับที่อยู่เบื้องหน้าเขา บนตราสัญลักษณ์ไม่มีรอยแตกใดๆ เป็สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์อันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ พลานุภาพหาที่เปรียบมิได้ ถึงเป็ผู้าุโลองกระบี่ก็ยังต้องพ่ายแพ้ต่อตราประทับทมิฬ
ถ้าแค่สุนัขโลกันตร์สามหัวผู้าุโสามารถบดขยี้มันได้อย่างง่ายดาย แต่มันที่มีตราประทับทมิฬนั้นไม่เหมือนกัน อีกทั้งสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ยังดูเหมือนมีความข้องเกี่ยวกับสุนัขโลกันตร์สามหัวเป็พิเศษ มิฉะนั้นมันไม่มีทางสำแดงพลานุภาพของสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ได้ด้วยขั้นสร้างลมปราณสูงสุด!
“ลมปราณ!” ผู้าุโลองกระบี่มองฝ่ามือของตัวเองด้วยความประหลาดใจ ยามนี้เขาไม่สามารถควบคุมลมปราณในร่างกายของตัวเองได้!
ลมปราณที่ไหลเวียนอยู่นั้นเปรียบดั่งมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ แต่กลับควบคุมมันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!
เมื่อควบคุมลมปราณไม่ได้ก็ไม่สามารถสำแดงวรยุทธ์ได้เช่นกัน ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือไม่มีลมปราณปกป้องคุ้มกัน ทำให้เพลานี้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าจอมยุทธ์ทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
สำหรับสุนัขโลกันตร์สามหัวที่มีสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์นั้น เืเนื้อของจอมยุทธ์ขั้นเหินนภาหวานหอม ยั่วยวนยิ่งกว่าสิ่งใด!
ผู้าุโลองกระบี่หน้าเปลี่ยนสี เขาเกิดรู้สึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อย ถ้าเขารายงานเื่นี้กับสำนักบางทีผลลัพธ์อาจแตกต่างไปจากเดิม
แต่ถึงมาเสียดายเอาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว สุนัขโลกันตร์สามหัวเ้าเล่ห์สุดแสน มันใช้พลังของสมบัติโบราณดึกดำบรรพ์ปกคลุมหุบเขาเอาไว้ จอมยุทธ์ในสำนักไม่มีทางรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงเหนือฟ้ากำลังเกิดขึ้นในหุบเขาแห่งนี้
“ครืนนน!” ผู้าุโลองกระบี่เหวี่ยงหมัดซัดไปที่หัวของสุนัขโลกันตร์สามหัว พลังมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในกำปั้นส่งผลให้สุนัขโลกันตร์สามหัวตัวกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง!
แต่ก็เปล่าประโยชน์ เมื่อไม่มีลมปราณถึงพลังหมัดจักแกร่งกล้าเพียงใดก็มิอาจสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อสุนัขโลกันตร์สามหัว มันพลิกตัวกลางอากาศตกลงสู่พื้นอย่างแช่มช้า จับจ้องเขม็งมองผู้าุโลองกระบี่ด้วยแววตาเย้ยหยัน
สุนัขโลกันตร์สามหัวรู้แล้วว่ามนุษย์ที่ควบคุมลมปราณมิได้ก็มิต่างอันใดกับขยะ!
สมบัติล้ำค่าที่อยู่ในกายของมันเป็ศัสตราวุธปราบจอมยุทธ์ มิว่าศัตรูจักแข็งแกร่งขนาดไหนก็ต้องศิโรราบให้กับตราประทับทมิฬ!
สุนัขโลกันตร์สามหัวเดินเข้ามาทีละก้าว กลิ่นเืเนื้ออันหอมหวานของผู้าุโลองกระบี่ลอยแตะจมูก จอมยุทธ์ขั้นเหินนภาจักต้องอร่อยมากเป็แน่!
“บัดซบ!” ผู้าุโลองกระบี่คำราม ทว่าพริบตาเดียวสุนัขโลกันตร์สามหัวก็หายวับไปจากสายตา โดยไม่ทันตั้งตัวสุนัขโลกันตร์สามหัวมาปรากฏอยู่เื้ั ง้างกรงเล็บแหลมคมกระซวกลงบนแผ่นหลังของผู้าุโลองกระบี่!
“ฉัวะ!” แผลขนาดใหญ่ประจักษ์กลางหลังผู้าุโลองกระบี่ เืไหลเป็สายน้ำ ขาทั้งสองสั่นเทิ้มทรุดล้มลงกับพื้น!
สุนัขโลกันตร์สามหัวมองผู้าุโลองกระบี่นั่งคุกเข่า มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย มันชอบความรู้สึกนี้เสียเหลือเกิน ถึงมันจะสามารถฆ่าอีกฝ่ายให้ตายได้ในครั้งเดียว แต่กลับไม่ทำ
มันอยากให้ผู้าุโลองกระบี่ตายอย่างช้าๆ ให้เขาทรมานถึงที่สุด จนกว่าเืจะไหลหมดตัวจนเหลือหยดสุดท้าย!
“ซวก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวง้างกรงเล็บ เนื้อบริเวณอกของผู้าุโลองกระบี่ถูกคว้านออกเป็ชิ้นใหญ่ เผยให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นอยู่ภายใน!
หากเป็คนธรรมดาคงตายไปตั้งนานแล้ว แต่ผู้าุโลองกระบี่เป็จอมยุทธ์ขั้นเหินนภา ลมปราณกับพลังชีวิตแกร่งกล้าแสนหยั่งถึง ถึงยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ต้องทนกับความเ็ปเกินกว่าที่จะคิดจินตนาการได้
“บัดซบ ถ้าฆ่าข้าได้ก็ฆ่าข้าซะสิ!” ผู้าุโลองกระบี่คำราม
สุนัขโลกันตร์สามหัวเหยียดมองผู้าุโลองกระบี่ราวกับกำลังบอกกับผู้าุโลองกระบี่ว่า อยากตาย มันไม่ได้ง่ายเฉกเช่นนั้น!
“ฟิ้ว!” ทันใดนั้นลูกธนูเืพุ่งออกมาจากป่าทึบยิงเข้าที่ท้องของสุนัขโลกันตร์สามหัว
สุนัขโลกันตร์สามหัวตัวสั่นสะท้านเล็กน้อย จากนั้นลูกธนูก็ถูกทำลายแหลกเป็เสี่ยง ดวงตาทั้งหกจับจ้องมองไปยังป่าทึบ!
จูชิงมองตาสุนัขโลกันตร์สามหัว เพลานั้นคล้ายกับมีบางอย่างทะลวงเข้าไปในจิติญญาของเขา!
“อาจหาญใช้วิชาต้องห้ามต่อหน้าข้างั้นรึ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงอย่างไม่แยแสพลางสะบัดมือหนึ่งครั้ง ร่องรอยเืที่รุกล้ำจิติญญาของจูชิงถูกลบหายไปในพริบตา
“เป็สัตว์อสูรที่น่ากลัวมาก!” จูชิงใจสูดหายใจเข้าลึกอย่างอดมิได้ เมื่อครู่เขาเกือบตายเพียงเพราะสบตาสุนัขโลกันตร์สามหัว
“สัตว์อสูรแห่งภัยพิบัติยุคดึกดำบรรพ์แน่นอนว่าย่อมไม่ธรรมดา ขุนเขากระบี่เทียนหยวนเก็บมันมาเลี้ยงไม่ยอมฆ่าทิ้งั้แ่แรก ใจกล้าห่อฟ้าไม่เบา” เฒ่าปีศาจแสยะยิ้ม
“สุนัขโลกันตร์สามหัวดูท่าจะรับมือยากกว่าที่คิดเอาไว้!” จูชิงยิ้มเจื่อน
กระทั่งจูชิงก็คิดไม่ถึงว่าจะได้พบสัตว์อสูรขั้นสร้างลมปราณสูงสุดเร็วขนาดนี้ อีกทั้งเขาก็ยังเป็คนไปยั่วยุมันเอง!
“ซั่งกวานเหยียนหลาน เ้าถอยไปก่อน ไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี สัตว์อสูรตัวนี้เกินกำลังเ้า” จูชิงพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ซั่งกวานเหยียนหลานตะลึง “นายท่านอยู่ข้าก็จะอยู่!”
“หยุดพล่ามได้แล้ว ข้าบอกให้ไปก็ไปสิ เ้าอยู่ที่นี่ก็มีแต่จักเป็ตัวถ่วงข้าเปล่าๆ!” เพลานี้จูชิงเปลี่ยนไปมาก แม้แต่คำพูดของเขาก็ทำให้ซั่งกวานเหยียนหลานรู้สึกแปลกไปจากเดิม!
“เ้าหนู พลังของข้าใช่ว่าจักใช้ได้ง่ายๆ ด้วยขั้นบำเพ็ญเพียรของเ้าในตอนนี้อย่างมากก็น่าจักได้แค่สำแดงพลังขั้นสร้างลมปราณ อีกทั้งยังใช้ได้แค่หนึ่งก้านธูปเท่านั้น” เฒ่าปีศาจพูด
“หนึ่งก้านธูปก็พอแล้ว!” จูชิงกัดฟันรับพลังของเฒ่าปีศาจ
เฒ่าปีศาจหัวเราะฮี่ๆ “แม้ว่าพลังที่ข้าให้เ้ายืมจักเป็แค่เศษเสี้ยวพลังของข้าในสภาพสมบูรณ์ แต่ก็เกินพอที่จะประมือกับสุนัขโลกันตร์สามหัวแล้ว!”
“ร่วมมือกันครั้งแรกอย่าหลอกข้าล่ะ!” จูชิงกวัดแกว่งง้าวปีศาจิญญาอำมหิต ศัสตราวุธิญญาจากยุคดึกดำบรรพ์พลันฟื้นคืนสู่สภาพเดิม
“จำเอาไว้ หนึ่งก้านธูป!” เฒ่าปีศาจเตือนเป็ครั้งสุดท้าย
“รู้แล้วน่า!” เขาััได้ถึงพลังมหาศาลภายในตัว จูชิงกระทืบเท้าลอยตัวกลางอากาศ เหวี่ยงวาดง้าวปีศาจิญญาอำมหิตมาดหมายฟันสุนัขโลกันตร์สามหัว!
สุนัขโลกันตร์สามหัวมองเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหยียดหยาม มันไม่อยากใช้สมบัติโบราณดึกดำบรรพ์กับกระบวนท่ากระจอกๆ
“โฮกก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวอ้าปากปล่อยลำแสงสีเทา
“ฟึ่บ!” จูชิงเปลี่ยนวิถีง้าวปีศาจิญญาอำมหิตทำลายแสงสีเทา ซึ่งแสงสีเทามิอาจสร้างความเสียหายใดๆ ให้กับง้าวปีศาจิญญาอำมหิตเลยสักนิด!
แววตาของสุนัขโลกันตร์สามหัวสาดแสงประหลาดใจ มันมองออกว่าง้าวยาวนั่นมิใช่ของสามัญ!
“โฮกกก!” สุนัขโลกันตร์สามหัวคำราม แล้วคายตราประทับทมิฬออกมา!
“ตราประทับหินฟ้าทะมึนอย่างนั้นรึ!” เฒ่าปีศาจยิ้ม
“ครืนน!” ตราประทับหินฟ้าทะมึนพุ่งลงมาจากท้องฟ้า พลังอันน่าพรั่นพรึงครอบคลุมกายาของจูชิงที่ใช้ง้าวต้านลำแสง ทว่าพลังนั่นส่งผ่านจากง้าวปีศาจิญญาอำมหิตทำให้อวัยวะภายในของจูชิงใกล้จักแหลกเป็เสี่ยงๆ
แต่ที่ทำให้จูชิงกลัวก็คือขณะที่พลังประหลาดเข้าไปในร่างกาย มันเหมือนกับมีโซ่ตรวนเข้ามาพันธนาการลมปราณของเขาเอาไว้ ถึงจะััลมปราณได้อย่างชัดเจน หากกลับมิอาจควบคุมได้เลย!
“หนึ่งในความสามารถของตราประทับหินฟ้าทะมึนก็คือการพันธนาการลมปราณ ถ้าถูกพันธนาการแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาสิบวันถึงจักทำลายพันธนาการนั่นได้!” เฒ่าปีศาจพูดเสียงราบเรียบ
ผู้ที่แข็งแกร่งอย่างผู้าุโลองกระบี่ยังถูกตราประทับหินฟ้าทะมึนพันธนาการลมปราณจนต้องแพ้พ่ายให้กับสุนัขโลกันตร์สามหัว ฉะนั้นอย่าได้พูดถึงจูชิงเลย!
“แต่ก็แค่นั้น เ้าหมาน้อย เ้าไม่รู้ใช่หรือไม่ว่าใครเป็คนสร้างตราประทับนี่?” เฒ่าปีศาจที่ทำกรรมฐานอยู่บนศิลาผนึกิญญาพิชิต์ลุกขึ้นยืน
ร่างเงาของเฒ่าปีศาจประจักษ์ทับซ้อนกับร่างของจูชิง ฝ่ามือเงาเคลื่อนไปเบื้องหน้าบีบคอสุนัขโลกันตร์สามหัว ยามนี้แววตาของสุนัขโลกันตร์สามหัวเต็มไปด้วยความหวาดผวา บางอย่างที่อยู่ในสายเืของมันกำลังตื่นขึ้น
สุนัขโลกันตร์สามหัวสะอึก ไม่กล้าเผชิญหน้ากับร่างเงาของเฒ่าปีศาจ!
“ไร้ประโยชน์ เหมือนกับไอ้คนสร้างตราประทับหินฟ้าทะมึน!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงไม่แยแส!
สุนัขโลกันตร์สามหัวก้มหัวหมอบลงกับพื้นให้กับเฒ่าปีศาจ!
จูชิงกลอกตา “นี่หรือพลังที่เ้าให้ข้ายืม?”
ร่างเงาของเฒ่าปีศาจยิ้ม “ใครใช้ให้เ้าอ่อนแอล่ะ แค่รับร่างเงาของข้ายังรับไม่ไหว โชคดีของข้าที่ยืมพลังข้าเองได้ เ้าคงไม่คิดว่าตัวเองจักจัดการเ้าหมานี่ได้ด้วยตัวเองใช่หรือไม่”
“พูดแทงใจดำ” จูชิงรู้สึกเหมือนถูกเฒ่าปีศาจด่า
“ดีใจเถอะ ถ้ามิใช่เพราะข้าอยู่ที่นี่ ป่านนี้คงไม่มีใครรอดชีวิตอยู่ในหุบเขาแล้ว!” เฒ่าปีศาจแค่นเสียงในลำคอ
