เล่มที่ 4 บทที่ 111 กรงเล็บอสูร
“เหอะ อ๋องอย่างข้าเนี่ย…” ขณะที่กำลังอ้าปากเริ่มโม้อีกครั้ง เ้าปีศาจกระบี่ก็รู้สึกได้ว่าพลังปราณสีทองในร่างกำลังถูกสูบออกไป จึงใแทบสิ้นสติ
“ไปๆๆ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ…”
ดังนั้นหนึ่งคนกับอีกหนึ่งปีศาจก็ะโลงสู่พื้นน้ำแสนเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ใต้บาดาลนั้นมืดจนมองไม่เห็นแม้กระทั่งมือตนเอง ต่อให้เป็ผู้บำเพ็ญย่า’หยวนขั้นสูงสุดเช่นหลินเฟย ก็ยังไม่สามารถแยกทิศทางออกได้ เขาทำได้เพียงมุ่งหน้าไปตามกลิ่นอายที่แปรเปลี่ยนเรื่อยๆเท่านั้น กระแสไอเย็นจู่โจมเข้ามาเป็ระยะ ราวกับพร้อมจะแทรกซึมเสียดกระดูกเข้ามา ไม่รู้เหมือนกันว่ากระแสไอเย็นนี้สะสมมากี่หมื่นปีแล้ว ถึงได้ยังเข้มข้น ไม่สลายหายไปเสียที…
ทั้งคู่ดำดิ่งลงไปหลายร้อยจ้าง พื้นที่รอบๆก็เริ่มกว้างขึ้นเหมือนกับเป็เมืองบาดาลก็ว่าได้ ภายใต้การนำทางของปีศาจกระบี่นั้น ทำให้ไม่นานก็มาถึงถ้ำใต้น้ำที่มีรูพรุนราวกับรังผึ้ง
“เข้าทางนี้” เมื่อสิ้นคำ ปีศาจกระบี่ก็ลอยมุ่งหน้าไปก่อน ทว่าหลินเฟยกลับลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตามเข้าไป…
หลังจากเข้ามาในถ้ำ หลินเฟยรู้สึกเหมือนเห็นแสงไฟเลือนรางปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กระแสไอเย็นเสียดกระดูกรอบๆกายในตอนแรก ก็พลันอบอุ่นขึ้นมาบ้าง…
ทั้งคู่ดำลงไปอีกประมาณพันจ้าง ในที่สุดก็มาถึงก้นบึ้งของทะเลสาบ กวาดตาสำรวจไปก็พบแต่พื้นที่โล่งอันกว้างใหญ่ไพศาล ทว่าบริเวณใจกลางกลับมีเปลวไฟสายหนึ่งกำลังลุกโชนอยู่…
ท่ามกลางเปลวไฟที่ลุกโชนนั้น มีหินพื้นผิวขรุขระขนาดั์ตั้งตระหง่านอยู่ เปลวไฟที่ลุกโชนนั้นทำให้อุณหภูมิน้ำโดยรอบสูงขึ้นจนเกิดเป็ฟองอากาศผุดขึ้นมามากมายราวกับน้ำเดือด
“นี่มันเปลวไฟใต้น้ำ!” หลินเฟยตะลึงกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า
“ตอนที่มันตกลงมาก็เป็เช่นนี้แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าข้างในคืออะไรเหมือนกัน ถึงสามารถปล่อยเปลวไฟออกมาได้ไม่หยุด หลังจากได้กายกระบี่นี้มา อ๋องอย่างข้าก็อาศัยเปลวไฟนี้บำเพ็ญกายเนื้อนี่แหละ…”
“เ้านี่ช่างโชคดีไม่เบาเลยนะ” หลินเฟยคลี่ยิ้มน้อยๆ แม้จะไม่รู้ว่าข้างในคืออะไร แต่แค่เห็นภาพที่น่าอัศจรรย์ตรงหน้า รวมถึงเื่ที่เ้าปีศาจกระบี่อาศัยเปลวไฟนี้ในการบำเพ็ญแล้ว ก็พอจะเดาได้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในจะต้องไม่ธรรมดาเป็แน่…
หลินเฟยเริ่มโคจรพลังปราณคุ้มกันความร้อน ก่อนจะว่ายวนดูรอบๆบริเวณหินั์ ถึงแม้จะอยู่ภายใต้กระแสน้ำเย็นเฉียบ แต่ในตอนนี้กลับรู้สึกถึงไอร้อนที่พวยพุ่งออกมามากกว่าความเย็นเสียอีก…
“ต่อให้ไม่ใช่แร่เซียนเทียน ยังไงก็ต้องเป็แร่โฮ่วเทียนขั้นสูงแน่ๆ…”
และในเวลานี้เองบริเวณ้าทะเลสาบก็ปกคลุมไปด้วยเมฆดำน้อยใหญ่ ไม่นานก็รวมตัวจนกลายเป็ปีศาจแสนอัปลักษณ์น่าสะพรึงกลัว ท่ามกลางเมฆดำเ่าั้ยังมีสายฟ้าผ่าลงมาจนเกิดเสียงฟ้าดังกัมปนาทเป็ระยะ ทันใดนั้นนั้นทุกอย่างมืดมิดไปหมด ไออสูรอันเข้มข้นปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ…
“แย่แล้ว!” หลินเฟยที่อยู่ใต้ทะเลสาบใกับไออสูรเข้มข้นที่เกิดขึ้นนี้ทันที อสุรกายขั้นกุ่ยหวังน่าจะกำลังตามมาแล้ว ในใจก็อดที่จะก่นด่าเ้าปีศาจขั้นเยาหวังไม่ได้ ‘ไหนๆก็ตีกันมาเกือบสามวันแล้ว ทำไมถึงไม่ตีกันอีกสักสองถึงสามชั่วยามเลยล่ะ มาตอนไหนไม่มา ดันมาตอนเวลาสำคัญแบบนี้เสียได้…’
‘ถึงคราวซวยเข้าให้แล้ว’
หลินเฟยหยุดโคจรวิชาจูเทียนฝูถูโดยพลัน สิ่งสำคัญที่ต้องทำในตอนนี้คือหาทางหนีให้ได้ก่อน…
แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว…
เมฆดำที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาบรวมตัวกันเป็เสาสีดำหนาเกือบสิบจ้าง มีลักษณะคล้ายกับัั์สีดำ ชั่วขณะที่เสาดำนี้กำลังจะลงมาแตะผิวน้ำ มันก็กลายร่างเป็กรงเล็บอสูรสีดำขนาดมหึมา จากนั้นจึงกระโจนสู่ใต้น้ำเต็มแรงราวกับพยัคฆ์ตะครุบเหยื่อก็ว่าได้…
พื้นผิวกรงเล็บของมันเต็มไปด้วยลายดำมากมาย แถมยังคมกริบจนเป็มันวาว และบัดนี้เอง มันก็กำลังแผ่กระแสไอเย็นออกมาไม่ขาดสาย
ทั้งอัปลักษณ์และน่าสะพรึงกลัว…
ชั่วขณะที่กรงเล็บอสูรจมลงสู่ผิวน้ำ ก็พลันเกิดเป็คลื่นน้ำแตกกระจาย ท่วมทะลักไปทั่วพื้นที่นับร้อยลี้ เหมือนกับขวานั์ที่สะบั้นลงมาและผ่ากลางน่านน้ำทะเลสาบออกเป็สองซีก กรงเล็บขนาดใหญ่นั้นสูงนับพันจ้าง มีสายฟ้าสถิตแลดูน่ากลัวพิลึก เพียงพริบตาเดียวมันก็ทะลวงลึกลงไปนับร้อยจ้างแล้ว ถ้ำหินที่เป็รูพรุนไม่อาจต้านทานแรงของมันได้อีก เพียงแค่กรงเล็บอสูรพาดผ่าน ถ้ำหินก็แตกกระจายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียแล้ว…
ไม่นานมันก็พุ่งทะลวงผ่านถ้ำหินมุ่งตรงมายังหลินเฟยอย่างรวดเร็ว…
“ซวยแล้วเรา…” หลินเฟยรู้สึกเหมือนเืในร่างกายกำลังถูกแช่แข็งก็ว่าได้ เพราะร่างกายของเขาในตอนนี้ได้ถูกไออสูรเข้มข้นกดดันจนหายใจไม่ออกแล้ว…
หลังจากผ่านถ้ำหินมาได้ก็ไม่มีอะไรขวางกั้นได้อีกต่อไป เพราะมันสามารถเคลื่อนที่นับพันจ้างได้ในชั่วพริบตา ไม่นานก็ปรากฏเหนือบริเวณศีรษะของหลินเฟยเสียแล้ว…
“ตายแน่ๆ…” ั้แ่กรงเล็บอสูรปรากฏออกมา ปีศาจกระบี่ก็เอาแต่โอดครวญวกไปวนมา แม้แต่น้ำเสียงของมันก็ยังเพี้ยนไปจากปกติ…
“หุบปากไปเลย!” หลินเฟยในตอนนี้ มีเหงื่อเย็นผุดพรายทั่วทั้งใบหน้า บริเวณลำตัวตัวก็เริ่มปรากฏเป็สะเก็ดน้ำแข็งสีดำขึ้นมา ริมฝีปากเริ่มเขียวคล้ำ ใบหน้าซีดเผือด สำหรับผู้บำเพ็ญขั้นย่างหยวนแล้ว ไออสูรเข้มข้นที่มาพร้อมกับกรงเล็บปีศาจนี้ ถือเป็สิ่งชั่วร้ายไม่มีอะไรสามารถสกัดมันไว้ได้ สิ่งที่ทำได้ตอนนี้ มีเพียงโคจรพลังเต็มพิกัดเพื่อเข้าต้านมันเท่านั้น
ในขณะเดียวกันหลินเฟยก็กุมหินตงจี๋ในมือไว้แน่น
เพราะนี่เป็ไพ่ตายใบสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่
หินตงจี๋นั้น แรกเริ่มเดิมทีเป็อาวุธขั้นหยางฝูที่มีมนต์สะกดสามสิบห้าสาย แถมยังได้ผู้บำเพ็ญขั้นจิงตันเป็คนหลอมมากับมือ ต่อให้เป็อสุรกายขั้นกุ่ยหวัง ก็จะต้องหวั่นเกรงกับพลังของมัน
แต่ว่า…
จะหวั่นเกรงเพียงใดนั้น หลินเฟยก็ไม่อาจแน่ใจได้...
ในตอนนี้ก็ได้แต่เสี่ยงเอาเท่านั้น
ไม่นานกรงเล็บอสูรที่มีกระแสไฟฟ้าสถิตก็เคลื่อนที่ใกล้เข้ามา หลินเฟยรู้สึกเหมือนถูกูเาขนาดั์กดทับร่างเอาไว้ ร่างกายเ็ปราวกับกำลังจะแตกสลายเพราะแรงกดดันมหาศาล ในตอนนี้หลินเฟยไม่มีเวลาที่จะลังเลอีกต่อไปแล้ว ชั่วขณะที่กรงเล็บอสูรกำลังจะเข้าประชิดตัว หลินเฟยก็ยกมือขว้างหินตงจี๋ออกไปสุดแรง…
ภายใต้การโคจรพลังปราณของหลินเฟย ทำให้หินตงจี๋ขนาดเท่าฝ่ามือขยายออกเป็แผ่นหินขนาดใหญ่ที่มีความกว้างหลายสิบจ้าง และมีน้ำหนักกว่าหมื่นจิน พุ่งเข้าใส่กรงเล็บอสูรอย่างจัง…
ทันใดนั้นก็ะเิออกมาเกิดเป็สะเก็ดเปลวไฟนับไม่ถ้วน ฟ้าสนั่นดินะเืไปทั่วทั้งบริเวณ รวมถึงคลื่นน้ำในทะเลสาบก็พลันทะลักออกมาราวกับถูกจับพลิก…
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
