“ข้าจะอยู่ที่นี่กับท่านตาท่านยาย เ้าค่ะ”
“เข้ามานั่งกินอาหารกันเถอะ กับข้าวเสร็จแล้ว”เสียงหญิงชราเรียกมาจากห้องครัวด้านหลังกระท่อม
“ที่นี่ก็ไม่ต่างจากแดนมนุษย์ฝั่งโน้น พวกเราใช้จ่ายเป็ผนึกิญญาที่หายาก คนที่มีฐานะดีส่วนมากจะเป็เ้าของเหมืองผนึกิญญา ถ้าคนธรรมดาทั่วไป จะหาได้ตามป่าในน้ำและถ้ำซึ่งหายากมาก”
“ผนึกิญญา หน้าตาเป็ยังไงเ้าคะข้ารู้จักแต่ตำลึง”หญิงชราเอาก้อนหินสีส้ม ที่มีพลังออกมาจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้กับหยางตี้ดู
“ดูเหมือนในก้อนหินนี้จะมีพลังอยู่ข้างในด้วย ถ้าหนึ่งก้อนขนาดนี้สามารถซื้ออะไรได้บ้างเ้าคะ”
“ซื้อได้เยอะเหมือนกัน ถ้าเทียบเท่ากับเพราะโลกมนุษย์ของเ้าน่าจะอยู่ที่ร้อยตำลึงทอง”
“ถ้าอย่างนั้นคนที่มีเหมืองผลึกิญญา ก็สบายเลยสิเ้าคะ”
“ใช่แล้ว นอกจากผนึกิญญาจะมีมูลค่าในการซื้อขายแลกเปลี่ยน มันยังสามารถดึงเอาพลังิญญาข้างใน มาเสริมพลังของเราได้ด้วย เ้าเห็นก้อนหินสีขาวซีดที่วางอยู่ข้างกองไฟไหม มันเคยเป็ผนึกิญญามาก่อน ตากับยายสูบเอาพลังด้านในออกมาหมดแล้ว มันเลยกลายเป็ก้อนหินธรรมดา”
“อย่าเพิ่งคุยตอนนี้เลย กินอาหารการก่อนเถอะ”
หยางตี้มองลงไปในจานอาหาร มีน้ำต้มผักและเนื้อแห้งย่างสุกวางอยู่บนจาน
“เนื้อย่างนี้คือ เนื้ออะไรหรือเ้าคะ ดูเหมือนมันจะมีพลังอยู่ข้างในด้วย”สองตายายมองหน้ากัน “หยางตี้เ้ามองเห็นพลังที่แฝงอยู่ในเนื้อนี้ด้วยหรือ พลังเ้ามีแค่น้อยนิด แต่สามารถมองเห็นพลังในเนื้อกวางไม่ได้ไม่เลวจริงๆ”
“มันคือเนื้อกวาง สัตว์อสูริญญาระดับสอง พี่ตาและยายล่ามาเป็อาหารนานแล้ว มันตัวใหญ่มากกินมาหลายเดือนแล้ว ยังไม่หมดเลย เ้ามาช่วยตากับยายกินเถอะ ร่างกายจะได้แข็งแรงและมีพลังเพิ่มขึ้น”
“สัตว์อสูริญญา? ที่นี่คือโลกที่ไหนกัน ทำไมถึงมีสัตว์อสูริญญาด้วย ข้าอ่านเจอจากในตำราเท่านั้น เอ๊ะ!ท่านปู่ท่านยาย ข้ามีถุงย่ามติดมาด้วยหรือไม่เ้าคะ”หยางตี้ถามด้วยความกังวล
“ถุงย่ามของเ้าติดมาด้วย อยู่ในห้องตอนนี้เ้ากินอาหารให้สบายใจก่อนเถอะ เื่อื่นเอาไว้ทีหลัง”
“โอ้!แค่กลืนกินลงท้องรู้สึกมีพลังสายหนึ่ง วิ่งวนอยู่ในร่างกาย เืลมสูบฉีดทั่วร่างเลยเ้าค่ะ รสชาติยังอร่อยไม่เหนียวมากนุ่มด้วย”
“แล้วสัตว์อสูริญญาพวกนี้ ท่านตาท่านยายไปล่าที่ไหนหรือเ้าค่ะ”
“ในป่าใหญ่ เอาไว้ให้เ้าแข็งแรงกว่านี้ ตาจะพาเ้าไปดู วันนี้กินก่อนเถอะจะได้มีแรง”หยางตี้หยุดคุยกัดกินเนื้อกวาง ที่แสนอร่อยอย่างเงียบๆ
หลังจากกินอื่นแล้ว ตาและยายพาหยางตี้ ออกมาเดินดูหมู่บ้าน ที่มองเห็นระยะไกล กระท่อมของตายายอยู่บนเนินเขาที่ไม่สูงมาก
ที่เ้าเห็นไกลๆตรงโน้น คือในเมืองของเกาะนี้ ตาว่ากลับเข้าไปในบ้านกันเถอะ ดูเหมือนร่างกายเ้ายังมีปัญหา
“เด็กน้อยเ้ายังโคจรพลังไม่เป็ใช่หรือไม่ ดูพลังในร่างกายเ้า ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ถ้าเ้าโคจรพลังเป็ พลังของเ้าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว มานั่งตรงนี้ตาจะแนะนำให้”
ชายชราแนะนำเด็กน้อยรายการโคจรพลัง แต่ละรอบต้องทำยังไงบ้าง เริ่มต้นและวนพลังโคจรตามเส้นลมปราณ แล้วปล่อยนั่งอยู่คนเดียว ในบรรยากาศที่เงียบสงบ สองตายายก็วันปลีกตัวไปนั่งโคจรพลังเหมือนกัน
“แสดงว่าที่เรานั่งมาตลอดผิด ตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาก หัวปลอดโปร่งเนื้อตัวโล่งสบาย ยังดีที่ผิดไม่มาก”
หยางตี้มองที่นอนตัวเอง “ถึงอยู่ในที่มีพลัง แต่ก็จนอยู่ดี เราอยู่ในกระท่อมนี้สามปี ท่านตาท่านยาย คงลำบากหายาอาหารมาให้กินเป็แน่ น่าจะเป็น้ำผลไม้ ยังรู้สึกหวานอยู่ในลำคออยู่เลย”
หยางตี้ล้มตัวลงนอน บนที่นอนแข็งกระด้างผ้าห่มผืนเก่าบาง “นอนมาได้ตั้งสามปี จะมารู้สึกที่นอนแข็งจนนอนไม่หลับแบบนี้ได้อย่างไรกัน หรือว่านอนมานาน เลยไม่ง่วงนอน”นางได้แต่นอนนิ่งๆในความมืด มันเงียบสงบจนเผลอหลับไป
“ท่านตาท่านจะไปที่ไหนหรือ ให้ข้าไปด้วยได้ไหมเ้าคะ นอนอยู่กับที่มานาน อยากออกไปยืดเส้นยืดสายบ้าง”
“ตาจะไปดูพักที่ปลูกไว้ตรงชายป่า อยากไปก็ตามมาสิ”หยางตี้เดินตามชายชราไปไกลประมาณสองลี้
“ท่านตาในบ้านข้าก็เห็นมีดอกไม้และสมุนไพรอยู่บ้าง แต่ผักทำไมถึงปลูกไว้ไกลถึงที่นี่ล่ะเ้าค่ะ”
“แถวกระท่อมมันปลูกไม่ค่อยขึ้น ตาเลยมาปลูกไว้ตรงนี้”
“พื้นที่แถวนี้มีเ้าของไหม มันติดกับป่าแบบนี้”
“มีเ้าของ ั้แ่ป่าจนไปถึงกระท่อมที่พวกเราอยู่ ทุกอย่างเป็ของเ้าเกาะ ตายายแค่อาศัยอยู่เท่านั้น ถึงได้มีแต่กระท่อมหลังโทรม ข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ”
หยางตี้ “ต้องเริ่มต้นใหม่อีกแล้วหรือ แต่ก็ยังดีที่มีชีวิตอยู่”
ชายชราเก็บผัก ให้ยายไปทำอาหาร หนึ่งกำมือ “ท่านตาแล้วมีตรงไหนบ้างที่ไม่มีเ้าของ ที่เราจะเดินเข้าไปหาผักและผลไม้ในป่าได้”
“มีแต่มันไกลจากที่นี่มาก ถ้าพวกเราจะไปก็ต้องไปนอนอยู่ในป่า ไม่สามารถเดินทางไปกลับได้ ไม่เหมือนทางทะเล”
“ทะเลก็มีกุ้งหอยปูปลา ท่านตากับท่านยาย ไม่ได้เก็บมาทำอาหารกินหรือเ้าคะ”
“พวกเราไม่ได้เก็บมาทาน เพราะสัตว์เ่าั้ไม่มีพลังิญญา ที่ตาไปเจอเ้าเพราะไปดูหอยตัวหนึ่ง ที่มันไข่มุกสีดำและเหมือนจะมีพลังิญญาอยู่ด้วย แต่ตอนนี้มันยังโตไม่เต็มที่ เลยปล่อยให้อยู่แบบนั้นไปก่อน”
“ท่านตาถ้าเราไปหาผนึกิญญา ต้องไปหาที่แบบไหนกัน มันอยู่ใต้ดินใช่หรือไม่ เหมืองแร่มันอยู่แถวไหน ข้ามีโชคเกี่ยวกับสิ่งของที่อยู่ใต้ดินเ้าค่ะ”
“ไว้ตาจะพาเ้าไปดู วันนี้เรากลับบ้านกันเถอะ”
“หลังจากกินข้าวแล้ว เราไปเลยไม่ได้หรือเ้าคะท่านตา ข้าอยากรู้แล้วอยากเห็นเ้าค่ะ”
“เด็กน้อยอยากรู้อยากเห็นอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีความรู้ความสามารถด้วย ถึงจะเข้าไปในป่าได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราจะเอาชีวิตไม่รอดออกจากป่ามา”
“ท่านตาหมายความว่ายังไงเ้าคะ ในป่านั้นมีสัตว์ดุร้ายเยอะ หรือว่ามีอย่างอื่นที่มากกว่านั้น”
“ใช่แล้วในป่าเต็มไปด้วยสัตว์อสูริญญา เ้าไม่มีความรู้ความสามารถที่จะเอาตัวรอดได้เลย เอาอย่างนี้ตาจะสอนเ้าต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด กระบี่กับธนูเ้าชอบแบบไหนตาจะสอนให้”
“ข้าชอบกระบี่เ้าค่ะ เป็ความรู้สึกเท่านั้น เกิดมายังไม่เคยจับเลยเ้าค่ะ อย่างมากจับแต่มีดกับที่ขุดดิน”
“เป็กระบี่ก็ดี เดี๋ยวตาจะตัดไม้มาทำเป็กระบี่ให้เ้าฝึกก่อน ไว้ค่อยหากระบี่ของจริงมาใช้ตอนเ้า ฝึกใช้กระบี่เป็แล้ว ถ้าเ้าอยากเข้าป่าไวๆก็ให้ตั้งใจฝึกฝน เ้าเป็เมื่อไหร่ตาจะพาเ้าไปเมื่อนั้น”
นับั้แ่วันนั้นมาทุกเช้า หยางตี้ต้องฝึกกระบี่ และกำลังของร่างกายที่นางมีพื้นฐานอยู่แล้ว แค่สองวันแรกนางสามารถจดจำ ท่วงท่าการใช้กระบี่ได้อย่างแม่นยำ
“เด็กน้อยเ้าเก่งมาก แค่สองวันเ้าก็สามารถใช้กระบี่ได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนกับเคยใช้มานาน แล้วมี่หนึ่งไม่ได้ใช้พอมาทบทวนก็เลยจำได้”
“ข้าก็มีความรู้สึกแบบนั้นแหละเ้าค่ะ มันคุ้นเคยแต่นึกไม่ออก ว่าเคยจับกระบี่ต่อสู้ หรือร่ายรำั้แ่เมื่อไหร่กัน”
“ถ้าเป็แบบนี้ ตาจะพาเ้าไปที่สุสานกระบี่ที่เขาหัวโล้น ให้เ้าได้เลือกกระบี่ ที่อยู่ในนั้น”
“จริงหรือเ้าคะท่านตา? มีที่แบบนั้นด้วยกระบี่ไม่ได้มีชีวิตเสียหน่อย ทำไมถึงต้องมีสุสาน”
“ง่ายๆก็คือเ้าของเสียชีวิตไปแล้ว หรือไม่เขามีกระบี่ที่ดีกว่า ก็เลยเอาด้ามที่ไม่ได้ใช้ ไปไว้ที่สุสาน เผื่อใครอยากได้ก็ไปเลือกเอา ถ้าใครโชคดีก็ได้ของดีระดับสูง และยิ่งกว่านั้นอาจมีกระบี่ ที่เบื่อโลกภายนอก เข้าไปอยู่ในนั้น”
“เราจะไปกันวันไหนเ้าคะท่านตา”หยางตี้ถามด้วยความตื่นเต้นดวงตาเป็ประกายแวววับ
“พรุ่งนี้เช้าเราจะเดินทางไป ระยะทางประมาณหกสิบลี้ ต้องออกเดินทางแต่เช้า หนทางค่อนข้างลำบาก”หลังจากคุยกับชายชราแล้วหยางตี้ รีบกลับเข้าห้องหยิบถุงย่าม
“แผ่นอักษรโบราณ จะใช้ในที่นี้ได้หรือไม่นะ ไม่ลองไม่รู้เผื่อจะมีความโชคดี เื่กำลังไม่ต้องตอนนี้ มีพลังแล้ว อ้าว!เหลือแต่แผ่นไม้อักษรไม่มี ตำราล่ะ”
หยางตี้รีบเอาตำรามาเปิดอ่าน “โอ๊ะ!ทำไมหน้ากระดาษถึงว่างเปล่า อยู่ใต้น้ำนานหรือว่าของที่มาจากโลกอีกฝั่งหนึ่ง นำมาใช้ที่นี่ไม่ได้ แปลกจังเราเขียนก็บ่อย แต่ทำไมถึงนึกตัวอักษรไม่ออกกัน”
“แต่เดี๋ยวก่อนนะ ตอนที่เราเจอไข่มุกและหินสี ก็ยังไม่ได้เจอตำราโบราณสามเล่มนี้นี่ ใช่แล้วเรารับรู้ถึงหินสีหรืออัญมณีได้เอง ไม่ได้เป็เพราะตำราสามเล่มนี้สักหน่อย”
“อักษรโบราณช่วยให้แข็งแรง ทำงานได้ไวและไม่เหนื่อยไม่หิว ไม่เกี่ยวกับของที่อยู่ใต้ดินที่เรารู้สึกได้เอง”หยางตี้เก็บทุกอย่างไว้ในถุงย่ามเหมือนเดิม
“ขอให้ได้กระบี่ที่ดีสักเล่มหนึ่งเถอะ จะได้เข้าป่าไปหาดูผนึกิญญา เผื่อจะปลูกบ้านหลังเล็ก มีเครื่องนอนที่หนานุ่ม จะได้หลับสบายหน่อย ขนาดเราเป็เด็กยังปวดหลังเลย แล้วท่านตาท่านยายล่ะ”นางได้แต่นึกเท่านั้นถึงยังไงก็ต้องนอนลงให้หลับ แม้พื้นที่นอนจะแข็งเป็หินก็ตาม
“หยางตี้เ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วหรือยัง ตาเฒ่ายืนรอเ้าอยู่ที่ทางออกแล้ว ทีแรกยายจะไปด้วย แต่หนทางไกลเดินทางลำบาก ยายอยู่เฝ้าบ้านดูแลสวนดอกไม้ดีกว่า”
“เสร็จแล้วเ้าค่ะกำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้ ข้าเห็นว่ายังมืดอยู่ก็เลยไม่เดินออกมาจากห้อง ไม่คิดว่าท่านตาจะรออยู่”หยางตี้รีบวิ่งออกจากห้อง ไปหน้าประตูรั้วซึ่งก็คือไม่กี่ก้าวเอง
ทั้งสองออกเดินทางั้แ่เช้ามืด ถึงจะมีพละกำลังที่เพิ่มขึ้น เดินทางพื้นที่เต็มไปด้วยหิน ไม่สามารถเดินเร็วได้ กว่าจะไปถึงูเาหัวโล้น ก็เป็เวลาเกือบเที่ยงวันแล้ว
“ต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย จะมีูเาอยู่และมีถ้ำอยู่ด้านใน เ้าเดินระวังด้วยล่ะ หินแต่ละก้อนถ้าบาดเนื้อก็เจ็บนะ”
ูเาหัวโล้นที่ว่า ก็คือูเาที่มีแต่ก้อนหินเป็เขาสูงกลม ลักษณะเหมือนหัวคน ไม่มีเส้นผมตรงช่องปากก็เป็ทางเข้า
“โอ้!มันดูกว้างใหญ่มากเลยนะเ้าคะ มองจากข้างนอกไม่คิดว่าข้างในจะเป็ถ้ำใหญ่ขนาดนี้ กระบี่หักกองเป็ูเาเลย แบบนี้จะเลือกยังไงดีล่ะเ้าคะท่านตา”
“เ้าลองเดินดูรอบๆก่อน เผื่อเจอที่ถูกใจจะมีที่ไม่หักก็มี เ้าอาจจะมองไม่เห็น ต้องใช้สมาธิในการเดินหา ตาจะรออยู่ตรงนี้นะ”
หยางตี้เดินดูกระบี่ที่หักพังกองอยู่เต็ม นางเดินวนไปวนมาสามรอบ จนไปสะดุดตากับกระบี่ ด้านหนึ่งที่ตั้งอยู่บนสุดของกองกระบี่ แต่นางไม่มีความสามารถที่จะเดินผ่านคมกระบี่ ขึ้นไปจับกระบี่ตามนั้นลงมาได้
“ถ้าใช้เถาวัลย์ผูกเป็บ่วงแล้วโยนขึ้นไปล่ะ ต้องลอง”
“ท่านตาเ้าคะ กระบี่ที่ข้าเห็นว่ามันอยู่สภาพดีที่สุด แต่มันอยู่สูงไม่สามารถปีนขึ้นไปคว้ามาได้ ข้าจะออกไปตัดเถาวัลย์แล้วทำเป็บ่วง โยนขึ้นไปคล้องแล้วดึงลงมาเ้าค่ะ”หยางตี้วิ่งออกจากถ้ำไป
