กู้อวี้อาบน้ำและสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อย กู้ซิ่วไฉก็นำเงินมาให้โดยแบ่งเป็หนึ่งร้อยตำลึงเงินและห้าสิบตำลึงทอง กู้อวี้รับมาแล้วนำไปเก็บไว้อย่างดี จากนั้นหยิบเงินจากกล่องออกมาห้าตำลึงใส่ไว้ในกระเป๋าของตนเอง เขาจะอาศัย่ที่เจินเจินไม่อยู่นี้ออกไปข้างนอกเสียหน่อย
“อวี้เอ้อร์ นั่นเ้าจะไปที่ใด เดี๋ยวพ่อเข็นพาไป” กู้ซิ่วไฉถามบุตรชาย
กู้อวี้ส่ายศีรษะ “ไม่เป็ไรขอรับท่านพ่อ เดี๋ยวข้าไปเอง อย่างไรท่านก็ไม่อาจเข็นรถเข็นให้ข้าไปได้ตลอดชีวิต”
เพื่อให้กู้อวี้ไปมาภายในบ้านได้สะดวก ธรณีประตูภายในบ้านสกุลกู้จึงถูกเอาออกทั้งหมด ตรงจุดใดที่เป็บันไดจะมีไม้มาวางพาดไว้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของหยวนเหล่าเอ้อร์
กู้อวี้ใช้มือเลื่อนล้อรถเข็นเข็นพาตนเองออกจากบ้าน ชาวบ้านต่างหันมองเขาด้วยสีหน้าตื่นตะลึง นี่เป็ครั้งแรกที่ชายหนุ่มออกจากบ้านหลังจากได้รับาเ็ ยามนี้สีหน้าของกู้อวี้ดูดีมากทีเดียว เ้าหกช่างเป็คนมีบุญวาสนาโดยแท้ นางขจัดอัปมงคลให้ผู้ใดผู้นั้นก็รอด!
ชาวบ้านต่างหยุดงานในมือ เอ่ยทักทาย “กู้อวี้ สีหน้าเ้าดูไม่เลวเลย ดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่”
“นี่เ้าจะไปที่ใด”
“รถเข็นคันนี้ดูดียิ่งนัก ทั้งยังมีล้อด้วย ราคาคงต้องแพงเป็แน่”
กู้อวี้ผงกศีรษะทักทายทุกคน น้ำเสียงที่เอ่ยตอบเต็มไปด้วยความสุภาพมีมารยาท “ข้าต้องขอขอบคุณท่านลุงท่านอาท่านน้า และท่านป้าทุกคนมากที่เป็ห่วงข้า ข้าดีขึ้นมากแล้วกำลังจะไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน ท่านพ่อให้ข้านำเงินจากท่านอารองหยวนไปให้” เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ท่านอารองหยวนเล่าเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ฟังแล้ว ยามนี้ท่านไม่ใช่คนสกุลหยวนจึงไม่อาจเอาเปรียบคนสกุลหยวนได้ เลยขอยืมเงินจากท่านพ่อของข้าห้าตำลึง ก่อนจะฝากให้ข้านำไปมอบให้ผู้ใหญ่บ้านเพื่อมอบให้สกุลหยวนอีกที”
ทุกคนฟังแล้วได้แต่ทอดถอนใจ ที่ผ่านมาพวกเขาดูหยวนเหล่าเอ้อร์ผิดไป นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็คนรู้จักบุญคุณคน
“ห้าตำลึงเลยหรือ หมูหนึ่งตัวราคาไม่ถึงห้าตำลึงด้วยซ้ำ ที่บ้านของข้าขายหมูย่อมรู้ราคาดี หมูตัวหนึ่งราคาแค่สองตำลึงเท่านั้น”
“ท่านอารองบอกว่า ใครจะเอาเปรียบใครอย่างไรท่านไม่สนใจ แต่ท่านจะไม่เอาเปรียบคนสกุลหยวนเป็อันขาด ถึงแม้ยามนี้จะไม่ใช่คนสกุลหยวนแล้ว แต่จะถือว่านี่เป็เงินทดแทนบุญคุณที่สกุลหยวนเลี้ยงดูท่านมา” กล่าวจบกู้อวี้ก็เลื่อนล้อรถเข็นมุ่งหน้าไปยังบ้านผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านบางคนมีน้ำใจจะช่วยเข็นไปส่ง กู้อวี้ผงกศีรษะเป็การขอบคุณ
เขาจงใจพูดเช่นนั้นออกไปก็เพื่อเจินเจิน และนับเป็การกอบกู้ชื่อเสียงของท่านอารองหยวนกลับคืนมา คนที่ถูกขับไล่ออกจากสกุลมีแต่จะเป็ที่ดูถูกของผู้อื่น ทว่าท่านอารองหยวนไม่สนใจ ส่วนเจินเจินก็ไม่รู้ความ เช่นนั้นเขาจะเป็คนชดเชยเื่นี้ให้เอง ด้วยไม่อยากให้มีใครนำเื่นี้มาใช้ต่อว่านางได้ในภายหน้า
ครั้นมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านที่ตามมาส่งเห็นกู้อวี้ควักเงินออกมาให้เ้าของบ้านห้าตำลึงจริงดังที่กล่าวไว้
ผู้ใหญ่บ้านมองพร้อมกับถอนหายใจ “เด็กดี ยามนี้หยวนเหล่าเอ้อร์ซื้อบ้านเก่าๆ หลังหนึ่งตรงท้ายหมู่บ้าน เมื่อวานทุกคนได้กินเนื้อหมูของเขา วันนี้ถ้าใครมีเวลาว่างไปช่วยกันคนละไม้คนละมือหน่อยแล้วกัน”
ชาวบ้านพยักหน้ารับคำ กู้อวี้จึงยกสองมือขึ้นคารวะขอบคุณทุกคน
หลังจากที่ชาวบ้านแยกย้ายกันกลับไปแล้ว ผู้ใหญ่บ้านเอ่ยถามอย่างเป็ห่วงเป็ใย “ข้าได้ยินท่านหมอบอกว่า ขาของเ้าหากให้หมอที่มีชื่อเสียงในเมืองรักษาไม่แน่ว่าอาจจะหายดี ข้าเห็นเวลานี้สีหน้าเ้าดูดีขึ้นมาก วางแผนจะไปหาหมอที่ในเมืองเมื่อใดหรือ”
มือของกู้อวี้ที่วางอยู่บนตักกำแน่นพร้อมกับหลุบตาลง “ไว้ค่อยว่ากันอีกทีดีกว่าขอรับ” กล่าวจบก็ขอตัวลากลับ ผู้ใหญ่บ้านจะให้หลานเข็นรถไปส่งที่บ้านสกุลกู้ ทว่าชายหนุ่มปฏิเสธ
เพิ่งจะออกจากบ้านผู้ใหญ่บ้าน เจินเจินที่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็ชุดใหม่เรียบร้อยวิ่งตรงเข้ามาหา นำพากลิ่นนมหอมๆ มาด้วย “พี่ชาย รีบกลับบ้านไปกินข้าวเถิด ไปกันเลย!”
เจินเจินเข็นรถเข็นออกไปอย่างเร็วจนกู้อวี้ต้องเอามือจับที่เท้าแขนไว้แน่น เส้นทางขรุขระซ้ำเด็กหญิงยังเข็นรถเข็นรวดเร็วเช่นนี้ หากไม่จับที่เท้าแขนเอาไว้คงได้ร่วงลงไปกองกับพื้นเป็แน่
“เ้าหก!”
“เ้าหกมานี่เร็ว! พวกเราเจอปลาไหล!” ระหว่างที่เจินเจินเข็นรถเข็นผ่านท้องนาแห่งหนึ่ง เด็กชายกลุ่มหนึ่งก็กวักมือเรียกนางไว้
เจินเจินหยุดเข็นรถในทันใด มองซ้ายแลขวาก่อนจะเข็นรถไปใต้ต้นไม้ อยู่ตรงนี้พี่ชายไม่โดนแดดแน่นอน นางต้องดูแลพี่ชายให้ดี หากโดนแดดจนผิวกลายเป็สีดำไปจะทำเช่นไร
“พี่ชาย ท่านรอข้าอยู่ตรงนี้สักประเดี๋ยว ข้าจะไปจับปลาไหลมาให้ท่านกิน!” พูดจบไม่รอให้กู้อวี้อนุญาตก็วิ่งไปหาเด็กชายกลุ่มที่ะโเรียกเมื่อครู่นี้อย่างเร็วรี่
กู้อวี้ “...”
“หยวนเจินเจิน!” เขาะโเรียกเสียงดัง
“เ้าหก เ้าเก่งเหลือเกิน!”
“เ้าจับตัวนี้ด้วย ตัวนี้ใหญ่ดี!”
“เ้าหก เ้ารีบจับเร็วเข้า มันหนีไปแล้ว!”
หากเสียงเรียกของเขากลับถูกเสียงของเด็กๆ กลุ่มนั้นกลบจนมิด เจินเจินจึงไม่ได้ยิน กู้อวี้ได้แต่จนปัญญา คิดจะเลื่อนล้อรถเข็นกลับบ้านเอง แต่ก็มิอาจทำได้ เพราะในเวลานี้ล้อดันไปติดหินก้อนหนึ่งเข้า เขาจึงทำได้แค่นั่งรอ
ครั้นเจินเจินกับกลุ่มเด็กชายจับปลาไหลมาได้ เด็กพวกนั้นก็ชวนกันจะไปจับปูในแม่น้ำต่อ กู้อวี้กลัวนางจะตามไปด้วยจึงพยายามเลื่อนล้อรถเข็นไปข้างหน้าตั้งใจจะเข้าไปห้าม แต่เนื่องจากล้อติดก้อนหิน กอปรกับเขาออกแรงเข็นอย่างแรง รถเข็นก็เลยล้ม ตัวเขาซึ่งนั่งอยู่บนรถจึงล้มลงไปกับพื้นด้วยเช่นกัน
กู้อวี้ถอนหายใจโมโหกับร่างกายที่ไม่ได้เื่ของตัวเอง เขาพยายามจะเคลื่อนกายไปยังรถเข็นที่ล้มอยู่บนพื้น เวลานี้เองข้างหน้าเขาพลันปรากฏเท้าของบุรุษผู้หนึ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เจอกับใบหน้าของคนที่เขาแสนจะเกลียด หลิ่วเหวินไฉ
“กู้อวี้ นึกไม่ถึงเลยว่าเ้าจะมีวันนี้”
กู้อวี้ไม่สนใจอีกฝ่าย พยายามขยับตัวไปอีกทางแทน แต่อีกฝ่ายกลับเดินมาขวางหน้าเอาไว้เช่นเดิม
“เ้าขอร้องข้าสิแล้วข้าจะช่วย” หลิ่วเหวินไฉก้มมองกู้อวี้จากในมุมที่สูงกว่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยันถากถาง “ดูสภาพของเ้าเวลานี้สิ เหมือนกับสุนัขตัวหนึ่งไม่มีผิด ไม่ใช่สิ ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่มีสุนัขที่ขาพิการเสียหน่อย เ้ายังสู้สุนัขตัวหนึ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ ฮ่าๆ!”
หลิ่วเหวินไฉส่งเสียงหัวเราะออกมา เป็เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจ กู้อวี้หน้าตาดีกว่าเขา เรียนหนังสือเก่งกว่าเขา ทั้งยังเป็ที่ชื่นชอบชื่นชมของทุกคน ทำให้เขารู้สึกอิจฉาริษยายิ่งนัก!
“ใช่ ตอนนี้ข้าสู้เ้าไม่ได้ พอใจหรือยัง หากพอใจแล้วก็หลบไป!“ กู้อวี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า
“เ้าย่อมสู้ข้าไม่ได้อยู่แล้ว ยามนี้เ้าสู้ข้าไม่ได้ แม้ต่อไปก็ไม่มีทางสู้ได้ ชะตาของข้าถูกกำหนดให้ได้เป็ขุนนางในเมืองหลวง ส่วนเ้ามีแต่จะต้องอยู่ในชนบท ใช้ชีวิตอยู่กับดินกับโคลน อย่าหวังว่าจะได้มีชีวิตที่ดีไปกว่านี้เลย!
“ยามนี้คู่หมายของเ้าก็กลายมาเป็ของข้า อนาคตของเ้าก็กลายเป็ของข้า!” หลิ่วเหวินไฉกล่าวด้วยสีหน้าโอหังอวดดี ภายในใจทั้งมีความสุขและสาแก่ใจจนไม่อาจบรรยายเป็คำพูดออกมาได้
ทว่าพอความสาแก่ใจหมดไป เขาจึงนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง ประโยคที่อีกฝ่ายกล่าวมาเมื่อครู่นี้มันไม่ถูกต้อง เขาด่าอีกฝ่ายว่าเป็สุนัข ต่อมาอีกฝ่ายกล่าวว่าตัวเองไม่อาจสู้เขาได้…
“นี่เ้าด่าข้าว่าเป็สุนัขอย่างนั้นหรือ!” สีหน้าหลิ่วเหวินไฉเปลี่ยนเป็กราดเกรี้ยว ครั้นมองใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าในใจก็ยิ่งเกิดโทสะ เขายกเท้าขึ้นหมายจะถีบลงไปบนตัวอีกฝ่าย
กู้อวี้ก็แค่อาศัยว่าหน้าตาดี ไหนๆ ก็ขาพิการอยู่แล้ว หากเวลานี้เขาทำลายใบหน้าอันหล่อเหลานี้ซ้ำ อีกฝ่ายก็จะกลายเป็แค่ชายพิการที่หน้าตาอัปลักษณ์คนหนึ่งเท่านั้น!
