ชาวไบแซนไทน์เเทบจะทั้งหมดต่างนับถือซุนเฟยเหมือนเป็วีรบุรุษกู้โลก
เพราะทุกคนต่างรู้ดีกันว่า ถ้าไม่ใช่เพราะาาเมืองแซมบอร์ดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออาณาจักรไบแซนไทน์ใน่เวลาที่ยากลำบาก และมอบอาวุธชุดเกราะที่ยอดเยี่ยมจำนวนมากให้แก่พวกเขา ตอนนี้พวกเขาคงเป็อาณาจักรทางตอนใต้ที่อ่อนแอที่ใครๆ ก็ดูถูก และาาคอนสแตนตินของพวกเขาก็คงไม่ติดสิบอันดับแรกของยอดฝีมือในเขตาทางภาคใต้ได้หรอก
แต่ซุนเฟยก็ไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่เป็เวลานาน
ที่เขามาที่นี่ในครั้งนี้ ก็เพื่อมาแก้ไขปัญหาอาการาเ็หลังจากฝึกทักษะ 'หมัดเจ็ดพิการ' ของาาไบแซนไทน์
หลังซุนเฟยตรวจอาการอยู่สักพักใหญ่ๆ เขาก็พบว่า หลังจากที่คอนสแตนตินฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' อวัยวะภายในของาาไบแซนไทน์ก็ได้รับาเ็ไม่น้อย อวัยวะที่สำคัญในร่างกายอย่างหัวใจ ตับ ม้าม ไตและกระเพาะอาหารของเขาต่างได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง อาการาเ็ของเขาค่อนข้างรุนแรงกว่าที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้เสียอีก
ซุนเฟยเดาว่า นี่อาจจะเป็พราะว่าคอนสแตนตินรีบร้อนฝึกฝน 'หมัดเจ็ดพิการ' จนเกินไป ถึงแม้ว่ามันจะทำให้เขาฝึก 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้สำเร็จภายในระยะเวลาสั้นๆ แต่การฝึกซ้อมอย่างรีบร้อนจนไม่คำนึงถึงตัวเองก็ทำให้เกิดอันตรายแก่ผู้ฝึกซ้อมมากขึ้น
“นี่เป็คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้ระดับหกดาว ข้าได้บันทึกวิธีการควบแน่นคลื่นพลังแนบลงไปด้วย และคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้จะช่วยปรับสมดุลของร่างกาย นอกจากนี้ยังผสานเข้ากับทักษะการต่อสู้อย่าง 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้ด้วย คลื่นพลังธาตุไม้นอกจากจะช่วยปรับสมดุลของร่างกายแล้ว ยังลดทอนอาการาเ็จาก 'หมัดเจ็ดพิการ' ไม่ให้รุนแรงยิ่งขึ้น ทั้งยังรักษาอวัยวะภายในของร่างกาย และช่วยบรรเทาอาการาเ็ของอวัยวะภายในได้ชั่วคราวด้วย”
คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับหกดาวที่ซุนเฟยมอบให้กับคอนสแตนตินเป็ฉบับคัดลอก แหล่งอ้างอิงข้อมูลก็มาจากยอดฝีมือลึกลับคนนั้น
ไม่กี่วันมานี้ ทุกครั้งที่ซุนเฟยได้พบกับยอดฝีมือลึกลับ เขาจะถามคำถามที่เฉพาะเจาะจง และน้อยครั้งมากที่ยอดฝีมือลึกลับผู้ถนอมวาจาดั่งทองคำจะยอมตอบคำถามกลับมาตรงๆ แต่วันที่สองที่ซุนเฟยมาพบกับยอดฝีมือลึกลับอีกครั้ง ยอดฝีมือลึกลับก็โยนหนังสือทำมือขององค์จักรพรรดิยาซินมาให้ซุนเฟย ส่วนใหญ่จะเป็คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังหรือคัมภีร์เวทมนตร์ระดับสูงที่หาพบได้ในหอหลวงของราชวังเซนิทเท่านั้น เขาให้ซุนเฟยนำไปศึกษาและแก้ไขข้อสงสัยด้วยตังเอง
เป็โอกาสที่หาได้ยาก ดังนั้นซุนเฟยจึงฉวยโอกาสนี้ศึกษาค้นคว้าและสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังขึ้นมาอย่างรีบร้อน ทว่าเขาไม่ได้ใช้เอง แต่นำไปให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาใช้ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวพวกเขาเอง
เช่นทักษะคลื่นพลังธาตุไม้เล่มนี้ เขาสร้างขึ้นมาให้าาไบแซนไทน์โดยเฉพาะ ในนวนิยายของโลกก่อน จางอู๋จี้สามารถฝึกและใช้วิชา 'หมัดเจ็ดพิการ' ได้อย่างชำนาญโดยที่ไม่ถูกพลังของหมัดสะท้อนกลับมาทำลายอวัยวะภายในของตัวเอง นั่นเป็เพราะว่า จางอู๋จี้ได้สำเร็จวิชากำลังภายในเก้าสุริยันอย่างลึกซึ้ง ไม่เพียงต้านทานพลังของหมัดที่สะท้อนกลับมาเท่านั้น แต่ยังผสานกับ 'หมัดเจ็ดพิการ' และดึงพลังนั้นออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่สามารถมอบวิชาเก้าสุริยันให้กับคอนสแตนตินได้ ทว่าคลื่นพลังธาตุไม้ของโลกนี้กลับมีผลลัพธ์ที่คล้ายกับกำลังภายในของโลกก่อน ซึ่งสามารถปกป้องและปรับสมดุลร่างกายของตัวผู้ฝึกได้ และยังมีความสามารถในการรักษาที่โดดเด่นอีกด้วย ดังนั้น หากใช้คลื่นพลังธาตุไม้ผสานกับ 'หมัดเจ็ดพิการ' ก็น่าจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
ความจริงแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่ามันปลอดภัย ซุนเฟยใช้ประโยชน์จากการที่ร่างกายของตัวเองไม่สามารถฝึกฝนคลื่นพลังธาตุใดเป็ชิ้นเป็อันได้มาเป็ตัวทดลองทักษะคลื่นพลังนี้ ผลปรากฎว่ามันไม่เลวเลยทีเดียว หลังมั่นใจว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ซุนเฟยจึงมอบคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังธาตุไม้เล่มนี้ให้กับาาแห่งไบแซนไทน์
ทักษะคลื่นพลังระดับหกดาวเล่มหนึ่งมีมูลค่าที่ประเมินไม่ได้ และมีแค่บางอาณาจักรบริวารเท่านั้นที่จะมีมันได้ ส่วนใหญ่พวกเขาจะเก็บไว้เป็ของคู่บ้านคู่เมือง าาคอนสแตนตินแห่งไบแซนไทน์รู้สึกปลื้มปิติมากจนบรรยายเป็คำพูดออกมาไม่ได้ หลังจากที่รับมาแล้วก็รู้สึกอยากจะตอบแทนพระคุณในครั้งนี้ เขาจึงคิดจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณซุนเฟย แต่ซุนเฟยกลับปฎิเสธและขอตัวลา เพราะ่นี้าามีเื่มากมายที่ต้องทำ
พรุ่งนี้เป็การเปิดฉากการแข่งขันการจัดอันดับในรอบสุดท้าย การต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้อาจรุนแรงมากขึ้น ยอดฝีมือเ่าั้ล้วนเก่งกาจ หากโชคไม่ดีอาจถึงตายได้ ดังนั้น ซุนเฟยจึงจำเป็ต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเหล่าผู้นำของเมืองแซมบอร์ดก่อนที่การแข่งขันจะเริ่มขึ้น
หลังจากกลับมาที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ด ซุนเฟยก็เลือกจะเก็บตัวฝึกฝน
แต่การเก็บตัวฝึกฝนในครั้งนี้ เขาไม่ได้เข้าไปอัพเลเวลที่โลก Diablo ซุนเฟยเปลี่ยนเป็ 'โหมดมือสังหาร' เพื่อััการไหลเวียนของพลังชี่แท้ภายในร่าง และทำการทดลองกับปรับแต่งคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังใหม่ที่เขาสร้างขึ้นมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
หลังจากที่ในตอนแรก เส้นทางการฝึกฝนของเหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดได้พัฒนาขึ้นอย่างก้าวะโ แต่ใน่นี้ ความเร็วในการฝึกฝนเริ่มแ่ลง ไม่ดีเท่าเมื่อก่อน
ซุนเฟยรู้ว่า ปัญหาไม่ได้มาจากตัวแลมพาร์ด ดร็อกบาหรือคนอื่นๆ
เพราะหลังจากพวกเขาผ่านกระบวนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายด้วย 'น้ำยาฮัลค์' แล้ว ทำให้กล้ามเนื้อและเส้นทางคลื่นพลังของพวกเขาถูกขยายออกให้กว้างขึ้น ช่วยให้พวกเขาฝึกฝนทักษะได้เร็วยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าจะเทียบกับอัจฉริยะั้แ่กำเนิดไม่ได้ แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ถือเป็อัจฉริยะคนหนึ่ง
ส่วนสาเหตุที่ความแข็งแกร่งของพวกเขาชะลอตัวลงนั้น เป็เพราะคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่พวกเขากำลังฝึกฝนอยู่มันระดับต่ำเกินไป ทักษะคลื่นพลังที่ซุนเฟยสร้างขึ้นมาก่อนหน้าอย่าง 'หมัดสายฟ้า พลังสู่ยมโลกเซกิชิกิ เอ็กซ์คาลิเบอร์ เกรทฮอร์น' ทั้งหมดต่างอ้างอิงมาจากคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่อยู่ในแหวนเก็บของ และคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับต่ำที่นักบวชแมซโซลาจัดหามาให้ ทำให้เขาสามารถสร้างได้แต่คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับต่ำออกมาเท่านั้น ถึงแม้จะได้เส้นทางชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' มาบุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังใหม่ๆ แต่ก็ทำให้คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังอยู่ในระดับสี่ดาวเท่านั้น
แฟรงก์ แลมพาร์ดสามารถใช้ 'หมัดสายฟ้า' คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสี่ดาวเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเองจนมาถึงระดับห้าดาวระยะกลางได้ อดีตยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งเมืองแซมบอร์ดคนนี้มีความลับบางอย่างที่ซุนเฟยไม่รู้ซ่อนเอาไว้อยู่ ส่วนผู้นำเมืองแซมบอร์ดคนอื่นๆ ไม่มีใครทำได้อย่างแลมพาร์ด พวกเขาส่วนใหญ่ยังคงติดแอยู่ที่ระดับสี่ดาวระยะปลาย
ไม่แน่ว่า คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสี่ดาวเหล่านี้ อาจเป็ตัวจำกัดความก้าวหน้าในการเพิ่มพลังของพวกเขาก็ได้
่เวลาผ่านไปรวดเร็ดดั่งสายน้ำไหล การสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสูงให้กับเหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดกลายเป็เื่เร่งด่วนที่ซุนเฟยต้องทำ
เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา หลังจากที่ซุนเฟยพูดคุยกับยอดฝีมือลึกลับแล้ว เขาก็ทำตัวหน้าด้านไร้ยางอายเอ่ยปากขอยืมคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับสูงในหอหลวงของราชวังเซนิทจากยอดฝีมือลึกลับเป็จำนวนมาก เพื่อจะใช้คัมภีร์พวกนี้มาอ้างอิงควบคู่ไปกับการใช้เส้นทางการไหลเวียนพลังชี่แท้ใน 'โหมดมือสังหาร' มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ นอกจากนี้ซุนเฟยยังนำ 'หมัดสายฟ้า' ของแลมพาร์ด 'เกรทฮอร์น' และ 'เอ็กซ์คาลิเบอร์' ของ 'สองอสุรกาย' 'คลื่นยมโลกเซกิชิกิ' ของพัศดีโอเลเกร์มาปรับแก้ใหม่ทั้งหมด และยังได้บุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังขึ้นมาใหม่อีกเป็จำนวนมาก ทำให้ซุนเฟยสามารถสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาวออกมาได้สำเร็จ
คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาว เพียงพอที่จะให้เหล่าผู้นำเมืองแซมบอร์ดได้ใช้ฝึกฝน
ใช้เวลาไปสี่ชั่วโมงเต็ม ในที่สุด ซุนเฟยก็สามารถปรับแก้และสร้างคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังใหม่ออกมาได้ทั้งหมดสิบเล่ม
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซุนเฟยก็คิดว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง จึงตัดสินใจเรียกพวกผู้นำเมืองแซมบอร์ดมาหาที่เต็นท์ของาาตามลำดับ ซุนเฟย้าตบรางวัลให้ดร็อกบา เพียร์ซและคนอื่นๆ ที่สร้างชื่อเสียงในการแข่งขันการจัดอันดับในครั้งนี้ และรางวัลที่มอบให้พวกเขาคือ คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังเล่มใหม่นั่นเอง
“นี่เป็คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดดาว?” เมื่อเห็นคัมภีร์ที่าามอบให้กับตัวเอง ไม่ว่าใครเป็ต้องใกันถ้วนหน้า มือไม้แต่ละคนสั่นระริก
คัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับนี้ ในราชอาณาจักรถือเป็สินค้าหายากมาก ต้องเป็พวกระดับสูงเงินหนาเท่านั้นถึงมีสิทธิ์ได้ แม้แต่อัศวินผู้ตัดสินในวังอัศวินเองก็ยังฝึกฝนทักษะจากคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดและแปดเลย ถ้าพูดตรงๆ คือ ทั้งราชอาณาจักรเซนิทมีคัมภีร์ทักษะคลื่นพลังระดับเจ็ดไม่เกินร้อยเล่มด้วยซ้ำ และส่วนใหญ่ก็เป็คัมภีร์ที่สร้างขึ้นโดยองค์จักรพรรดิยาซิน คัมภีร์เ่าั้ทั้งฝึกฝนได้ยากทั้งมีเนื้อหาซับซ้อน ไม่แปลกที่ยอดฝีมือส่วนใหญ่จะติดอยู่ที่ระดับหกดาว
“จงจำไว้ว่า ถึงแม้จะมีคัมภีร์คลื่นพลังระดับเจ็ดดาวอยู่ในมือ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่า พวกเ้าจะสามารถเป็นักรบระดับเจ็ดดาวได้ง่ายๆ เส้นทางของนักรบแต่ไหนแต่ไรมาก็สร้างขึ้นจากหยาดเหงื่อและเืเนื้อ คัมภีร์เล่มนี้แค่ชี้แนวทางให้พวกเ้าได้เป็ยอดฝีมือระดับสูงเท่านั้น ส่วนจะเป็ได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเ้าเอง”
สีหน้าของเหล่าผู้นำต่างเต็มไปด้วยความใ ดวงตาพวกเขาสะท้อนให้เห็นถึงความตื่นเต้นและบ้าคลั่งอยู่ในนั้น ซุนเฟยไม่ลืมที่จะราดน้ำเย็นใส่พวกเขา “พวกเ้าจงจำไว้ มีเพียงบุรุษที่ทุ่มเททุกหยาดเหงื่อและจิตใจที่มุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะกลายเป็ยอดฝีมือระดับสูงได้ ระดับหกดาวคือประตูบานแรกที่พวกเ้าทุกคนจะต้องฝึกฝนไปให้ถึง ถ้าเ้าก้าวผ่านประตูบานแรกนี้ได้ เ้าจะได้รับโอกาสให้ก้าวเข้าสู่ระดับจันทรา และก้าวต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีชีวิตอยู่ จงอย่าคิดที่จะหยุดเดิน หากในบรรดาพวกเ้ามีใครที่ก้าวข้ามผ่านไม่ได้ คนคนนั้นจะไม่ได้รับคัมภีร์คลื่นพลังระดับสูงจากข้า”
ประโยคที่ซุนเฟยกล่าวไม่ใช่ขู่ให้กลัวแต่อย่างใด
ถึงแม้ว่าตัวซุนเฟยจะพึ่งพาโลก Diablo ในการเพิ่มพลังให้กับตัวเอง แต่ที่เขาต้องติดอยู่ในระดับหกดาวอยู่นาน ก็เพราะเขาขาดวิธีในการควบคุมพลังและพื้นฐานกับทฤษฎีในการต่อสู้ แต่สุดท้ายเขาก็ได้ยอดฝีมือลึกลับที่มาช่วยแนะนำแนวทางให้กับเขา และมอบหนังสือสองเล่มที่องค์จักรพรรดิยาซินเขียนกับมือให้เขานำไปศึกษา จนสามารถทลายความข้องใจที่ติดค้างมานานลงได้ จากนั้นความแข็งแกร่งของเขาก็พัฒนาไปแบบก้าวะโ
สำหรับสัตว์ประหลาดอย่างซุนเฟยที่ไม่รู้จักคำว่าคอขวดแล้ว เขาใช้เวลาเพียงครึ่งเดือนก็สามารถก้าวข้ามระดับหกดาวขึ้นมาได้ ซึ่งสำหรับคนธรรมดาแล้ว มันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้เลยทีเดียวที่ซุนเฟยพูดแบบนี้ เพราะไม่อยากให้ยอดฝีมือของตัวเองเกียจคร้าน
“ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งสอนของฝ่าา และจะไม่ทำให้ฝ่าาต้องผิดหวัง”
ทุกคนต่างคุกเข่าอย่างซาบซึ้งต่อพระมหากรุณาธิคุณของาา
ซุนเฟยให้คนอื่นๆ ออกไปจากเต็นท์ รั้งไว้แค่แช็ค โอเลเกร์และตอร์เรส สามคนนี้เท่านั้นให้อยู่ต่อ
“พรุ่งนี้การแข่งขันการจัดอันดับรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นแล้ว คราวนี้ข้าจะมอบชุดโกลด์คลอธที่สมบูรณ์ให้แก่พวกเ้า”
ซุนเฟยพูดจบก็เกิดลำแสงสีขาวสามสายพุ่งออกมาจากแหวนเก็บของ ตรงกลางเต็นท์กว้างปรากฏกล่องเหล็กสีดำที่มีขนาดหนึ่งตารางเมตรสามกล่องออกมา ตัวกล่องเหล็กสร้างมาจาก 'โครงกระดูกปีศาจ' และ 'แร่เหล็กดำ' ลวดลายที่แกะสลักต่างราวกับมีชีวิตจริง กล่องแรกแกะสลักเป็รูปครึ่งคนครึ่งม้าท่าทางองอาจถือคันธนูยาว อีกกล่องแกะเป็รูปปูั์ท่าทางดุร้าย และกล่องสุดท้ายเป็รูปแมงป่องั์ที่กำลังชูหางเหมือนตะขอขึ้นเหนือฟ้าด้วยท่าทางดุดัน
-----------------------------------------------
อธิบายเล็กๆ: ร่างกายของซุนเฟยแปลกกว่าของคนอื่นตรงที่ เมื่อฝึกคลื่นพลังธาตุไหนก็แล้วแต่ ถ้าทันทีที่เขาเลิกฝึก คลื่นพลังทุกอย่างที่ฝึกมาก็จะสลายไปทันที ไม่สามารถกักเก็บคลื่นพลังได้ ทำให้ซุนเฟยลองฝึกฝนคลื่นพลังได้หลากหลายธาตุ ต่างจากคนอื่นที่พอฝึกทักษะคลื่นพลังธาตุใดก็จะกักเก็บคลื่นพลังที่ฝึกไว้ได้และสามารถเพิ่มพลังไปเรื่อยๆ คอยทะลวงขีดจำกัดของระดับพลังไปทีละขั้น และสามารถเปลี่ยนธาตุที่ฝึกได้ แต่ต้องแลกกับการที่ธาตุเดิมที่ตัวเองเคยฝึกจะหายไป ตัวอย่างกรณีนี้คือแลมพาร์ด ที่แต่ก่อนฝึกธาตุน้ำแล้วมาเปลี่ยนเป็ธาตุสายฟ้า ทำให้ธาตุน้ำในร่างเริ่มจางไปเรื่อยๆ
