ในตอนเช้าตรู่ หานอวิ๋นซีมาถึงลานบ้านของหลงเฟยเยี่ย ด้วยกลัวว่าจะตื่นสาย นางจึงขอให้แม่นมจ้าวปลุกนาง เดิมทีนางคิดว่านางมาเร็วแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับนั่งชงชาอยู่ในลานบ้านแล้ว
การสูดกลิ่นหอมของชาในอากาศยามเช้าที่สดชื่น ทำให้รู้สึกสดชื่นไปทั้งร่างกาย หานอวิ๋นซีชอบชายหนุ่มที่ดื่มชามากกว่าชายหนุ่มที่ดื่มเหล้าเสียอีก
วันนี้หลงเฟยเยี่ยสวมเสื้อคลุมอยู่บ้านสีขาวตัวโคร่ง ผมสีดำของเขาถูกดึงขึ้นด้วยปิ่นหยกอย่างง่ายๆ ทว่ากลับดูค่อนข้างเ็ากว่าปกติเล็กน้อย ทั้งยังสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาอีก ในตอนที่เดินไปตรงหน้าเขา หานอวิ๋นซียังคงรู้สึกว่าตัวเองกับเขามาจากคนละโลก
“อรุณสวัสดิ์” นางยิ้มและนั่งลงโดยไม่ได้รับอนุญาต
เขาพยักหน้าเล็กน้อย รินชาให้นาง ไม่พูดอะไรไร้สาระมากมายและถามตรงๆ ว่า “เ้านำอาวุธลับทั้งหมดมาหรือยัง?”
ความจริงแล้ว เดิมทีหานอวิ๋นซี้าจะซุบซิบนินทาเกี่ยวกับมิตรภาพของชายผู้นี้กับถังหลี่ แต่เมื่อดูจากปฏิกิริยาของกู้ชีฉ่าว การได้รับอาวุธลับของสำนักถังคงไม่ใช่เื่ง่าย
และถังหลี่ไม่เพียงให้เข็มดอกหลีฮวาพายุฝนแก่นางเท่านั้น แต่ยังให้อาวุธลับกองโตแก่นางอีกด้วย ดูเหมือนว่าจะถูกหลงเฟยเยี่ยข่มขู่เขา แต่จริงๆ แล้วก็แค่เห็นแก่หน้าหลงเฟยเยี่ยเท่านั้น อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหน ก็ไม่ได้เป็คนใจกว้างขนาดนั้น
กู้ชีฉ่าวสงสัยว่านางมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับสำนักถัง แต่เมื่อรู้ความจริง นางกลับสงสัยว่าหลงเฟยเยี่ยต่างหากที่มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับสำนักถัง!
เมื่อเห็นท่าทางเ็าของหลงเฟยเยี่ย หานอวิ๋นซีก็ยอมปล่อยไป ท้ายที่สุดการจะนินทาคนผู้นี้ต้องใช้ความกล้าอย่างมาก
นางหยิบอาวุธลับเข็มทองห้าชนิดออกมาวางเรียงเป็แถวบนโต๊ะหินตามลำดับ เข็มดอกเหมย เข็มชี้ เข็มกดจุด เข็มแถว และเข็มปาก
“เ้าจำวิธีใช้มันได้หรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามอีกครั้ง
เข็มที่แตกต่างกันก็มีการใช้งานที่แตกต่างกัน จำเป็ต้องใช้สายตา แรงมือ และแรงภายในที่แตกต่างกัน หานอวิ๋นซีพยักหน้าอย่างจริงจังด้วยท่าทีราวกับนักเรียนประถม พูดทุกอย่างที่หลงเฟยเยี่ยสอนในวันนั้น
แม้ว่าเขาจะเริ่มที่จะสอนนาง แต่นางไม่สามารถหยิ่งผยองเพราะความใจดีของเขาได้ แน่นอนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือนางควรจะเจียมเนื้อเจียมตัวให้มาก บางทีหากชายผู้นี้อารมณ์ดี เขาอาจจะสอนนางได้มากขึ้นก็ได้
“การมองเห็นไม่ใช่เื่ยากสำหรับเ้าใช่หรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามอย่างใจเย็น
“ถ้ามีกำลังมือเพียงพอละก็ ต่อให้ยิงไปร้อยนัดก็คงไม่มีพลาด” หานอวิ๋นซีไม่ได้คุยโว สายตาคือจุดแข็งของนาง ในฐานะหมอ โดยเฉพาะหมออย่างนางที่อาศัยการฝังเข็มเพื่อเลี้ยงชีพ นางสามารถเห็นจุดบกพร่องของผู้คนได้ในพริบตา นอกจากนี้ จุดฝังเข็มแต่ละจุด ยังระบุได้ชัดเจนว่าจุดอ่อนของร่างกายมนุษย์อยู่ที่ใด
หลงเฟยเยี่ยพยักหน้า ค่อยๆ ถกแขนเสื้อขึ้น ยื่นมือออกไปวางบนโต๊ะและทำท่าจะงัดข้อ
หานอวิ๋นซีจ้องอย่างว่างเปล่า “ท่านจะทำอะไร?”
“ทดสอบศักยภาพของแรงมือของเ้าไง วางมือสิ” หลงเฟยเยี่ยที่พูดด้วยใจจริง
หานอวิ๋นซีที่ดูเหมือนจะเข้าใจอย่างมาก แล้วก็เชื่อฟังมาก ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อกำลังจะแตะมือใหญ่ของหลงเฟยเยี่ย จู่ๆ การวางมือก็ช้าลง
งัดข้อ นางต้องจับฝ่ามือของเขา
นางลังเล และค่อยๆ เข้าใกล้ทีละนิด ยิ่งเข้าใกล้ก็ยิ่งช้าลง
“ก็แค่ทดสอบว่าความแข็งแกร่งของมือเ้าอยู่ในระดับไหนก็เท่านั้นเอง จะกลัวอะไร?” หลงเฟยเยี่ยถาม
“อือ” นางไม่ได้กลัว แต่...รู้สึกประหม่าอย่างอธิบายไม่ถูก
ก็เป็เพราะการจับมือนี่แหละ!
หานอวิ๋นซีหายใจเข้าลึกๆ และในที่สุดก็ค่อยๆ ััมือใหญ่ของหลงเฟยเยี่ยด้วยมือเล็กของนาง แต่ทันทีที่แตะ นางก็ดึงมือกลับโดยสัญชาตญาณ มันเย็นมาก!
ความอดทนของหลงเฟยเยี่ยมีจำกัด เดิมทีเขา้าจะเร่งเร้า แต่ดูเหมือนว่าจู่ๆ จะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ ร่องรอยของความขี้เล่นก็ฉายแววผ่านดวงตาลึกของเขา มองไปที่หานอวิ๋นซีและถามด้วยความสนใจว่า “เ้าไม่กล้าหรือ?”
ไม่กล้าแตะหรือไม่กล้าลอง คำเหล่านี้ดูกำกวม ยั่วยุ ผู้พูดมีความหมายของผู้พูด ผู้ฟังก็มีความเข้าใจของผู้ฟัง ช่างน่าสนใจจริงๆ
แน่นอนว่าในความเข้าใจของหานอวิ๋นซีคำว่า “คลุมเครือ” ไม่มีอยู่ในโลกของหลงเฟยเยี่ย และนางคิดเพียงว่าหลงเฟยเยี่ยแค่ยั่วยุเท่านั้น
นางประชดตัวเองในใจ นางไม่ใช่คนบ้าผู้ชายเสียหน่อย ทำไมเวลาเจอหน้าชายผู้นี้ถึงได้คิดเลยเถิดไปตลอดเลยล่ะ?
ดูความตรงไปตรงมาของเขาสิ ในสมองของนางที่เต็มไปด้วยความคิดต่างๆ นานา ถ้าเขารู้ว่านางกำลังคิดเล็กคิดน้อยอยู่ ต้องถูกรังเกียจเป็แน่
หลังจากกระแอมเบาๆ หานอวิ๋นซีก็สงบลงและพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอ๋อง ไม่ต้องมาสั่งข้านะ”
มือของหลงเฟยเยี่ยยังคงวางอยู่ที่เดิม เขาเลิกคิ้ว ส่งสัญญาณบอกว่าไม่ได้ หานอวิ๋นซียื่นมือออกไปอีกครั้ง คราวนี้การเคลื่อนไหวของนางเป็ไปอย่างเรียบร้อย จับฝ่ามือใหญ่ของหลงเฟยเยี่ยโดยตรง
มือของเขาเย็น แข็ง และหยาบกร้านเนื่องจากถือดาบมาตลอด มือของนางนุ่ม ผิวขาวใสเนียนละเอียดและอ่อนโยนเหมือนน้ำ ด้วยััที่อ่อนโยนและนุ่มนวลนี้ ทำให้หลงเฟยเยี่ยรู้สึกสบายใจและเกิดความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้ ดวงตาลึกของเขาค่อยๆ ลึกล้ำมากขึ้น
มือยาวของเขาและมือสั้นของนางที่วางอยู่บนโต๊ะทั้งคู่ ดังนั้นจึงมีความแตกต่างกันอย่างมาก หานอวิ๋นซีจับมือและบีบง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้อย่างมั่นคง ทว่าก็ไม่แน่นขนาดนั้น
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มือเล็กๆ ของนางค่อยๆ จับขึ้นไปอย่างระมัดระวัง ฝ่ามืออุ่นแตะเบากับมือเย็นของเขา นางแค่อยากจะจับมันให้สูงขึ้นอีกสักหน่อย แต่นางไม่รู้ว่าพฤติกรรมของตัวเองจะยั่วยุให้ชายหนุ่มตรงหน้าเสียการควบคุมตนเองมากเท่าไร!
ััที่อ่อนโยนนั้นรู้สึกเหมือนกำลังจักจี้ ยั่วยวนและเสียวซ่าน กระแสความร้อนที่ไหลวนอยู่ในช่องท้องเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตของหลงเฟยเยี่ยที่หุนหันพลันแล่น มือใหญ่ของเขาก็กุมมือเล็กของหานอวิ๋นซีอย่างรวดเร็วและจับมันไว้แน่น!
หานอวิ๋นซีใ เงยหน้าขึ้นทันทีและพบกับดวงตาที่ลึกล้ำของหลงเฟยเยี่ย สองสายตาประสานกัน มือของหลงเฟยเยี่ยแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะดึงหานอวิ๋นซีไป
อย่างไรก็ตาม ในขณะเดียวกัน หานอวิ๋นซีก็อดไม่ได้ที่จะะโว่า “เจ็บ!”
เขาจับมันไว้แน่นจนกระดูกนางแทบหัก นางทนไม่ได้อีกต่อไป ยังไม่ทันได้เริ่มงัดข้อด้วยซ้ำ ทว่ามือของนางก็ไม่ไหวแล้ว คนผู้นี้ช่างแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้!
หานอวิ๋นซีที่ส่งเสียง “เจ็บ” ออกมา ก็ดึงหลงเฟยเยี่ยกลับมาจากการสูญเสียการควบคุมทันที ดวงตาที่ลึกของเขาก็คมชัดขึ้น และปล่อยมือหานอวิ๋นซี
หานอวิ๋นซีที่รู้สึกโล่งใจ แต่ก็รู้สึกถึงความรู้สึกว่างเปล่าเช่นกัน นางไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน จึงมองไปที่หลงเฟยเยี่ยและพบว่าการแสดงออกของเขาเคร่งขรึมมาก
“ข้า...ข้าเจ็บจริงๆ นะ อย่าจับแน่นขนาดนั้นสิ ข้าให้ดูเอาหรือไม่” นางพูดอย่างโศกเศร้า คิดว่าเขาคงผิดหวัง
ใครจะไปรู้ หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเ็าว่า “ไม่จำเป็ ไม่ว่าเ้าจะฝึกฝนมือนี้มากเพียงใด มันก็ไร้ประโยชน์ ฝึกไปก็ไม่ได้มีแรงมากมายอยู่ดี”
อะไรกัน?
หานอวิ๋นซีใและรีบถามว่า “ไม่สิ...ยังไม่ได้ทดสอบเลยไม่ใช่หรือไร?”
“โดนจับแค่นี้ยังทนไม่ได้ จะไปหวังอะไรได้อีกล่ะ?” หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างไร้ความปรานี
“แต่...แต่...” หานอวิ๋นซีเริ่มหมดความอดทน นางไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ และไม่รู้วิธีฝึกความแข็งแกร่งของแขนเลยว่าต้องฝึกอย่างไร มันเป็อย่างที่หลงเฟยเยี่ยพูดจริงหรือ?
เมื่อหลงเฟยเยี่ยยืนขึ้น หานอวิ๋นซีก็รีบลุกขึ้นและถามว่า “ยังมีพลังภายในอยู่ไม่ใช่หรือ? สามารถฝึกฝนพลังภายในได้หรือไม่? สอนพลังภายในให้ข้าเถอะนะ”
“มันเป็หลักการเดียวกัน ไม่สอนแล้ว” หลังจากที่หลงเฟยเยี่ยพูดจบ เขาก็หันหลังกลับและจากไป
ว่าไงนะ?
หานอวิ๋นซียืนอ้าปากค้างตกตะลึงอยู่ที่เดิม จมอยู่ในความใ โดยไม่ทันสังเกตว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังเดินออกไปอย่างเร่งรีบ ราวกับกำลังหลบหนี ะเิอารมณ์แบบนี้มันกะทันหันเกินไปหรือไม่? นางรู้สึกว่าตัวเองถูกปฏิเสธโดยสิ้นเชิง ต้องรู้ว่านางเต็มไปด้วยความคาดหวังและ้าเรียนรู้อย่างนอบน้อม
นางมองมือของตัวเองอย่างโง่เขลา แม้ว่าจะไม่เข้าใจ แต่ก็รู้เช่นกันว่าความแข็งแกร่งของมือเท้าและความแข็งแกร่งภายในเป็สิ่งพื้นฐานที่สุดสำหรับการเรียนรู้ศิลปะการต่อสู้ หากไม่สามารถฝึกฝนความแข็งแกร่งของมือได้ ฝึกฝนความแข็งแกร่งภายในไม่ได้ ดังนั้น นางก็คงเป็คนไร้ประโยชน์สำหรับศิลปะการต่อสู้สินะ?
ต้องโชคร้ายขนาดนี้เลยหรือ!
หานอวิ๋นซีที่ไม่พอใจ รีบไล่ตามเขาไป แต่น่าเสียดายที่ไม่ว่าจะหาอย่างไร ก็หาหลงเฟยเยี่ยไม่เจอ
หลายวันต่อมา หลงเฟยเยี่ยไม่เคยปรากฏตัวอีกเลย ราวกับว่าเขาได้หายไปจากโลกนี้แล้ว
หานอวิ๋นซีคิดว่าตัวเองต้องน่ารังเกียจมากๆ อย่างแน่นอน นั่นเลยเป็สาเหตุที่ชายผู้นั้นยอมแพ้ง่ายๆ และไม่สนใจนาง
ระบบการล้างพิษยังคงอยู่ใน่การอัปเกรด หานอวิ๋นซีเองก็ยังคงอ่อนล้า นางหลับไปหลายชั่วยามและเมื่อนางตื่นขึ้น นางก็รู้สึกเศร้าใจกับอาวุธของสำนักถังที่อาบยาพิษคู่หนึ่ง ช่างเป็อาวุธที่สมบูรณ์แบบแต่ช่างน่าเสียดายที่นางไม่มีวาสนาด้วย
อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซีผู้มองโลกในแง่ดีไม่ได้รู้สึกเศร้านาน พระเ้าได้มอบพร์ด้านวิชาพิษให้กับนางแล้ว นางก็ไม่คาดหวังมากเกินไปหากนางไร้ประโยชน์ในศิลปะการต่อสู้
แค่รู้ว่าไม่มีอาวุธลับ มีแต่ยาพิษ หลงเฟยเยี่ยจะพานางออกไปด้วยหรือไม่?
ในไม่ช้า หานอวิ๋นซีก็ได้คำตอบ
หลังจากที่หลงเฟยเยี่ยหายตัวไปเป็เวลาสิบวัน ก็สั่งให้ฉู่ซีเฟิงส่งบางอย่างไปให้หานอวิ๋นซี สิ่งนี้มีชื่อที่สวยงามและไพเราะมาก ชื่อว่า หลีฮวาเล่ยอวี่
นี่คืออาวุธลับที่มีลักษณะเหมือนกำไล มีสีแดงที่น่าหลงใหล การออกแบบตาข่ายกลวงฝังด้วยหยกสีแดง เมื่อสวมใส่บนมือที่บอบบางและสวยงามของหานอวิ๋นซี มันก็จะถูกพันอยู่ระหว่างข้อมือและหลังมือพอดี ความกระชับปานกลาง แต่มีความงามสง่าเกินพรรณนา
ฉู่ซีเฟิงไม่สามารถละสายตาจากมันได้เลย และอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าท่านอ๋องวัดขนาดมือเล็กของหวังเฟย ก่อนที่จะสั่งแล้วอย่างนั้นหรือ
หากพวกเขาไม่รู้เื่นี้มาก่อน ต่อให้สายตาจะดีเพียงใด ก็จะคิดว่ามันเป็เครื่องประดับราคาแพงชิ้นหนึ่งและคงไม่คิดว่ามันจะเป็อาวุธลับ อย่างไรก็ตาม หลีฮวาเล่ยอวี่นั้นค่อนข้างทรงพลัง ทั้งยังเป็อาวุธลับประเภทใหม่ที่สำนักถังสร้างขึ้น ซึ่งหลงเฟยเยี่ยบังคับให้ถังหลี่ทำงานโดยไม่นอนเป็เวลาสิบวัน โดยใช้เข็มดอกหลีฮวาพายุฝนเป็แม่แบบ และมีเพียงหนึ่งเดียวในโลก!
แน่นอน ไม่ว่าสิ่งนี้จะทรงพลังเพียงใดก็ไม่สามารถเทียบได้กับเข็มดอกหลีฮวาพายุฝน พลังและความเร็วของมันอ่อนแอกว่าถึงสองในสาม ท้ายที่สุดถังหลี่ไม่สามารถเข้าใจความลึกลับของเข็มดอกหลีฮวาพายุฝนได้ การสร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาได้นั้น ก็ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ข้อดีอย่างหนึ่งคือหลังจากยิงเข็มทองออกไปแล้ว มันสามารถเติมเข็มทองเล่มต่อไปได้ ไม่เหมือนเข็มดอกหลีฮวาพายุฝนที่มีจำนวนจำกัด
“หวังเฟย นี่คือหินหยกสิบสามก้อน มีทั้งใหญ่และเล็ก อัญมณีแต่ละเม็ดสามารถซ่อนไว้ในเข็มทองได้ครั้งละสามเม็ด เข็มทองสามสิบเก้าเล่มนี้ คงเพียงพอสำหรับท่านที่จะใช้เป็เวลานาน” ฉู่ซีเฟิงหัวเราะ
หานอวิ๋นซีเล่นกับมันอย่างไม่น่าเชื่อ และถามอย่างขี้อายว่า “ข้าลองได้หรือไม่?”
นายหญิงท่านนี้สุภาพั้แ่เมื่อไร? ฉู่ซีเฟิงรู้สึกยินดีเป็อย่างยิ่ง “ท่านอ๋องส่งสิ่งนี้มาให้ท่าน เมื่อมันอยู่ในมือของท่านแล้ว ลองทำดูสิ!”
“เอาล่ะ ยืนข้างหลังอีกนิดหนึ่ง ให้ข้าทดสอบความแข็งแกร่งและความเร็วสักหน่อย” หานอวิ๋นซีพูดอย่างจริงจัง
ฉู่ซีเฟิงตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะล้มลง สีหน้าแข็งทื่อ กลายเป็ว่าคนที่นางจะลองเป็เขา!
หานอวิ๋นซีโบกมือของนางและสั่งให้เขารีบถอยไปยืนห่างๆ นางเคยลองใช้พลังของเข็มดอกหลีฮวาพายุฝนมาก่อน ดังนั้นหลีฮวาเล่ยอวี่นี้คงไม่ทำให้นางผิดหวัง
