“อีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งตั้งชายาแล้วเพคะ พูดเช่นนี้ดีแล้ว ไม่มีผู้ใดกล้าทักท้วงหรอกเพคะ” หนิงเอ๋อพยักหน้าขึ้นลง ไม่อยากต่อความกับนางจึงปล่อยผ่านไป ก่อนจะนึกบางอย่างได้
“แต่ว่าที่ตำหนักฉางชุน มีเซียนรับใช้มากมาย เหตุใดองค์ชายรองยังต้องให้เ้ามาดูแลข้า อีกอย่างข้าไม่ได้เจ็บป่วยอะไร และยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็ชายาด้วย” น้ำเสียงหนิงเอ๋อคล้ายสงสัย พร้อมกับสายตาหวานวาดมองเฟยเทียนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกเจ็บท้องขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ชายาเป็อะไรไปเพคะ” เฟยเทียนเห็นอาการของหนิงเอ๋อ จึงรีบละจากถ้วยตรงหน้า แล้วเข้ามาประคองร่างบางด้วยความเป็ห่วง
“ข้ารู้สึกปวดท้อง” ก่อนรอยยิ้มของสาวใช้จะแย้มออกมาเล็กน้อย พลันลุกขึ้นเดินกลับไปยังโต๊ะ แล้วหยิบถ้วยยาที่มีควันโพยพุ่งขึ้นมา
“เป็อย่างที่องค์ชายรองกล่าวไว้ไม่มีผิด องค์ชายรองให้ข้าเตรียมยาสมุนไพรของเทพโอสถไว้ บอกว่าหากชายาตื่นมา จะมีอาการปวดท้องเพคะ” เซียนรับใช้พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางเดินตรงมายังหนิงเอ๋อ แล้วยื่นถ้วยยาให้พร้อมกับรอยยิ้มหวาน
“องค์ชายรองสั่งให้เตรียมยาไว้งั้นฤา” ดวงตากลมแป๋วของหนิงเอ๋อถามด้วยความสงสัย
“เพคะ องค์ชายรองบอกว่า ชายากินผลท้อ์มากเกินไป ยาสมุนไพรนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดท้องได้เพคะ”
“ที่แท้ผลท้อมีพิษหรอกเหรอ” หญิงสาวพูดเสียงอ่อย ก่อนเฟยเทียนเผยรอยยิ้มออกมา
“ผลท้อ์ไม่มีพิษหรอกเพคะ เพียงแต่ชายากินมากเกินไปเท่านั้นเอง ท่านดื่มยานี้สักหน่อย ไม่นานอาการจะดีขึ้นเพคะ” หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้นจึงหยิบถ้วยยาจากสาวใช้ แล้วยกดื่มจนหมด พลันเลื่อยสายตามองไปยังเฟยเทียนอย่างเป็มิตร ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมา
“เ้าเป็เซียนรับใช้จากตำหนักของาา์ฤา” หนิงเอ๋อกระซิบพร้อมสายตาเป็ประกายแวววาว
“เพคะ”
“เช่นนั้น เ้าก็ต้องรู้เื่ราวต่าง ๆ บนแดน์เป็อย่างดี ถูกต้องฤาไม่”
“หม่อมฉันเป็เพียงเซียนรับใช้ธรรมดาเพคะ” เฟยเทียนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม ก่อนหนิงเอ๋อจะเอื้อมไปจับมือนางแน่น อย่างมีความหวัง
“เ้าพอจะได้ยินประวัติความเป็มาของสำนักิเซียนฤาไม่ เ้าสำนักิเซียนมีนามว่ามู่เฉิงหนิง เ้าพอจะรู้ฤาไม่” ดวงตาเป็ประกายทอดมองไปยังเฟยเทียนอย่างมีความหวัง ก่อนนางจะขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้เพคะ” เมื่อได้ยินคำตอบนั้น หนิงเอ๋อจึงแน่นิ่งไป ก่อนจะรู้ตัวว่ากำลังทำผิดกฎ จึงเฉไฉไปเื่อื่น
“เปล่าหรอก ข้าแค่ได้ยินเทพองค์อื่นพูดถึงความเจริญรุ่งเรืองของสำนักิเซียนต่อ ๆ กันมา ข้าเลยอยากรู้ประวัติของสำนักิเซียนเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้หรอก” หนิงเอ๋อพูดปัดก่อนชะงักเมื่อถูกอีกฝ่ายทอดสายตามองมา
“เ้าจ้องข้าด้วยเหตุใด”
“ชายา งดงามมากเพคะ ขนาดข้าเป็หญิง ยังอดเผลอมองชายาไม่ได้ แล้วองค์ชายรองจะอดทนได้อย่างไรเพคะ” หนิงเอ๋อกลืนน้ำลาย แล้วเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“เ้าพูดอะไร”
“ข้าพูดความจริงเพคะ ยังไม่ทันถึงวันแต่งตั้งพระชายา องค์ชายรองยังใส่ใจท่านถึงเพียงนี้ ในขณะที่ผู้คนมากมายต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่า ชายาเป็เพียงเซียนน้อยผู้โชคดี ที่องค์ชายรอง ดึงขึ้นมาเพื่อประชดองค์หญิงฟางเหนียง แต่เท่าที่ข้าเห็น องค์ชายปฏิบัติกับท่านอย่างดี ข้าเชื่อว่าชายาไม่เพียงแต่โชคดี แต่ชายายังมีวาสนาสูงส่งจึงทำให้องค์ชายเมตตาถึงเพียงนี้”
“เ้าคิดมากเกินไปแล้วล่ะ”
“ข้าเพียงแต่พูดไปตามความจริง ชายาทรงตรองดูสิเพคะ สมุนไพรในถ้วยนั้น องค์ชายเสด็จไปในห้องยาของเทพโอสถ แล้วเลือกหยิบด้วยองค์เอง หากไม่เพราะใส่พระทัย ข้าก็ไม่เห็นความจำเป็ใดที่องค์ชายต้องทำถึงเพียงนั้น” หนิงเอ๋อทอดสายตามองตรงไปยังถ้วยยาพลางเม้มปากแน่น
“อีกทั้งยังทรงใช้พลังแห่งเทพพาท่านกลับมายังตำหนักอีก”
“จริงสิ ปกติแล้วข้าเป็คนตื่นง่าย แต่เหตุใดข้าจึงไม่รู้สึกตัว” เฟยเทียนเอื้อมมาจับมือหนิงเอ๋อแน่น
“ถ้าให้ข้าเดา องค์ชายรองอาจจะใช้พลังแห่งเทพ ทำให้ท่านหลับสนิทไม่รู้สึกตัวเพคะ” หนิงเอ๋อนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง คำพูดของเฟยเทียนทำให้นางรู้สึกประทับใจในความดีของเจี้ยนลู่ฟาง ไม่ว่าเขาจะทำด้วยหัวใจ หรือเพียงเพราะความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ล้วนแล้วแต่เป็สิ่งที่นางควรตอบแทน
องค์ชายรอง ยืนทอดสายตามองตรงไปยังเบื้องหน้า พลางก้มลงเก็บดอกเหมยเซียนขึ้นมา สังเกตบริเวณนั้นอีกครั้ง ก่อนเสียงฝีเท้าของเทพแห่งชะตาจะเดินมาหยุดอยู่ด้านหลัง
“ถวายพระพรองค์ชายรองพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มค่อย ๆ หันพระพักตร์กลับยังเทพแห่งชะตาที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข
“เรียกหาข้ามีสิ่งใดฤาพ่ะย่ะค่ะ”
“หนิงเอ๋อบอกว่า เห็นดอกเหมย์ร่วงบริเวณนี้อีกครั้ง ทั้งที่หยุดไปแล้ว แต่เหตุใดจึงร่วงลงมาจุดเดียวเช่นนี้ ท่านเทพพอจะบอกข้าได้ฤาไม่ ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น” สายตาสั่นไหวขององค์ชายรองเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
“ดอกเหมย์เป็ดอกไม้คู่บารมีขององค์ชาย ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ย่อมมีเหตุในตัวเอง องค์ชายรองไม่เข้าใจฤาว่าเหตุใด ดอกเหมย์จึงล่วงลงมาอีกครั้ง”
“ข้าทบทวนมานานหลายชั่วยามแล้ว แต่ไม่สามารถหาคำตอบด้วยตัวเองได้ จึงเรียกท่านมาสอบถาม”
“ทูลองค์ชายรอง ข้าเองเป็เทพแห่งชะตาก็จริง เื่บางอย่างก็ไม่สามารถพูดได้ เหตุที่ดอกเหมย์ร่วงหล่นย่อมเกี่ยวกับคู่บารมีขององค์ชายรองเสมอ เหล่าเทพไท้ต่างเข้าใจว่าองค์หญิงฟางเหนียงคือตัวแทนดอกเหมย์ ไม่เว้นแม้แต่าา์ แล้วองค์ชายรองคิดเช่นนั้นฤาไม่พ่ะย่ะค่ะ”
