ชูชิงรีบยัดจี้หยกใส่มือเถาอี้เฉินอย่างร้อนรน แล้วหันหลังวิ่งแน่บไปอย่างไม่คิดชีวิต "ฉันมีธุระด่วน ไปก่อนนะ" เสียงะโไล่หลังมาโดยที่เ้าตัวไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
กู้เฉียนยืนงงเป็ไก่ตาแตก "เฮ้ย... อี้เฉิน นี่เราติดหนี้บุญคุณแม่สาวน้อยคนนี้ก้อนโตเลยนะเนี่ย"
ให้ตายเถอะ... ตอนนั้นทั้งเนื้อทั้งตัวพวกเขามีแต่ลม แต่ดัน้าโสมด่วนจี๋ ถ้าแม่คุณยืนยันจะขาย ป่านนี้พวกเขาก็คงได้แต่นั่งมองตาปริบๆ
เถาอี้เฉินก้มมองจี้หยกในมือ สายตาอ่านไม่ออก "ยัยนี่... รังเกียจฉันหรือเปล่า?"
กู้เฉียนตบหน้าผากดังแปะ "จะบ้าเหรอ เขาทำความดีไม่หวังผลต่างหาก... เอ๊ะ เดี๋ยวสิ เมื่อกี้เธอก็แตะมือคุณด้วยนี่นา? คุณไม่รู้สึกคลื่นไส้เหรอ? ปกติคุณเกลียดผู้หญิงเข้าไส้ไม่ใช่หรือไง? ระดับคุณน่ะ ถ้าไม่อยากให้ใครแตะ ก็หลบได้สบายๆ อยู่แล้ว... นี่คุณ..."
สายตาคมกริบของเถาอี้เฉินจับจ้องไปที่หลังมือตัวเอง... แปลก ตรงที่ถูกััมันไม่รู้สึกรังเกียจขยะแขยงอย่างที่เคยเป็ กลับรู้สึก... เย็นสบายแปลกๆ
"นายพูดมากจริงกู้เฉียน รออยู่นี่แหละ"
เขาตัดบทดื้อๆ แล้วเดินดุ่มๆ ไปที่ลำพัง ไม่นานก็กลับมาพร้อมโสมที่ล้างสะอาด หักครึ่งส่งให้เพื่อน
"กินซะ"
ทั้งคู่ถูกวางยาพิษมาและ้าถอนพิษเร่งด่วน ที่เขาโดดลงอ่างเก็บน้ำก่อนหน้านี้ไม่ได้นึกครึ้มอยากว่ายน้ำเล่น แต่ลงไปงมสาหร่ายบางอย่างต่างหาก
กู้เฉียนรีบควักห่อยาที่อุตส่าห์ดั้นด้นหามาแทบพลิกแผ่นดิน พอได้โสมมาเป็ตัวยาเสริม... พิษร้ายก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
...
ทางด้านชูชิง เธอเดินฮัมเพลงลงเขาอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้หวังให้เถาอี้เฉินมาตอบแทนบุญคุณอะไรหรอก ขอแค่อย่ามาญาติดีด้วยเป็พอ พอนึกถึงสต็อกแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้นในมิติ เธอก็สลัดเื่เถาอี้เฉินทิ้งจากหัวทันที
'พรุ่งนี้เช้า... ได้เวลาโกยเงินจากแป้งสาลีอีกรอบแล้ว'
...
16:00 น.
ชูชิงกลับมาถึงห้องผู้ป่วย หลี่ไหลฮวาและชูผิงนอนหลับพักผ่อนอยู่ เธอมองพ่อด้วยสายตาอ่อนใจจนเผลอถอนหายใจออกมา
ชูผิงสะดุ้งตื่น "ลูกรัก เป็อะไรไปลูก? ถอนหายใจซะดังเชียว"
หลี่ไหลฮวาก็ตื่นตามมา "ชิงชิง เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าลูก?"
ชูชิงทำหน้านิ่ง "พ่อกับแม่คะ... ที่ย่ายอมให้แยกบ้านง่ายๆ แถมใจดีแถมข้าวสารให้เนี่ย... มันมีเื้ันะคะ"
ชูผิงใจหายวาบ 'เอาอีกแล้วแม่ฉัน...'
"ชิงชิง... อย่าบอกนะว่าย่ามีแผนอะไรอีก?"
"ย่าแกเล็ง 'แม่ม่ายต่ง' ไว้ให้พ่อค่ะ ย่าบอกว่าป้าแกหุ่นดีน่าจะมีลูกง่าย ย่าอยากให้พ่อหย่ากับแม่ แล้วไปแต่งกับแม่ม่ายต่งเพื่อปั๊มลูกชายให้ย่า... ที่ย่าแกล้งทำดีด้วยก็เพื่อหลอกล่อพ่อ พอออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ ย่าเริ่มแผนการนี้แน่"
หลี่ไหลฮวาของขึ้นทันที "ว่าแล้วเชียว นึกว่าผีเข้าที่ไหนได้... อยากเปลี่ยนเมียให้ผัวฉันนี่เอง ชูผิง ฉันขอประกาศตรงนี้เลยนะ... มีฉันต้องไม่มีแม่แก ชาตินี้ฉันกับนางจางชุนฮวาไม่ขอเผาผีกัน"
ชูผิงรีบจับมือภรรยา "ใจเย็นๆ นะไหลฮวา ชาตินี้ผมมีเมียเดียวคือคุณ ผมก็คือผม แม่ก็ส่วนแม่ ผมไม่มีวันยอมให้ใครมาทำลายครอบครัวเราเด็ดขาด"
ชูชิงรีบเสริม "แม่คะ หนูไม่ได้พูดให้แม่ทะเลาะกับพ่อนะ แต่พูดให้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของย่ากับแม่ม่ายต่ง พ่อเขารักแม่จะตาย ดูสิคะ... ตอนนี้แม่ต้องตั้งสติ รักษาตัวให้หายไวๆ ต่อให้พรุ่งนี้แม่ม่ายต่งจะเสนอหน้ามาเยี่ยมพ่อ แม่ก็ต้องนิ่งเข้าไว้นะคะ"
หลี่ไหลฮวาพยักหน้าเข้าใจ ลูกสาวพูดถูก... ตอนนี้ต้องรักษาตัวให้หายก่อน ค่อยไปรบปรบมือทีหลัง
ชูชิงมองกล่องข้าวที่ถูกล้างสะอาดเอี่ยมบนหัวเตียง สอบถามได้ความว่าเป็ฝีมือพยาบาลหวังฟาง ชูชิงนึกขอบคุณในใจ ชาติก่อนพี่หวังฟางอาภัพเื่คู่ครอง... ชาตินี้ชูชิงหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องช่วยให้พี่สาวคนนี้ได้เจอคนดีๆ ให้ได้
...
เหลือเวลาอีกชั่วโมงกว่าจะถึงมื้อเย็น ชูชิงไม่อยากนั่งเฉยๆ จึงขนเสื้อผ้าคนป่วยไปซักที่ห้องซักล้างรวม
ขณะกำลังตากผ้าชิ้นสุดท้าย ใบหน้าหล่อเหลาที่เริ่มมีสีเืฝาดก็โผล่มาตรงหน้า... กู้เฉียน
ยังไม่ทันที่ชูชิงจะอ้าปากทัก กู้เฉียนก็ชูจี้หยกขึ้นมาดักคอ
"ผมกับอี้เฉินไม่ชอบติดค้างใคร... หยกนี่คือค่าโสม รับไว้เถอะครับ จะได้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย"
ชูชิงรีบตากผ้าให้เสร็จ "ฉันไม่ได้อยากให้พวกคุณมาติดหนี้อะไรสักหน่อย... ว่าแต่คุณหาฉันเจอได้ไงเนี่ย?"
กู้เฉียนยิ้มแฉ่ง "ตามกลิ่นครับ... อี้เฉินเขามีความสามารถพิเศษ จมูกเขาไวมาก ได้กลิ่นปุ๊บรู้ปั๊บว่าใครเป็ใคร"
"หา? จมูกหมาเหรอ?" ชูชิงหลุดปาก
กู้เฉียนะเิหัวเราะ "ฮ่าๆๆ มีแต่คุณนี่แหละกล้าพูดแบบนี้"
ชูชิงนึกขึ้นได้ถึงความโหดของเถาอี้เฉิน รีบกลับลำทันควัน "มะ... ไม่ใช่นะคะ ฉันไม่ได้ว่าเขานะ คือ... ฉันหมายถึงเขาสุดยอดมากต่างหาก จมูกไวขนาดนี้... เทพเ้าจุติชัดๆ"
คำสรรเสริญเยินยอนั้นลอยเข้าหู 'เทพเ้า' ที่ยืนแอบอยู่ข้างหลังเต็มๆ เถาอี้เฉินไม่ได้แสดงตัว เพียงแค่ส่งสายตาสั่งให้กู้เฉียนรีบๆ จัดการแล้วตามมา
กู้เฉียนเอาเชือกแดงคล้องจี้หยกแขวนไว้กับราวตากผ้า
"แขวนไว้ตรงนี้นะครับ... ถือว่าหายกันแล้วนะ คุณจะเอาไปทำอะไรก็เื่ของคุณ จะเก็บไว้ดูต่างหน้าหรือเอาไปจำนำก็ได้... ลาขาดครับ"
พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป ชูชิงหันไปมองตามหลัง... ว่างเปล่า ไม่เห็นเงามนุษย์ แต่ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเพิ่งยืนอยู่ตรงนั้นยังชัดเจน
เธอหยิบจี้หยกมาพิจารณา... เนื้อหยกเย็นเฉียบ ลวดลายวิจิตรบรรจง ไม่มีความคิดจะเก็บไว้ดูเล่นแม้แต่น้อย
"อืม... ท่าทางจะขายได้ราคาดีแฮะ" เธอยิ้มมุมปาก
...
ระหว่างเดินไปสถานีรถไฟ
กู้เฉียนกระเซ้าเพื่อน "นี่... จี้หยกของนายน่ะ ราคาแพงกว่าโสมเป็ร้อยเท่าเลยนะ"
เถาอี้เฉินตอบหน้านิ่ง "ชีวิตแพงกว่าหยก"
"แล้ว... จะให้ฉันตีความว่าหยกนั่นเป็ 'ของหมั้น' ที่นายตีตราจองแม่สาวน้อยนั่นได้ไหมน้า?"
"เพ้อเจ้อ... อีกไม่กี่วันยัยนั่นก็คงเอาไปแลกเงินแล้ว"
"ไม่มั้ง? ผู้หญิงร้อยทั้งร้อยเห็นนายก็ต้องหวั่นไหวบ้างแหละ..."
"ฉันเห็นแต่ยัยนั่นวิ่งหนีฉันป่าราบ"
"อ้าว? นายไม่ได้ไปทำอะไรเธอสักหน่อย... ลองนึกดูดีๆ ซิ ไปแกล้งอะไรเขาไว้?"
"ไร้สาระ... ไม่มีเวลามาคิดเื่พรรค์นั้นหรอก"
"โธ่... เมื่อกี้ลืมถามชื่อเธอเลย"
"คนที่จะไม่ได้เจอกันอีก ไม่จำเป็ต้องรู้ชื่อ" เถาอี้เฉินตัดบทเสียงแข็ง "หยกนั่นถือว่าตอบแทนไปแล้ว จบ พอกลับถึงเมืองหลวง ห้ามพูดถึงยัยนั่นให้ฉันได้ยินอีก ไม่งั้น... ฉันจะเปลี่ยนคู่หู"
กู้เฉียนทำท่าสยอง "อย่านะคร้าบ ฉันยอมแล้ว ฉันร่างกายอ่อนแอขี้โรค มีแต่นายที่ไม่รังเกียจยอมหิ้วฉันไปด้วย สัญญาครับ จะไม่พูดถึงแม่สาวน้อยนั่นอีกเด็ดขาด"
"ดี"
