บทที่ 20
แจ้งตำรวจ! โรงแรมนี้มีศพซ่อนอยู่
“หา?”
จางหวั่นหวั่นสมองเบลอไปหมด เธอแทบไม่ได้ยินด้วยซ้ำว่าหลินซีพูดว่าอะไร แต่คุณยายจางนั้นร้อนรนจนทนไม่ไหว “อาจารย์หลิน ช่วยดูเด็กคนนี้ทีเถอะจ้ะ”
หลินซีพิจารณาอย่างละเอียด “บนตัวเธอมีเครื่องหมายที่ผีทิ้งไว้ ไอหยินของผีตนนี้แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเื บอกได้เลยว่าผีที่เธอเจอ... ดุมาก”
“ว่าไงนะ?!” คุณยายจางใจหายวาบ “เสี่ยวหวั่นเป็เด็กดีมาตลอด เรียนดีจนจบเอก เธอยังไม่ทันจะเรียนจบเลย ทำไมต้องมาเจอเื่แบบนี้ด้วย?”
“เสี่ยวหวั่น รีบบอกอาจารย์ไปเร็วลูก”
“คุณอา... หนู...” จางหวั่นหวั่นไร้เรี่ยวแรง เธอพิงไหล่คุณยายจางแล้วหอบหายใจหนักจนพูดไม่ออก
หลินซีแววตาคมกริบ เธอหยิบ 'ยันต์ชำระหยิน' ออกมาปะเข้าที่หน้าผากของหญิงสาวทันที
กระแสความอบอุ่นไหลเข้าสู่ร่างกาย จางหวั่นหวั่นเริ่มได้สติ ความรู้สึกเย็นะเืที่หลังหายวับไป เธอใสุดขีด... นี่เธอเจอผีเข้าจริงๆ หรือนี่!
ในฐานะนักศึกษาแพทย์หลักสูตร 8 ปี จางหวั่นหวั่นเคยเห็นศพมานับไม่ถ้วน แม้แต่การผ่าอาจารย์ใหญ่เธอก็ทำมากับมือ แต่เธอไม่เคยคิดเลยว่าในโลกนี้จะมีผีอยู่จริง!
จางหวั่นหวั่นตัวสั่น มองหลินซีที่อายุน้อยกว่าเธอด้วยสายตาซาบซึ้ง “ขอบคุณค่ะอาจารย์หลิน”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ” หลินซีตอบเรียบๆ “เล่าเหตุการณ์ของคุณมา”
จางหวั่นหวั่นน้ำตาคลอ เริ่มเล่าเื่ราวประหลาดที่เธอเจอ...
ปีนี้เป็ปีที่เธอต้องหางานทำ เธอจองโรงแรมแห่งหนึ่งผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อเตรียมตัวสัมภาษณ์งาน ทันทีที่ก้าวเข้าห้องพัก เธอได้กลิ่นประหลาดบางอย่างแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก หลังมื้อค่ำเธอซ้อมแนะนำตัวเป็ภาษาอังกฤษหน้ากระจก
ซ้อมไปได้ครึ่งทาง ในกระจกกลับปรากฏใบหน้าซีดขาวโพลน มุมปากฉีกยิ้มสยอง เืสีแดงสดไหลพุ่งออกมาจนท่วมบานกระจกในพริบตา!
“กรี๊ดดดด!!”
เธอใมาก ขว้างหนังสือในมือใส่กระจกแล้ววิ่งพรวดพราดลงไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ด้านล่าง
“ดิ... ดิฉันขอเปลี่ยนห้องค่ะ!”
พนักงานหาวหวอดหนึ่งที “ขออภัยค่ะ ่นี้มีนักศึกษามาสอบเยอะมาก ห้องเต็มหมดแล้ว ว่าแต่ทำไมคุณถึงอยากเปลี่ยนห้องล่ะคะ?”
จางหวั่นหวั่นอึกอัก “กระจก... กระจกมีปัญหาค่ะ”
พนักงานเหลือบมองเธอ “กระจกแตกเหรอคะ? มาค่ะ เดี๋ยวฉันไปดูด้วย”
พอกลับไปที่ห้อง กระจกยังคงปกติดีทุกอย่าง ไม่มีรอยแตก ไม่มีเื และไม่มีใบหน้าคน พนักงานบอกอย่างรำคาญ “ก็ปกตินี่คะ คุณตาฝาดไปเองหรือเปล่า?”
“แต่ว่า...”
จางหวั่นหวั่นพูดไม่ออก เธอเรียนหมอมา เชื่อในวิทยาศาสตร์มาตลอด เื่ผีสางเทวดาแบบนี้อย่าว่าแต่คนอื่นเลย ขนาดตัวเธอเองเธอยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ พนักงานเดินสะบัดก้นจากไป
“เห็นว่าเป็นักศึกษา มีการศึกษา ก็น่าจะคุยกันรู้เื่นะคะ อย่ามาทำตัวไร้เหตุผลแบบนี้ ฉันมีงานต้องทำ”
จางหวั่นหวั่นถูกทิ้งไว้ในห้องเพียงลำพัง เธอคิดว่า่นี้อาจจะเครียดเื่วิทยานิพนธ์และการหางานจนพักผ่อนไม่พอ เลยตาฝาดไปเอง เธอพยายามอ่านหนังสือเสียงดังเพื่อปลุกใจตัวเอง และหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอเลยเริ่มเบาใจ
เที่ยงคืนตรง เธอตั้งใจจะอาบน้ำนอน ห้องน้ำเป็แบบกระจกใส แยกโซนแห้งโซนเปียก ขณะที่ไอน้ำเริ่มปกคลุม จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึบ!
จางหวั่นหวั่นใสุดขีด รีบดึงประตูห้องน้ำแต่กลับเปิดไม่ออก! วินาทีต่อมา รอยมือเืนับไม่ถ้วนเริ่มปรากฏขึ้นเต็มผนังกระจกห้องน้ำ พร้อมกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง
“กรี๊ดดดดด!!”
“ฮะๆๆ... ฮ่าๆๆ...”
เสียงหัวเราะโหยหวนดังมาจากทิศทางที่บอกไม่ได้ เธอรีบตะครุบปากตัวเองไว้แน่น ััเย็นเยือกเริ่มเลื้อยเข้าที่ต้นคอ รอยมือเืเริ่มบีบอัดรวมกันกลายเป็ใบหน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียโฉมยับเยิน มีแต่รอยแผลเป็น่าสยดสยอง โดยเฉพาะดวงตาที่โบ๋กลวงนั่น จ้องมองเธอเหมือนงูพิษที่จ้องเหยื่อ
จางหวั่นหวั่นคลื่นไส้จนอยากจะอาเจียน “แหวะ... แม่จ๋า... ช่วยหนูด้วย...”
ในความสับสน เธอขุดทุกอย่างออกมาสวด
“พระพุทธเ้า เ้าแม่กวนอิม ซุนหงอคง พระอัลเลาะห์ พระเยซู ช่วยด้วย! สัมภเวสีจงพินาศ... ประชาธิปไตย... เสรีภาพ... เสมอภาค...”
ไม่รู้ว่าคาถาไหนได้ผล จู่ๆ ไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้น จางหวั่นหวั่นรีบคว้าชุดคลุมอาบน้ำวิ่งลงข้างล่างทันที คืนนั้นเธอไข้ขึ้นสูงจนพลาดการสัมภาษณ์งานที่โรงพยาบาล หลังจากลดไข้แล้วเธอก็ยังรู้สึกเหมือนมีลมเย็นๆ เป่ารดต้นคอตลอดเวลา แถมบนตัวยังมีกลิ่นเหมือนศพเน่าจางๆ ติดตัวอยู่ด้วย
คุณยายจางกุมมือหลานสาว “โถ่ อาจารย์ ดูสิลูก มือเด็กคนนี้เย็นเฉียบเลย”
“เจอผีเข้าจังๆ ค่ะ ไอหยินในตัวเลยหนาแน่น ไปตากแดดบ่อยๆ ก็หาย” หลินซีหันไปถามจางหวั่นหวั่น “ผีผู้หญิงอยู่ที่โรงแรมใช่ไหม?”
จางหวั่นหวั่นพยักหน้าอย่างแรง “ค่ะอาจารย์ หนูเห็นจริงๆ ใบหน้านั้น ดวงตาคู่นั้น หนูไม่มีวันลืมเลย”
คุณยายจางตบหลังหลาน “อาจารย์จ๊ะ ถ้าไม่กำจัดผีตนนี้ หลานสาวฉันคงทำใจใช้ชีวิตปกติไม่ได้ อาจารย์ช่วยไปดูหน่อยได้ไหมจ๊ะ เื่ค่าใช้จ่ายฉันเหมาหมด!”
หลินซีครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ได้ค่ะ”
หลินซีโบกมือลาทุกคน “ทุกท่านคะ มีธุระด่วน คิวที่เหลือขอเลื่อนเป็พรุ่งนี้นะคะ” บรรดาคนมุงต่างเข้าใจดี เพราะเื่ชีวิตคนสำคัญที่สุด
คุณยายจางเรียกแท็กซี่ ทั้งสามคนมุ่งหน้าไปยัง 'โรงแรมหลินไห่' ทันที
ณ หน้าโรงแรมหลินไห่...
คู่รักวัยรุ่นคู่หนึ่งกำลังยืนด่ากราดอยู่หน้าประตู “ทุกคนมาดูเร็ว! โรงแรมนี้ทำนาบนหลังคน น้ำในห้องมีพิษ!”
ซุนลี่ ผู้จัดการโรงแรมรีบเรียก รปภ. “ไปลากพวกมันออกไป!”
“ปล่อยนะ!!” เติ้งเหว่ยและหลี่หลินขัดขืนสุดชีวิต
“พวกเรามาพักที่นี่คืนเดียว พอกลับไปก็ไข้ขึ้นสูงจนถึงวันนี้ร่างกายยังไม่หายดีเลย เพราะเื่นี้ทำให้การสัมภาษณ์งานของพวกเราพังยับเยิน! ผู้จัดการนอกจากจะไม่รับผิดชอบแล้วยังจะไล่พวกเราอีก ทุกคนอย่ามาพักที่นี่นะ!”
คนมุงเริ่มหนาตาขึ้น ซุนลี่ตบหน้าผากตัวเองด้วยความกลัดกลุ้ม เขาเพิ่งมารับตำแหน่งผู้จัดการที่นี่ก็เจอเื่เลย เขาจึงะโสวนกลับเสียงดัง “โรงแรมหลินไห่ไม่มีปัญหาแน่นอน! คะแนนในแอปเรา 4.8 ดาวขึ้นไป ใครมาพักก็ชม มีแต่สองคนนี้แหละที่มาหาเื่ไร้สาระ พอผมขอดูใบรับรองแพทย์ก็ไม่มีให้!”
“นี่มันพวกต้มตุ๋น! กรรโชกทรัพย์! ฉันจะแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้!”
พอเจอไม้ตายนี้ ฝูงชนเริ่มลังเล หลี่หลินถามเติ้งเหว่ยอย่างลนลาน “ทำไงดี?” เพราะพวกเขาไปตรวจมาแล้วแต่หมอหาสาเหตุไม่เจอ
ซุนลี่เห็นทั้งคู่ทำหน้าเลิ่กลั่กก็โล่งอก พวกเด็กมหาลัยใสซื่อ จัดการง่ายชะมัด เขาจึงรีบไล่ฝูงชน
“เอาละๆ อย่ามาเกะกะทางทำมาหากิน เดี๋ยวตำรวจก็มาแล้ว” พอคนเริ่มซา เขาก็หันมายิ้มเยาะใส่ทั้งคู่ “พวกแกยังไม่ไปอีกเหรอ? ฉันแจ้งตำรวจจริงๆ นะ”
หลี่หลินและเติ้งเหว่ยไม่มีหลักฐาน แถมร่างกายยังอ่อนแอ จึงจำใจต้องเดินคอตกออกจากโรงแรมไป
จังหวะนั้นเอง หลินซีก้าวเข้ามาพร้อมกับคุณยายจางและจางหวั่นหวั่น
“แจ้งตำรวจเลยค่ะ... โรงแรมนี้มีศพซ่อนอยู่”
