ระหว่างที่โม่เหนียงกำลังล้วงมือให้ต่ำลงไปอีกนิด แต่กลับเสียหลักจะล้ม ทันใดนั้น นางก็รู้สึกถึงความอบอุ่นและฝ่ามือที่จับประคองนางไว้ สายน้ำไหลวนจนรวมตัวเป็ร่างบุรุษ ฝ่ามือใหญ่ หนาและอุ่นบีบอกอิ่มพร้อมกับสอดอีกข้างไปยังกลีบท้อของนาง
“อะ อ้า..”
หญิงสาวสั่นกระตุกเพราะััจากฝ่ามือนั้น สายน้ำอบอุ่นค่อยๆ ประคองให้นางนั่งลง โม่เหนียงรู้สึกว่านั่งบนตักของใครสักคน แต่เพราะฝ่ามืออุ่นที่ยังคงบดบี้กลีบท้อ ทำให้นางไม่อาจแบ่งความนึกคิดไปสังเกตสิ่งอื่นได้
ริมฝีปากเปียกชุ่มแต่อบอุ่นไล้ไปตามคอระหง ระหว่างที่ฝ่ามือหนายังคงเขี่ยกลีบท้อของโม่เหนียง มือหนึ่งก็บีบเคล้นยอดถันของนางจนสุขสมสั่นสะท้าน ปลายนิ้วนุ่มลื่นเขี่ยยอดถันของนางอย่างรู้หน้าที่
“อะ อะ อื้มมม” หญิงสาวส่งเสียงครวญน่าอาย แต่นางไม่อาจหยุดตัวเองได้ อ้าขารับความสุขสมที่เขามอบให้อย่างไร้ยางอาย
“เร็ว..ระ เร็วอีก” นางขอร้อง
เสียงหอบกระสันของหญิงสาวทำให้ฝ่ามือที่กำลังเขี่ยกลีบท้อขยับรัวแรงมากขึ้น ผสมกับน้ำตกที่ไหลกระเซ็นลงมารดริน่กลีบท้อพอดี ส่งให้โม่เหนียงรู้สึกว่าความสุขสมที่ก่อนหน้านี้หยุดชะงักเริ่มออกวิ่งอีกครั้ง
ยิ่งฝ่ามือขยับเร็วขึ้น โม่เหนียงยิ่งคล้ายถูกความสุขเสียวพาวิ่งไปไกลขึ้น นางจับมือแข็งแกร่งไว้และบีบด้วยความแรงตามความสุขที่ได้รับ แต่ฝ่ามือนั้นก็ยังคงขยับต่อไป
“อะ อ้า อ้า อ๊ะ ซี๊ดดด...”
โม่เหนียงรู้สึกว่า่ตันเถียนล่างะเิออก ความสุขสมมหาศาลโจมตีจนนางชักกระตุก แต่บุรุษสายน้ำผู้นั้นกลับไม่ยอมหยุดมือ เขายังคงบดบี้ความกระสันตรงกลีบท้อต่อไป ต่อให้โม่เหนียงจะกระตุกตัวแข็ง เขาก็เพียงกอดรัดนางให้แรงขึ้นและกดเบียดกลีบท้อของนาง
“อือ อะ อา” โม่เหนียงคล้ายหยุดหายใจไปชั่วขณะ ความสุขสันต์ที่กลีบท้อแตกซ่านและวิ่งไปทั่วร่าง ฝ่ามืออบอุ่นค่อยๆ ขยับเบาลง เบาลง กระทั่งนางหยุดหายตัวสั่นเขาถึงจะหยุดมือ
ความรู้สึกสุขสมกัดกินจนโม่เหนียงแทบสิ้นสติ แต่ยังคงััได้ถึงริมฝีปากที่จูบปลอบอย่างอ่อนโยนบนหน้าผาก นางปล่อยให้ตัวเองหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษสายน้ำ
“เ้าทำให้ข้าเป็เช่นนี้ น่าอายยิ่งนัก” หญิงสาวเสร็จสุขแล้วก็คล้ายจะหมดแรงและง่วงนอน แต่ก่อนจะหลับไปนางยังด่าทอเขาไปคำหนึ่ง นางไม่อาจยอมรับว่าตัวเองเป็สตรีร้อนร่าน ้าเื่เช่นนี้อย่างหน้าไม่อาย
“เ้ารอ ..อ่อนแอ พลังไม่พอ..” เสียงทุ้มกังวานไพเราะเอ่ยตอบ แต่นางเหน็ดเหนื่อยจนไม่อาจจับใจความได้ว่าเขาหมายถึงอะไร ไม่ได้สังเกตว่าตัวเองสามารถััเขาได้แล้ว
จากนั้นนางก็หลับไปอีกครั้ง
เวลาล่วงเลยจนไม่อาจรับรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร แต่เมื่อหลินโม่เหนียงลืมตาอีกครั้ง นางตื่นมาบนเตียงอบอุ่นที่ไม่ได้เปียก เนื้อตัวเปลือยเปล่า ทั้งยังมีกองไฟจุดให้ความอบอุ่นในห้องที่หนาวเหน็บด้วย
หญิงสาวมองกองไฟ อยากจะสงสัยว่าใครจุด แต่ก็คล้ายว่ารู้อยู่แล้วว่าเป็ใคร ความสุขสมในกลีบท้อยังคงเจือจางเวลานางขยับ ความทรงจำเื่วาบหวามก่อนจะหลับยังคงชัดเจน โม่เหนียงแน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป นางคงได้พบกับปิศาจราคะสักตนและเสียท่าให้มันเข้าแล้ว หลินโม่เหนียงนึกแล้วก็ให้อับอาย ไม่อยากคิดว่าจะเป็เช่นไรต่อไป
แม้อากาศจะยังหนาวเย็น แต่ดวงอาทิตย์กลับส่องสว่าง เวลาคงสายมากแล้ว อีกทั้งท้องก็หิวจนส่งเสียงดัง หิวจนรู้สึกว่าได้กลิ่นปลาย่างลอยมาไกลๆ ต่อให้อับอายแต่ก็ควรลุกขึ้นไปหาอาหารกินก่อน นางจึงจำต้องลุกขึ้นและหาเสื้อผ้าใส่ ก่อนจะเดินไปด้านนอกห้องครัว
เมื่อมาถึงห้องครัว ภาพตรงหน้าก็ทำให้หลินโม่เหนียงก้าวขาไม่ออก..
“เ้าตื่นแล้วหรือ” บุรุษที่มีใบหน้างดงามราวภาพวาดกำลังนั่งปิ้งปลาอยู่ในห้องครัวของนาง เมื่อเห็นหญิงสาวเดินมา เขายังส่งยิ้มหวานและเอ่ยทักทายด้วยเสียงไพเราะ
“...” โม่เหนียงพูดไม่ออก ไม่ต้องถามก็รู้ว่าเขาคือสายน้ำอบอุ่นผู้นั้น
“เ้าคงหิวแล้ว หลับไปตั้งสามวันสามคืน ดูนี่สิ ข้าไปจับปลาและย่างไว้ให้เ้า รอเ้าตื่น” เขาลุกขึ้นและวางปลาไว้ในจาน
“สะ..สามวัน..ข้า..ข้าหลับไปสามวันเลยหรือ?” หญิงสาวไม่แน่ใจว่าได้ยินถูกต้องหรือไม่
“ใช่ ข้ายังคิดว่าหากวันนี้เ้ายังไม่ตื่น ข้าควรทำเช่นไรดี” บุรุษผู้นั้นเดินมาใกล้และจับจูงมือของโม่เหนียงอย่างสนิทสนม เขาพานางเข้าไปนั่งที่โต๊ะในห้องครัว ก่อนจะจัดแจงทุกอย่างไว้ตรงหน้าของนาง โม่เหนียงได้แต่ขมวดคิ้ว ปล่อยให้เขานำพา คล้ายยังไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“เ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง เป็ข้าไม่ดีเอง มา..กินเนื้อปลาให้มากสักหน่อย อีกเดี๋ยวข้าจะออกไปล่าสัตว์สักสองสามตัวมาต้มน้ำแกงให้เ้าบำรุง” เขาพูดพร้อมกับยื่นตะเกียบมาไว้ในมือของหญิงสาว
“ข้า..เ้า..” โม่เหนียงเงยหน้าสบตาบุรุษงดงามผู้นั้นและนึกถึงเื่ที่พวกเขาทำใต้น้ำตก จู่ๆ นางก็รู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว
