“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่ต้องสนใจเขา” ฮวาเจาว่าพลางเก็บจดหมายใส่ซองดังเดิม แล้วนำกลับไปซุกไว้ในห้องของตนอย่างไม่ใส่ใจ ครู่หนึ่งเมื่อมีเวลาว่างก็จะฉีกแสตมป์บนซองออก ส่วนจดหมายก็จะทิ้งมันไปเสีย!
เธอไม่เคยสะสมแสตมป์ นอกจากแสตมป์ที่โด่งดังเป็พิเศษไม่กี่ดวง เช่น “ปฐีสีแดงของมาตุภูมิ” “แสตมป์กองทัพสีน้ำเงิน” “แสตมป์ปีวอก” แล้ว แสตมป์ดวงอื่น ๆ จะมีมูลค่าเท่าไร เธอก็ไม่รู้
แต่ถึงอย่างไรในอนาคตมันจะมีมูลค่าเท่าไร ก็ยังแพงกว่า 8 เฟินในตอนนี้ การจะทิ้งมันก็ช่างน่าเสียดายเสียจริง
แสตมป์ที่เย่เซินแนบมาในจดหมายของเขานั้น เธอก็เก็บเอาไว้เช่นกัน
“ปฐีสีแดงของมาตุภูมิ” และ “แสตมป์กองทัพสีน้ำเงิน” ล้วนเป็เื่เมื่อสิบกว่ายี่สิบปีก่อน เธอคงตามไม่ทัน แต่แสตมป์ปีวอกปี 1980 นั้น เธอจะต้องตามให้ทันให้ได้ ถึงตอนนั้นเธอจะซื้อมาสักร้อยสองร้อยแผงเลย!
ตอนที่เธอฉันมภพมานั้น แสตมป์ปีวอกทั้งแผง มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านหยวนแล้ว
“ไม่ต้องสนใจพวกเขา ไปกินข้าวกันเถอะ” ฮวาเฉียงเอ่ย
“จ้ะ!” ฮวาเจาออกไปทำธุระต่อ
วันต่อมา ฮวาเจาได้รับจดหมายจากเย่เซิน
เมื่ออ่านจดหมายจบ ฮวาเจานั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง
คราวนี้เย่เซินตั้งชื่อให้ลูก ๆ แล้ว ลูกชายจะชื่อ กั๋วเฉียง กั๋วชิ่ง กั๋วด่ง…
ส่วนลูกสาวจะชื่อ เย่ฟาง เย่จวน เย่ลี่…
ในฐานะคนที่เคยผ่านมาก่อน เธอยอมรับไม่ได้จริง ๆ ดูเหมือนว่าจะเป็เธอตั้งชื่อ แล้วให้เย่เซินเป็คนเลือกจะดีกว่า
แต่เื่พวกนั้นเป็เื่เล็กน้อย สิ่งที่เธอกังวลใจจริง ๆ คือส่วนท้ายของจดหมายที่เขาเขียนถึงร่องรอยการเดินทางของเขาอย่างไม่ใส่ใจ
หลังจากนี้ไม่ต้องส่งจดหมายมาที่อยู่นี้แล้ว เขาจะย้ายไปที่ถังซาน
ส่วนที่อยู่ของที่นั่น เขายังไม่รู้ ต้องรอไปถึงที่นั่นก่อนจึงจะดูว่าติดต่อกันได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็ไร เขาจะอยู่ที่นั่นหนึ่งเดือน เมื่อหมดภารกิจ เขาก็จะมีวันลาพักกลับมาดูเธอกับลูก ๆ แล้ว
ฮวาเจาลูบคำว่า ถังซาน
เธอเงยหน้ามองปฏิทินที่แขวนอยู่บนผนัง วันที่ 5 กรกฎาคม 1976 เหลืออีก 23 วัน ไม่ถึงหนึ่งเดือน ก็จะถึงวันแห่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่
หมายความว่า เขาจะต้องอยู่ที่ถังซาน และต้องเผชิญกับภัยพิบัตินั้น
ตอนนั้นมีคนตายไปกว่า 200,000 คน เขาจะอยู่ในนั้นหรือไม่…
ที่สำคัญที่สุด คือภาพฉากหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ในความสนใจของเธอมาก่อน จู่ ๆ ก็ผุดขึ้นมาในความคิดของเธอ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ไม่ยอมหายไป
ในชาติก่อน หลังจากที่คุณของร่างแต่งงานแล้ว จะได้รับเงินโอนจากเย่เซินทุกเดือน
ความทรงจำของฮวาเจาหยุดอยู่ที่ใบนำฝากเงินหลายใบ ใน่ 3 เดือนแรก ช่องผู้โอนเงินเป็ชื่อของเย่เซินจริง ๆ
แต่หลังจาก 3 เดือน ช่องผู้โอนเงินกลับเปลี่ยนเป็ชื่อของฉินเซี่ยงตง
ตอนนั้นคุณของร่างเดิมไม่เคยรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้เลย เธอไม่รู้หนังสือ เธอไม่ได้สนใจ ตราบใดที่ยังได้รับเงินก็พอ
แต่ฮวาเจาในตอนนี้ อยากจะทำความเข้าใจให้กระจ่างว่า ทำไมผู้โอนเงินถึงเปลี่ยนไป? เย่เซินไปไหน?
จะเป็ไปได้อย่างไรที่เขาจะเบื่อหน่ายคุณของร่างเดิมจนไม่้าโอนเงินด้วยตัวเอง หรือว่าเขาจะมีผู้คุ้มกันแล้ว ไม่จำเป็ต้องโอนเงินเอง?
เหตุผลที่สมเหตุสมผลที่สุดก็คือ เขาไม่สามารถโอนเงินเองได้ แล้วเขาไปไหน?
ตอนนี้ฮวาเจารู้แล้ว เขาไปที่ถังซาน…
เธอลูบหน้าท้องของตัวเอง ดวงตาแน่วแน่ในทันที
ก่อนหน้านี้ เธอยังลังเลอยู่ว่าควรจะทำอะไรหรือไม่ แต่ตอนนี้โชคชะตาได้มอบเหตุผลที่เพียงพอให้แล้ว เธอจะต้องทำอะไรสักอย่าง
“ท่านปู่ ฉันจะไปเมืองหลวง” ฮวาเจาเก็บจดหมาย แล้วลุกขึ้นไปหาฮวาเฉียงที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในลานบ้าน
ฮวาเฉียงชะงัก เมื่อวานยังตกลงกันอยู่ว่าจะไม่สนใจพวกเขาไม่ใช่หรือ?
“ไม่ได้จะไปหาพวกเขา แต่เย่เซินบอกว่าปลายเดือนนี้เขาจะลาพักแล้ว อยากให้ฉันไปเมืองหลวง ไปเจอพ่อแม่ของเขา”
ฮวาเจาไม่กล้าบอกว่าเธอจะไปถังซานเพื่อตามหาเย่เซิน เพราะเมื่อถึงตอนนั้นเื่ราวทั้งหมดอาจจะแดงขึ้นมา แล้วฮวาเฉียงจะหัวใจวายเอาได้
“อ้อ อ้อ นั่นก็สมควร สมควร แล้วจะไปเมื่อไรล่ะ?” ฮวาเฉียงถาม
“วันที่ 20 ละมั้ง” ฮวาเจาว่า
“ดี ดี งั้นคุณรีบเข้าไปทำเสื้อผ้าใหม่สักสองสามชุด! เอาสวย ๆ นะ! แม่สามีคุณคนนั้นน่ะ สายตาดีมาก” ฮวาเฉียงเอ่ย
เขารู้จักเย่เจิ้นกั๋ว รู้จักเย่เม่า แม้กระทั่งภรรยาของเย่เม่าอย่างเหมียวหลานจือก็รู้จัก
“แม่สามีคุณเป็ทหารหญิงมาก่อน แล้วพออายุมากขึ้นก็ไปทำงานด้านพลาธิการ ยังทำงานด้านศิลปะอยู่ด้วย ใส่เสื้อผ้าเปิดเผยหน่อยก็ได้” ฮวาเฉียงว่า
“อย่างนั้นหรือ” ได้ยินดังนั้น ฮวาเจาก็รู้สึกโล่งใจ เธอจะได้แต่งตัวให้กล้าขึ้นหน่อย เช่น ใส่ชุดเดรสอะไรแบบนั้น
เมื่อสิบปีที่ผ่านมา ชุดเดรสไม่ใช่สิ่งที่สามารถใส่ได้ตามใจ ถ้าไม่ระวังอาจถูกคนมองไม่พอใจ แล้วถูก “เรียกไปประชุม”
“แล้วก็เตรียมของขวัญไปด้วยนะ” ฮวาเฉียงเริ่มวุ่นวาย ไปหยิบเอายาจินดาที่ฮวาเจาเคยเก็บมา และโสมป่าต้นเล็ก ๆ อีกต้นออกมาจากตู้
ของพวกนี้ถึงจะหายาก แต่จะยากเกินความสามารถของฮวาเจาในตอนนี้ได้อย่างไร?
ภายใต้พลังพิเศษของเธอ พืชทุกชนิดล้วนอยู่ในความควบคุม
และพลังพิเศษของเธอในตอนนี้ สามารถครอบคลุมพื้นที่ในรัศมี 5 ลี้
จากบ้านไปจนถึงบ่อน้ำพุร้อน ตลอดทางทำให้เธอเจอเห็ดหลินจือและโสมป่าหลายต้น
และสำหรับเธอในตอนนี้ มีหนึ่งต้น ก็เหมือนมีนับไม่ถ้วน เพียงแค่นั่งยอง ๆ ลงแล้วเร่งการเจริญเติบโต ถ้าหากเธอ้า เธอสามารถทำให้โสมป่าเติบโตเต็มหุบเขาได้
แต่เธอไม่อยากทำ
ดังนั้นฮวาเจาจึงเก็บโสมป่า 2 ต้น อายุ 20 ปี และเห็ดหลินจือป่า 2 ชั่ง กลับมาให้ท่านปู่ชงน้ำดื่ม
เห็ดหลินจือเป็เชื้อรา คล้ายกับเห็ด มันเป็ไปไม่ได้ที่จะมีเพียงดอกเดียว อย่างน้อยก็ต้องมีหลายดอก เธอจึงเก็บมาเยอะหน่อย
และของพวกนี้ส่วนใหญ่เป็แบบปีต่อปี พอพ้นฤดูใบไม้ร่วงก็จะแก่แล้วก็เน่าไป
ส่วนพวกที่ปรากฏในข่าวหนังสือพิมพ์ว่าเป็เห็ดหลินจือพันปี เห็ดหลินจือร้อยปีนั้น ล้วนเป็สิ่งที่ผิดแปลกไป ไม่สามารถอธิบายได้ และหายากมาก
ฮวาเฉียงมองของในมือ ก็รู้สึกว่าของขวัญมันน้อยไปหน่อย เย่เซินดีกับบ้านเขามากจริง ๆ สินสอดราคาแพง เครื่องเรือนสามอย่าง และยังไม่รังเกียจฮวาเจาตอนที่ยังไม่สวย…
เขาจึงไปหยิบส่วนที่เขาเก็บไว้ชงดื่มเองออกมาด้วย
พูดตามตรงก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เขาพบว่าโสมป่าและเห็ดหลินจือป่านี้มันดีจริง ๆ ั้แ่เอามาชงดื่ม เขาก็รู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่รู้สึกปวดเมื่อยตรงไหนเลย เวลาทำงานก็มีกำลังมากขึ้น เขาสงสัยว่าตอนนี้เขาไม่มีโรคอะไรแล้ว
“ท่านปู่ ท่านเก็บเอาไว้เถอะ ่สองสามวันนี้ฉันจะเข้าไปในป่าอีก อาจจะขุดเจออีกก็ได้” ของพวกนี้เป็สิ่งที่ช่วยชีวิตท่านปู่ จะเอาไปให้คนอื่นได้อย่างไร?
อีกอย่าง ข้างนอกก็ยังมีอยู่
“ก็ได้ งั้นคุณก็ไปหามาอีก ถ้าไม่มีค่อยว่ากัน” ฮวาเฉียงรู้สึกเสียดายจริง ๆ …เขายังอยากมีชีวิตอยู่ต่ออีกสักหน่อย อยากเห็นเหลนเกิด
“เข้าไปในป่าก็ระวังตัวด้วย อย่าล้ม อย่าพลัดตกที่สูงนะ!” ฮวาเฉียงกำชับ
“จ้ะ!”
ตอนนี้ไม่มีเห็ดเหลือแล้ว ฤดูไม่เหมาะสม ่สองสามวันมานี้ ฮวาเจาจึงไม่ได้พาเด็ก ๆ เข้าป่า ปล่อยให้พวกเขาออกไปเล่นกับเพื่อนในหมู่บ้านแทน
ตอนที่พวกเขาออกไปนั้น ก็กำชับให้พวกเขาพกข้าวโพดคั่วที่เธอคั่วไว้ไปด้วย รับรองว่าพวกเขาจะต้องมีเพื่อนฝูงที่ดีแน่นอน
เป็อย่างนั้นจริง ๆ สองวันมานี้ เด็ก ๆ สนุกกันสุดเหวี่ยง ไม่เคยยิ้มกว้างเท่านี้มาก่อน ไม่ว่าจะเวลาไหน หน้าตาของพวกเขาก็เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
เด็กทั้งสี่คนนี้ไม่เคยมีเพื่อนมาก่อน ตอนที่อยู่ในเมือง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะถูกเด็กคนอื่นรังแก ดูถูก พวกเขาก็รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าคนอื่น
แต่ที่นี่ไม่เหมือนกัน เด็กในหมู่บ้านก็เหมือนที่พี่สาวบอกจริง ๆ ชื่นชมอิจฉาพวกเขาเป็พิเศษ!
ที่นี่เหมือน…สรวง์!
ทำไมแม่ไม่พาพวกเขากลับมาเร็วกว่านี้…เป็ความผิดของคุณยายที่หลอกพวกเขา!
เพื่อป้องกันไม่ให้คุณยายจางมาปั่นป่วนอีก ฮวาเจาได้เล่าเื่ที่ผ่านมาทั้งหมดที่คุณยายจางเคยทำไว้ให้เด็ก ๆ ฟัง ทำให้เด็ก ๆ ไม่ชอบคุณยายจางไปเลย
…
ฮวาเจาเข้าไปในป่าเพียงลำพัง ที่ที่เคยเก็บโสมป่า เธอก็พบโสมต้นเล็ก ๆ ที่เธอเคยทิ้งไว้ จึงเร่งให้มันเติบโตเป็โสมอายุ 20 ปี แล้วขุดมันออกมา
เธอคิดดูแล้วก็เอาเมล็ดโสมอีกสองสามเมล็ดปลูกลงไป แล้วเร่งการเจริญเติบโตต่อไป
