“โก่วตั้น เ้าไปหา… เทพธิดาเช่นนี้มาจากไหน?” หลิวเฮยชีกลืนน้ำลาย
ที่แท้โก่วตั้นก็คือชื่อเ้าลิ่วล้อคนนี้นี่เอง เสิ่นม่านหลุบตา นิ่งเงียบเพื่อดูสถานการณ์
“หัวหน้ารอง นางคือคนที่ข้าจับได้ระหว่างทาง กำลังจะนำมามอบให้พวกท่าน” โก่วตั้นยิ้มอย่างประจบเอาใจ ไม่มีใครสังเกตเห็นแววตาที่ผิดปกติของเขาแต่อย่างใด
หลิวเฮยชีลูบคาง สายตาหื่นกระหายวนเวียนอยู่บนตัวเสิ่นม่านซ้ายสามรอบ ขวาสามรอบ เขาพลิกตัวลงจากหลังม้าและเชยคางเสิ่นม่านขึ้น แล้วยิ้ม
“ไม่เลว เ้าหนุ่มยังรู้จักตอบแทนคุณ” พูดจบ เขาก็คิดจะััเสิ่นม่าน
เสิ่นม่านเหลือบตาปรามเขาอย่างไว้ท่าม และเอ่ยอย่างเชื่องช้า “แก้มัดข้า”
โอ้ เป็ครั้งแรกที่ได้เจอกับโฉมงามที่นิ่งสงบเช่นนี้! หลิวเฮยชีดวงตาเป็ประกาย จากนั้นยิ้มอย่างไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด
“เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร?”
เสิ่นม่านจ้องเขาและเผยอปาก ก่อนจะเอ่ยอย่างเชื่องช้า “เ้าแก้มัดให้ข้า ข้าจะได้รู้ว่าเ้าคือใคร?”
ดีมาก สตรีผู้นี้ดึงดูดความสนใจของข้าได้สำเร็จ
ชายหนุ่มส่งสายตาให้ลูกน้อง ลูกน้องรีบมาแก้เชือกให้เสิ่นม่าน
เมื่อไม่มีเชือกพันธนาการ เสิ่นม่านก็นวดข้อมือที่ถูกมัดจนแดง จากนั้นกระดิกนิ้วเรียกหลิวเฮยชี
“เ้ามานี่”
แววตาเหี้ยมโหดของหลิวเฮยชีมืดลง เขาหรี่ตามองนาง “เ้าคิดจะเล่นตุกติกอะไร?”
เสิ่นม่านยักไหล่และยิ้มหวาน “ข้าเป็เพียงสตรี จะเล่นตุกติกอะไรได้? ก็แค่ทำนายชะตาเท่านั้น ข้าว่าเรามีวาสนาต่อกัน มาให้ข้าทำนายสักครั้งได้หรือไม่?”
ทำนายชะตา? หญิงงามเช่นนี้น่ะหรือ? ใครจะเชื่อ?
ไม่มีใครเชื่อนาง เสิ่นม่านยิ้มและจ้องใบหน้าของหลิวเฮยชี จากนั้นเริ่มปั้นเื่ราวอย่างจริงจัง
“จุดอิ้นถาง [1] ของเ้าดำมืด หว่างคิ้วมีไอชั่วร้าย เกรงว่า่นี้เจอกับเื่ลี้ลับอะไรเข้า?”
เื่ลี้ลับ!
คนตรงนั้นไม่น้อยย้อนนึกถึงค่ำคืนสยองขวัญกับเหล่าตัวประหลาดพวกนั้น พลันขนลุกชันทั้งร่าง
สีหน้าของหลิวเฮยชีดูไม่จืด เขาแสร้งทำเป็สุขุมหนักแน่น “ไร้สาระ จับตัวนางไว้! ส่งไปให้พี่น้องของเราอุ่นเตียง!”
ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ!
เสิ่นม่านไม่เกรงกลัวต่อสถานการณ์ทั้งยังตวาดเสียงดัง
“ใครกล้าแตะต้องข้า? จากที่ข้ารู้มา ค่ายโจรของพวกเ้าทำเื่ชั่วมามากมาย ดวงชะตาขาดไปแล้ว ิญญาคืนนั้นที่พวกเ้าได้เจอ คือคำเตือนจาก์! วันนี้เทพธิดาอย่างข้ามาช่วยเหลือพวกเ้า หากไม่มีการช่วยเหลือจากข้า ค่ายของพวกเ้าอีกไม่นานจะสูญสิ้น!”
ใครก็รู้กันดีว่าเื่ราวเหนือธรรมชาติ ใช้ได้ผลกับทุกที่
นับั้แ่การดูดวงชะตาราศีจนถึงไพ่ทาโร่ต์ ที่มากกว่านั้นก็คือการทำนายชะตากับเื่ภูตผีิญญา ขอเพียงมีจิตวิทยาในการแฝงนัยเพียงพอ ความจริงเพียงสามส่วนก็เพิ่มเป็สิบส่วนได้
ดังคาด พอสิ้นเสียงของนาง เหล่าโจรก็เผยสีหน้าหวาดกลัว
ขอถามหน่อยเถิด สถานการณ์คืนนั้น ใครบ้างไม่กลัว? กระทั่งหัวหน้ารองที่กล้าหาญที่สุด หลังจากกลับมาก็ยังคุกเข่าจุดธูปคำนับศาลเ้าูเาอยู่หลายวันกว่าจะดีขึ้น
ส่วนคนที่ขี้ขลาด ตอนนี้ขวัญกระเจิงไปหมดแล้ว
เ้าหนุ่มคนหนึ่งมองหลิวเฮยชีอย่างลังเล และเอ่ยอย่างหวาดๆ “หัวหน้ารอง ข้าเองก็รู้สึกว่าเื่นี้ลี้ลับนัก หรือไม่เราลองให้นางทำนายดูดีกว่า?”
หลิวเฮยชีถลึงตาใส่เขา จู่ๆ ก็ถูกเสิ่นม่านที่ขยับใกล้เข้ามาคว้าตัวไว้ ขณะที่เขากำลังจะสะบัดออก เสียงใสกังวานของหญิงสาวก็ดังขึ้น
“เ้าเสียพ่อั้แ่อายุสามขวบ เสียแม่ตอนอายุสิบขวบ ต่อจากนั้นใช้ชีวิตกับพี่ชายและพี่สะใภ้ ตอนที่เ้าอายุยี่สิบ พี่ชายเ้าถูกปรักปรำจับเข้าคุก และยังตายอยู่ในคุก ด้วยเหตุนี้เ้าจึงเกลียดชังขุนนางและพาพี่สะใภ้หม้ายขึ้นเขาเพื่อเป็โจร ใช่หรือไม่?”
ด้วยน้ำเสียงมั่นใจของเสิ่นม่าน ท่าทีของหลิวเฮยชีค่อยๆ เปลี่ยนจากดูถูกจนเบิกตาโต!
“มารดาเถอะ นี่มันเทพชัดๆ!”
หลิวเฮยชีถูฝ่ามืออย่างเก้ๆ กังๆ และเอ่ย “แม่นาง… ไม่สิ ท่านเทพธิดา ท่านรู้ได้อย่างไร!?”
เสิ่นม่านเผยรอยยิ้มลึกลับ “ข้าบอกแล้ว ข้าได้รับถ่ายทอดเคล็ดวิชาของตระกูล จับชีพจรทำนายชะตา แม่นยำยิ่งนัก!”
“สมัยก่อนเคยได้ยินเื่การดูลายมือเพื่อทำนายชะตา แต่จับชีพจรทำนายชะตา ข้าเพิ่งเคยได้ยินครั้งแรก!”
เสิ่นม่านหัวเราะเ็า “เ้าคนหลังเขา เื่ที่เ้าไม่รู้ยังมีอีกมากนัก!”
ต้องโทษระบบที่ยังไม่สมบูรณ์ หากนางอยากใช้วิธีสะกดจิตเพื่ออ่านความคิดของอีกฝ่าย จำต้องมีการััเนื้อตัว แล้วอีกฝ่ายยังต้องอยู่ในสภาวะจิตใจไม่แข็งแกร่งมากนัก จึงจะดำเนินการได้
อืม… นี่จึงเป็เหตุผลว่าทุกครั้งที่นางใช้วิธีนี้สืบหนิงโม่ จึงไม่ค่อยได้ผล เพราะการป้องกันทางจิตใจของอีกฝ่ายค่อนข้างแข็งแกร่ง นางใช้ไม้นี้กับเขาไม่ได้ผล อย่างมากที่สุดก็คือสะกดจิตให้เขาลืมความทรงจำอะไรทำนองนั้น…
“คือว่า เทพธิดา เื่ก่อนหน้านี้ต้องขออภัยอย่างยิ่ง ขอเทพธิดาอย่าได้ถือสากับคนหยาบเช่นข้า ยังไม่ทันได้ถามชื่อเสียงเรียงนามของเทพธิดาท่านนี้เลย?”
เสิ่นม่านช้อนเปลือกตาขึ้น น้ำเสียงไม่มีความสั่นไหวแม้แต่น้อย “ข้าแซ่หลิน นามว่าผิ่นหรู”
“โอ้! เทพธิดาหลิน! ในเมื่อท่านมีวาสนากับค่ายสี่ัอย่างพวกข้า ขอเชิญเทพธิดาหลินได้โปรดไปเยือนค่ายของเราเพื่อชี้แนะด้วยเถิด!”
หลิวเฮยชีถึงขั้นนับถือนางเยี่ยงเทพหลังจากที่นางจับชีพจรและอ่านภูมิหลังของเขา
เสิ่นม่านแสร้งยิ้มอย่างเด็กสาว “รบกวนแล้ว”
ด้วยเหตุนี้นางจึงแฝงตัวเข้าไปในค่ายสี่ัสำเร็จ
เมื่อไปถึงยอดเขาก็ปรากฏพื้นที่ราบกว้าง เหนือขึ้นไปอีกก็จะเป็ค่ายที่มั่นบนูเา เสิ่นม่านติดตามคนทั้งหมดไปพลางแอบสำรวจรอบทิศ
ค่ายถูกสร้างบนยอดสูงที่สุดบนูเา ทิวทัศน์ด้านล่างกว้างไกลไร้ขอบเขต ส่วนสภาพแวดล้อมรอบข้างก็ค่อนข้างซับซ้อน มีถ้ำสลับเรียงกันไป ด้านหลังเขาคือหน้าผา
หากราชสำนักอยากจะโจมตีค่ายโจรแห่งนี้ เกรงว่าคงต้องเปลืองสมองพอสมควร…
เสิ่นม่านแอบจดจำเส้นทางเงียบๆ ระบบก็กำลังวาดแผนที่ของทั้งค่ายอย่างรวดเร็ว จากนั้นบันทึกเก็บไว้ เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกใต้เท้าจางกำลังปราบโจรอยู่ที่ใด หากจำเป็จะได้ส่งแผนที่ผ่านพิราบสื่อสารไปให้เขา?
เสิ่นม่านแอบใคร่ครวญแผนการในใจและเดินตามกลุ่มโจรเลี้ยวลัดเลาะไป จนในที่สุดก็มาถึงโถงขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
หลิวเฮยชีพานางเดินไปถึงห้องโถงอย่างอวดดี ยิ้มราวกับคนซื่อบื้อ “พี่ใหญ่! ดูสิว่าข้าพาใครกลับมาด้วย?”
สิ้นเสียงทางนี้ เื้ัเก้าอี้ขนาดใหญ่มีเสียงไอทุ้มต่ำดังขึ้น
เสิ่นม่านยืนอยู่ในห้องโถงใหญ่อย่างงุนงง นางสอดส่ายสายตาไปรอบทิศ แต่กลับไม่เห็นใคร
ผ่านไปชั่วครู่ มีคนเดินออกมาจากด้านหลังห้องโถง
ชายชราผมหงอกกว่าครึ่งหัวอายุครึ่งร้อย ถูกชายสองคนพยุงเดินออกมา เบ้าตาลึกโหล มีเพียงดวงตาขุ่นมัวหนึ่งคู่ที่เผยประกายหลักแหลมอยู่เป็พักๆ
สภาพเหมือนคนยากจนที่โดนล้วงจนหมดตัว
เสิ่นม่านหลุบตาลงและพินิจ นี่ต่างจากภาพลูกพี่ใหญ่ที่นางคิดไว้ หัวหน้ารองยังพอมีเค้าโครงของโจรชั่วร้าย แต่เหตุใดหัวหน้าใหญ่กลับดูแล้ว…อ่อนแอโดนลมพัดก็ปลิวเช่นนี้?
หัวหน้าโจรเช่นนี้จะคุมคนได้อย่างไร?
หัวหน้าโจรคนนั้นเดินลงมาและสำรวจมองเสิ่นม่าน จากนั้นพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“รูปโฉมใช้ได้ ส่งไปที่ห้องของข้า คืนนี้เข้าห้องหอ”
-----
เชิงอรรถ
[1] จุดอิ้นถาง 印堂: [yìn táng] จุดกลางหน้าผากระหว่างหัวคิ้วทั้งสอง
