วันรุ่งขึ้น
หลังรู้ข่าวว่าหลันอวี่ิหลบหนี หลิ่วเทียนฉีไม่ผิดคาดสักนิด สรุปได้ในประโยคเดียว พระเอกโชคไม่หมดสิ้นจริงๆ!
“อาจารย์ใหญ่จ้าวทำเกินไปแล้ว ไม่เพียงช่วยหลันอวี่ิ ยังขวัญกล้าเทียมฟ้าปล่อยหลันอวี่ิหนีไปโดยพลการอีก เขาไม่กลัวราชวงศ์เซวียนหยวนเล่นงานเลยหรือ?” คิดถึงจ้าวเฉียนคุนที่น่าชัง อกเฉียวรุ่ยก็เต็มไปด้วยโทสะ เดิมทียังคิดว่าเมื่อหลันอวี่ิถึงนครเซิ่งตูต้องถูกราชวงศ์เซวียนหยวนโจมตีจับกุมเสียอีก? แต่ผลสุดท้ายเขากลับหนีไปได้
“เฮอะ ข้ารู้อยู่แล้ว เขาไม่ตายหรอก!” พูดถึงตรงนี้ หลิ่วเทียนฉีก็กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
ครั้งนี้สังหารไม่ตาย อยากสังหารอีก เกรงว่าอาจไม่ง่ายดายเช่นนั้น!
คิดถึงจุดจบที่เสี่ยวรุ่ยถูกนางเอกต่ำช้าทั้งห้าคนสังหารตายในนิยายต้นฉบับ ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนพลันจู่โจมหัวใจของเขา ไม่ เขาไม่้าให้เสี่ยวรุ่ยที่ตนรักเป็ตัวเบี้ย และไม่้าให้เสี่ยวรุ่ยของเขาถูกทำร้ายแม้แต่นิด ดังนั้น หลันอวี่ิต้องตาย นางเอกสามคนที่เหลือก็ต้องตายด้วย!
“เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักมีสีหน้าซีดขาว จึงเอ่ยเรียกเสียงเบาอย่างกังวลใจ
“อา?” หลิ่วเทียนฉีหันมามองคนรักตัวน้อยของตน
“เ้าเป็อะไร? มือเย็นนัก สีหน้าก็ไม่น่าดูยิ่ง! เ้าป่วยหรือเปล่าหืม?” เฉียวรุ่ยจับมือคนรักพลางถามอย่างร้อนใจ ดวงตาโตคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องกังวลหรอก! ข้าระดับดวงปราณแล้ว ไยจะป่วยง่ายเช่นนั้นเล่า?” หลิ่วเทียนฉียกมุมปาก ยิ้มพลางจับมือเขาตอบ
“ไม่เป็ไรจริงหรือ?” เฉียวรุ่ยมองอย่างคลางแคลง ยังไม่วางใจอยู่บ้าง
“วางใจเถิด!” หลิ่วเทียนฉีจุมพิตริมฝีปากน้อย ให้อีกฝ่ายวางใจ
“เทียนฉี เ้า...” เฉียวรุ่ยจ้องคนรักที่เป็เช่นนี้ ยังคงวางใจไม่ลง
“เนี่ยนหงเล่า? ไปไหนแล้ว?” หลิ่วเทียนฉีระบายยิ้ม รีบเบี่ยงประเด็น
“อ้อ เนี่ยนหงหรือ เขาไปเล่นกับศิษย์พี่เมิ่งศิษย์พี่จงแล้ว อีกเดี๋ยวเวลาอาหารเย็นข้าจะไปรับเขากลับมา” เนี่ยนหงคุ้นเคยกับเมิ่งเฟยและจงหลิงมาก เพราะอย่างนั้น ปล่อยเด็กน้อยไว้กับพวกนาง เฉียวรุ่ยถึงไม่กังวลอะไร
“ดี ไอ้หนูนั่นไม่อยู่แถวนี้ พวกเราจะได้มีโลกส่วนตัวกัน!”
ได้ยินเข้า เฉียวรุ่ยยิ้มอ่อน “พูดอะไรเล่า? พูดเสียเนี่ยนหงเหมือนเป็ส่วนเกินเลยเชียว?”
“เด็กน้อย ของเช่นนี้เดิมทีก็ยุ่งยากอยู่แล้ว!”
เด็กนั่นเป็ร่างแปลงของเทวทูตและมารร้าย เดี๋ยวปากหวานเรียกเ้าท่านอา เดี๋ยววาดหน้าผีกองพะเนินบนท้ายรถสุดรัก รับประกันว่าเ้าเอารถเข้าร้านล้างรถก็ล้างสีน้ำมันน่าตายเ่าั้ไม่ออกหรอก นี่คือเด็กสมัยปัจจุบันที่หลิ่วเทียนฉีรู้จัก คิดถึงมารร้ายตัวน้อยที่ถูกคุณตา คุณยาย คุณปู่ คุณย่าเอาใจจนเสียนิสัยพวกนั้นแล้ว หลิ่วเทียนฉีก็ปวดหัวขึ้นมาทันที
“ก็ ก็ไม่ใช่หรอก ข้าว่าเนี่ยนหงออกจะรู้ความแล้วก็ค่อนข้างน่ารักนะ” ในฐานะบุรุษสองเพศ เฉียวรุ่ยยังคงปรารถนาบุตรยิ่งนัก
“น่ารัก เ้าชอบเขาหรือ?” หลิ่วเทียนฉีเลิกคิ้วสูง ถามอย่างคลางแคลง
“อ๊ะ ไม่ ไม่ใช่นะ!” กำลังจะพยักหน้าบอกว่าชอบดันเหลือบไปเห็นสีหน้าพิกล เฉียวรุ่ยรีบร้อนเปลี่ยนคำ
“จำไว้ เ้าชอบได้แต่ข้า ชอบข้าได้เพียงคนเดียว ไม่อาจชอบบุรุษคนอื่นได้ เ้าเด็กนั่นก็ห้าม!” หลิ่วเทียนฉีบอกเป็จริงเป็จัง ในคำพูดเต็มไปด้วยความเป็เ้าข้าวเ้าของและความปรารถนาจะอันแรงกล้าที่ไม่ปิดบังสักนิด
“เ้านี่นะ กระทั่งเด็กยังจะหึงอีกหรือ?” เฉียวรุ่ยมีท่าทีฮึดฮัดพลางถลึงตาใส่ รู้สึกว่าเทียนฉีของตนยิ่งเผด็จการขึ้นทุกที
“เด็ก? เขาเป็ศัตรูความรักของข้า ทำไม เ้าลืมแล้วหรือ?” หลิ่วเทียนฉีบีบฝ่ามือน้อย เตือนอย่างหวังดี
“คิกๆ ศัตรูความรัก? โธ่ ก็แค่คำพูดเล่นของเด็กน้อย เ้าต้องคิดจริงจังปานนี้ด้วยหรือ?”
ตอนแรกที่ได้ยินคำนั้น เฉียวรุ่ยรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อย แต่เขาคิดว่าอย่างไรเด็กน้อยก็คือเด็กน้อย คำพูดของเด็กจะถือเป็จริงได้อย่างไรเล่า? ก็แค่คำล้อเล่นประโยคหนึ่งนะ! ตนเป็ผู้ใหญ่อายุห้าสิบกว่าปีคนหนึ่ง อย่างไรคงไม่ถึงขั้นคิดเล็กคิดน้อยกับเด็กน้อยคนหนึ่งกระมัง?
“ตอนยังเล็กเป็เื่ล้อเล่น โตขึ้นก็เป็เื่ยุ่งยากแล้ว ข้าไม่ประมาทศัตรูให้เสียคู่ชีวิตของข้าไปหรอก!”
ในสายตาของหลิ่วเทียนฉี เซวียนหยวนเนี่ยนหงน่ะไม่ใช่เด็กน้อยธรรมดา อย่างน้อยเขาก็เป็ผู้ใหญ่กว่า และยังรู้จักประเมินสถานการณ์เสียด้วย! ไม่โวยวายเอาแต่ใจเหมือนเด็กทั่วไป ที่เขาพูดล้อเล่นเลอะเทอะก็เพราะเขารู้ว่าข้างหลังเขาไม่มีบิดามารดาให้พึ่งพาแล้ว
“ฮ่าๆๆๆ...” เห็นท่าทางประหนึ่งเผชิญศัตรูตัวฉกาจของเขา เฉียวรุ่ยหัวเราะแ่เบา ประทับจูบบนใบหน้าอีกฝ่ายอย่างจนปัญญา
“อย่าคิดเหลวไหลน่า ข้าเป็ของเ้า หนีไม่พ้นหรอก”
“ข้ารู้ แต่ข้าไม่ควรประมาท เพราะข้าไม่คิดให้โอกาสผู้ใดมาแย่งเ้าไป!” หลิ่วเทียนฉีลูบใบหน้าน้อยพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สองชาติรวมเข้าด้วยกัน เขารักเพียงเสี่ยวรุ่ยคนเดียวเท่านั้น เขาจะเลินเล่อทำคนรักของตนหลุดมือไปได้อย่างไรเล่า?
“เ้านี่นะ!” เฉียวรุ่ยยกมือขึ้น จับมือใหญ่บนหน้าลงมากุมไว้กลางฝ่ามือตนอย่างเหนื่อยใจ
.........
สามวันให้หลัง
คณะเดินทางกลับมาถึงนครเซิ่งตู ด้วยการจัดการของหัวหน้าอาจารย์ใหญ่เฟิงกู่ หลิ่วเทียนฉี เฉียวรุ่ยและเซวียนหยวนเนี่ยนหงถูกเชิญเข้าพระราชวัง เข้าเฝ้าเ้าแผ่นดินผู้ทรงฉลองพระองค์ังามสง่ากับพระสนมหลันเฟยผู้งดงาม
“กระหม่อมถวายพระพรฝ่าา ถวายพระพรพระสนมหลันเฟย!” เมื่อพวกเขาสามคนมาถึงด้านในพระราชวังงามหรู คานสลักเสลาเสาแต้มภาพวาดหลังนี้ จึงคุกเข่าลงคำนับ
“ไม่ต้องมากพิธี!” เ้าแคว้นสะบัดมือ ส่งสัญญาณให้ทั้งสามคนลุกขึ้น
“ขอบพระทัยฝ่าา!” พวกเขาเอ่ยปากขอบพระทัย ก่อนลุกขึ้นยืน
สายตาของเ้าแคว้นกับพระสนมหลันเฟยกวาดผ่านบนร่างทั้งสามทีละคน ท้ายที่สุด ไปจับจ้องอยู่บนร่างเด็กน้อยอายุแปดขวบ
“นี่คือหลานของข้า เนี่ยนหงน้อยสินะ?” พระสนมหลันเฟยมองเด็กชายผิวขาวจัด ใบหน้างดงามยืนอยู่ข้างกายเฉียวรุ่ยแล้วตรัสถาม
เก้าปีก่อน เห็นป้ายศิลาิญญาของเซวียนหยวนหงผู้เป็บุตรชายแตกสลาย พระสนมหลันเฟยเสียพระทัยแทบขาดใจ ใจรู้ชัดว่าโอรสตายในแดนลับแล้ว ย่อมกลับมาไม่ได้อีก แต่อย่างไร นางกลับคิดไม่ถึงว่าโอรสยังทิ้งเด็กคนหนึ่งไว้บนโลกมนุษย์ จนกระทั่งหัวหน้าอาจารย์ใหญ่ของวิทยาลัยเซิ่งตูทูลเื่ราวกับฝ่าา นางถึงได้ทราบเื่นี้
หลังจากรับรู้ นางดีใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน จิตใจพะวงตั้งตารอคอย อยากพบนัดดาของตนเองเร็วขึ้นอีกสักหน่อย
“พะยะค่ะพระสนม นี่คือเซวียนหยวนเนี่ยนหง เืเนื้อของหลิ่วซือ พี่สี่ของข้ากับศิษย์พี่เซวียนหยวน!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้ารับ แนะนำเด็กน้อยข้างกายอย่างจริงจัง
“มานี่ซิ!” เ้าแคว้นมองเด็กน้อย ทรงกวักมือเรียก
ได้ยินถ้อยคำนั้น เซวียนหยวนเนี่ยนหงหันมามองหลิ่วเทียนฉีทีหนึ่ง ถามความเห็นของอีกฝ่าย
“ไปเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า ทำท่าให้เด็กน้อยเข้าไป
ได้สัญญาณจากหลิ่วเทียนฉี เซวียนหยวนเนี่ยนหงถึงก้าวขาน้อยๆ ทั้งสองข้างออกเดินมาถึงข้างกายเ้าแคว้นกับพระสนมหลันเฟย
เ้าแคว้นยื่นพระหัตถ์ออกมาจับมือของเด็กน้อย เริ่มััสายเืของเด็ก
“อือ...” เด็กน้อยััได้ว่าเืในร่างโหมซัดวูบหนึ่ง ใบหน้าน้อยจึงเริ่มแดง
“อืม เป็ลูกหลานตระกูลเซวียนหยวนของข้าจริง!” เ้าแคว้นพยักหน้าพึงพอพระทัย ยืนยันในสายเื
“เนี่ยนหง!” พระสนมหลันเฟยยื่นมือออกมาดึงเด็กน้อยไปข้างกายตน
“ท่านย่า!” เห็นพระสนมหลันเฟยขอบตาแดงเรื่อ เนี่ยนหงเรียกอย่างว่าง่าย
“อืม เด็กดี เด็กดี!” พระสนมหลันเฟยพยักหน้าย้ำๆ กอดเด็กน้อยเข้าไปในอ้อมแขนอย่างยินดี
“เ้าคือหลิ่วเทียนฉี น้องชายของหลิ่วซือหรือ?” สายตาเ้าแคว้นจับจ้องอยู่บนร่างหลิ่วเทียนฉีพลางตรัสเสียงเบา
“พะยะค่ะฝ่าา กระหม่อมหลิ่วเทียนฉี หลิ่วซือเป็พี่สาวร่วมตระกูลคนที่สี่ของกระหม่อม” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้าอีกครั้ง รีบทูลตอบ
“ดี เ้าอารักขาเนี่ยนหงกลับมา ความชอบไม่อาจขาด ข้าย่อมไม่เอาเปรียบเ้า ในเมื่อเ้าก็เป็ผู้ที่เข้าไปในแดนลับเหิงอวี้ ถ้าเช่นนั้น เ้าเล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดสักรอบหนึ่งสิว่าพี่สาวของเ้ากับหงเอ๋อร์ตายอย่างน่าสลดได้อย่างไร”
“พะยะค่ะ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า เล่าสาเหตุการตายของเซวียนหยวนหงกับหลิ่วซืออย่างละเอียด แต่เขาไม่พูดเื่หลิ่วซือสังหารนางเอกก่อน เพียงบอกว่าสองฝ่ายขัดแย้งกันเพราะแย่งชิงสมุนไพรทิพย์ขั้นสี่ต้นหนึ่ง เพื่อช่วยหลิ่วซือ ภรรยาที่ตั้งครรภ์ของตน เซวียนหยวนหงจึงตายในมือหลันอวี่ิกับหลินเหยียนเหยียน หลังจากนั้นเมื่อออกจากแดนลับ หลิ่วซือก็พลีชีพแก้แค้นให้สามีของตน
ฟังหลิ่วเทียนฉีเล่าจบ เ้าแคว้นกับพระสนมหลันเฟยถึงพยักหน้าหลายหน
“เฮ้อ หลิ่วซือคนนี้เป็สตรีที่รักมั่นมีคุณธรรมจริงนะ ไม่เสียทีที่โอรสข้ารักนาง!” ได้รู้ว่าหลิ่วซือไม่เพียงเหลือเืเนื้อไว้ให้โอรส ยังพลีชีพลากคู่แค้นตายไปด้วยกันเพื่อแก้แค้นให้สามี พระสนมหลันเฟยทรงถอนหายใจหลายครั้ง
ณ ตอนนั้น ยามหงเอ๋อร์เอ่ยกับตนว่า้าแต่งงานกับหลิ่วซือที่ไร้อำนาจและอิทธิพลคนนี้ พระสนมหลันเฟยยังไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ต้านการตรากตรำอ้อนวอนหลายครั้งหลายหนทั้งไม้อ่อนไม้แข็งของโอรสไม่อยู่ ท้ายที่สุดพระสนมหลันเฟยจึงตกลง ที่แท้ หลิ่วซือมีใจรักลึกซึ้งมากคุณธรรมเช่นนี้นี่เอง มิน่า หงเอ๋อร์ถึงรักนาง!
“ฝ่าา พระสนม นี่คือเถ้ากระดูกของพี่สี่กับศิษย์พี่เซวียนหยวนพะยะค่ะ!” หลิ่วเทียนฉีเอ่ยพลางเอาเถ้ากระดูกของทั้งสองคนออกมาวางไว้บนพื้น
“อืม เ้าวางใจเถิด ข้าจะฝังพวกเขาสามีภรรยาอย่างสมเกียรติ ส่วนหลันอวี่ิ คนร้ายที่หนีไปคนนั้น ข้าไม่มีทางปล่อยอย่างแน่นอน” เ้าแคว้นพยักหน้ารัว รับประกันเื่นี้
“ยังมีจ้าวเฉียนคุนอีก หากไม่ใช่เขาปกป้อง หลันอวี่ิจะหนีได้อย่างไรเล่า?” พระสนมหลันเฟยรีบกราบทูล
“อืม คนผู้นี้เหมือนจะอยู่ที่วิทยาลัยเซิ่งตูมานานเกินไปสินะ!” เ้าแคว้นพูดจบพลันหรี่พระเนตรลง
“ฝ่าา พระสนม กระหม่อมบรรลุสิ่งที่พี่สาวฝากฝัง ส่งเนี่ยนหงกลับมาถึงหน้าฝ่าากับพระสนมอย่างปลอดภัยแล้ว พี่สาวบน์รับรู้คงวางใจ ตอนนี้กระหม่อมขอตัวพะยะค่ะ!” หลิ่วเทียนฉีค้อมกายคำนับ พูดเสียงเบา
“อืม ไปเถิด!” เ้าแคว้นพูดจบก็ทำท่าให้อีกฝ่ายจากไป
“พะยะค่ะ!” หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยขานรับ หมุนตัวเตรียมออกไป
“ท่านน้า คำสั่งสอนที่ท่านให้เนี่ยนหง เนี่ยนหงจดจำไว้ขึ้นใจ!”
ได้ยินเสียงเด็กน้อยด้านหลัง หลิ่วเทียนฉีอึ้งไปเล็กน้อย จากนั้นถึงหันไปมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนพระสนมหลันเฟย
“เนี่ยนหง หลังจากนี้ เ้าต้องกตัญญูต่อท่านปู่กับท่านย่าของเ้าให้ดี แล้วก็ขยันฝึกฝน อย่าให้ฝ่าากับพระสนมหลันเฟยว้าวุ่นใจเพราะเ้าล่ะ”
“ขอรับ เนี่ยนหงจะจดจำคำสอนของท่านน้าให้มั่น!” เซวียนหยวนเนี่ยนหงก้มศีรษะ บอกอย่างจริงจัง
