โชคดีที่หลังจากการลอบสังหารของตระกูลหวัง กำลังป้องกันโดยรอบก็เพิ่มขึ้นกว่าสองเท่า
ในขณะที่ค่ายกลของเสวียนอวี่และหลินฮ่าวปรากฏขึ้น ก็มีคนััได้ทันที
"หืม? เกิดอะไรขึ้นที่นั่น? ไปดูกันเถอะ!"
"ใครกันที่กล้าก่อเื่ในตระกูลหลินของข้า?"
แต่เมื่อเหล่าศิษย์ตระกูลหลินวิ่งไปถึงที่เกิดเหตุและเห็นคนที่อยู่ตรงหน้า ใบหน้าของพวกเขาก็ซีดเผือดลงทันที
"ท่านเ้าเมือง... ท่านเ้าเมืองหรือ?!"
"นายหญิง?!"
เมืองต้าเยียน อาณาจักรฉีซาน
ท้องฟ้าสีครามใสประดุจแก้ว ประดับไปด้วยเมฆขาว บนผืนน้ำใสสะอาดยังสะท้อนภาพของท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน ผู้คนแน่นขนัด และเมืองยังคงสงบสุข
ตระกูลหลินสามารถเอาชนะจ้าวแห่งหุบเหวมืดได้ บรรพชนของตระกูลหลิน หลินชิงเทียน ก้าวเข้าสู่ขอบเขตจิติญญา และยังได้รับเชิญเป็การส่วนตัวจากทูตแห่งราชวงศ์เซียน…
ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในเมืองต้าเยียน และการเปลี่ยนแปลงมากมายก็เกิดขึ้นเช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น บุตรศักสิทธิ์ของตระกูลหลิน หลินเสวียน ก็มักจะทะลวงระดับอยู่เป็ระยะ ๆ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์เล็ก ๆ ที่เป็ประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของเหล่าผู้ฝึกตน ทำให้ตอนนี้ เมืองต้าเยียนกลายเป็เมืองที่รุ่งเรืองที่สุดและเป็ที่ต้อนรับมากที่สุดในอาณาจักรฉีซาน
ณ ตระกูลหลิน เมืองต้าเยียน บนอาคารแห่งหนึ่ง กลิ่นหอมของชาอบอวลไปทั่ว
ชายชราสองคนนั่งขัดสมาธิตรงข้ามกัน สนทนาธรรมและพูดคุยถึงเหตุการณ์ใน่ที่ผ่านมา
"ว่าไปแล้ว หลินเป่า ดวงตาของเ้ามันเื่อะไรกันแน่? ข้ารู้สึกว่ามันเกินไปหน่อยนะ มันไม่ใช่พลังที่เ้าควรมีได้ในระดับนี้!" ชายชราในชุดขาว หลินเทียนหย่า เอ่ยอย่างขมขื่น
"ฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดก็มีวันที่เ้ามาอิจฉาข้าเสียด้วย พูดตามตรง แม้พร์ของข้าอาจด้อยกว่าเ้า แต่โชคของข้าดีกว่ามาก!" หลินเป่าหัวเราะลั่น ก่อนจะรินน้ำร้อนลงในกาน้ำชา กลิ่นหอมของชาก็ลอยขึ้นมาในทันที "ถ้าหากตอนนั้นข้าไม่ได้ไปกับเสวียนเอ๋อร์ที่ตระกูลเซียว ข้าคงไม่ได้รับเคล็ดวิชาเนตรนี้มา"
"พูดถึงตระกูลเซียวแล้ว ข้าก็ยังโกรธไม่หาย พวกมันกล้าเปิดเผยความลับของตระกูลหลินเราให้กับหุบเหวมืดแถมยังนำพาตระกูลอื่น ๆ ไปร่วมมือกับหุบเหวมืดอีก หากไม่ใช่เพราะผู้าุโของตระกูลซวน ซวนซู่ และ ซวนเยียนหราน เข้ามาขัดขวาง พวกมันคงถูกเรากวาดล้างไปนานแล้ว!" หลินเทียนหย่ากล่าวเยาะเย้ย
"แต่พูดถึงแม่นางซวนเยียนหราน ข้าคิดว่านางไม่เลว เ้าคิดว่าอย่างไร?" หลินเป่าหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบพลางยิ้ม
หลินเทียนหย่าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ " นางเป็เด็กฉลาด งดงาม แถมยังมีพร์ อาจจะลองจัดการสัญญาหมั้นให้นางกับเสวียนเอ๋อร์ของพวกเราดู หากเสวียนเอ๋อร์ไม่ชอบ เราก็แนะนำให้นางแต่งกับชายหนุ่มในตระกูลเราก็ได้… เอาเถอะ ๆ พูดไปก็เท่านั้น พวกนั้นยังห่างชั้นเกินไป"
หลินเป่ากลอกตาแล้วพูดขึ้นว่า "แล้วร่างกายเ้าฟื้นตัวดีขึ้นหรือยัง?"
"จะว่าไปก็ฟื้นตัวได้ไม่เลว เกือบจะหายดีแล้ว ต้องขอบคุณเม็ดยาจากราชวงศ์เซียน มิฉะนั้น ข้าคงไม่ฟื้นตัวเร็วขนาดนี้" หลินเทียนหย่ายิ้ม ในศึกกับหุบเหวมืดวันนั้น แม้เขาจะสามารถเอาชนะอสูรร้ายมาได้ แต่ก็ได้รับาเ็สาหัส
"ข้าคาดว่า เสวียนเอ๋อร์กับคนอื่น ๆ คงเดินทางถึงอาณาจักรเซียเต๋าแล้ว หรือไม่ก็คงไปถึงเมืองหลักของราชวงศ์เซียนแล้วด้วยซ้ำ!"
"หากไม่นับรวมเหตุการณ์ไม่คาดฝันระหว่างทาง ก็น่าจะเป็เช่นนั้น"
สองผู้าุโจิบชาไปพลาง สนทนาไปพลาง ทั้งยังพูดถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทะลวงระดับของหลินเสวียนใน่นี้
ขณะนั้นเอง ร่างหลายสายพุ่งเข้ามาทางประตู
"ผู้าุโหลินเป่า! ผู้าุโเทียนหย่า! เกิดเื่ใหญ่แล้ว! ท่านเ้าเมืองและนายหญิงกลับมาแล้วขอรับ!"
หลินฮ่าวกับเสวียนอวี่กลับมาแล้วอย่างนั้นหรือ?
สองผู้าุโถึงกับชะงักไปชั่วขณะ พวกเขากลับมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?
จากนั้น พวกเขาไม่รีรอสิ่งใดอีก รีบก้าวออกไปทันที เบื้องหน้าประตู มีศิษย์ตระกูลหลินมารวมตัวกันมากมาย สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความร้อนรนและกังวลใจ
เมื่อหลินเทียนหย่าและหลินเป่าเดินไปถึง และเห็นสภาพของเสวียนอวี่กับหลินฮ่าวอย่างชัดเจน สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปทันที
"หลินฮ่าว?! เสวียนอวี่?!"
ไม่ต้องคิดให้มากความ หลินเป่าพุ่งตัวไปถึงร่างของทั้งสองคนทันที เขาใช้นิ้วเป็คมมีด กรีดฝ่ามือตัวเอง เค้นแก่นโลหิตออกมาสองหยด เืนั้นกระจายกลายเป็หมอกโลหิต ก่อนจะหลอมรวมเข้าไปในร่างของพวกเขาทั้งคู่ เติมเต็มปราณโลหิตที่แห้งเหือด
หลินเทียนหย่าพลิกข้อมือและร่ายอักขระ พลังปราณิญญาในรัศมีหลายลี้ถูกรวบรวมและอัดแน่นเข้าสู่ร่างของคนทั้งสอง
เมื่อััได้ถึงแก่นโลหิตและพลังปราณิญญาที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกเขา หลินเทียนหย่าก็ขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูแย่ลงไปทันที เมื่อเห็นาแทั่วร่างของทั้งคู่
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
"หลินฮ่าวกับเสวียนอวี่ไม่ได้เดินทางไปยังราชวงศ์เซียนพร้อมกับเสวียนเอ๋อร์หรอกหรือ?"
"ผู้าุโ เื่เป็เช่นนี้…"
ศิษย์ตระกูลหลินคนหนึ่งก้าวออกมาและเล่าเื่ราวที่เขาพบพลังปั่นป่วนอยู่นอกเมือง ก่อนจะไปตรวจสอบ
เมื่อได้ฟัง หลินเป่ากับหลินเทียนหย่าก็มองหน้ากัน แววตาของพวกเขาเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนก สีหน้าซีดขาวไปเล็กน้อย
พวกเขาตกลงมาจากฟากฟ้า และดูเหมือนว่าจะใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย? หรือว่า…
คิดมาถึงตรงนี้ หลินเป่ากับหลินเทียนหย่าก็รู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง
"ผู้าุโ… เสวียนเอ๋อร์… เสวียนเอ๋อร์…"
ทันใดนั้น เสวียนอวี่ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างอ่อนแรง นางเอ่ยออกมาแ่เบาราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่าแของนางรุนแรงเกินไป แม้แต่สองผู้าุโจะช่วยรักษา ก็ยังยากที่จะฟื้นตัวได้รวดเร็ว
"เสวียนอวี่! ใจเย็น ๆ บอกข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่…"
"ช่วยเขาด้วย… เสวียนเอ๋อร์… ราชวงศ์เซียน…"
ในสภาพกึ่งหมดสติ เสวียนอวี่พยายามเอ่ยปากบอกเื่ราว แต่เสียงของนางขาดหายเป็่ ๆ ทำให้ยากจะเข้าใจได้แจ่มชัด
สีหน้าของหลินเป่าและหลินเทียนหย่ามืดครึ้มลงในพริบตา ราชวงศ์เซียนกล้าทำเื่เยี่ยงนี้ได้อย่างไร?!
ที่แท้แล้ว ดินแดนลับที่พวกเขาว่าจะเปิดขึ้นในครั้งนี้กลับไม่มีอยู่จริง… เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือการใช้เหล่าอัจฉริยะจากทั่วทั้งอาณาเขตเหนือครามเป็เครื่องสังเวยให้กับ "เตาหลอมเก้าทมิฬพิฆาต์" เพื่อให้ราชวงศ์เซียนสามารถเหยียบย่างบนเส้นทางของเซียนอีกครั้ง!
"เป็ไปไม่ได้! หยู่ตู้เฟยได้มอบิญญาของเขาไปถึงสามส่วน หากแม้แต่ผู้ฝึกตนระดับสูงสุดของแก่นทองคำเช่นเขาสูญเสียไปถึง สามส่วน ของิญญา ต่อให้ไม่ตาย ก็ต้องอยู่ในสภาพที่ไม่อาจจินตนาการได้!" หลินเป่ากล่าวด้วยความไม่อยากเชื่อว่าเื่เลวร้ายจะเกิดขึ้นกับหลินเสวียน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล ดวงตาเปี่ยมด้วยความตื่นตระหนก
"เพื่อจะขังเสวียนเอ๋อร์ไว้ให้ได้สำเร็จ… เขา… เขา…" เสวียนอวี่พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงกล่าวออกมา แต่ยังไม่ทันพูดจบ นางก็หมดสติไปอีกครั้ง…
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า หลินเป่าไม่รอช้าอีกต่อไป เขาพุ่งตัวตรงไปยังถ้ำบำเพ็ญตนที่บรรพชนหลินกำลังปิดด่านฝึกตนอยู่ทันที!
