เมื่อจางเหวินหมุนร่ม เสียงกลไกเล็ก ๆ ดังขึ้นเบา ๆ
ขณะเดียวกันหลินไท่จี๋เบิกดวงตากว้างสุดขีด ภาพในดวงตาของนางกลับสับเปลี่ยนอย่างรุนแรงในเสี้ยววินาที เหมือนมีใครบางคนใช้มือที่มองไม่เห็นฉีกเส้นทางแห่งอนาคตออกจากกันแล้วเขียนมันขึ้นใหม่ต่อหน้าต่อตา
ทันใดนั้น ศีรษะของชายชราทั้งสามค่อย ๆ หมุนตามทิศทางของร่มอย่างผิดธรรมชาติ ชายชราทั้งสามคนพยายามจะต่อต้านแต่ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีนั้นพลังแห่งกฎและการบ่มเพาะของพวกเขาเหมือนถูกตัดขาด ก่อนที่คอของพวกเขาจะหักอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับมีแรงบางอย่างควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายของพวกเขา
กร๊อก!!
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง หยดน้ำฝนทั่วทั้งพื้นที่แปรเปลี่ยนเป็เข็มแหลมคมจำนวนนับไม่ถ้วน
มันพุ่งลงมาราวพายุเหล็กที่ไม่มีทางหลบ
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เข็มแหลมที่แปรสภาพมาจากฝนแทงทะลุร่างของชายชราทั้งสาม มันแทงเข้าออกทุกส่วนของร่างกายั้แ่อวัยวะทุกส่วนจนถึงโลกใบเล็กของพวกเขา
เสียงกระดูกแตกและเนื้อฉีกขาดดังอย่างน่าสยดสยอง เืกระเซ็นผสมกับสายฝนกลายเป็ละอองสีแดงเข้ม
ร่างของพวกเขาถูกเจาะทะลุเป็รูพรุนทั่วทั้งร่าง
ออร่าที่เคยพุ่งทะยานดับลงอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ตอบโต้ ไม่มีแม้แต่เสียงกรีดร้อง
ชีวิตทั้งสามดับลงภายในเสี้ยววินาที
ความเงียบปกคลุมสนามรบ
จางเหวินก้าวออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาหายวับไปก่อนจะปรากฏตัวข้างหน้าศพของทั้งสามทันที
มือของเขายกขึ้นเล็กน้อย
อักขระสีดำโบราณปรากฏขึ้นกลางอากาศ แผ่กลิ่นอายลึกลับ พลังผนึกถูกกดทับลงไปบนร่างทั้ง 3 เพื่อกักขังิญญาที่กำลังดิ้นรนไม่ให้หลบหนี
ก่อนที่ร่างของทั้งสามจะถูกดูดเข้าไปในแหวนมิติอย่างไร้เสียง พร้อมกับดาบจักรพรรดิทั้ง 3 เล่มก็ได้กลายเป็สินทรัพย์ส่วนตัวของจางเหวินเช่นกัน
ทุกอย่างกลับเข้าสู่ความเงียบ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงตกลงมา
หลินไท่จี๋ที่ยืนตัวแข็ง มือสั่นเล็กน้อย แต่ไม่ใช่เพราะการต่อสู้มันจบเร็วเกินไป หรือไม่ใช่เพราะมันง่ายดายเกินไป
แต่เพราะ… เมื่อครู่อนาคตทั้งหมดที่นางเห็น… มันเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาทีเดียว
จากการต่อสู้ที่ควรจะดุเดือด กลับจบลงภายในลมหายใจเดียว
ตลอดชีวิตของนาง ไม่เคยมีครั้งไหนที่อนาคตจะเปลี่ยนฉับพลันแบบนี้ แต่ต่อให้อนาคตจะเปลี่ยนไปทันที แต่อย่างน้อยก็ยังมี่เวลาให้คิด 1 วินาที ถึง 5 วินาที เพื่อให้ปรับตัวและรับมือได้ทันเวลา
แต่ครั้งนี้ มันเปลี่ยนไป… ทันที เหมือนเส้นแห่งโชคชะตาถูกลบออกแล้วเขียนใหม่
หลินไท่จี๋มองไปยังชายชุดขาว หัวใจของนางเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเป็มาก่อน… ความกลัว
สายฝนยังคงตกลงมาอย่างสม่ำเสมอ ละอองน้ำบางเบาลอยคลุ้งอยู่ในอากาศเหมือนหมอกจาง ๆ กลิ่นดินเปียกชื้นผสมกับกลิ่นโลหิตที่ยังไม่จางหาย ทำให้บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความหนักอึ้งที่ยากจะอธิบาย
จางเหวินหันสายตาไปมองหลินไท่จี๋
เขาไม่ได้พูดอะไรเพื่อสังเกตปฏิกิริยาของนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ
“ท่านใหรือเปล่า… เมื่อครู่ที่อยู่ ๆ อนาคตก็เปลี่ยนไป”
หลินไท่จี๋เงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่นางจะตอบด้วยเสียงแ่เบา
“เ้ารู้งั้นเหรอ… ว่าดวงตาของข้าสามารถมองเห็นอนาคตได้”
จางเหวินตอบทันที
“ไม่รู้…”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้หลินไท่จี๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย มุมปากของนางยกขึ้นบาง ๆ
“เอาเถอะ… ครั้งนี้มันคงไม่ได้จบแค่สัญญาเืแล้วใช่ไหม”
จางเหวินยกมือขึ้น
แรงดึงดูดบางอย่างก่อตัวขึ้นกลางอากาศ
ร่างของหลงซูเหยาที่าเ็สาหัสถูกดึงลอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเอง เสียงของหลินไท่จี๋ก็ดังขึ้นทันที
“ข้าตกลง”
จางเหวินขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้ายังไม่ได้ถามอะไรเลย”
จางเหวินหัวเราะเบา ๆ
“แต่ช่างเถอะ… ท่านอยากมาทำงานให้ข้าหรือเปล่า”
หลินไท่จี๋ตอบโดยไม่ลังเล
“คำตอบเดิม ข้าตกลง”
จางเหวินยิ้มบาง ๆ
“ช่างเป็พลังที่น่ากลัวจริง ๆ "
หลินไท่จี๋มองเขาอย่างจริงจัง
“เมื่อครู่… เ้าทำได้ยังไง ในการเปลี่ยนอนาคตอย่างฉับพลัน”
จางเหวินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้น
หยดน้ำใสบริสุทธิ์ 2 หยดก่อตัวขึ้นเหนือปลายนิ้ว มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ เปล่งแสงจาง ๆ เหมือนมีชีวิต
เขาโยนมันเบา ๆ ไปด้านหน้าหลินไท่จี๋และนกอินทรีม่วงทอง พร้อมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
“ตอนคุยกัน… หยุดใช้พลังในการมองเห็นอนาคตด้วย… มันคุยกันไม่รู้เื่”
หลินไท่จี๋หัวเราะเบา ๆ
“ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน”
นางยื่นมือรับหยดน้ำนั้น ก่อนปล่อยให้มันซึมผ่านหน้าผากเข้าไปทันที พร้อมกับส่งเสียงภายในไปบอกนกอินทรีม่วงทองเพื่อให้มันรับหยดน้ำนั้นเข้าไปในร่างกายเหมือนรู้ว่าทุกอย่างต้องทำอะไรบ้าง
ในเสี้ยววินาที หยดน้ำก็ไหลเวียนไปทั่วร่างกายของนาง
กระแสพลังเล็ก ๆ เคลื่อนผ่านเส้นลมปราณทุกสาย
หลินไท่จี๋หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะพูดเบา ๆ
“โอ้… มีข้อจำกัดกี่ชั้นกัน ที่ฝังไว้ในหยดน้ำเล็ก ๆ นี้”
แต่นางก็ไม่ได้ต่อต้าน เพียงยอมรับมันอย่างสงบ
จางเหวินแตะไปที่แหวนของตัวเองพร้อมส่งสัญญาณไปที่ไหนสักแห่ง หลังจากนั้นเสียงของจางเหวินดังขึ้นอีกครั้ง
“แล้วเ้าล่ะ… อยากมาทำงานให้ข้าหรือเปล่า”
สายตาของเขาเคลื่อนไปอีกด้าน ที่กองเศษเนื้อของัแดงที่กระจายอยู่บนพื้น
ทันใดนั้น เศษเนื้อเริ่มขยับ พลังบางอย่างรวมตัวขึ้น ก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนจะค่อย ๆ ก้าวออกมาจากกองเนื้อ ผมสีแดงยาว เขาสีดำโค้ง ดวงตาสีแดงเข้ม สวมชุดคลุมสีแดง กลิ่นอายดุร้ายแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
เขามองจางเหวินตรง ๆ
“ข้าจะได้อะไร… จากการทำงานให้เ้า”
จางเหวินยิ้ม
“ทุกอย่างที่เ้า้า”
หลงหยานเทียนหัวเราะเบา ๆ
“เ้ากำลังขายฝันให้ข้าอยู่อย่างงั้นเหรอ”
หลงหยานเทียนมองไปยังหลินไท่จี๋ ก่อนจะมองกลับมาที่จางเหวิน สายตาเต็มไปด้วยความระวังตัว การสนทนาเมื่อครู่ของทั้ง 2 คนนั้นเขาได้ยินทั้งหมดเลย เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น
“อืม… ถ้าแม้แต่หลินไท่จี๋ที่เป็กึ่งจักรพรรดิที่แข็งแกร่งระดับต้น ๆ ในทวีปลมดำยังยอมแพ้… ข้าเองก็คงไม่มีทางเลือกสินะ”
ทันใดนั้น จางเหวินดีดนิ้วเบา ๆ หยดน้ำอีกหยดลอยออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าไปในร่างของหลงหยานเทียนทันที
หยดน้ำซึมเข้าสู่ร่าง เหมือนสัญลักษณ์ที่มองไม่เห็น
ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนจะสงบลงนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน
“หลงหยานเทียน… เ้ากล้าก้มหัวให้มนุษย์พวกนั้นได้ยังไง!”
หลงซูเหยาที่เพิ่งได้สติลืมตาขึ้น ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธและความไม่อยากเชื่อ เสียงของนางแหลมคมเหมือนใบมีด
“ข้าจะไปฟ้องนายหญิงทันที เพื่อให้ยกเลิกงานหมั้นของเ้าซะ!”
บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย
หลงหยานเทียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบอย่างน่าประหลาด
“เอาจริง ๆ … ก็ต้องขอบคุณนางด้วยแหละ ที่ให้ข้ามาช่วยเหลือเ้าในการตามหาชายที่ชื่อเย่เฉิน”
เขาหัวเราะเบา ๆ คล้ายเย้ยหยันตัวเอง
“มันทำให้ข้ารู้ว่าสิ่งที่ข้าทำมานั้น… โง่เขลาเพียงใด”
สายตาของเขาเหม่อมองไปไกล
“ข้าหมั้นกับนางมากี่พันปีแล้วก็ไม่รู้… แต่พวกเรายังไม่ได้แต่งงานกันเลยด้วยซ้ำ ข้าช่วยเหลือนางทุกอย่าง ใช้ทรัพยากรจากสายเืของเผ่าัแดง เพื่อช่วยให้สายเืของเผ่าัขาวที่ใกล้ล่มสลาย… กลับมายืนอยู่ในตระกูลัได้อีกครั้ง”
เสียงของเขาหยุดไปเล็กน้อย
“แต่ทุกการกระทำของข้า… กลับไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ เลย”
เขาหัวเราะเบา ๆ
“แถมดูเหมือนว่านางเองก็มีคนที่รักอยู่แล้วด้วยสินะ… ข้ารู้สึกได้ว่านางเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้… เ้าช่วยบอกข้าหน่อยสิว่าใช่เ้าหนูที่ชื่อเย่เฉินไหมที่ทำให้นางเปลี่ยนไป?”
หลงซูเหยาเงียบไปทันที
….
….
หลงหยานเทียนพูดต่อด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“ข้าพอจะเข้าใจแล้วว่า… สิ่งที่ข้าทำมานับพันปีนั้น มันช่างไร้ค่าเพียงใด”
หลงซูเหยากัดริมฝีปากแน่น
“เ้ารักนายหญิงไม่ใช่หรือไง!”
“ความรัก… มันไม่ใช่เื่ของการกันและกันเสียหน่อย หากเ้ารักนายหญิงจริง ๆ เ้าควรจะดีใจด้วยซ้ำ ที่ได้เห็นนางมีความสุขกับคนที่นางรักอย่างแท้จริง”
หลงซูเหยาหลับตาลง สีหน้าของนางสั่นไหวเล็กน้อย
หลงหยานเทียนเงียบก่อนที่เขาจะพูดขึ้น
“ก็อย่างที่ชายชุดขาวพูดนั่นแหละ… ความเมตตาเป็สิ่งที่สวยงาม… จนกระทั่งมันถูกใช้ผิดที่ผิดเวลา”
หลงซูเหยากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทว่า
ตูม!!
ฟองน้ำใสขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างฉับพลัน คลุมร่างของนางเอาไว้ทันที
ก่อนที่ฟองน้ำอีกสี่ฟองจะลอยออกมาพร้อมกัน ภายในนั้น มีร่างของเย่เฉิน เย่ซิน มู่หลิง และหวงหราน ลอยอยู่ในสภาพหลับใหล
