มารตีพยักหน้า น้ำตาแห่งความซับซ้อนและปลื้มปิติ ผุดขึ้นในดวงตา “ค่ะ รตีพร้อมลอง…พร้อมเปิดใจอีกครั้ง”
ปพนต์ยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนกระซิบเบาๆ ข้างหูเธอ “งั้นคืนนี้…เรามาลองสำรวจสิ่งใหม่ด้วยกันอีกครั้งนะครับ”
มารตีลืมความกังวลทั้งหมดไปชั่วขณะ เมื่อคราแรกที่ได้ยินคำว่า “ลองสำรวจ” มันคือคำเชื้อเชิญที่แฝงไปด้วยสัญญา และปรารถนาอันร้อนแรง ความรู้สึกในอกของเธอพองโตราวกับดอกไม้ที่กำลังจะเบ่งบาน
บทสนทนาสั้นๆ นั้นยังคงวนเวียนอยู่ในใจมารตี แต่สิ่งที่เธอรู้แน่ๆ คือ หลังจากเช้านี้ ทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็เธอ ปพนต์ หรือความรู้สึกที่กำลังเข้าหัวใจของเธอ
สองมือของทั้งคู่จับกันแน่น...
พวกเขาพากันเดินกลับเข้าไปในห้องเมื่อดวงอาทิตย์ใกล้ลับลา ก่อนที่ริมฝีปากจะประทับตรากันอย่างเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยความหวังลึกๆ ว่าการเปิดใจครั้งใหม่นี้ จะพาให้พวกเขาเดินไปสู่ความสุขรูปแบบใหม่…ที่ทั้งอบอุ่น เซ็กซี่ และเร่าร้อนได้อย่างลงตัว และแล้วทั้งสองก็ล้มตัวลงนอน เสียงลมหายใจของปพนต์อุ่นแนบอยู่ข้างแก้ม เมื่อมารตียังนอนอยู่ในอ้อมแขนเขา
ร่างเปลือยเปล่ายังเต็มไปด้วยร่องรอยของความสัมพันธ์ที่เพิ่งจบลงไป เธอซุกตัวใกล้เข้าไปอีก ก่อนยกนิ้วลากเบาๆ บนแผ่นอกของเขาอย่างไม่มีจุดหมาย แต่จู่ๆ... ภาพในความทรงจำก็แทรกซึมเข้ามาในห้วงคำนึง
เสียงหัวเราะเบาๆ ดั่งกระซิบของ จารวี ยังวนเวียนอยู่ในหู มือของหญิงสาวผู้นั้นนุ่มนวลจนทำให้มารตีรู้สึกเหมือนร่างกายหลอมละลายั้แ่นาทีแรกที่ถูกรุกล้ำ
“มารตี... อย่าคิดนะ... แค่รู้สึก...”
คำพูดที่จารวีเคยกระซิบใกล้หู ขณะลากลิ้นไปตาม่เอว ก่อนจะหยุดอยู่ใต้เนินนูนเนิ่นนาน ทำให้ใจของเธอสั่นไหว
ในขณะเดียวกัน กชพร อยู่ข้างหลัง ริมฝีปากของเธอกดลงบนบ่าของมารตี มือเลื่อนไล้จากเนินอกลงไปถึงสะโพกก่อนจะวกหายไปในรอยแยกที่เปียกลื่น โดยมีริมฝีปากของจารวีที่กำลังคลอเคลียอยู่ตรงนั้นไปพร้อมๆ กัน
สามร่างหญิงประสานกันราวกับเสียงดนตรีที่ไหลลื่น ไม่มีแรงกระแทก ไม่มีความรุนแรง มีแต่จังหวะที่พาเธอล่องลอยไปในฝัน ความรู้สึกนั้นแตกต่างจากปพนต์อย่างสิ้นเชิง…
“คิดอะไรอยู่จ๊ะ...” เสียงปพนต์เบาๆ ข้างหูดึงเธอกลับมาสู่ปัจจุบัน
มารตีเลื่อนสายตามองเขา ดวงตาของเธอวาววับ มีบางอย่างที่เธอไม่สามารถอธิบายได้ชัดเจน “แค่...คิดถึง...” เธอตอบอย่างเลี่ยงๆ แต่มือกลับเลื่อนขึ้นไปััริมฝีปากเขาเบาๆ
ริมฝีปากของปพนต์ หยาบกว่า จูบของเขารุนแรงกว่า… แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกมั่นคงที่เธอไม่เคยได้รับจากใคร
ภาพในหัวกลับไปอีกครั้ง...
ตอนที่จารวีใช้ปลายนิ้วแตะและชอนไชลงตรงหว่างขาเธอ มารตีเกร็งไปทั้งร่าง แล้วร้องออกมาเบาๆ อย่างที่ไม่เคยทำกับใคร เสียงนั้น ไม่ใช่เพียงเสียงของความเสียวซ่าน แต่มันคือเสียงของการยอมรับว่าเธอกำลังตกหลุมรัก "ััของผู้หญิง"
“รตีแน่ใจนะครับ ว่า้าพี่แบบนี้” เสียงของปพนต์ดังอีกครั้ง คราวนี้จริงจังขึ้นเล็กน้อย เขาคงััได้ถึงความวูบไหวบางอย่างในใจเธอ
มารตีไม่ตอบในทันที แต่กลับโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากเขาอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงกว่า และเป็จูบที่เธอเป็ฝ่ายมอบให้ เต็มไปด้วยความลังเล ความปรารถนา และ…คำขอโทษที่เธอไม่อาจพูดออกมา
“รตียังไม่แน่ใจอะไรทั้งนั้นค่ะพี่ปพนต์…แต่แน่ใจว่า ยังอยากให้พี่อยู่กับรตีแบบนี้”
เขาเพียงแค่พยักหน้าแล้วดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้น และเมื่อเธอซุกหน้ากับแผ่นอกของเขา ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นวาบผ่าน...กลบรอยสั่นไหวในใจของเธอเอาไว้จนหมดสิ้น แต่ในหัวกลับไม่สามารถหยุดนึกถึงรสัั จากริมฝีปากของจารวี และปลายนิ้วของกชพรได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว…
หลังจากกอดแน่นอยู่ในอ้อมแขนของปพนต์เนิ่นนาน เสียงลมหายใจที่เริ่มสม่ำเสมอของเขา บ่งบอกว่าเขากำลังเคลิ้มหลับ แต่ในขณะที่โลกภายนอกสงบลง ร่างกายเปลือยเปล่าของมารตีกลับยังไม่ยอมสงบ...หัวใจเธอกำลังเต้นแรง...กับความทรงจำที่พวยพุ่งเข้ามาอย่างควบคุมไม่ได้
ณ รีสอร์ตในคืนพระจันทร์เต็มดวง
ร่างงามของมารตีถูกแวดล้อมด้วยชายห้าคน…คนหนึ่งเล้าโลม่ลำคอ อีกคนกระชับเอวเธอจากด้านหลัง ชายอีกคนเข้ามาด้านหน้า อีกคนกำลังยืนแอ่นกายเข้าหาใบหน้าของเธอ และคนสุดท้ายแนบกายอยู่ในอุ้งมือของเธอ...ทุกคนเคลื่อนไหวสอดคล้องกันอย่างหื่นกระหาย
เธอไม่เคยคิดว่าจะยอมเปิดกว้างขนาดนั้น แต่เมื่อทุกััของพวกเขาแทรกซึมเข้ามาในทุกอณูผิว เธอก็ยอมแล้ว ยอมให้พวกเขา ทั้งเนื้อหนัง...ทั้งจิตใจ...สลับกันไป หนึ่งในนั้น มีััแน่น หนัก และรุนแรง ทำให้มารตีเผลอหลุดเสียงร้องอย่างไม่อาจอดกลั้น อีกคนหนึ่ง มีริมฝีปากอุ่นนุ่มที่จูบเธอจนตัวอ่อน
อีกคน มีจังหวะที่เย้ายวน และหนักแน่น พาเธอทะยานไปจนสุดปลายขอบของความรู้สึกอย่างสุดๆ และพอเธอลืมตาขึ้น...พวกเขาทั้งห้าก็มองเธอราวกับเทพธิดาในหมู่เพลิงปรารถนา
“คุณช่างงดงามเวลาหลอมละลายไปกับเรา…” เสียงกระซิบของชายคนหนึ่งยังชัดเจนในความทรงจำ
มารตีหลับตาแน่น พยายามตัดภาพเ่าั้ทิ้งไป แต่มันกลับชัดเจนขึ้น และยิ่งชัดเจน เมื่อเธอพยายามลืม...
หญิงสาวจำได้ว่าตอนนั้นมันรู้สึกดีมาก...ดีมากจนเธอไม่ได้รู้สึกผิด ไม่ได้ลังเล ไม่มีแม้แต่ความละอาย มีแต่ความเป็อิสระบริสุทธิ์...แบบที่ไม่เคยรู้จักตัวเองมาก่อน
เสียงลมหายใจของปพนต์เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาขยับแขนมากอดรัดเธอแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว มารตีหันหน้าไปมองเขา...รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าสวย...เธอรักเขา แต่ก็รู้ดีว่า ความรักนั้นไม่ได้มีเพียง “หนึ่งรูปแบบ” อีกต่อไป
ในใจของหญิงสาว มันเริ่มมีรูปทรงใหม่ รูปทรงของความเร่าร้อน รูปทรงของอิสรภาพ และรูปทรงของความเป็หญิงที่กล้ารู้สึก เธอกำลังจะเปลี่ยนไป และก็ไม่แน่ใจ ว่าการเปลี่ยนนั้น จะพาไปที่ใด...
แต่คืนนี้ เธอรู้แค่อย่างเดียว ร่างกายยังไม่้าให้มันจบ มือนุ่มเรียวเลื่อนลงช้าๆ ััผิวกายของสามี ก่อนเลื่อนต่ำลงไปกลางลำตัวเขา ริมฝีปากของเธอแตะลงบนลำคอเขา พร้อมกระซิบเสียงแ่...
“คืนนี้...รตียังไม่พอ…”
เสียงหอบหายใจของปพนต์ยังคงหนักแน่นและร้อนแรงเมื่อมารตีเป็ฝ่ายจุดไฟให้กิจกรรมรักกลางดึกไม่จบลงง่ายๆ ร่างกายเปลือยเปล่าของทั้งสองแแ่กันในห้องนอนที่มีเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียงข้างเดียวส่องสลัว มองเห็นเงาที่มีผมยาวสลวยผงกตัวขึ้น และโยกขยับเป็จังหวะอย่างเนิ่นนาน ก่อนจะซบลงไปอีกครั้ง
มือของหญิงสาวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของสามี ขณะที่ปลายจมูกของเธอซุกซบลงตรงบ่ากว้างนั้น... แต่ขณะเดียวกัน ใจของเธอกลับวิ่งย้อนกลับไปในอดีตอีก
ค่ำคืนที่ลำธารโอบล้อมรีสอร์ตกลางป่า ร่างของมารตีเปลือยเปล่าภายใต้แสงจันทร์ ถูกกอดกระชับด้วยหญิงสาวสองคน...กชพร และ จารวี ลมหายใจหอมหวานของพวกเธอข้างหู ริมฝีปากอุ่นที่ไล้จากซอกคอลงมาถึงยอดอก และปลายนิ้วที่โลมไล้ไปทั่วร่าง ก่อนจะหยุดอยู่ที่กลีบเนื้อกลางกายของมารตี เธอไม่ได้รู้สึกเหมือนถูก แต่รู้สึกเหมือน ได้รับการบูชา ในแบบที่ไม่มีเพศชายคนไหนเคยทำได้
“ตัวคุณหอมมาก… เหมือนกลีบกล้วยไม้ในสายฝน”เสียงของจารวีดังก้องในหัวเธอ
“ให้ฉันชิมอีกนิดนะ…” แล้วกชพรก็ก้มลงช้าๆ ไล้ลิ้นอย่างอ้อยอิ่งไปตามรอยแยกชื้นแฉะ ในขณะที่มือของจารวีรั้งข้อมือมารตีแน่นจากด้านหลัง
มารตีหลับตา แล้วปล่อยใจปล่อยกายไปกับสองสาวอย่างสิ้นเชิง เธอจำได้ว่าในคืนนั้นเธอหลั่งน้ำตา โดยไม่รู้ว่าคือ ความสุข ความเศร้า หรือการปลดปล่อย
เสียงครางต่ำจากปพนต์กระซิบที่ข้างหู ดึงเธอกลับสู่ปัจจุบัน “รตี… ที่รัก… เธอทำให้พี่คลั่งได้เสมอ…”