“มาแล้วเหรอคะคุณหยาง” หยางจี้หยูลุกขึ้นยิ้มมองหยางเฉินที่เดินเข้ามาหาเธอ
“มีปัญหาระหว่างทางเล็กน้อยเลยทำให้ผมมาสาย ขอโทษทีนะครับ” หยางเฉินพูดก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าเธอพร้อมรอยยิ้ม
หยางจี้หยูไม่รู้ว่าเขาไปเจอเื่หรือปัญหาอะไรมาแต่เธอก็ไม่ได้คิดที่จะถามเขาต่อ “คุณจะดื่มอะไรมั้ยคะ?”
“อะไรก็ได้ครับ” หยางเฉินตอบ
“งั้นเอาเป็กาแฟชะมดสักแก้วมั้ยคะ?” หยางจี้หยูเสนอ
หยางเฉินรู้สึกแปลกใจก่อนจะพูดกับเธออีกครั้ง “ร้านนี้มีกาแฟชะมดด้วยเหรอครับ?”
“ถึงแม้ว่ามันจะราคาแพง แต่คุณก็เป็คนช่วยเหลือลูกของฉันไว้ เพราะงั้นดื่มสักแก้วก็ไม่เป็ไรหรอกค่ะ” หยางจี้หยูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
หยางเฉินโบกมือปฏิเสธเธอด้วยรอยยิ้ม “ผมรู้จักกาแฟชนิดนี้ แต่ผมก็ไม่คิดที่จะอยากดื่มมันอยู่ดี”
“คุณไม่ชอบมันเหรอคะ?” หยางจี้หยูถามอย่างแปลกใจ
หยางเฉินไม่ตอบเธอ เขาพูดขึ้นอีกครั้ง “คุณรู้ขั้นตอนการผลิตกาแฟชนิดนี้มั้ยครับ?”
“ฉันรู้แค่ว่ามันเป็กาแฟที่แพงที่สุดในโลก แค่ครึ่งกิโลก็มีราคามากกว่าหนึ่งพันดอลลาร์แล้ว ฉันไม่ค่อยรู้ที่มาของกาแฟชนิดนี้นัก หรือว่ามันมีอะไรพิเศษหรือเปล่าคะ?”
หยางเฉินพยักหน้าให้กับเธอครั้งหนึ่ง
“คุณรู้ใช่มั้ยว่ากาแฟชนิดนี้ต่อให้มีจำนวนเล็กน้อยก็ยังเทียบได้เท่ากับทองคำที่กินได้ ต้นกำเนิดของมันอยู่ที่เกาะสุมาตราของประเทศอินโดนีเซีย พูดง่ายๆ คือมันก็เป็กาแฟท้องถิ่นชนิดหนึ่งของที่นั่น”
“แล้วไงต่อเหรอคะ?” หยางจี้หยูสงสัย
หยางเฉินยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง “เพื่อนของผมเป็คนท้องถิ่นที่อยู่ที่นั่น เขาบอกผมว่ากว่าจะได้กาแฟชนิดนี้ออกมา จำเป็จะต้องทำให้มันหอมเสียก่อนจึงจะนำมันไปขายได้”
“แล้วเขาทำยังไง?”
“ที่นั่นมีสัตว์พื้นเมืองชนิดหนึ่งที่ชื่อชะมด มันชอบกินเมล็ดกาแฟ ซึ่งคนท้องถิ่นที่นั่นเลี้ยงสัตว์ชนิดนั้นเอาไว้เป็จำนวนมาก เพื่อให้มันเฝ้าสวนปาล์มของพวกเขา และเมื่อชะมดกินเมล็ดกาแฟชนิดนี้ไปมันจะไม่ย่อย ส่งผลให้เวลามันขับถ่ายออกมาก็จะยังคงมีเมล็ดกาแฟอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือกาแฟแสนแพงนี่มาจากอุจจาระชะมดทั้งนั้น เพียงแต่มีสารอาหารทั้งหลายซึมซับเข้าไปอยู่ในเมล็ดแทนเนื่องจากเมล็ดกาแฟไม่ย่อยในกระเพาะอาหารของชะมดไงครับ” หยางเฉินอธิบาย
“เพราะฉะนั้นแล้ว กาแฟที่แสนแพงที่เราชอบกินนี่ก็มาจาก... อุจจาระชะมดยังไงล่ะ”
หยางจี้หยูรู้สึกพะอืดพะอมเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นบังปากของเธอเอาไว้พร้อมทั้งเค้นรอยยิ้มขมขื่นขึ้นมา “หลังจากที่ได้ฟังคุณหยางพูด ฉันรู้สึกเสียใจที่กินกาแฟนี่จริงๆ ค่ะ”
“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่รู้ว่าคุณกำลังดื่มกาแฟนั่นอยู่” หยางเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูเขินอายอยู่เล็กน้อย
หยางจี้หยูเรียกบริกรเพื่อเปลี่ยนเป็น้ำผลไม้สองแก้วเพื่อความสดชื่นอีกครั้ง
“ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้ คุณจะเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศพร้อมทั้งเรียนจบปริญญาโท ดูเหมือนคุณจะไม่ธรรมดาจริงๆ สินะคะ” หยางจี้หยูเอ่ยขึ้น
“ผมคิดว่าเกณฑ์มหาวิทยาลัยต่างประเทศก็ไม่ได้สูงอะไรมากนักนะครับ หลักสูตรก็เป็แบบผสมเสียส่วนใหญ่ทำให้เรียนได้ง่าย และจบการศึกษาได้ในเวลาที่กำหนดนะครับ” หยางเฉินตอบเธออย่างขอไปที
หยางจี้หยูพยักหน้ารับรู้
“คุณดูเป็คนที่ถ่อมตัวเอามากๆ นะคะ แต่ฉันก็ยังแปลกใจอยู่ดี ที่คุณจัดการกับผู้ก่อการร้ายในวันนั้นด้วยตัวคนเดียว การที่จบปริญญาโทมหาวิทยาลัยต่างประเทศมานั้นเขาคงไม่ได้สอนเทคนิคการต่อสู้หรอกนะคะ”
“ผมเคยศึกษาศิลปะการต่อสู้อยู่พักหนึ่ง แล้วก็เคยร่วมกับกองทัพเข้ารับการอบรมเื่ยุทธวิธีและการต่อสู้ ดูเหมือนว่าผมจะสามารถทำได้ดีกว่าคนทั่วไปเท่านั้นเอง ถ้าคุณเป็ผมและกำลังจะถูกฆ่า คุณก็คงไม่มีทางเลือกนอกจากจะงัดเอาสิ่งที่ฝึกทั้งหลายมาป้องกันตัวคุณเอาไว้”
หยางจี้หยูยังคงถามเขาเกี่ยวกับเื่ที่เขาอยู่ต่างประเทศ แต่หยางเฉินก็สามารถตอบได้ทุกอย่างโดยไม่มีอาการลนลานแม้แต่น้อย
“คุณหยางดีกับลูกชายของฉันมาก เสี่ยวเย่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนมากนัก ไม่ทราบว่าคุณหยางมีครอบครัวคนอื่นนอกจากภรรยาของคุณหรือเปล่าคะ? ถ้าเป็ไปได้ฉันอยากจะเชิญพวกเขามาเลี้ยงขอบคุณสักครั้งด้วยน่ะค่ะ” หยางจี้หยูเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“พ่อแม่บุญธรรมของผมเสียชีวิตไปแล้ว” หยางเฉินไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด
“พ่อแม่บุญธรรม? แล้วพ่อแม่จริงๆ ของคุณล่ะคะ?” หยางจี้หยูััได้ถึงบางสิ่งที่เธอกำลังค้นหาอยู่ในตัวเขา
“ผมไม่รู้จักพวกเขา ผมถูกทิ้งเอาไว้ั้แ่ทารกแล้ว” หยางเฉินถอนหายใจ
หยางจี้หยูก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่คิดว่าคุณจะมีอดีตที่น่าเศร้าอย่างนี้”
“ไม่หรอกครับ เพราะไม่มีพวกเขาผมเลยได้พ่อแม่บุญธรรมที่ดีมากๆ ความจริงต้องขอบคุณที่พวกเขาทิ้งผมเสียด้วยซ้ำ” หยางเฉินพูดอย่างเ็า
หยางจี้หยูรู้สึกราวกับแข็งทื่อไปด้วยความเสียใจ ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อยก่อนจะยิ้มด้วยความขมขื่น
“แต่พ่อแม่ที่ทิ้งลูกไปแบบนี้... ยังไงมันก็ไม่ถูกต้องอยู่ดี...”
“ผมคิดว่าพวกเขาคงจะยังมีชีวิตอยู่นะ” หยางเฉินเอ่ยขึ้น
“ทำไมถึงคิดเช่นนั้นล่ะคะ?” หยางจี้หยูดูใกับคำพูดของเขามาก
“ถ้าพวกเขายังอยู่ ผมก็อยากจะถามจริงๆ ว่า กล้าดียังไงถึงได้มีชีวิตอยู่ ทั้งๆ ที่ทิ้งลูกตัวเองได้ลงคอ” หยางเฉินกระดกน้ำผลไม้ในแก้วจนหมดขวดก่อนจะลุกขึ้นยืน
ขณะที่หยางเฉินกำลังจะเดินออกไป หยางจี้หยูก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“บางที... พวกเขาอาจจะมีเหตุผลที่ต้องทำอย่างนั้นก็ได้นะคะ”
“หึ” หยางเฉินเค้นเสียงพร้อมทั้งยิ้มออกมา “นั่นมันเื่ของเขา ผมไปล่ะ พรุ่งนี้ผมต้องไปทำงานแต่เช้า”
หยางจี้หยูคิดจะรั้งเขาไว้อีกครู่หนึ่ง แต่หยางเฉินก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่หยางเฉินออกไปไม่นานนัก ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาที่ร้าน เขาสวมชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าดูหล่อเหลา ร่างกายกำยำที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีดูแข็งแรงและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน เมื่อเห็นหยางจี้หยูนั่งอยู่ เขาจึงเดินไปนั่งตรงข้ามกับเธอ
หยางจี้หยูยิ้มให้กับชายคนนั้นครั้งหนึ่ง “ดูเหมือนว่าพี่จะมี่เวลาที่ไม่เคยบอกฉันอยู่ด้วยสินะคะ”
ชายคนนั้นกลับมาเคร่งเครียดอีกครั้ง “จี้หยู เื่วันนี้ไม่เคยเกิดขึ้น เธอต้องไม่กลับมาพบเขาอีกเป็ครั้งที่สอง”
“ทำไม?” หยางจี้หยูสับสน “เมื่อครั้งอดีตเราพยายามจะกำจัดตัวตนของหยางเฉินออกจากบ้านตระกูลหยาง เขาเป็ลูกของน้องสะใภ้เรา ั้แ่ที่เธอเข้ามาอยู่ในตระกูลหยางมีสักวันมั้ยที่เธอจะมีความสุข? พี่มีหัวใจบ้างมั้ย? ครอบครัวเราไม่เคยสมบูรณ์แม้แต่ครั้งเดียว เธอเป็ถึงน้องสะใภ้และเขาก็มีเืของตระกูลหยางอยู่ในตัว ในตอนนี้เขากลับมาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ ทำไมพี่ไม่ยินดี ทำไมพี่ยังไม่ยอมรับเขาอีก?”
“พี่อธิบายทุกอย่างไม่ได้ ตระกูลหยางของเราไม่ใช่ตระกูลธรรมดา แต่ละครั้งแต่ละปีก็จะมีการผลัดเปลี่ยนอำนาจเกิดขึ้น ประเพณีในครอบครัวที่สืบทอดกันมาก็ยังคงต้องคงเอาไว้อย่างเข้มแข็ง อีกทั้งคู่แข่งทางการเมืองก็มีมาก การจะปล่อยให้ลูกชายเพียงคนเดียวเข้ามา เป็ผลกระทบด้านลบกับตระกูลเป็สิ่งที่พี่ไม่สามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน!”
“พี่! ตำแหน่งในรัฐบาลมันสำคัญกว่าลูกหลานในตระกูลเราหรือไง?!”
“จี้หยู! เธอเป็ลูกสาวคนโตของบ้าน ทำไมถึงไม่คิดให้รอบคอบ? สิ่งที่เราทำมีค่ามากมายนัก มากเกินกว่าจะเสี่ยงไปกับคนคนเดียวได้ เธออยากจะให้ความผิดพลาดของฉันเมื่อ 20 ปีก่อน กลับมาผิดพลาดอีกครั้ง?”
“ความผิดพลาด? ที่พี่ให้กำเนิดเขานั่นเรียกว่าเป็ความผิดพลาด?!” หยางจี้หยูร้องไห้ออกมา “ฉันเห็นหน้าหยางเฉินทีไรก็นึกถึงพี่ เขาหล่อกว่าพี่ น่ารักกว่าพี่ อีกทั้งยังใจดีกว่าพี่ใหญ่นับร้อยๆ เท่า นั่นเรียกว่าเป็ความผิดพลาดที่เขาเกิดมาเหรอ?!”
“จี้หยู อย่าพูดอย่างนั้น ครอบครัวของเรายึดถือประเพณีในตระกูลมาจนแทบจะนับปีไม่ได้ เธอไม่จำเป็จะต้องมาพูดถึงน้องสะใภ้อีก ลูกหลานตระกูลหยางจะต้องเกิดในที่ที่ถูกต้องและเป็ผู้ที่บริสุทธิ์ปราศจากมลทินเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ก็ถือว่ามันไม่ใช่คนตระกูลหยาง!”
“บริสุทธิ์? ฮะๆ...” หยางจี้หยูยืนขึ้น “ภายนอกนั้นบริสุทธิ์แต่ภายในกลับปนเปื้อนไปด้วยมลทินและความโสโครกทั้งหลายแหล่ ฉันผิดหวังกับพี่จริงๆ!”
หลังจากนั้นหยางจี้หยูก็เดินออกจากร้านไป
“หยางจี้หยู เธอคิดจะประท้วงพี่หรือไง?!” เสียงของหยางพั่วจวินดังขึ้นตามหลังเธอ
“สบายใจได้ ฉันจะเก็บเื่นี้เอาไว้เป็ความลับ มันจะไม่ส่งผลกระทบต่อพี่ในอนาคตแน่ ยกเว้นว่าวันใดวันหนึ่งพี่อาจจะนึกเสียใจและสำนึกผิดในสิ่งที่พี่ทำเอาไว้น่ะนะ...”
หยางจี้หยูพูดขึ้นก่อนจะเดินออกจากร้านกาแฟไป
ใบหน้าของหยางพั่วจวินดูโกรธอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็เศร้าสร้อยลงเมื่อเขาหวนระลึกเข้าไปในความทรงจำของเขา...
...
เมื่อ 20 ปีก่อน...
ในคืนนั้นหิมะตกหนักจนไม่อาจจะเดินทางได้ รถจี๊ปทหารคันหนึ่งแล่นไปตามตอนเหนือของประเทศจีน ก่อนจะหยุดลงที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งในเมืองเล็กๆ
คู่สามีภรรยาค่อยๆ ประคองกันออกจากรถ ในอ้อมแขนของหญิงสาวมีทารกอายุเพียงไม่กี่ขวบอยู่ ก่อนจะส่งเด็กน้อยไปให้หญิงชราที่เป็เ้าของสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าด้วยความอาลัยอาวรณ์
เสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นในความเงียบสงบผสมกับเสียงสะอื้นไห้ของสตรีคนนั้น หลังจากนั้นหญิงชราก็รับเด็กทารกเอาไว้ด้วยรอยยิ้มสอพลอ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในสถานรับเลี้ยง สองสามีภรรยามองดูลูกของพวกเขาค่อยๆ หายไปในบ้าน ก่อนจะออกจากสถานรับเลี้ยงเด็กและขึ้นรถจี๊ปขับจากไป
เมื่อผ่านไปได้ปีกว่าหลังจากที่พวกเขาทิ้งเด็กเอาไว้ที่นั่น
ทั้งคู่กลับมาที่สถานรับเลี้ยงอีกครั้งเพื่อรับลูกของพวกเขาคืน ก่อนจะพบว่าทารกน้อยถูกชาวต่างชาติรับไปเลี้ยงที่ต่างประเทศแล้ว
ลูกของเขาหายไปโดยที่ไม่มีข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับว่าเด็กน้อยหายไปตามสายลม ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็ไม่อาจจะพบข้อมูลของชาวต่างชาติคนนั้นได้
ทั้งสามีภรรยาได้แต่กอดกันร้องไห้โหยหวนด้วยความเศร้าใจ ก่อนที่ฝ่ายภรรยาจะเป็ลมล้มลงคาอ้อมแขนของสามีเธอในวันนั้น
หลังจากที่ออกมาจากร้านกาแฟ หยางเฉินก็กำลังเดินทางกลับไปที่อวี้เหล่ย เขารู้สึกว่าหยางจี้หยูดูเป็คนที่คุ้นเคยกับเขาเป็พิเศษ แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยเจอกับเธอที่ไหนมาก่อน อีกอย่างก่อนหน้านี้เธอถามเขาเื่ชาติกำเนิดด้วยความอยากรู้ ทำให้หยางเฉินรู้สึกอึดอัดขึ้นมา
ความทรงจำอันขมขื่นเื่ที่ถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง ทำให้เขารู้สึกไม่ดีและไม่้าที่จะคิดถึงมันอีกครั้ง
เมื่อเขาเดินไปตามถนนเรื่อยๆ หยางเฉินก็รู้สึกว่ากระเป๋าของเขากำลังสั่นอยู่ ดูเหมือนว่าจะมีคนกำลังโทรมาหาเขาในตอนนี้ หยางเฉินแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเบอร์ที่ปรากฏเป็เบอร์ของหลินรั่วซี
ดูเหมือนว่าเธอเริ่มคิดที่จะติดต่อพูดคุยกับเขาบ้างแล้ว ทำให้หยางเฉินรู้สึกมีความสุขและรับสายเธอด้วยความรวดเร็ว
