ประตูเมืองมีทหารเฝ้า จะเข้าเมืองต้องผ่านการตรวจตราที่เข้มงวด เมื่อเห็นภาพนี้ หัวใจของหลี่ชิงหลิงก็จมดิ่ง
หลังจากนางและหลิวจือโม่ผ่านการตรวจเข้าไปในเมือง เมืองที่เคยมีชีวิตชีวาบัดนี้ถูกทิ้งร้าง
อยากหาร้านค้าที่เปิดอยู่ไม่ใช่เื่ง่าย ร้านรวงปิดกันเกือบทั้งหมดแล้ว
ระหว่างทางหลี่ชิงหลิงรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองร้าง ว่างเปล่าและเงียบงัน
นางขมวดคิ้วและเดินไปกับหลิวจือโม่ช้าๆ เจอกองทัพลาดตระเวนแล้วหลบทางให้
ทหารที่เดินอยู่ข้างหน้ากวาดมองหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่ขึ้นๆ ลงๆ ถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็มิตรว่าพวกเขามาทำอะไรที่นี่?
ผู้คนในเมืองนี้หนีกันเกือบหมดแล้ว ทำไมเด็กสองคนนี้ถึงมาเดินเล่นไม่หนีตามไป?
หลิวจือโม่จับมือหลี่ชิงหลิง ก้มศีรษะลงเล็กน้อย บอกทหารว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาญาติ
ทหารมองพวกเขาอีกครั้ง โบกมือแล้วพูดว่าตอนนี้เป็่สำคัญ อย่าเดินเตร็ดเตร่ไปมา หากโดนมองเป็สายลับแล้วโดนจับก็อย่าโทษพวกเขา
“ขอรับ ถ้าไม่เจอลุง เราจะไปทันที” หลิวจือโม่รีบตอบ
ทหารคนนั้นตอบรับและจากไปพร้อมกับทหารคนอื่นๆ
เมื่อพวกเขาจากไปไกล หลิวจือโม่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาหันไปมองหลี่ชิงหลิง "เรารู้สถานการณ์ที่นี่แล้ว กลับกันเถอะ!" หากโดนมองเป็สายลับแล้วโดนจับจะแย่เอา
หลี่ชิงหลิงยังรู้สึกได้ถึงเหงื่อเย็นที่หลัง นางพยักหน้าให้หลิวจือโม่ ทั้งสองจับมือกันและออกจากเมือง
นอกเมืองมีผู้หลบหนีจำนวนมากอาศัยอยู่
ไม่รู้ว่าพวกเขาหนีมาจากไหน พวกเขาทั้งหมดตัวเหลืองซูบผอม เสื้อผ้าเนื้อตัวก็มอมแมม
หลี่ชิงหลิงเม้มริมฝีปาก รู้สึกเ็ปใจ
ภัยพิบัติทางธรรมชาติและที่มนุษย์สร้างขึ้น ล้วนเกิดผลกระทบร้ายแรงต่อชนชั้นล่าง
ถ้านางกับหลิวจือโม่ตัดสินใจพาเด็กๆ หนี ตอนนี้พวกเขาอาจเป็หนึ่งในคนเหล่านี้
นางดีใจที่ได้รับคำเตือนจากอาหวง ถึงได้กักตุนอาหารไว้อย่างเพียงพอ เด็กๆ ถึงได้ไม่อดอยาก
หลิวจือโม่จับมือเด็กสาวแน่น ทั้งสองคนเดินทางกลับหมู่บ้าน
ตอนเห็นผู้คนที่อพยพหนีภัย นางอารมณ์ไม่ดีและนิ่งเงียบไปมาก
ตอนนี้มาเห็นอีกครั้งยิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิม แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ช่วยอะไรไม่ได้
“แม่หนูใจดี ขอของกินหน่อยเถอะ ลูกข้าไม่ได้กินข้าวมาสองวันแล้ว" หญิงสูงวัยหลังโก่งเดินมาขออาหารกับพวกหลี่ชิงหลิง
ใบหน้าพวกเขามีเืฝาด เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อย ดูกระฉับกระเฉงท่ามกลางผู้ลี้ภัยที่มอมแมม ซีดเซียวและผอมแห้งจำนวนมาก
แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าที่บ้านมีของกินและไม่อดอยากแน่
หัวใจของหลี่ชิงหลิงและหลิวจือโม่สะดุด พวกเขามองหน้ากัน จับมือกันและวิ่งหนีไป
หากพวกเขาไม่หนี อาจโดนผู้คนที่หิวโหยพวกนี้กินทั้งเป็
ใน่อดอยาก ผู้หนีภัยไม่มีอะไรกิน พวกเขาจะทำทุกอย่างเพื่อให้อิ่มท้อง
“แม่หนูใจดี วิ่งหนีทำไม”
เมื่อเห็นพวกหลี่ชิงหลิงวิ่งหนี ผู้หนีภัยที่นั่งอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นแล้วไล่ตามพวกเขา
หลี่ชิงหลิงหันกลับไปเห็นภาพนี้แล้วใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ นางไม่เคยเจอเื่แบบนี้มาก่อน ครั้งนี้นางแอบรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ
“อย่าหันกลับไปมอง รีบวิ่ง” หลิวจือโม่จับมือหลี่ชิงหลิงวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
ไม่รู้ว่าวิ่งอยู่นานแค่ไหน หลังสะบัดหางข้างหลังไปได้ พวกเขาก็ไปหลบหลังหินก้อนใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งลงหอบอย่างหนัก
หลิวจือโม่พิงหินก้อนใหญ่ รู้สึกราวกับขานี้ไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป ปวดเมื่อยอย่างมาก
การไปเมืองครั้งนี้ทำให้เขาใจนหัวใจแทบจะะโออกมา
หลังเหตุการณ์นี้ คราวหน้าหลี่ชิงหลิงพูดอะไรก็ต้องห้ามไม่ให้นางไปเสี่ยงอีก
"โชคดีที่ผู้หนีภัยพวกนั้นร่างกายไม่แข็งแรง ไม่งั้นพวกเราอาจจะจบชีวิตที่นี่จริงๆ” หลี่ชิงหลิงนั่งลงบนพื้น สองมือกุมหน้าผากและหัวเราะขมขื่น
เด็กสาวที่อยู่ในยุคสงบสุขไม่เคยประสบกับสิ่งเหล่านี้มาก่อน ประสบการณ์นี้ทำให้นางใกลัว
หลิวจือโม่สูดลมหายใจลึกๆ สองครั้งจึงจะสงบหัวใจที่เต้นแรงได้ เขาเอื้อมมือไปเคาะหัวของหลี่ชิงหลิง มองนางอย่างจริงจัง "คราวหน้าห้ามมาที่เมืองอีก!" หลังหยุดชะงักเล็กน้อยก็พูดต่อ "ครั้งนี้กลับบ้านเอาทุกอย่างที่จำเป็ กลับูเาซงแล้วห้ามออกมาอีก ตอนนี้เป็่วิกฤต ใครจะไปรู้ว่าออกมาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เราต้องระวังให้มากกว่านี้” คราวนี้เขากลัวจริงๆ ไม่กล้าคิดเลยว่าหากวิ่งช้ากว่านี้อีกนิดจะเกิดอะไรขึ้น?
หลี่ชิงหลิงไม่ใช่คนประเภทที่ไม่มีสมอง นางย่อมไม่เอาชีวิตมาล้อเล่น
ครั้งนี้นางเข้าเมืองก็เพื่อสืบดูสถานการณ์
ตอนนี้รู้หมดแล้ว คราวหน้านางจะไม่ไปอีก
"อืม ข้ารู้แล้ว"
หากกองทัพของาาหนานเยี่ยนมาถึงจริงๆ ูเาซงก็อาจไม่ปลอดภัยเช่นกัน
แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงลองเดินไปทีละก้าวเท่านั้น
หลี่ชิงหลิงแอบถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง ยื่นมือออกไปจับหลิวจือโม่แล้วพูดว่า ไปกันเถอะ!
ตอนนี้ข้างนอกไม่ปลอดภัย บวกกับนางเป็ห่วงเด็กๆ พวกเขาจึงรีบกลับบ้านไปเอาของและกลับไปทีู่เาซง
หลิวจือโม่พักผ่อนอยู่พักหนึ่งจึงรู้สึกดีขึ้นมาก เขาพยักหน้าและเดินตามนางออกไป
ครั้งนี้พวกเขาไม่กล้าเดินถนนใหญ่อย่างเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะเจอเื่เมื่อครู่อีก
พวกเขาเลือกแต่เส้นทางเล็กๆ กลับบ้าน แม้จะลำบากแต่ก็ปลอดภัย
กว่าจะกลับถึงบ้านใช้เวลานานกว่าปกติเล็กน้อย ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในลานได้ก็รีบลงกลอน ทั้งสองคนจึงจะรู้สึกโล่งใจอย่างสมบูรณ์
หลี่ชิงหลิงตักน้ำจากบ่อมาดื่มอึกใหญ่ นางไม่สนใจแล้วว่ามันจะเป็น้ำที่ยังไม่ได้ต้ม ดื่มก่อนแล้วค่อยว่ากัน
หลังจากดื่มน้ำไปหนึ่งกระบวย นางก็รู้สึกดับกระหายเล็กน้อย
นางดับกระหายเสร็จก็ส่งกระบวยให้หลิวจือโม่ ให้เขาดื่มน้ำเพื่อดับกระหายบ้าง
หลิวจือโม่รับกระบวยที่นางยื่นให้ ตักน้ำขึ้นและฝังหัวดื่ม
หลังจากดื่มน้ำเสร็จ เขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่
ระหว่างวิ่ง เขากระหายน้ำจนแทบไม่ไหว รู้สึกเหมือนคอแทบจะพ่นไฟออกมาได้
แต่พวกเขาไม่ได้พกน้ำ จึงทำได้เพียงทนมาจนถึงตอนนี้ ลำบากจริงๆ
ในขณะที่เขากำลังดื่มน้ำ หลี่ชิงหลิงเดินไปรอบๆ บ้านเพื่อดูว่ามีอะไรจะเอาไปูเาซงบ้าง ออกมาครั้งนี้ไม่ง่ายเลย ครั้งหน้าไม่อยากมาแล้วจริงๆ อยู่ในูเาซงอย่างเชื่อฟังเพื่อผ่านพ้นเวลาที่ยากลำบากจะดีกว่า!
“นอกจากถังน้ำแล้ว มีอะไรจะเอาไปอีกไหม” หลิวจือโม่วางกระบวย เดินเข้าไปในห้อง
“เอาหนังสือไปหน่อยเถอะ เวลาแบบนี้ก็อย่าทิ้งการเรียนเลย” หลี่ชิงหลิงมองหลิวจือโม่และขอความคิดเห็นของเขา “พี่คิดว่าไง?”
หลิวจือโม่ตอบรับ "งั้นเอาไปด้วย!" ก่อนหน้านี้มีของเยอะจนไม่สามารถขนหนังสือได้ ครั้งนี้คงจะขนไปได้หน่อย จะให้น้องชายทั้งสองทิ้งการเรียนคงไม่ดี "เดี๋ยวข้าเก็บเอง เ้าไปดูว่ามีอะไรอีก”
หลี่ชิงหลิงตอบและออกจากห้องหนังสือ ไปที่ห้องครัวและหยิบถังน้ำออกมา
นางคิดทบทวนอีกครั้งว่าจะเอาอะไรไปเพิ่ม
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นึกไม่ออกแล้วจริงๆ จึงหยุดคิด เดินกลับไปที่ห้องหนังสือ ถามหลิวจือโม่ว่าเก็บเสร็จหรือยัง?
หลิวจือโม่เก็บพู่กัน หมึก กระดาษ และหินหมึกเรียบร้อยจึงพยักหน้า
หลี่ชิงหลิงใส่ของเ่าั้ลงในถัง หยิบไม้อีกอันออกมา แล้วทั้งสองก็แบกถังเดินออกไป
ทันทีที่พวกเขาเดินออกจากหมู่บ้านก็เจอต้าเหอที่กำลังเดินกะเผลก และมีาแบนใบหน้า
เมื่อเขาเห็นทั้งสองคนก็หยุดฝีเท้า และทักทายพวกเขาอย่างเขินอาย
"ต้าเหอ ทำไม... มาที่นี่ทำไม ไม่ได้ตามพ่อแม่ไปหรือ" หลี่ชิงหลิงขมวดคิ้ว เหลือบมองข้าวสารเลอะดินในมือ
ต้าเหอก้มหน้าลงอย่างไม่สบายใจ พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่าพ่อแม่ทิ้งเขาไปแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนี้หลี่ชิงหลิงก็ขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ดูจากสภาพแล้ว อาหารที่บ้านน่าจะหมดแล้ว คงไปแย่งข้าวสารกับคนอื่นมา
หากยังเป็เช่นนี้ต่อไป แม้ว่าเขาจะไม่อดตายก็จะถูกเฆี่ยนตาย
นางไม่ใช่นักบุญที่เห็นใครก็อยากช่วย แต่เห็นเขาเป็แบบนี้ แม้แต่ใจนางก็อ่อนลงเล็กน้อย
เด็กสาวหันไปมองหลิวจือโม่ หลิวจือโม่รู้ว่านางใจอ่อนอยากช่วยต้าเหอ
เขายิ้มและพยักหน้าให้นาง
ในเมื่อนางอยากช่วยก็ช่วยเถอะ! อาหารที่พวกเขากักตุนไว้ในูเาซง สามารถเลี้ยงคนได้หลายคน พวกเขาพอช่วยไหว
เมื่อเห็นว่าเขาเห็นด้วย หลี่ชิงหลิงก็ยิ้มให้เขา จากนั้นจึงหันไปพูดกับต้าเหอ "เ้าอยากมากับเราไหม" น้องชายนางสนิทกับเขาใช้ได้ หากได้เจอเขาคงมีความสุขไม่น้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่ชิงหลิง ดวงตาของต้าเหอก็เป็ประกาย เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง ถามตะกุกตะกักว่าจะไปไหน?
“แค่ตามเรามา เอาเป็ว่าพวกเราไม่ขายเ้าหรอก”
"ข้า… ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น" ต้าเหออธิบายด้วยหน้าแดงก่ำ "ข้า... พี่สาวข้าก็อยู่ด้วย พาพี่ไปด้วยได้ไหม" พูดจบก็มองหลี่ชิงหลิงด้วยความกังวล กลัวว่าหลี่ชิงหลิงจะไม่ตกลง
