ไป๋หยุนเฟยมองดูท่าทีของเหล่าผู้าุโที่แปรเปลี่ยนเป็ตื่นใอย่างฉับพลันด้วยอาการงุนงง สุดท้ายก็อดไม่ได้ต้องถามออกไปด้วยความสงสัยว่า “อาจารย์ปู่... วัตถุเชื่อมโยงชีวิต... มันคืออะไร?”
โค่วฉางคงจึงค่อยเรียกสติกลับคืนมาได้ จากนั้นจึงหันไปมองดูไป๋หยุนเฟยด้วยแววตายินดีพึงพอใจ เมื่อเห็นไป๋หยุนเฟยมีท่าทีงุนงงไม่เข้าใจทั้งยังมือไม้ปั่นป่วนไม่ทราบจะทำตัวอย่างไร จึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “หยุนเฟยเ้าทำได้ดี! ั้แ่เข้าสำนักมา ทุกสิ่งที่กระทำล้วนทำให้อาจารย์เช่นข้าคิดไม่ถึง ไม่เพียงแต่สร้างความยินดีให้แก่อาจารย์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ความสำเร็จครั้งนี้ของเ้ายังเป็เื่ยิ่งใหญ่ที่น่ายินดีสำหรับสำนักช่างประดิษฐ์!”
“เอ่อ...” ไป๋หยุนเฟยยิ่งงุนงงมากกว่าเดิม ในใจมันครุ่นคิดขึ้น ไฉนข้าจึงกลายเป็‘ยิ่งใหญ่’ถึงเพียงนี้ได้? ข้าเพิ่งจะะเิยอดเขาของสำนักช่างประดิษฐ์ไปครึ่งลูกไม่ใช่หรือ...
โค่วฉางคงใคร่ครวญอยู่ชั่วครู่จึงกล่าวอธิบาย “เื่เหล่านี้ เดิมทียังไม่ถึงเวลาที่เ้าจะต้องรู้ด้วยซ้ำ แต่คาดไม่ถึงว่าเ้ากลับมีวาสนาได้เข้าสู่สภาวะจิตตะวัตถุโดยบังเอิญ ดังนั้นยามนี้จึงสมควรที่เ้าจะได้รับทราบแล้ว”
หลังจากหยุดไปชั่วครู่จึงกล่าวต่อ “สภาวะจิตตะวัตถุ คือสภาวะอันลี้ลับสุดจะอธิบาย จะมีเพียงยามที่หลอมประดิษฐ์เท่านั้นจึงจะเกิดขึ้น หากจะให้กล่าวโดยเจาะจงก็คือ เป็สภาวะที่มนุษย์กลายเป็‘ิญญาของวัตถุ’ เมื่อนำจิติญญาของตนหลอมเข้าสู่วัตถุิญญา จะเกิดสภาวะที่วัตถุิญญาถูกประทับตราที่ไม่อาจลบเลือนเอาไว้ภายในจิตของวัตถุ เป็การประทับตราเช่นเดียวกับประทับของพันธะิญญาที่สร้างกับอสูริญญา ซึ่งวัตถุิญญาที่ถูกประทับิญญาแล้ว สำนักช่างประดิษฐ์เราเรียกว่า --- วัตถุเชื่อมโยงชีวิต!”
“วัตถุเชื่อมโยงชีวิตเป็วัตถุิญญาเฉพาะตัวที่เหนือขึ้นไปอีกขั้น เมื่อวัตถุิญญามีความสอดคล้องิญญาเกินห้าส่วนจะกลายเป็วัตถุิญญาเฉพาะตัว แต่จะเป็วัตถุเชื่อมโยงชีวิตต้องมีความสอดคล้องิญญาเต็มสิบส่วน! และเมื่อหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตขึ้นได้แล้ว วัตถุิญญาชิ้นนั้นจะเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้ากับจิติญญาของผู้เป็นาย หรือจะกล่าวอีกอย่างก็คือมันถือว่าเป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเ้าของไปแล้ว มิหนำซ้ำหากไม่ใช่ผู้เป็นาย ก็จะไม่อาจใช้งานมันได้!”
“พลังของวัตถุิญญาชิ้นหนึ่งนั้น น้อยคนที่จะสามารถใช้ออกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีเพียงวัตถุิญญาเฉพาะตัวเท่านั้นที่เ้าของจะสามารถแสดงพลังออกมาได้ถึงสิบส่วน เพราะความสอดคล้องิญญายิ่งมากก็จะยิ่งแสดงพลังของวัตถุิญญาออกมาได้เพิ่มขึ้น แต่สำหรับวัตถุเชื่อมโยงชีวิตนั้น ไม่เพียงแต่แสดงพลังได้เต็มที่เท่านั้น ยังจะแสดงพลังออกมาได้เหนือกว่าอีกหลายเท่า หรือบางครั้งอาจจะถึงสิบเท่าด้วยซ้ำ!!”
“วัตถุิญญาเฉพาะตัว จะมีเพียง่เวลาที่เข้าสู่ด่านภูติญญา ในยามที่ควบแน่นสร้างแก่นพลังธาตุไฟเท่านั้นจึงจะหลอมขึ้นได้ --- แน่นอนว่ายังไม่นับวิธีการที่เ้าใช้ในการหลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัวในครั้งนั้นซึ่งมีความพิเศษอย่างยิ่ง ในโลกนี้นอกจากสำนักช่างประดิษฐ์แล้วก็ไม่มีผู้ใดสามารถทำได้อีก และอีกอย่างยังจำกัดเพียงศิษย์สายตรงเท่านั้นจึงจะได้รับโอกาสให้ใช้วิธีนี้ได้”
“หลังจากหลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัวแล้ว ทุกครั้งที่พลังฝีมือเพิ่มพูนขึ้น ก็มีโอกาสที่จะพัฒนาความสอดคล้องิญญาของวัตถุิญญาเฉพาะตัวให้มากขึ้น แต่ทว่าความสอดคล้องิญญานั้นเพิ่มขึ้นอย่างยากลำบาก ตามปกติจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และก็เช่นเดียวกับการหลอมวัตถุิญญาเฉพาะตัว นั่นก็คือผู้ฝึกปรือิญญาทุกคนในชั่วชีวิตจะมีโอกาสหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น!”
การอธิบายอย่างต่อเนื่องยืดยาวเกี่ยวกับสภาวะจิตตะวัตถุและวัตถุิญญาเฉพาะตัว ทำให้ไป๋หยุนเฟยอ้าปากค้างไปแต่แรกแล้ว และยามนี้จู่ๆก็อธิบายว่าผู้ฝึกปรือิญญาทุกคนมีโอกาสหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตได้ ทำให้ไป๋หยุนเฟยต้องตะลึงงันยิ่งกว่าเดิม แต่จากนั้นมันก็เอ่ยปากถามออกไปตามสัญชาตญาณ “โอกาส... โอกาสอะไร?”
“นั่นก็คือ --- ยามที่เข้าสู่ด่านราชันิญญา! ่พริบตาที่ก้าวเข้าสู่ด่านราชันิญญานั้น จะสามารถเข้าสู่สภาวะจิตตะวัตถุและมีโอกาสน้อยนิดที่จะหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตขึ้นได้ เพียงแต่ว่าผู้ที่สามารถทำได้สำเร็จนั้น ในร้อยคนมีไม่ถึงหนึ่งคน... ก่อนหน้านี้ข้ากับผู้าุโใหญ่ขณะที่ก้าวเข้าสู่ด่านราชันิญญาก็ทำไม่สำเร็จ จนถึงทุกวันนี้ในสำนักช่างประดิษฐ์ก็มีเพียงอดีตเ้าสำนักจื่อจินเท่านั้นที่วัตถุเชื่อมโยงชีวิต...”
“...” ไป๋หยุนเฟยเงียบงันไร้คำพูด --- บรรลุสู่ด่านราชันิญญา! ช่างเป็โอกาสที่‘เลือนราง’ทั้งยัง‘ไม่ถึงหนึ่งในร้อยส่วน’!! ความเป็ไปได้เช่นนี้...
และต่อจากนั้นโค่วฉางคงก็กล่าวอีกประโยคที่ทำให้มันยิ่งไม่ทราบว่าจะกล่าวอะไรออกไปดี...
“ที่ข้าเอ่ยถึงเมื่อครู่ คือวิธีหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตแบบ‘ปกติ’ แต่หากกล่าวถึงสภาวะจิตตะวัตถุแล้ว นอกจากยามที่ก้าวเข้าสู่ด่านราชันิญญาและเข้าสู่สภาวะได้เองแล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งซึ่งเหมือนกับที่เ้าทำ นั่นก็คือขณะทำการหลอมประดิษฐ์แล้วเข้าสู่สภาวะจิตตะวัตถุได้ด้วยตนเอง... ส่วนความเป็ไปได้ในกรณีนี้นั้น... ในสำนักช่างประดิษฐ์แล้ว มีผู้ที่ทำได้เช่นเดียวกันก่อนหน้าเ้าก็จริง แต่นั่นเป็เื่เมื่อแปดร้อยปีก่อน...”
แปดร้อยปีก่อน…..
ความหมายของโค่วฉางคงก็คือ ไป๋หยุนเฟยเป็‘อัจฉริยะ’ที่‘แปดร้อยปีจะมีสักครั้ง’!
โค่วฉางคงมองดูไป๋หยุนเฟยก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า “ยามนี้เ้าคงทราบแล้วกระมัง ว่าไฉนพวกข้าจึงได้ตกตะลึงถึงเพียงนั้น?”
สิ่งที่โค่วฉางคงบอกเล่านั้นช่างเหลือเชื่อ ไป๋หยุนเฟยต้องในเวลาเนิ่นนานจึงสามารถเรียกสติกลับคืนมา แต่กระนั้นมันก็ยังไม่กล้าเชื่อว่าตนเองจะสามารถทำเื่ที่น่าเหลือเชื่อเช่นนั้นได้ หลังจากนิ่งงันไปชั่วครู่จู่ๆมันก็ฉุกคิดเื่บางอย่างขึ้นได้ จึงถามด้วยความสงสัย “จริงสิ... ท่านอาจารย์ ท่านบอกว่าข้าหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตออกมา ถ้าเช่นนั้น...”
“ฮ่า ฮ่า จริงสิ ระหว่างที่เ้าหมดสติไปนั้น คงยังไม่รู้ตัวว่าตนเองหลอมวัตถุิญญาหน้าตาเช่นไรกระมัง?” ชวงอวี่ที่อยู่ด้านข้างยิ้มพลางชี้นิ้วไปที่หัวเตียงด้านหลังไป๋หยุนเฟย “คาดว่าเพราะเป็การหลอมประดิษฐ์ที่มีลักษณะพิเศษ วัตถุเชื่อมโยงชีวิตของเ้าชิ้นนี้... ช่างมีรูปทรงที่พิเศษยิ่งนัก...”
ไป๋หยุนเฟยเหลียวหน้าไปมองตามทิศทางที่นางชี้ แต่จากนั้นสีหน้ามันก็พลันชะงักแข็งทื่อ ตามมาด้วยสีหน้าที่ไม่ทราบจะเรียกหัวเราะหรือร้องไห้ดี --- ที่แท้มันก็เป็ก้อนอิฐนั่นเอง!
ชวงอวี่เข้าใจว่ารูปทรงเช่นนี้เกิดจากการหลอมรวมวัตถุดิบของไป๋หยุนเฟย แต่ตัวไป๋หยุนเฟยเองกลับทราบอย่างกระจ่าง นี่เป็ก้อนอิฐ+13 ของมันเอง! รอยบิ่นเล็กๆตรงขอบนั้นเหมือนกันไม่มีผิด!
ขณะที่ไป๋หยุนเฟยคิดจะเดินเข้าไปหยิบก้อนอิฐมาชมดู ผู้ใดจะคาดคิด เพียงความคิดผุดขึ้นในใจ ก้อนอิฐที่วางอยู่หัวเตียงนั้นก็ลอยขึ้นมา ‘เฟี้ยว’พริบตาเดียวก็ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้ามัน
“นี่…….”
ไป๋หยุนเฟยตะลึงลาน
โค่วฉางคงยิ้มพลางกล่าวว่า “นี่คือลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของวัตถุเชื่อมโยงชีวิต ขอเพียงมีพลังิญญาพอ ภายในรัศมีห้าร้อยวา เ้าจะสามารถควบคุมมันได้ดังใจ”
ไป๋หยุนเฟยมองดูก้อนอิฐที่ลอยอยู่ตรงหน้า แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดมันกลับบังเกิดความรู้สึก‘สนิทสนม’ขึ้น ความรู้สึกราวกับมีเืเนื้อเชื่อมโยงถึงกัน มากถึงขนาดที่ว่าเมื่อเทียบความรู้สึกระหว่างมันกับทวนเปลวอัคคีแล้ว ความรู้สึกสนิทสนมนี้ยังแแ่กว่าถึงสิบเท่า
“นี่คือ วัตถุเชื่อมโยงชีวิต……..”
ในใจไป๋หยุนเฟยบังเกิดความตื่นเต้น มันยกมือขวาขึ้นคว้าจับก้อนอิฐสีแดงฉานนั้นมาวางบนมือ...
“……”
แล้วไป๋หยุนเฟยก็ชะงักนิ่งเบิกตาค้างอยู่เนิ่นนานราวกับค้นพบบางอย่างที่เกินคาดคิด สีหน้ามันเปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจ
“เป็อย่างไรหยุนเฟย รู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างวัตถุเชื่อมโยงชีวิตกับวัตถุิญญาเฉพาะตัวแล้วกระมัง?” โค่วฉางคงมองดูปฏิกิริยาของไป๋หยุนเฟย จากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “ความอัศจรรย์ของมัน หลังจากนี้เ้าก็ค่อยๆค้นหาและััด้วยตนเองเถอะ วัตถุเชื่อมโยงชีวิตชิ้นนี้ของเ้าเป็ถึงชั้นนภาระดับกลาง ขอเพียงเ้าดึงพลังของมันออกมา ก็ไม่มีวัตถุิญญาที่ต่ำกว่าชั้นนภาระดับสูงชิ้นใดจะสามารถต้านทานได้ เพียงแต่ในตอนนี้พลังเ้ายังอ่อนด้อยเกินไป ในยามใช้งานจะรู้สึกว่าลำบากกินแรง แต่เ้าไม่ต้องกังวลใจ เมื่อใดที่พลังเ้าเข้มแข็งขึ้นก็จะสามารถดึงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้ถึงขีดสุดเอง”
“อา? เป็...” ไป๋หยุนเฟยสะดุ้งรู้สึกตัว มันทราบว่าตนเองเสียกิริยาแล้ว หลังจากเกาศีรษะด้วยท่าทีขัดเขินก็เก็บก้อนอิฐเข้าไว้ในแหวนช่องมิติ
โค่งฉางคงมองดูไป๋หยุนเฟยที่ยังคงเหม่อลอย หลังจากใคร่ครวญชั่วครู่จึงเอ่ยปากเตือน “หยุนเฟย ข้าขอเตือนเ้าสักประโยค ครั้งนี้แม้เ้าได้รับวาสนาในคราเคราะห์ ในสถานการณ์ที่แปลกพิสดารกลับเข้าสู่สภาวะจิตตะวัตถุได้โดยบังเอิญจนหลอมวัตถุเชื่อมโยงชีวิตขึ้นได้ แต่ทั้งหมดนี้เรียกได้ว่าพึ่งพาความโชคดีเพียงอย่างเดียว เหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยมีมาก่อนและเป็ไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้นซ้ำสอง เ้าต้องไม่ทำเื่โง่เขลาเช่นครั้งนี้อีก ไม่เช่นนั้น ข้าเองก็ไม่อยากคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้น...”
ไป๋หยุนเฟยแสดงสีหน้าจริงจัง ก่อนจะพยักหน้ากล่าวว่า “ท่านอาจารย์โปรดวางใจ หลังจากนี้ศิษย์จะไม่ทำเช่นนี้อีก”
เื่อันตรายเช่นนี้ ต่อให้ถูกฆ่าตายมันก็ไม่ยอมทำอีกแล้ว...
“เอาเถอะ หยุนเฟยเพิ่งก้าวเข้าสู่ด่านบรรพิญญา ยังต้องใช้เวลาอีกระยะเพื่อปรับพลังให้มั่นคง พวกเรากลับกันก่อนเถอะ” อดีตเ้าสำนักจื่อจินที่นิ่งเงียบราวกับกำลังครุ่นคิดเื่บางอย่าง จู่ๆก็พลันลุกขึ้นจากนั้นจึงกล่าวกับโค่วฉางคงและคนอื่นๆ
โค่วฉางคงพยักหน้ากล่าวว่า “อืม เช่นนั้นก็ดี หยุนเฟยเ้าพักผ่อนฟื้นฟูร่างกายสักสองวัน เื่อื่นหลังจากนี้ค่อยว่ากัน”
ไป๋หยุนเฟยรีบลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงกล่าวอย่างนอบน้อม “ทราบแล้วท่านอาจารย์”
……
หลังจากน้อมส่งผู้าุโทั้งห้าจากไปแล้ว ไป๋หยุนเฟยก็ถอนหายใจออกมายาวเหยียด
มันรู้สึกว่าในสมองบังเกิดความสับสน มีเื่ราวมากมายที่จำเป็ต้องครุ่นคิดไตร่ตรอง มันสั่นศีรษะหลายครั้ง แต่ยังไม่ทันที่จะสงบสติอารมณ์ลง จู่ๆเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
